Masuk“อื้อ... พะ...เพทาย...”
เสียงครางเครือของม่านไหมขาดห้วง ลมหายใจหอบกระเส่าราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย ความรู้สึกวาบหวามที่จุดกึ่งกลางกายจากการถูกกดจุดเปิดประตูลมบริเวณขาหนีบ มันรุนแรงเสียจนสติสตังที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมด ความร้อนรุ่มราวกับลาวาเดือดปะทุขึ้นที่ท้องน้อย ร่างกายบิดเกร็งแอ่นโค้งตอบรับสัมผัสนั้นอย่างควบคุมไม่ได้ ในหัวของเธอขาวโพลน มีเพียงความต้องการดิบเถื่อนที่ตะโกนก้องร้องขอให้เขาทำอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ที่จะช่วยดับไฟราคะที่เขาก่อขึ้นนี้ เธออยากจะบอกให้เขาหยุด... หรือไม่ก็ทำต่อให้มากกว่านี้ แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งจนขยับไม่ได้ “ฮึบ... หายใจเข้านะครับ” เสียงทุ้มของเพทายดังขึ้นเหมือนเสียงสวรรค์ เขาค่อยๆ ผ่อนแรงกดจากนิ้วหัวแม่มือออกอย่างช้าๆ วูบ... ทันทีที่แรงกดคลายออก กระแสเลือดที่ถูกกักไว้ก็พุ่งทะยานไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณเนินเนื้อสาวที่กำลังเต้นตุบๆ ความรู้สึกเบาหวิวราวกับล่องลอยในอากาศเข้ามาแทนที่ความอึดอัดเมื่อครู่ ม่านไหมทิ้งร่างอันอ่อนระทวยลงกับเตียง หอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว “เป็นไงครับ? โล่งขึ้นไหม?” เขาถามเสียงนุ่ม มือหนายังคงวางทาบอยู่ที่ต้นขาด้านใน ลูบไล้เบาๆ เพื่อปลอบประโลมกล้ามเนื้อที่ตื่นตัว “ละ... โล่งค่ะ... แต่ว่ามัน...” ม่านไหมพูดไม่ออก เธอไม่กล้าบอกว่าความโล่งนั้นมาพร้อมกับความฉ่ำแฉะที่น่าอับอาย “เก่งมากครับ พี่ไหมอดทนเก่งมาก” เขาเอ่ยชม มือหนาผละออกจากขาเรียว แล้วเดินอ้อมมาที่ข้างเตียง “ทีนี้... พลิกตัวนอนหงายได้เลยครับ ผมจะนวดเคลียร์เส้นด้านหน้าให้” คำสั่งนั้นทำให้ม่านไหมชะงัก นอนหงาย! นั่นหมายความว่าถึงเวลาที่เธอต้องเปิดเผยทุกสัดส่วนให้เขาเห็นแบบเต็มตา ทั้งหน้าอก หัวนม แล้วก็... น้องสาวที่เธอหวงแหนแล้วสินะ “ต้อง... ต้องนอนหงายจริงๆ เหรอคะ” “ครับ การนวด Deep Flow ต้องทำทั้งสองด้านเพื่อสมดุลครับ พลิกมาเถอะครับ ผมจะเอาผ้าปิดตาให้ พี่ไหมจะได้ไม่เขิน” เพทายหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมา ม่านไหมกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะกลั้นใจพลิกตัวกลับมานอนหงายอย่างรวดเร็ว สองมือรีบยกขึ้นมาปิดหน้าอกและจุดกลางกายตามสัญชาตญาณ พร้อมกับขาเรียวที่หุบชิดกันแน่น เพทายมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยหัวใจที่เต้นแรง แม้เธอจะพยายามปกปิด แต่เรือนร่างขาวผ่องที่ชุ่มไปด้วยน้ำมันวาววับใต้แสงไฟสลัวนั้นช่างยั่วยวนเกินต้านทาน เขาบรรจงวางผ้าขนหนูผืนเล็กลงบนดวงตาของเธออย่างแผ่วเบา ปิดกั้นการมองเห็น เพื่อเปิดประสาทสัมผัสอื่นให้ตื่นตัวเต็มที่ “วางมือลงข้างตัวนะครับ ผ่อนคลาย ไม่ต้องอายครับ” เสียงคำสั่งแผ่วเบา พร้อมกับสองมือหนาจับข้อมือเธอให้วางแนบลงกับเตียงอย่างนุ่มนวล เมื่อไร้สิ่งปกปิด สองเต้าอวบอิ่มรูปหยดน้ำก็ปรากฏแก่สายตา ยอดถันสีหวานชูชันแข็งขืนเปิดเผยท้าทายสายตา เพทายบีบน้ำมันลงบนฝ่ามืออีกครั้ง ถูจนร้อนฉ่า แล้วทาบลงบนเนินอกอิ่มทั้งสองข้าง “อ๊ะ!” แน่นอนว่ามันทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือก เมื่อฝ่ามือร้อนจัดครอบครองทรวงอกของเธอไว้เต็มอุ้งมือ เขาเริ่มใช้ท้องนิ้วนวดคลึงวนเป็นวงกลม จากฐานอก ไล่ขึ้นมาสู่เนินเนื้อด้านบน ปัดผ่านยอดถันที่ไวต่อสัมผัสซ้ำแล้วซ้ำเล่า “สวย...” เพทายพึมพำเสียงพร่า ราวกับละเมอ “ผมเจอลูกค้าผู้หญิงหลายคน แต่ไม่เคยเห็นลูกค้าคนไหนหน้าอกสวยเท่าพี่ไหมเลยครับ” คำชมโต้งๆ นั้นทำให้ม่านไหมหน้าร้อนผ่าวไปทั้งแถบ แก้มเนียนแดงซ่านลามไปถึงใบหู ร่างกายบิดเร้าด้วยความเสียวซ่านผสมความอาย “พะ...เพทาย... เธออย่าพูดแบบนั้น” “ผมพูดเรื่องจริงครับ หน้าอกพี่ไหมทรงสวย หัวนมชมพู ผิวก็เนียน แล้วก็... ไวต่อความรู้สึกมาก” เขาย้ำคำพูดด้วยการใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้คีบยอดถันทั้งสองข้างเบาๆ แล้วบีบบี้คลึงหยอกเย้า “อ๊ะ... อ๊า...” ม่านไหมเผลอแอ่นอกรับสัมผัสแทนที่จะถอยหนี ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากหัวนมทิ้งดิ่งลงไปที่ท้องน้อย ทำให้ขาเรียวเสียดสีกันไปมาอย่างกระสับกระส่าย เพทายยิ้มมุมปาก เขาละมือจากหน้าอก ลากไล้ฝ่ามือที่ชุ่มน้ำมันลงมาตามหน้าท้องแบนราบ ผ่านสะดือบุ๋ม ลงสู่หน้าท้องน้อยที่กระเพื่อมตามลมหายใจ มือหนานวดเฟ้นวนรอบสะดือช้าๆ เป็นก้นหอย ก่อนจะขยายวงกว้างออกและต่ำลงเรื่อยๆ จนสันมือสัมผัสเข้ากับไรขนอ่อนนุ่มเหนือเนินสาว “อึก...” ม่านไหมกลั้นหายใจ ท้องน้อยแขม่วเกร็งรอรับชะตากรรม นิ้วมือยาวแข็งแรงของเขากรีดกรายผ่านกลีบดอกไม้ฉ่ำน้ำที่ปิดสนิททั้งสองข้าง แม้จะแตะต้องเพียงแผ่วเบาแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล เขาไม่ได้รุกล้ำเข้าไป แต่แค่วนเวียนอยู่ปากทาง... สัมผัสถึงความเปียกชื้นที่ไหลซึมออกมาจนฉ่ำเยิ้ม เพทายหยุดมือ แช่นิ้วไว้ตรงจุดที่เปียกแฉะที่สุด“คุณไปตกลงกับแม่แจงแบบนั้นได้ยังไงคะ แล้วดูสิ... คุณแม่เล่นใหญ่เตรียมจัดโต๊ะรอต้อนรับคุณซะขนาดนั้น แจงอายจัง”“อ้าว ก็ผมเป็นว่าที่ลูกเขยนี่นา ไปกราบฝากเนื้อฝากตัวกับแม่ยายมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วนี่ครับ” ธนนท์หัวเราะร่วน รวบร่างบางเข้ามากอด “อีกอย่าง... ผมเป็นผู้ชายที่ ‘โอเค ดูดี พอไปวัดไปวาได้’ ผมก็ต้องรีบไปทำคะแนนให้แม่ยายรักแม่ยายหลงสิครับ จะได้เอาชนะใจลูกสาวเขาได้”แจงจิตค้อนขวับให้คนเจ้าเล่ห์ที่แกล้งหยิบยกเอาคำพูดของเธอมาล้อเลียน หญิงสาวหมั่นเขี้ยวจนอดไม่ได้ที่จะหยิกเข้าที่เอวสอบไปหนึ่งที “อย่ามาขี้ตู่นะคะคุณนนท์ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย สถานะก็ยังไม่มี”“ปากบอกยังไม่มีสถานะ แต่เมื่อคืนครางเรียกผมว่าผัวขาซะลั่นห้องเลยน้า... แบบนี้เขาเรียกข้ามขั้นไปแล้วต่างหาก”ธนนท์กระตุกยิ้มร้ายกาจพลางรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงหัวเราะสดใสเคล้าไปกับเสียงครางประท้วงอย่างไม่จริงจังดังระงมไปทั่วห้องสวีตหรู ทั้งคู่หยอกล้อคลอเคลียกันบนเตียงกว้างอยู่เนิ่นนาน ทว่าอารมณ์รักที่ยังกรุ่นอยู่ในอกก็พาให้บทรักบทใหม่ปะทุขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง... กว่าจะได้เช็กเอา
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ้าม่านสีทึบเข้ามาภายในห้องสวีตสุดหรู ปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทราค่อยๆ รู้สึกตัว แจงจิตขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาคือความปวดเมื่อยร้าวระบมไปทั้งร่างราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอน แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจกลับพองโตและอบอวลไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหญิงสาวกะพริบตาปรับโฟกัส ภาพแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบและรอยเล็บจางๆ ฝีมือของเธอเอง แขนแกร่งของธนนท์ยังคงตระกองกอดรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ใบหน้าหล่อเหลายามหลับใหลดูผ่อนคลายและไร้พิษสง ผิดกับตอนที่อยู่บนเตียงเมื่อคืนลิบลับแจงจิตลอบยิ้มบางๆ อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาเบาๆครืด... ครืดดด...ทว่าความโรแมนติกยามเช้ากลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เธอสะดุ้งสุดตัว รีบเอื้อมมือไปคว้ามันมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอคุณนายจงกล...ตายล่ะสิ! เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับไปนอนที่คอนโด แถมยังไม่ได้โทรรายงานแม่ด้วยซ้ำ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับน้ำเสีย
“อื้อออ... จะ...แจงเป็นของคุณนนท์แค่คนเดียว... อะ...อ๊าาา...”หญิงสาวครางไม่เป็นภาษา สองขาเรียวตวัดเกี่ยวรัดรอบเอวสอบเพื่อรับแรงกระแทกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เล็บเจลสีนู้ดจิกฝังลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวนชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ถอนแก่นกายออกจนเกือบสุด ก่อนจะพลิกตัวหญิงสาวให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียงอย่างรวดเร็ว จับสะโพกผายให้ยกสูงขึ้นในท่าคลานเข่าภาพบั้นท้ายกลมกลึงที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ผิวขาวเนียนที่ตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้ม ทำเอาธนนท์แทบคลั่ง เขาฝาดฝ่ามือลงบนบั้นท้ายกลมกลึงนั้นเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ก่อนจะจับรั้งเอวคอดไว้แน่น สอดแทรกความแข็งแกร่งสวนกลับเข้าไปจากทางด้านหลังอย่างดุดันทีเดียวมิดด้ามพรวด!“ซี้ดดดส์... ตอดผัวรัวๆ แบบนี้ เมียจ๋าชอบท่านี้มากเลยล่ะสิ”“อ๊ะๆๆ อ๊าาา... ท่านี้เสียวมาก... ผัวขา... เมียเสียวจะตายอยู่แล้ว”แจงจิตซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ครางเสียงอู้อี้ ท่านี้ทำให้เขาสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกที่สุดและกระแทกได้รุนแรงที่สุด หัวหยักของเขากระทบเข้ากับจุดกระสันที่ลึกที่สุดของเธออย่างจังทุกครั้งที่โถมแรงเข้าใส่ชายหนุ่มเร่งจังหวะอัดกระแทกราวกับพายุที่บ้าคลั่ง สะโพกสอบซอ
ติ๊ด!คีย์การ์ดสีทองแตะลงบนเครื่องอ่านหน้าประตูห้องสวีตสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับห้าดาว ทันทีที่บานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกและปิดลง ระบบไฟอัตโนมัติภายในห้องก็สว่างขึ้นในระดับสลัว เผยให้เห็นการตกแต่งที่หรูหราโอ่อ่า โดยเฉพาะกระจกบานกว้างที่มองเห็นแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มตา แสงไฟระยิบระยับจากตึกระฟ้าเบื้องล่างดูงดงามราวกับหมู่ดาวบนดินทว่าสิ่งที่น่าหลงใหลกว่าวิวหลักล้านตรงหน้า คือ... แรงดึงดูดทางเพศที่กำลังปะทุขึ้นระหว่างคนสองคนธนนท์จัดการล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามตรงไปยังมินิบาร์ รินไวน์แดงชั้นเลิศที่ให้พนักงานเตรียมไว้ล่วงหน้าลงในแก้วคริสตัลทรงสูงสองใบ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดซิงก์บลูทูธเข้ากับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ที่บิลต์อินอยู่ภายในห้องสวีตแห่งนี้เพียงเสี้ยววินาที ท่วงทำนองเพลงแจ๊ส แอนด์ โซลที่มีเสียงแซกโซโฟนเย้ายวนก็ดังคลอเคลียไปทั่วบริเวณ จังหวะดนตรีที่เชื่องช้าทว่าหนักแน่น สร้างบรรยากาศให้ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและเซ็กซี่อย่างถึงขีดสุดเขาเดินกลับมาหาแจงจิตที่ยืนใจสั่นอยู่กลางห้อง ยื่นแ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะเนี่ย” แจงจิตเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้วยความโล่งอก ขาที่เคยเกร็งจนสั่นตอนนี้อ่อนเปลี้ยไปหมด “แล้วตกลงคุณเป็นใครกันแน่คะคุณนนท์ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นคุณชายเล็กของป้าศรีไปได้”ธนนท์เดินตามมานั่งลงฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มหล่อร้ายยังคงประดับอยู่บนมุมปาก ชายหนุ่มรินน้ำเปล่าส่งให้เธอเพื่อดับกระหาย ก่อนจะเริ่มเฉลยความจริง“ผมเป็นลูกชายคนเล็กของ ตระกูลนรเศรษฐ์ ตระกูลอสังหาริมทรัพย์ที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละครับ” เขาเอ่ยชื่อตระกูลดังที่แจงจิตคุ้นหูดี “แต่ผมไม่ชอบออกงานสังคม ไม่ชอบบริหารงานบริษัทที่ต้องปั้นหน้าใส่กัน ผมเลยขอแยกตัวออกมาเทรดหุ้นเงียบๆ ปล่อยให้พี่ชายดูแลบริษัทไป ส่วนแม่ของผม... คุณนวลแขที่คุณไปนวดให้ประจำ เธอเป็นเพื่อนสนิทของป้าศรีน่ะครับ”แจงจิตยืนอึ้งตะลึงงันไปอีกระลอก ความบังเอิญที่แสนจะตลกร้ายนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในบทละครน้ำเน่าสักเรื่อง... ทว่าจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามยามสบตาเขา มันกลับยืนยันว่านี่คือความจริงที่แสบสันและเหนือชั้นยิ่งกว่านิยายเรื่องไหนๆ ที่เธอเคยอ่านมาทั้งชีวิต“แต่เดี๋ยวนะคะ” หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “
และแล้ววันเสาร์ที่เธอเฝ้ารอก็มากถึง...หนึ่งทุ่มตรงใจกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี แจงจิตก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีไวน์แดงที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น สวมรองเท้าส้นเข็มสูงห้านิ้ว แต่งหน้าทำผมจัดเต็มตามการสั่งการของคุณนายจงกล ที่ส่งช่างฝีมือหนึ่งมาเนรมิตให้ลูกสาวจนสวยประหารชนิดที่ใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวมองทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยหรูดูแพงนั้น หัวใจของเธอกลับห่อเหี่ยวและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเป้าหมายของเธอในคืนนี้ไม่ใช่การมาดินเนอร์สุดโรแมนติกตามที่แม่วาดฝันไว้ แต่เป็นการมาทำภารกิจ ปฏิเสธลูกชายเพื่อนป้าศรีให้จบๆ ไปเสียที‘น้องหนูอย่างนั้น น้องหนูอย่างนี้... ป้าศรีนะป้าศรี เรียกซะยังกับเรายังอยู่ประถม’ แจงจิตบ่นพึมพำในใจเมื่อนึกถึงคำพรรณนาของแม่สื่อจอมบงการ ป้าศรีเอาแต่ชมเธอให้คุณนายจงกลฟังว่า น้องหนูของป้าขยันอย่างนั้น น่ารักอย่างนี้ จนแม่เธอปลื้มปริ่ม ยอมตกลงรับนัดดูตัวโดยไม่ถามความเห็นลูกสาวสักคำ“เชิญทางนี้เลยครับคุณผู้หญิง ห้องอาหารไพรเวทที่คุณมารศรีจองไว้อยู่ด้านในสุดครับ” พนักงานต้อนรับของห้องอาหารบนรูฟท็อปโรงแรมห้าดาวผายมือเช







