تسجيل الدخولฝ
ก็นั่นแหละฉันอาจจะเข้ากับพ่อเพื่อนสนิทได้ก็แค่เรื่องอย่างว่า ชีวิตจริงของคนเป็นพ่อลูกติดที่อายุเยอะกว่าหนึ่งรอบคงมองว่าเด็กผู้หญิงนั้นช่าง… ไร้สาระสิ้นดี เสียงน้ำมันในกระทะร้อนจัดส่งเสียงเดือดพล่านกระทบประสาท พร้อมกับควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ฉันยืนหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าเตา กำหลิวในมือแน่นเพื่อตั้งสมาธิกับการผัดอาหารมื้อแรกในบ้านหลังนี้ โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเดินเงียบเชียบเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งแผ่นหลังเกือบชนเข้ากับแผงอกกว้างที่โน้มลงมาใกล้ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ ปลายนิ้วหนาแกล้งแตะลงที่ข้อศอกฉันเบาๆ เพื่อลองเชิง "ท่าทางทะมัดทะแมงดีนี่" ด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาประชิดหลังในระยะประชิดแบบไม่มีเสียงฝีเท้า ฉันสะดุ้งสุดตัวจนเผลอเหวี่ยงตะหลิวในมือไปกระทบกับขอบกระทะเหล็กดังสนั่นลั่นครัว "เคร๊ง!!" ฉันรีบผละตัวถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดะนวนด้วยความระแวง รีบหันไปเอ็ดใส่คนตัวโตเสียงกระซิบกระซาบพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างหวาดเสียว "คุณ..ตกใจหมด เข้ามาใกล้เกินไปแล้วค่ะ... แล้วยัยน้ำล่ะ..." คนถูกดุไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังทำหน้าตาระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างฉันด้วยความเจ้าเล่ห์ "ยัยน้ำอยู่ห้องรับแขกโน่น ดูผู้ชายในซีรีส์ตาเป็นมัน... เหมือนเธอเลย ชอบจ้องผู้ชายเหมือนอาหาร" ฉันเม้มปากแน่น หมั่นไส้กับความกวนประสาทของเขาจนต้องตอกกลับนิ่มๆ แต่สายตาวาววับ "พ่อก็ชอบมองผู้หญิงเหมือนขนมเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของชายวัยกลางคน เขาก้าวเท้าเข้ามาเบียดชิดขอบเคาน์เตอร์ครัวจนฉันไม่มีทางหนี มือหนายื่นเข้ามาฉวยจับเอวฉันไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า "เธอนี่มัน... สู้มือดี" ฉันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุดันคู่นั้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทีละน้อย ฉันจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไปตามความรู้สึกที่ค้างคาใจ "พ่อไม่ชอบนิสัยหนูใช่ไหมคะ" แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ลึกซึ้งบาดลึก "ฉันไม่ชอบผู้หญิงเก่งเกินไป เก่งจนไม่สนใจใคร คิดว่าตัวเองอยู่ได้แล้วทิ้งทุกอย่างไป ในวันที่คิดว่าการมีครอบครัวมันไม่ได้ตอบโจทย์ความสุขของตัวเอง" ฉันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งกับคำพูดนั้น ก่อนจะก้มหน้าลงมองพื้นแล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบาเพื่อโต้แย้งความในใจ "...แต่... ทุกคนก็แค่อยากมีความสุขไม่ใช่เหรอคะ" เขานิ่งมองฉันด้วยแววตานิ่งสนิท ปลายนิ้วอุ่นจัดเริ่มลูบไล้ต้นแขนฉันช้าๆ เชิงสั่งสอน "ใช่ ทุกคนอยากมีความสุข... แล้วการมีครอบครัวที่มีความสุข มันเป็นหน้าที่ของใคร พ่อ แม่ หรือว่าลูกล่ะ" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง สมองเริ่มประมวลผลคำถามนั้นก่อนจะตอบเสียงเบาหวิว "ของ... ทุกคนค่ะ" เขาพยักหน้ารับช้าๆ แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งจนเดาอารมณ์ไม่ออก "เธอหัวไวดี... ดีแล้วที่ชอบการมีเซ็กส์แบบไม่ผูกมัด เพราะถ้าเธอไม่ชอบการมีครอบครัว ก็ไม่ควรคบใคร เพราะฉะนั้น... อย่าสร้างครอบครัวถ้ายังไม่พร้อม วันนั้นที่เรามีอะไรกันมันอันตรายมาก เพราะฉันคาดไม่ถึงว่าจะเผลอใจทำกับเธอ... ต่อไปถ้าจะชวนใครมีอะไรกัน... อย่าลืมกินยาคุมซะด้วยล่ะ" ฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีด้วยความอายปนหมั่นไส้ที่โดนสั่งสอนเรื่องบนเตียงหน้าตาเฉย เลยสวนกลับประชดประชันออกไปทันควัน "...ค่ะ!! แต่อาอิฐอายุมากแล้ว... คงไม่ท้องง่ายๆ หรอกค่ะ!" คิ้วหนาของคนฟังกระตุกกึกทันทีกับคำตอบยอกย้อนแสบสันต์นั้น เขากลั้วหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นเขี้ยวพลางส่ายหน้าช้าๆ "เธอนี่มัน..." . . เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นที่โต๊ะอาหาร เมื่อมื้อเที่ยงฝีมือฉันถูกกวาดจนเกลี้ยงจานไม่เหลือแม้แต่น้อย ยัยน้ำทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างคนหนังท้องตึงจนหนังตาหย่อน ก่อนจะปล่อยเสียงเรอออกมาดังลั่นห้องอาหารอย่างไร้ความกุลสตรีโดยไม่เกรงใจผู้เป็นพ่อที่นั่งจิบกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้ามเลยสักนิด น้ำลูบพุงกลมๆ ของตัวเองเบาๆ แล้วส่งเสียงร้องเอิกเกริกออกมาหน้าตาเฉย "เอิ๊กก!" อาเข่งชักสีหน้าใส่ลูกสาวตัวดีทันทีด้วยความระอาใจ น้ำเสียงทุ้มเอ่ยดุแกมหมั่นไส้ "ยัยน้ำ น่าเกลียด" เจ้าตัวแสบทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ ยิ้มแฉ่งจนตาหยีแล้วเถียงกลับเสียงใส "ก็มันอร่อยอะพ่อ! พ่อยังกินซะเกลี้ยงจานเลยเหอะ อูยย อิ่มจนพุงกาง... หนูบอกแล้วว่ายัยนักเลงนี่ทำอาหารเก่งมาก มันชอบเก็บตัวอยู่บ้านไง ก็เลยนั่งเรียนทำอาหารทางยูทูป ดูแป๊บเดียวก็ทำเป็นหมดแล้ว เก่งม้าก! อยากให้อยู่บ้านเดียวกันไปตลอดชีวิตเลยเนี่ย" อาเข่งแค่นหัวเราะในลำคอ ปรายตามองฉันที่ยืนถือจานเปลเดินออกมาจากครัวด้วยหางตา "หึ... อยู่ด้วยกันได้ ปวดหัวตายชัก" น้ำรีบโวยวายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินพ่อพูดแบบนั้น มันยื่นหน้าเข้าไปทำเสียงงอแงใส่ยกใหญ่ "พ่ออ่า! อะไรเนี่ย อย่ามาแขวะเพื่อนรักลูกนะ มันออกจะเรียบร้อย... อ๊ะ หมายถึง ถึงมันจะอยู่บ้านคนเดียว แต่ถ้าปล่อยให้อยู่ลำพังแล้วไปเหยียบตีนใครเข้าจนโดนฆ่าทิ้งคาบ้านขึ้นมา จะทำยังไงเล่า! เพื่อนที่สวยแซ่บแถมสู้มือขนาดนี้ หนูจะไปหาจากที่ไหนได้อีก!" คนเป็นพ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับความพูดมากของลูกสาวตัวดี ปลายจมูกพ่นลมพรืดอย่างเหลืออด ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเข้มตัดบทสนทนา "ไปล้างจานเลยไป พูดมากอยู่ได้ "ได้เล้ย!" ยัยน้ำยักไหล่ใส่แบบไม่สะทกสะท้าน รีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วตอบรับเสียงระรื่นก่อนจะเดินลอยชายหายเข้าครัวไปฉันไม่อยากอยู่กับเขาสองต่อสองตอนนี้จึงเดินตามเข้าครัวไปด้วย ยัยน้ำล้างจานฉันจัดการเก็บกวาดข้าวของบนเคาน์เตอร์ด้วยความรู้สึกที่ยังปั่นป่วนอยู่ในอก น้ำหันมากระซิบกระซาบเสียงกลั้วหัวเราะเพื่อไม่ให้คนข้างนอกได้ยิน "หมอน แกอย่าคิดมากเรื่องพ่อฉันเลยนะ เขาชอบแกล้งกวนไปงั้นแหละ ความจริงเป็นตาแก่ที่รักครอบครัวมากเลยนะ แบบพ่อไมโครเวฟอ้ะ~" ฉันแค่นหัวเราะหึๆ ออกมาทันที นึกถึงหน้าดุๆ กับคำพูดจิกกัดของอาเข่งเมื่อครู่แล้วอดค่อนขอดไม่ได้ "อุ่นจนไฟลุกละสิไม่ว่า... พ่อเธอดูจะไม่ชอบผู้หญิงแบบฉันสุดๆ ไปเลยเหอะ" น้ำส่ายหน้าหวือ รีบโบกมือปฏิเสธพัลวันแววตาเป็นประกายจริงจัง "ชอบสิ! พ่อฉันชอบผู้หญิงสวย มั่น แล้วก็เก่งจะตาย... แม่ฉันก็เก่งนะ แต่แม่ไม่ชอบเรื่องงานบ้านเลยสักอย่าง ไม่ชอบดูแลเด็กด้วย แกปวดหัว แถมยังทำอาหารไม่เป็นเอาซะเลย หน้าที่ทั้งหมดที่แม่ไม่อยากทำ พ่อก็เลยเหมาทำทั้งหมด เห็นเก๊กหล่อมาเฟียเท่ระเบิดแบบนั้นน่ะ... จริงๆ แล้วพ่อคือแจ๋วประจำบ้านเลยนะ ทำมันทุกอย่างในบ้านเลย แต่เสียดายอย่างเดียว... ทำกับข้าวไม่ค่อยจะอร่อยเท่าไหร่ ยกเว้นเมนูไข่นี่แหละที่พอไหว" ฉันเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความประหลาดใจ นึกภาพชายวัยกลางคนมาLเก๊กขรึมใส่แต่ต้องมาคอยกวาดบ้านทำความสะอาดไม่ออกจริงๆ "ลุคมาเฟียแบบนั้นอะนะ..." น้ำพยักหน้ารับหงึกหงักยืนยันเสียงแข็ง "อื้อ! จริงๆ" ฉันพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ..." รอยยิ้มบนใบหน้าของเพื่อนสนิทจางลงเล็กน้อย แววตาฉายแววอ่อนโยนและจริงจังขึ้นเมื่อพูดถึงครอบครัว "ใช่ไหมล่ะ... ถึงจะดูหัวโบราณกวนประสาทไปหน่อย แต่แกอย่าถือสาเขาเลยนะ เขารักฉันมากกกก... ตามใจและพยายามเพื่อฉันทุกอย่าง แล้วฉันก็รักพ่อมากเหมือนกัน ที่ผ่านมาที่ฉันคอยห้ามไม่ให้แกมีแม่ใหม่ ไม่ใช่เพราะงี่เง่าหรอกนะ... แค่เข้าใจว่าคนเราโตขึ้นก็อยากมีใครสักคนคอยเคียงข้าง แต่ฉันกลัว... กลัวว่าถ้ามีคนใหม่เข้ามาแล้วพ่อจะไม่ความสุขเหมือนตอนที่สร้างครอบครัวกับแม่..." บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกตีรวนขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อได้ยินมุมที่อ่อนโยนและเปราะบางของเพื่อนรัก ฉันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปตบไหล่มันเบาๆ แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจที่สุด "...อืม ฉัน... เข้าใจแล้ว"บรรยากาศยามดึกสงัดปกคลุมไปทั่วบ้านหลังใหญ่ ความเงียบงันยิ่งขับเน้นให้เสียงเข็มนาฬิกาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงนุ่มในห้องนอนแขก พยายามข่มตาหลับเท่าไหร่ก็ทำไม่สำเร็จ... ตกดึก… นอน... ไม่... หลับ!! ฉันลืมตาโพรงขึ้นท่ามกลางความมืด พลคิดในใจด้วยความหงุดหงิดระคนสับสน แปลกที่เหรอ? บ้าน่า... ครั้งก่อนตอนที่มานอนค้างที่นี่ก็ยังนอนได้ปกติดีทุกครั้ง ทำไมพอมีพ่อเพื่อนอยู่ร่วมชายคาด้วยมันถึงได้ฟุ้งซ่านจนข่มตาไม่ลงแบบนี้ ปกติก็บ้าแล้วล่ะ! นั่นมันพ่อของเพื่อนสนิท... แถมยังเป็นผู้ชายคนแรกที่เปิดซิงฉัน เป็นคนที่ทำให้โลกทั้งใบและชีวิตเซ็กส์กับชีวิตจริงกลับตาลปัตรราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ถึงอย่างนั้น หัวใจเจ้ากรรมก็เอาแต่คิดถึงภาพรอยยิ้มกวนประสาทและสัมผัสร้อนระอุของคนแก่ขี้บ่นคนนั้นไม่ยอมหยุด คร่อกก... ฟี้... เสียงกรนเบาๆ ของยัยน้ำที่นอนอยู่เตียงข้างๆ ดังลอดออกมาเป็นระยะ ทำเอาฉันได้แต่กัดปากหมั่นไส้ โหย... ยัยน้ำ กินอิ่มแล้วก็นอนหลับเอาเป็นเอาตาย น่าอิจฉาชะมัด จ้อกก... เสียงท้องร้องโครมครามดังประท้วงขึ้นท่ามกลางความเงียบ หิว... บ้าชะมัด! เมื่อเย็นมัวแต่เกร็งจนกินข้าว
ฝก็นั่นแหละฉันอาจจะเข้ากับพ่อเพื่อนสนิทได้ก็แค่เรื่องอย่างว่า ชีวิตจริงของคนเป็นพ่อลูกติดที่อายุเยอะกว่าหนึ่งรอบคงมองว่าเด็กผู้หญิงนั้นช่าง…ไร้สาระสิ้นดีเสียงน้ำมันในกระทะร้อนจัดส่งเสียงเดือดพล่านกระทบประสาท พร้อมกับควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ฉันยืนหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าเตา กำหลิวในมือแน่นเพื่อตั้งสมาธิกับการผัดอาหารมื้อแรกในบ้านหลังนี้ โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเดินเงียบเชียบเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งแผ่นหลังเกือบชนเข้ากับแผงอกกว้างที่โน้มลงมาใกล้เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ ปลายนิ้วหนาแกล้งแตะลงที่ข้อศอกฉันเบาๆ เพื่อลองเชิง "ท่าทางทะมัดทะแมงดีนี่"ด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาประชิดหลังในระยะประชิดแบบไม่มีเสียงฝีเท้า ฉันสะดุ้งสุดตัวจนเผลอเหวี่ยงตะหลิวในมือไปกระทบกับขอบกระทะเหล็กดังสนั่นลั่นครัว"เคร๊ง!!"ฉันรีบผละตัวถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดะนวนด้วยความระแวง รีบหันไปเอ็ดใส่คนตัวโตเสียงกระซิบกระซาบพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างหวาดเสียว "คุณ..ตกใจหมด เข้ามาใกล้เกินไปแ
วัยสาวที่กำลังอยากรู้อยากลองและมีความต้องการล้นปรี่ ทำให้ไฟพิศวาสที่ซ่อนอยู่ภายในพุ่งพล่านจนความอยากทะยานขึ้นถึงขีดสุด ยิ่งคิดถึงสัมผัสร้อนระอุในคืนนั้นและเงาร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ประสาทสัมผัสทุกส่วนก็ยิ่งตื่นตัวและโหยหาอย่างหนักหน่วงช่วงนี้เวลาที่ฉันแวะมาที่บ้านของน้ำ บรรยากาศมันช่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจจนหัวใจแทบวาย ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความลับและสายตาคมกริบที่แอบลอบมองกันอย่างมีความหมายทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ฉันก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของเขานั่งไขว่ห้างอ่านหนังสืออยู่บนโซฟารับแขก ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองนิ่งๆ จนฉันต้องรีบหลบสายตาด้วยความร้อนตัวในจังหวะเดียวกันนั้น ยัยน้ำก็เดินถือจานผลไม้เข้ามาพอดี มันหันไปมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความแปลกใจระคนสงสัย"อ้าว พ่อทำไมช่วงนี้อยู่บ้านตลอดเลย" น้ำเอ่ยถามเสียงใสร่างสูงละสายตาจากหนังสือ ปรายตามองลูกสาวด้วยแววตาเฉยชาแกมเอ็นดู "นี่บ้านฉันนะ อยู่ไม่ได้เรอะ"น้ำทำหน้ายู่ใส่ทันที เดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเอ่ยแซวด้วยความสนิทสนม "แต่สาวๆ เขาจะอยู่กันตามประสาวัยสะรุ่น บุรุษเพศสูงวัยมันไม่เข้
หลังจากผ่านพ้นความวุ่นวายและเรื่องราวบ้าๆ บอๆ ที่มหาลัย ยัยน้ำก็คะยั้นคะยอให้ฉันมานอนค้างที่บ้านของมันด้วยความเป็นห่วงกลัวฉันจะคิดมากหรือเกิดเรื่องร้ายขึ้นอีก ปฏิเสธยังไงก็ไม่ยอม สุดท้ายฉันเลยต้องยอมหิ้วกระเป๋าตามมันมานอนที่บ้านหลังโตบรรยากาศร่มรื่นของครอบครัวมัน ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบ้านหลังใหญ่ในยามดึกสงัด ฉันที่นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงด้วยความกระสับกระส่ายเกิดอาการคอแห้งผากจนทนไม่ไหว ตัดสินใจลุกขึ้นเดินงัวเงียคลำทางลงมาจากห้องนอนแขกชั้นบนเพื่อหาอะไรดื่มแก้กระหายในครัวชั้นล่าง แสงไฟสลัวสีส้มจากตู้เย็นส่องสว่างขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูออก เล็งหยิบขวดน้ำเย็นจัดขึ้นมาเปิดดื่มอึกใหญ่จนชื่นใจ หายร้อนผ่าวไปทั่วลำคอ แต่ในจังหวะที่ฉันดื่มน้ำเสร็จแล้วหมุนตัวกลับหลังเพื่อจะเดินขึ้นห้องนั้นเอง... เงาทะมึนของใครบางคนยืนซ้อนทบบดบังความมืดอยู่ด้านหลังในระยะประชิด! ด้วยความตกใจกลัวจนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องคิด ฉันเงื้อมมือเตรียมจะคว้าขวดน้ำหรือข้าวของใกล้มือปาใส่หน้าอีกฝ่ายให้เต็มแรง พร้อมกับหวีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก "เฮื้อกก!! คุณเป็นใ
ฉันจัดการปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออก ยื่นมือไปปลดตะขอเสื้อชั้นในตัวจิ๋วเหวี่ยงทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย เผยเต้างามอวบอิ่มที่กำลังชูชัน ไม่รอช้า ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาบีบขยำเต้าทรงของตัวเองอย่างแรงด้วยความหมั่นเขี้ยว ทั้งบี้ ทั้งขยี้หัวนมจนมันแดงก่ำด้วยความเสียวซ่าน"ส... เสียว หัวนมแข็งมากเลยอื้อออ..."ฉันครางกระเส่าออกมาเสียงสั่น จากนั้นฉันก็จัดการถลกกระโปรงนักศึกษาทรงแคบขึ้นไปกองไว้บนเอวขาวผ่อง แต่แทนที่จะถอดกางเกงในออก ฉันกลับเลือกที่จะใช้นิ้วเกี่ยวขอบกางเกงในลูกไม้ตัวบางดึงรั้งมันไปไว้ด้านข้างที่ข้อเท้าข้างหนึ่ง เผยให้เห็นกลีบอูมสีชมพูฉ่ำที่ตอนนี้มีน้ำหล่อลื่นใสๆ เยิ้มไหลออกมาจนเปียกแฉะเพราะความร่านที่สะสมมานานจากพิษความคิดถึงฉันจัดการทิ้งตัวลงนอนแยกขาอ้ากว้างนอนหลับตาเปิดทางให้จินตนาการที่โหยหาถึงใครบางคนได้วาดภาพสำรวจเรือนร่างอย่างเต็มที่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือเปิดคลิปโป๊เพื่อบิ้วต์อารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก เสียงครางกระเส่าจากในจอผสานกับเสียงหอบหายใจของฉันทำบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความร่านนิ้วเรียวชุ่มน้ำเงี่ยนกดลงไปขยี้เม็ดเสียวบวมเป่งของตัวเองทันที แรงบี้แรงขยี้ที่เน้
"ปึ้งงงง!"เสียงตบโต๊ะดังสนั่นลั่นห้องเรียนจนข้าวของบนโต๊ะสั่นสะเทือน ตามด้วยเสียงกรีดแหลมปรี๊ดของยัยดาวที่ผุดลุกขึ้นยืนจ้องหน้าฉันด้วยความตกใจปนโกรธจัด"กรี้ดดด เป็นบ้าอะไรของแกห้ะยัยหมอน!" ยัยดาวแผดเสียงลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล พลอยทำให้เพื่อนๆ ทั้งห้องหันมามองเป็นตาเดียวกันฉันแค่นหัวเราะในลำคอ ส่งสายตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันไปให้มัน "อีบ้าตัวไหนเรียกผู้ชายมารุมโทรมฉัน"ยัยดาวสะดุ้งเฮือก สีหน้าถอดสีทันทีด้วยความร้อนตัว รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "หะ..จะ..จะบ้าเหรอ ใครมันจะบ้าทำเรื่องแบบนั้น"เพื่อนในกลุ่มของมันที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบช่วยเสริมทัพทันทีด้วยน้ำเสียงเลิกลั่ก "ใช่จะมีใครทำเรื่องบ้าแบบนั้น พวกฉันไม่ได้โง่พอจะทิ้งอนาคตเพราะคนบ้าแบบเธอหรอกนะ"ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเลิกลั่กของพวกมัน ชักสีหน้าเย็นชาใส่ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาด "ถ้าคิดได้แบบนั้นก็ดีสิ แต่อย่าให้มีอีกครั้งนี้ฉันไม่แจ้งความแต่ถ้ามีอีกฉันจะเล่นให้หมดอนาคตไปเลย"พูดจบฉันก็สะบัดหน้าหนี ไม่รอให้พวกมันได้แก้ตัวต่อ เดินดุ่มๆ ตรงมาที่โต๊ะของตัวเอง ยัยน้ำที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วอ้าปากค้าง







