INICIAR SESIÓNวัยสาวที่กำลังอยากรู้อยากลองและมีความต้องการล้นปรี่ ทำให้ไฟพิศวาสที่ซ่อนอยู่ภายในพุ่งพล่านจนความอยากทะยานขึ้นถึงขีดสุด ยิ่งคิดถึงสัมผัสร้อนระอุในคืนนั้นและเงาร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ประสาทสัมผัสทุกส่วนก็ยิ่งตื่นตัวและโหยหาอย่างหนักหน่วง
ช่วงนี้เวลาที่ฉันแวะมาที่บ้านของน้ำ บรรยากาศมันช่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจจนหัวใจแทบวาย ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความลับและสายตาคมกริบที่แอบลอบมองกันอย่างมีความหมาย ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ฉันก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของเขานั่งไขว่ห้างอ่านหนังสืออยู่บนโซฟารับแขก ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองนิ่งๆ จนฉันต้องรีบหลบสายตาด้วยความร้อนตัว ในจังหวะเดียวกันนั้น ยัยน้ำก็เดินถือจานผลไม้เข้ามาพอดี มันหันไปมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความแปลกใจระคนสงสัย "อ้าว พ่อทำไมช่วงนี้อยู่บ้านตลอดเลย" น้ำเอ่ยถามเสียงใส ร่างสูงละสายตาจากหนังสือ ปรายตามองลูกสาวด้วยแววตาเฉยชาแกมเอ็นดู "นี่บ้านฉันนะ อยู่ไม่ได้เรอะ" น้ำทำหน้ายู่ใส่ทันที เดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเอ่ยแซวด้วยความสนิทสนม "แต่สาวๆ เขาจะอยู่กันตามประสาวัยสะรุ่น บุรุษเพศสูงวัยมันไม่เข้าพวกนา~" โป๊กก! "โอ๊ยย มะเหงกบุพการี! เจ๊บ!" น้ำร้องลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ หลังโดนคุณพ่อตัวดีดีดเข้าให้เต็มรัก พ่อเหล่ตามองลูกสาวตัวแสบอย่างหมั่นเขี้ยว "เดี๋ยวจะโดนอีก" น้ำแยกเขี้ยวใส่เบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย "ไม่ไปทำงานเร๊อะ" ผู้เป็นพ่อถอนหายใจเบาๆ วางหนังสือลงบนโต๊ะ "ก็ทำทุกวัน ถ้าไม่ทำจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าของฟุ่มเฟือยของลูกสาวเล่า" น้ำฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี รีบขยับเข้าไปเกาะแขนออดอ้อนยกใหญ่ "โอ้ ขยันมาก ดีมากเล้ย" ฉันที่ยืนกอดอกมองภาพความสนิทสนมของสองพ่อลูกอยู่เงียบๆ เผลอหลุดเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ ท่ามกลางความตื่นเต้นที่ตีรวนอยู่ในอก "คิกๆๆ..." น้ำหันขวับมามองฉันทันที หรี่ตาลงอย่างจับผิด "ขำอะไรยัยหมอน" ฉันรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน หัวใจเต้นโครมครามด้วยความร้อนตัวกลัวมีพิรุธ "เปล่า... ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้น่ะ" สองพ่อลูกหันมามองหน้าฉันเหมือนพวกจิ๊กโก๋ฝาแฝด ท่าทางกวนๆ และแววตาคมคายคู่นั้นถอดแบบกันมาเป๊ะๆ ยัยน้ำที่สวยสูงห่ามและมีความมั่นใจล้นเหลือขนาดนั้น... ไม่ต้องสงสัยเลยว่าได้เชื้อความดุดันและทรงเสน่ห์มาจากใคร ถึงว่าล่ะ... ทำไมตอนที่สบตากันครั้งแรกในคืนนั้น ฉันถึงรู้สึกวางใจและยอมปล่อยให้ตัวเองตกเป็นของเขาอย่างง่ายดาย ก็เพราะผู้ชายคนนี้นี่เองที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอความร้ายกาจนี้มาให้ลูกสาวแบบไม่มีผิดเพี้ยน บรรยากาศในห้องรับแขกคุกกรุ่นไปด้วยแรงปะทะคารมที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด ทุกคำพูดที่สวนกลับไปมาไม่มีใครยอมใคร แววตาสองคู่จ้องมองกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ท่ามกลางความตื่นเต้นเร้าใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของคู่กัดตัวฉกาจ ยัยน้ำเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "พ่อ" ผู้เป็นพ่อปรายตามองนิ่งๆ ด้วยความกวนประสาท "ว่าไง" ลูกสาวตัวดีรีบเปิดประเด็นต่อทันที "หนูกับยัยหมอนจะเรียนจบแล้ว จะไปฝึกงานที่ไหนดีอ้ะ" คนตัวโตสวนกลับหน้าตาเฉย "บริษัทพ่อไง" น้ำทำหน้ายู่ใส่ทันทีด้วยความขัดใจ "พ่อไม่มีบริษัท มีแต่บ่อนต่างหากล่ะ" ผู้เป็นพ่อตอบหน้าตาย "บริษัทเพื่อนพ่อไง" "โหย อาเรย์จุกจิกจู้จี้ขี้บ่นจะตาย ชาตินี้ก็ไม่ไปหรอก" ยัยน้ำเบะปากส่ายหน้าหวืออย่างรังเกียจ ชายวัยกลางคนพ่นลมหายใจอย่างนึกระอา ก่อนจะเบนสายตาคมกริบมาจิกกัดฉันตรงๆ "เรื่องมากจัง..เธอล่ะได้ที่ฝึกงานหรือยัง" ฉันเชิดหน้าตอบเสียงเรียบเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม "หนู..ยังไงก็ได้เพราะเรียนจบก็ไม่ไปสมัครงานอยู่ดีก็เลยตามใจน้ำน่ะค่ะ" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเย้ยหยันกลับมาทันควันอย่างหมั่นไส้ "เป็นลูกคุณหนูเหรอไม่ทำงานก็อยู่ได้" ฉันสวนกลับทันควัน สบตาเขาอย่างท้าทายไม่มียอมแพ้ "บ้านหนูไม่รวยค่ะแต่หนูเก่งหนูทำงานอยู่กับบ้านได้" เขายิ้มมุมปากเยาะๆ อย่างกวนประสาท "ไม่เบื่อหรือไงทำงานคนเดียวในบ้านเป็นวัยรุ่นที่มีความคิดที่น่าเบื่อดี" ฉันเชิดใส่ด้วยความอวดดี "หนูจะเลือกสิ่งที่หนูชอบไม่ใช่เลือกสิ่งที่คนอื่นบอกว่าควรทำ" เขาสวนกลับสั้นๆ ด้วยแววตานิ่งสนิท "ประหลาดดี" น้ำที่นั่งอยู่ตรงกลางเริ่มสังเกตเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากคนทั้งคู่ เลยรีบโพล่งแทรกขึ้นมาทันทีเพื่อเบรกศึก "ซาต๊อป!! สองคนนี้ทะเลาะกันอยู่หรือเปล่าเอ่ย~" เขาตีหน้าตายปฏิเสธหน้าตาเฉย "เปล่านี่" ยัยน้ำหรี่ตามองคาดโทษ "พ่อหาเรื่องเพื่อนลูกสาวเหรอ แก่แล้วนะอย่าแกล้งเด็กซี้" อาเข่งสวนกลับเสียงดุ "เพ้อเจ้อน่ายัยน้ำ" น้ำพูดยิ้มๆ ประชดประชัน "เพื่อนหนูทำอาหารเก่งน้าง้อมันหน่อยเร้วเราสองคนพ่อลูกจะได้สบายไงไม่ต้องสั่งมากิน" สายตาดุดันกวาดมองสำรวจเรือนร่างฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามกึ่งกวนประสาท "หน้าตาแบบนี้เหรอทำอาหารได้" ฉันร้องประท้วงเสียงแข็งเมื่อโดนสบประมาทฝีมือ "คุณพ่อคะ" ยัยน้ำรีบเบรกเสียงดังลั่นหู "หยู้ดดดด อย่าเถียงก๊าน" ฉันหันไปแหวใส่เพื่อนสนิทเพื่อหาทางปลีกตัวหนีสายตาร้อนแรง "น้ำครัวอยู่ไหน" ยัยน้ำทำท่าทางตื่นเต้นเว่อร์วัง "กรี๊ดดด องค์เจ้าแม่เชฟกระทะรั่วประทับแล้ว" "หนวกหูน่ายัยน้ำ” เสียงทุ้มดุลูกสาวเบาๆ แต่ดวงตาคมกริบกลับพราวระยับด้วยความท้าทาย มองตามแผ่นหลังของฉันที่สะบัดตัวเดินกระแทกเท้าหนีเข้าครัวไปด้วยความหงุดหงิดบรรยากาศยามดึกสงัดปกคลุมไปทั่วบ้านหลังใหญ่ ความเงียบงันยิ่งขับเน้นให้เสียงเข็มนาฬิกาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงนุ่มในห้องนอนแขก พยายามข่มตาหลับเท่าไหร่ก็ทำไม่สำเร็จ... ตกดึก… นอน... ไม่... หลับ!! ฉันลืมตาโพรงขึ้นท่ามกลางความมืด พลคิดในใจด้วยความหงุดหงิดระคนสับสน แปลกที่เหรอ? บ้าน่า... ครั้งก่อนตอนที่มานอนค้างที่นี่ก็ยังนอนได้ปกติดีทุกครั้ง ทำไมพอมีพ่อเพื่อนอยู่ร่วมชายคาด้วยมันถึงได้ฟุ้งซ่านจนข่มตาไม่ลงแบบนี้ ปกติก็บ้าแล้วล่ะ! นั่นมันพ่อของเพื่อนสนิท... แถมยังเป็นผู้ชายคนแรกที่เปิดซิงฉัน เป็นคนที่ทำให้โลกทั้งใบและชีวิตเซ็กส์กับชีวิตจริงกลับตาลปัตรราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ถึงอย่างนั้น หัวใจเจ้ากรรมก็เอาแต่คิดถึงภาพรอยยิ้มกวนประสาทและสัมผัสร้อนระอุของคนแก่ขี้บ่นคนนั้นไม่ยอมหยุด คร่อกก... ฟี้... เสียงกรนเบาๆ ของยัยน้ำที่นอนอยู่เตียงข้างๆ ดังลอดออกมาเป็นระยะ ทำเอาฉันได้แต่กัดปากหมั่นไส้ โหย... ยัยน้ำ กินอิ่มแล้วก็นอนหลับเอาเป็นเอาตาย น่าอิจฉาชะมัด จ้อกก... เสียงท้องร้องโครมครามดังประท้วงขึ้นท่ามกลางความเงียบ หิว... บ้าชะมัด! เมื่อเย็นมัวแต่เกร็งจนกินข้าว
ฝก็นั่นแหละฉันอาจจะเข้ากับพ่อเพื่อนสนิทได้ก็แค่เรื่องอย่างว่า ชีวิตจริงของคนเป็นพ่อลูกติดที่อายุเยอะกว่าหนึ่งรอบคงมองว่าเด็กผู้หญิงนั้นช่าง…ไร้สาระสิ้นดีเสียงน้ำมันในกระทะร้อนจัดส่งเสียงเดือดพล่านกระทบประสาท พร้อมกับควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ฉันยืนหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าเตา กำหลิวในมือแน่นเพื่อตั้งสมาธิกับการผัดอาหารมื้อแรกในบ้านหลังนี้ โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเดินเงียบเชียบเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งแผ่นหลังเกือบชนเข้ากับแผงอกกว้างที่โน้มลงมาใกล้เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ ปลายนิ้วหนาแกล้งแตะลงที่ข้อศอกฉันเบาๆ เพื่อลองเชิง "ท่าทางทะมัดทะแมงดีนี่"ด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาประชิดหลังในระยะประชิดแบบไม่มีเสียงฝีเท้า ฉันสะดุ้งสุดตัวจนเผลอเหวี่ยงตะหลิวในมือไปกระทบกับขอบกระทะเหล็กดังสนั่นลั่นครัว"เคร๊ง!!"ฉันรีบผละตัวถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดะนวนด้วยความระแวง รีบหันไปเอ็ดใส่คนตัวโตเสียงกระซิบกระซาบพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างหวาดเสียว "คุณ..ตกใจหมด เข้ามาใกล้เกินไปแ
วัยสาวที่กำลังอยากรู้อยากลองและมีความต้องการล้นปรี่ ทำให้ไฟพิศวาสที่ซ่อนอยู่ภายในพุ่งพล่านจนความอยากทะยานขึ้นถึงขีดสุด ยิ่งคิดถึงสัมผัสร้อนระอุในคืนนั้นและเงาร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ประสาทสัมผัสทุกส่วนก็ยิ่งตื่นตัวและโหยหาอย่างหนักหน่วงช่วงนี้เวลาที่ฉันแวะมาที่บ้านของน้ำ บรรยากาศมันช่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจจนหัวใจแทบวาย ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความลับและสายตาคมกริบที่แอบลอบมองกันอย่างมีความหมายทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ฉันก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของเขานั่งไขว่ห้างอ่านหนังสืออยู่บนโซฟารับแขก ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองนิ่งๆ จนฉันต้องรีบหลบสายตาด้วยความร้อนตัวในจังหวะเดียวกันนั้น ยัยน้ำก็เดินถือจานผลไม้เข้ามาพอดี มันหันไปมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความแปลกใจระคนสงสัย"อ้าว พ่อทำไมช่วงนี้อยู่บ้านตลอดเลย" น้ำเอ่ยถามเสียงใสร่างสูงละสายตาจากหนังสือ ปรายตามองลูกสาวด้วยแววตาเฉยชาแกมเอ็นดู "นี่บ้านฉันนะ อยู่ไม่ได้เรอะ"น้ำทำหน้ายู่ใส่ทันที เดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเอ่ยแซวด้วยความสนิทสนม "แต่สาวๆ เขาจะอยู่กันตามประสาวัยสะรุ่น บุรุษเพศสูงวัยมันไม่เข้
หลังจากผ่านพ้นความวุ่นวายและเรื่องราวบ้าๆ บอๆ ที่มหาลัย ยัยน้ำก็คะยั้นคะยอให้ฉันมานอนค้างที่บ้านของมันด้วยความเป็นห่วงกลัวฉันจะคิดมากหรือเกิดเรื่องร้ายขึ้นอีก ปฏิเสธยังไงก็ไม่ยอม สุดท้ายฉันเลยต้องยอมหิ้วกระเป๋าตามมันมานอนที่บ้านหลังโตบรรยากาศร่มรื่นของครอบครัวมัน ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบ้านหลังใหญ่ในยามดึกสงัด ฉันที่นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงด้วยความกระสับกระส่ายเกิดอาการคอแห้งผากจนทนไม่ไหว ตัดสินใจลุกขึ้นเดินงัวเงียคลำทางลงมาจากห้องนอนแขกชั้นบนเพื่อหาอะไรดื่มแก้กระหายในครัวชั้นล่าง แสงไฟสลัวสีส้มจากตู้เย็นส่องสว่างขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูออก เล็งหยิบขวดน้ำเย็นจัดขึ้นมาเปิดดื่มอึกใหญ่จนชื่นใจ หายร้อนผ่าวไปทั่วลำคอ แต่ในจังหวะที่ฉันดื่มน้ำเสร็จแล้วหมุนตัวกลับหลังเพื่อจะเดินขึ้นห้องนั้นเอง... เงาทะมึนของใครบางคนยืนซ้อนทบบดบังความมืดอยู่ด้านหลังในระยะประชิด! ด้วยความตกใจกลัวจนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องคิด ฉันเงื้อมมือเตรียมจะคว้าขวดน้ำหรือข้าวของใกล้มือปาใส่หน้าอีกฝ่ายให้เต็มแรง พร้อมกับหวีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก "เฮื้อกก!! คุณเป็นใ
ฉันจัดการปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออก ยื่นมือไปปลดตะขอเสื้อชั้นในตัวจิ๋วเหวี่ยงทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย เผยเต้างามอวบอิ่มที่กำลังชูชัน ไม่รอช้า ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาบีบขยำเต้าทรงของตัวเองอย่างแรงด้วยความหมั่นเขี้ยว ทั้งบี้ ทั้งขยี้หัวนมจนมันแดงก่ำด้วยความเสียวซ่าน"ส... เสียว หัวนมแข็งมากเลยอื้อออ..."ฉันครางกระเส่าออกมาเสียงสั่น จากนั้นฉันก็จัดการถลกกระโปรงนักศึกษาทรงแคบขึ้นไปกองไว้บนเอวขาวผ่อง แต่แทนที่จะถอดกางเกงในออก ฉันกลับเลือกที่จะใช้นิ้วเกี่ยวขอบกางเกงในลูกไม้ตัวบางดึงรั้งมันไปไว้ด้านข้างที่ข้อเท้าข้างหนึ่ง เผยให้เห็นกลีบอูมสีชมพูฉ่ำที่ตอนนี้มีน้ำหล่อลื่นใสๆ เยิ้มไหลออกมาจนเปียกแฉะเพราะความร่านที่สะสมมานานจากพิษความคิดถึงฉันจัดการทิ้งตัวลงนอนแยกขาอ้ากว้างนอนหลับตาเปิดทางให้จินตนาการที่โหยหาถึงใครบางคนได้วาดภาพสำรวจเรือนร่างอย่างเต็มที่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือเปิดคลิปโป๊เพื่อบิ้วต์อารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก เสียงครางกระเส่าจากในจอผสานกับเสียงหอบหายใจของฉันทำบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความร่านนิ้วเรียวชุ่มน้ำเงี่ยนกดลงไปขยี้เม็ดเสียวบวมเป่งของตัวเองทันที แรงบี้แรงขยี้ที่เน้
"ปึ้งงงง!"เสียงตบโต๊ะดังสนั่นลั่นห้องเรียนจนข้าวของบนโต๊ะสั่นสะเทือน ตามด้วยเสียงกรีดแหลมปรี๊ดของยัยดาวที่ผุดลุกขึ้นยืนจ้องหน้าฉันด้วยความตกใจปนโกรธจัด"กรี้ดดด เป็นบ้าอะไรของแกห้ะยัยหมอน!" ยัยดาวแผดเสียงลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล พลอยทำให้เพื่อนๆ ทั้งห้องหันมามองเป็นตาเดียวกันฉันแค่นหัวเราะในลำคอ ส่งสายตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันไปให้มัน "อีบ้าตัวไหนเรียกผู้ชายมารุมโทรมฉัน"ยัยดาวสะดุ้งเฮือก สีหน้าถอดสีทันทีด้วยความร้อนตัว รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "หะ..จะ..จะบ้าเหรอ ใครมันจะบ้าทำเรื่องแบบนั้น"เพื่อนในกลุ่มของมันที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบช่วยเสริมทัพทันทีด้วยน้ำเสียงเลิกลั่ก "ใช่จะมีใครทำเรื่องบ้าแบบนั้น พวกฉันไม่ได้โง่พอจะทิ้งอนาคตเพราะคนบ้าแบบเธอหรอกนะ"ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเลิกลั่กของพวกมัน ชักสีหน้าเย็นชาใส่ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาด "ถ้าคิดได้แบบนั้นก็ดีสิ แต่อย่าให้มีอีกครั้งนี้ฉันไม่แจ้งความแต่ถ้ามีอีกฉันจะเล่นให้หมดอนาคตไปเลย"พูดจบฉันก็สะบัดหน้าหนี ไม่รอให้พวกมันได้แก้ตัวต่อ เดินดุ่มๆ ตรงมาที่โต๊ะของตัวเอง ยัยน้ำที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วอ้าปากค้าง







