Share

ซ่อนตัว

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2026-03-03 02:09:29

รั่วซีเลือกกิ่งไม้ที่พอจะรับน้ำหนักของนางและน้องชายได้ จากนั้นก็ใช้ผ้าคาดเอวของตนเองผูกร่างของนางและน้องชายเอาไว้กับลำต้นไม้ เพื่อไม่ให้ร่างตกลงไปข้างล่าง

“ท่านเองก็ทำด้วย เผื่อจะเผลอหลับจะได้ไม่ตกลงไป”

“ดะ ได้” เขาเองก็แปลกใจไม่น้อยที่น้องสาวดูจะเฉลียวฉลาดขึ้น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาสนใจตรวจสอบความฉลาดของน้องสาว

รั่วซีต้องกระซิบปลอบเด็กน้อยที่เสียขวัญจนเกือบจะร้องไห้ออกมาไม่ให้ส่งเสียง ไม่นานความเจ็บปวดที่หัวก็ทำให้นางเกือบจะเป็นฝ่ายร้องโวยวายขึ้นมาเสียเอง

นางต้องกัดฟันแน่น เพื่อข่มความเจ็บปวดเอาไว้ พี่ชายที่อยู่กิ่งไม้ข้างๆ เหมือนจะสัมผัสได้ว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับน้องสาว “ซีซี” เขาร้องเรียกเบาๆ

“ยะ อย่าส่งเสียง” เขาคงได้ยินเสียงฝีเท้าด้านล่างเช่นเดียวกับรั่วซีถึงได้เงียบเสียงลงทันที แล้วจับตามองว่าเกิดอันใดขึ้น

ความเจ็บปวดที่รั่วซีได้รับดูเหมือนจะเพิ่มความทรมานขึ้นเรื่อยๆ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ปรากฏให้นางได้เห็น มันคือความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ที่ช่วยให้นางได้รู้ถึงสถานที่ที่นางอยู่ และความเป็นมาทั้งหมด

จินฮุ่ย ผู้เป็นบิดา เดิมเป็นบัณฑิตยากจนที่สอบผ่านซิ่วไฉแล้ว แต่ไม่อาจสอบผ่านจวี่เหรินได้ จึงมาเป็นอาจารย์สอนเด็กๆ ในหมู่บ้าน ถึงได้มาพบรักกับ จางลี่อิน มารดาเจ้าของร่าง ที่เป็นคุณหนูตกยาก ย้ายมาจากเมืองหลวงทั้งตระกูล

จินตงชุน พี่ชายคนโตวัยสิบหกหนาว จินรั่วซี เจ้าของร่างวัยสิบสี่หนาว จินตงเฉิงน้องชายคนเล็กวัยห้าหนาว สามพี่น้องเหลือกันเพียงเท่านี้ เมื่อครอบครัวทั้งหมดตกตายไปพร้อมกับค่ำคืนที่โหดร้าย

เมืองที่นางอยู่ในตอนนี้คือเมืองหย่งเป่ย อยู่ห่างจากชายแดนเหนือถึงสามหัวเมือง ทหารแคว้นต้าเยี่ยบุกมาได้ไกลเพียงนี้ เท่ากับว่าสามหัวเมืองที่เหลือล้วนถูกยึดไปเรียบร้อยแล้ว

รั่วซี ก้มลงมองเด็กน้อยจินตงเฉิงที่กอดรัดเอวของนางเอาไว้แน่น ใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของเขาฝั่งลงกับหน้าอกของนาง ปากที่เม้มแน่นสนิท เพื่อกลั้นไม่ให้เสียงร้องหลุดออกมา ทั้งน่าเวทนาและน่าเอ็นดูที่เขาช่างรู้ความ จนนางอดทอดถอนใจไม่ได้

นี่คงเป็นสิ่งที่ชายชราอยากให้นางมาพบเจอ แต่ว่า...ถ้านางตาย แล้วจะได้กลับคืนภพเดิมเพื่อแก้ไขเรื่องที่ทำลงไปหรือไม่ ชั่ววูบความคิดของรั่วซีก็อยากให้ตนเองตายเสียประเดี๋ยวนี้เลย

และเหมือนชายชรากำลังจับตาดูนางอยู่ เสียงที่มีแต่นางเพียงผู้เดียวที่ได้ยิน ดังก้องอยู่ในหู “หากเจ้าคิดตัดช่องน้อยแต่พอตัวแล้วละก็...นอกจากเจ้าจะไม่ได้กลับคืนสู่ร่างเดิม เจ้ายังต้องไปเกิดใหม่เป็นวัวเป็นม้าชดใช้สิ่งที่เจ้าก่อขึ้นมา” รั่วซีสะดุ้งตกใจ นางหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาต้นเสียง แต่กลับมีเพียงความว่างเปล่า

แต่ก่อนที่นางจะเอ่ยถามจินตงเฉิง ว่าเขาได้ยินเสียงของชายชราหรือไม่ เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุยของคนจำนวนมากก็เข้ามาใกล้จนร่างกายของจินตงเฉิงแข็งเกร็ง นางถึงได้เลิกหาที่มาของเสียง

จินตงชุน เองก็ระวังตัวเช่นกัน เสียงเข้ามาใกล้ ทั้งสามที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ก็แทบจะไม่กล้าหายใจออกมาเลย ด้วยกลัวจะถูกจับได้

กลุ่มคนมุ่งหน้าไปทางถ้ำด้านใน ที่จินตงชุนคิดจะไปในตอนแรก เขาอดที่จะเหลือบมองรั่วซีไม่ได้ หากไม่เชื่อน้องสาว ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นใด

พวกเขาตั้งใจฟังเสียงทางถ้ำ ไม่นานเสียงกรีดร้อง ก็ดังลั่นไปทั่วป่าทึบที่เงียบสนิท รั่วซีต้องใช้มือปิดหูของจินตงเฉิงเอาไว้ เมื่อร่างกายของเขาสั่นอย่างแรง จนกิ่งไม้ที่นางกับเขานั่งอยู่สั่นสะท้านไปด้วย

“ไม่เป็นไร ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพวกเราอยู่บนต้นไม้ เฉิงเออร์ต้องนั่งนิ่งๆ ห้ามส่งเสียงร้องออกมา เข้าใจหรือไม่” นางกระซิบเสียงเบา และคอยปิดหูเขาไปด้วย

จินตงชุน เองก็เอาแต่นั่งหลับตา กอดลำต้นไม้ใหญ่เอาไว้แน่น ตัวเขาเหลือบไปมองทางปากถ้ำเมื่อครู่ได้เห็นภาพสยดสยอง ร่างของบุรุษถูกฟันแยกเป็นสองส่วน สตรีถูกกระชากเสื้อผ้าออกจนร่างกายเปลือยเปล่า แล้วข่มขืนอยู่ไม่ห่างจากศพของผู้เป็นสามี

สตรีบางคนที่ต่อสู้ขัดขืน พวกนางก็ต้องตายตกในทันที แต่หากว่าง่ายให้พวกทหารแคว้นต้าเยี่ยได้เล่นสนุกสักหน่อย พวกนางอาจจะมีชีวิตรอดต่ออีกเล็กน้อย ไม่ว่าทางไหนก็ไม่น่าสนใจสักทาง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เสียงร้องเงียบหายไปนานแล้ว เสียงฝีเท้าก็จากไปแล้วเช่นกัน แต่สามพี่น้องก็ยังคงนั่งตัวแข็ง ไม่กล้าขยับตัว จนฟ้าเริ่มสว่าง รั่วซีจึงได้เริ่มมองสำรวจลงไปที่ด้านล่าง

ตอนนี้ด้านในป่าแทบไม่หลงเหลือผู้รอดชีวิตอีกแล้ว ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่ทั้งสามก็ยังไม่มีความคิดที่จะลงไป ด้วยกลัวว่าพวกทหารแคว้นต้าเยี่ยจะย้อนกลับมาอีกครั้ง

“พี่หญิง ข้าอยากนอนขอรับ” จินตงเฉิง ตาแทบจะลืมไม่ขึ้นแล้ว แต่ต้องสอบถามความเห็นของพี่สาวก่อน

“เจ้านอนได้เลยเด็กดี ไม่มีกับพี่ใหญ่อยู่ เจ้าไม่ต้องห่วง” นางลูบผมของเขาอย่างเอ็นดู

เด็กน้อยพูดจบก็แทบจะหลับไปทันที รั่วซีจึงหันไปบอกจินตงชุนให้เขาพักสายตาเช่นกัน “ท่านเองก็พักเอาแรงเสียหน่อย เผื่อพวกเราจะต้องออกเดินทางต่อ”

“อืม เจ้าเองก็นอนเถิด ข้างบนปลอดภัยเช่นที่เจ้าว่าจริงด้วย” จินตงชุนถึงได้หลับตาอย่างวางใจ

รั่วซีเองก็ต้องพักเอาแรงเช่นกัน ไหนจะวิ่งหนีตายกันมาค่อนคืน ยังมาเจอเรื่องที่ชวนหดหู่ใจอีก นางทนมาได้ถึงตอนนี้ก็เก่งมากแล้ว ชาติที่แล้วอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และหุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นมาเอง จะเคยพบเห็นเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร

รั่วซีคงลืมนึกไป ว่าหากหุ่นยนต์ที่นางสร้างถูกส่งต่อให้ประเทศที่เซ็นสัญญา เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นก็คงไม่ต่างจากในตอนนี้ที่นางพบเจอมากนัก

สามพี่น้องหลับกันไปไม่รู้ว่านานเพียงใด เสียงฝีเท้าม้าที่วิ่งควบมาด้วยความเร็ว ทำให้ทั้งสามตกใจจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาระวังตัว

“ไม่ต้องกลัว หากเจ้าเงียบเช่นเดียวกับเมื่อคืน พวกเราจะต้องรอด” รั่วซีกอดปลอบจินตงเฉิง เมื่อเขาตัวสั่นไปด้วยความกลัว

ทหารเริ่มเข้ามาสำรวจด้านในป่าอีกครั้ง ทั้งหมดมุ่งไปยังถ้ำที่อยู่ด้านใน เสียงพูดคุย เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังแว่วมาแต่ไกล รั่วซีสบสายตากับจินตงชุน เพื่อสอบถามว่าเป็นทหารฝ่ายไหน

“ทหารแคว้นต้าหลี่ ลงไปขอความช่วยเหลือดีหรือไม่” เขาเอ่ยถามเสียงเบา

“รอดูอีกหน่อย” นางยังหวาดระแวงไม่หาย

เสียงพูดคุยดูเหมือนจะมาหยุดที่ใต้ต้นไม้ ต้นที่สามพี่น้องอยู่ด้านบน บุรุษรูปร่างกำยำใบหน้าเคร่งเครียดดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า รอพวกลูกน้องกลับมารายงานอยู่ใต้ต้นไม้

“รองแม่ทัพเสิ่น ไม่มีผู้รอดชีวิตขอรับ”

“อืม...มาช้าเกินไป ที่หมู่บ้านเล่า”

“ถูกเผาทำลายจนไม่หลงเหลือสิ่งใดเลยขอรับ” น้ำเสียงทหารที่รายงานเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

“ฝังร่างทั้งหมดให้เรียบร้อย จะได้รีบกลับไปรายงานท่านแม่ทัพเซี่ย”

“ขอรับ”

แต่ก่อนที่ทหารจะแยกย้ายไปจัดการฝังร่างที่ไร้วิญญาณของชาวบ้าน เสียงท้องเจ้ากรรมของจินตงเฉิงก็ส่งเสียงร้องออกมาเสียก่อน

เสียงฝ่าเท้าที่เพิ่งจะก้าวออกไปได้เพียงแค่ก้าวเดียว หยุดชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมาดูทางต้นเสียงกันทั้งหมด สามพี่น้องที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ ก็จ้องมองพวกเขาด้วยใบหน้าซีดขาวเช่นกัน

รั่วซีอยากจะดึงหูน้องชายเสียจริง แต่นางจะโทษเขาก็ไม่ได้ เขาเองก็คงไม่ได้อยากให้ท้องมันร้องประท้วงออกมาเสียหน่อย

“หืม...อย่างน้อยก็เหลือผู้รอดชีวิตสามคน พาตัวลงมา” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยไม่ได้แสดงออกว่ายินดีที่เห็นสามพี่น้อง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ตอนจบ

    รั่วซีตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในรถม้าโดยมีมู่ฉินฉานกอดเอาไว้ ด้านข้างของนางมีบุตรชายที่นอนอยู่ในห่อผ้าโดยไร้แม่นมทั้งสองติดตามมาด้วย“มู่ฉินฉาน ท่านทำบ้าอันใด!!!” รั่ววีตวาดเสียงดัง ทั้งยังทุบตีเขาอีกหลายที“เจ้าเสียงดังอันใด ลูกตกใจหมดแล้ว” มู่ฉินฉานรีบอุ้มเด็กทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม “ฮวนเออร์ ฮุ่ยเออร์ เด็กดี พวกเจ้าอยากไปอยู่กับพ่อใช่หรือไม่”“เหอะ ไม่รู้ว่าที่โรงหมอจะวุ่นวายมากเพียงใด” รั่วซีทำได้เพียงถอนหายใจออกมา แล้วรับบุตรชายทั้งสองมาป้อนนมให้พวกเขาที่โรงหมอวุ่นวายเช่นที่รั่วซีคิดจริง เมื่อคนหายไปหลายคนอีกทั้งยังเป็นทารกน้อยสองคน ที่ไม่สมควรเดินทางไกลอีกด้วย มู่ฉินฉานทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับเพื่อแจ้งเรื่องการเดินทางของเขา แม้แต่ใต้เท้ามู่และเสิ่นซื่อเองก็นึกโมโหบุตรชายตัวดี“ไม่รู้ว่ากลัวผู้ใดจะพรากเมียพรากบุตรไปจากเขาอีก ถึงได้กระทำการต่ำช้าเช่นนี้” เสิ่นซื่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมีโทสะ“ท่านพี่ แล้วหลานชายทั้งสองของข้าจะเกิดอันตรายหรือไม่เจ้าคะ” ฮูหยินหลิวกลัวว่าหลานชายจะเป็นอันใด“ซีซีนางเป็นหมอ บุตรชายนางจะเป็นอันใดได้อย่างไร” หมอหลิวนึกถึงมู่ฉินฉานก็แค้นใจ ไ

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ

    จินตงชุนและจินตงเฉิงเองก็นั่งอยู่ข้างเตียงช่วยเรียกรั่วซีอีกแรง แต่นางก็ยังคงหลับสนิทเช่นเดิม บุตรชายทั้งสองก็ร้องไห้อยู่นานกว่าจะพากันหลับด้วยความอ่อนเพลีย“มีหนทางหรือไม่ท่านหมอ” อาฟ่านเอ่ยถามขึ้นมาเสียงสั่น“คงได้แต่รอให้นางตื่นขึ้นมาเอง” หมอหลิวก็หมดหนทางที่จะช่วยแล้ว หมอจวงที่ถูกตามตัวมาช่วยตรวจก็ไม่อาจหาหนทางช่วยได้รั่วซีที่ทุกคนกำลังวุ่นวายเพราะการหลับไม่ตื่นของนาง ตอนนี้กำลังนั่งมองหน้าอาจารย์ลู่ ที่กำลังดื่มชาอย่างใจเย็น สถานที่แห่งนี้นางเคยเข้ามาแล้ว เมื่อครั้งที่วิญญาณของนางมาในมิติโบราณครั้งแรก“ท่านอาจารย์ ท่านดึงวิญญาณของข้ามา เพื่อให้ข้านั่งมองท่านดื่มชาหรือเจ้าคะ”อาจารย์ลู่วางแก้วชาลง “ข้าจะส่งเจ้ากลับมิติเดิมของเจ้า หน้าที่ของเจ้าในมิติโบราณจบสิ้นลงแล้ว”รั่วซีเลิกคิ้วขึ้นมอง “หืม...ท่านจะให้ข้าทิ้งบุตรชายที่ข้ายังไม่เคยเห็นหน้าเช่นนั้นหรือ” นางยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ“ก่อนหน้าเป็นเจ้าที่เรียกร้องอยากจะกลับมิใช่หรือ”“แต่ตอนนั้นข้ายังไม่มีบุตรของตนเอง ข้าไม่กลับแล้วเจ้าค่ะ”“หึหึ ได้”“หืม...ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ”“แล้วเหตุใดต้องยากด้วยเล่า กลับไปได้แล้ว คงวุ่นวาย

  • สมรภูมิ โชคชะตา   คลอดแล้ว

    หมอหลิวได้แต่ถอนหายใจออกมา จะเร็วกว่านี้หนึ่งวันหรือช้ากว่านี้สักวันก็ไม่ได้เลย เขาลุกขึ้นเดินไปสั่งความด้านนอก “เตรียมห้องคลอด”มู่ฉินฉานได้ยินว่าเตรียมห้องคลอด เขาก็โยนต้นหนามที่อยู่ด้านหลังทิ้งแล้วลากตัวบ่าวที่กำลังวิ่งไปเตรียมของให้นำทางไปเรือนพักของรั่วซีความจริงก็แทบไม่ต้องใช้คนนำทางเลย เมื่อบ่าวมากกว่าครึ่ง ทั้งยังมีเสี่ยวจง อาฟ่านและอาเหิงอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซีแล้วมู่ฉินฉานเห็นอาฟ่านและอาเหิงยืนอย่างร้อนใจอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซี ก็เดินเข้าไปถีบทั้งสองคนละทีจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปในเรือนพักของนางอย่างรวดเร็ว“หลีกไป!!!” เขาตวาดออกมาเสียงดัง เมื่อสาวใช้กำลังช่วยประคองรั่วซีเพื่อไปที่ห้องคลอด“เสียงดังเพื่ออันใด” รั่วซีได้แต่ถลึงตามองเขามู่ฉินฉานเดินไปช้อนตัวนางขึ้นอุ้ม “นำทาง” เขาเอ่ยกับสาวใช้ที่ตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว “รอให้เจ้าคลอดก่อนแล้วข้าจะมาจัดการเจ้าด้วย”“หึ ผู้ใดจะจัดการผู้ใดกันแน่” นางทุบไปที่แผงอกของเขา แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเสียเอง เมื่อท้องของนางบีบรัดแรงขึ้น “โอ๊ยยย” นางร้องออกมาเบาๆ“เจ็บมากหรือ” เขากระชับรั่ววีเข้ามากอดเอาไว้แน่น แล้

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แบกต้นหนามมาขอขมา

    อาฟ่านและอาเหิงสะดุ้งสุดตัว ต่างก็รีบส่ายหน้าพร้อมกัน เมื่อถูกคิดว่าเป็นบิดาของเด็กในท้องรั่วซี“ไม่ใช่ขอรับ”“หึหึ ข้ารู้ตัวว่าไหวมากน้อยเพียงใดเจ้าค่ะ ที่ข้าขอร้องให้ท่านช่วยจัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยหรือไม่เจ้าคะ”“ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าไปที่จวนก่อนเถิด ข้าคงต้องจัดหาหมอตำแยมาเพิ่มแล้วกระมัง” หมอจวงได้แต่ส่ายหน้า แล้วขึ้นรถม้าเพื่อนำทางรั่วซีไปที่พักของนางโรงหมอในเมืองหย่งเป่ยก็ไม่ต่างจากเมืองซิวเชียงนัก เมื่อรั่วซีนางต้องการโรงหมอที่อยู่ติดกับจวนพัก เพื่อสะดวกในการรักษาเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากหมอจวงทุกอย่างจึงง่ายขึ้น นางส่งจดหมายมาแจ้งเขาล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ทั้งสถานที่และคนที่ต้องการเรียนรู้จากนางก็พร้อมเรียบร้อยแล้ว ยังมีผู้ช่วยหมอที่อยู่ในเมืองตู่เป่ยและเมืองชุนเป่ยที่เดินทางมารอเรียนกับนางอีกด้วยทางโรงหมอนางไม่ต้องเข้าไปวุ่นวายมากนัก เมื่อมีหมอจวงคอยจัดการอยู่ รั่วซีนางจึงเปิดสอนวิชาการแพทย์ของนางที่จวนของนางเลยหมอหลิว เมื่อคำนวณแล้วว่ารั่วซีนางใกล้คลอด เขาก็ลางานในสำนักหมอหลวงโดยบอกว่าจะไปช่วยรั่วซีนางจัดตั้งโรงหมอที่เมืองหย่งเป่ย แล้วพาครอบครัวเดินทางไปหย่ง

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าก็ตัดใจเสียเถิด

    เริ่มแรกโรงหมอเปิดทำการรักษาโดยไม่คิดเงิน เพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินมารักษาและเพื่อให้หมอต้วนได้มีโอกาสตรวจและรักษาจากตัวผู้ป่วยจริงถึงจะบอกว่าเป็นการรักษาโดยไม่คิดเงิน แต่หากชาวบ้านคนใดที่ต้องการจ่ายเงินค่ายาหรือค่ารักษา จะมีกล่องไม้ที่ตั้งเอาไว้เปิดรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เงินส่วนนี้รั่วซีนางยกให้หมอต้วนทั้งหมด ลูกจ้างในร้านคนใดที่พอจะมีความสามารถด้านการแพทย์ นางก็สอนการแพทย์ให้พวกเขาด้วยเช่นกันรั่วซีนางส่งข่าวไปที่จวนตระกูลหลิวว่านางพักอยู่ที่เมืองซิวเชียง เพียงแค่หนเดียวเท่านั้น ข่าวจากเมืองหลวงที่ส่งมาถึงนางก็มีเพียงเรื่องจินตงเฉิงเข้าเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว แม้จะอยู่ในวัยยังไม่ถึงเจ็ดหนาว แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา อาจารย์ในสำนักศึกษาก็รับเขาเอาไว้ทันที จินตงชุนเองก็เข้าเรียนในสำนักศึกษาเพื่อรอสอบจวี่เหรินในอีกหกเดือนข้างหน้าตระกูลหลิวใช้ชีวิตเช่นเดิม หมอหลิวก็เดินทางไปทำงานในสำนักหมอหลวงทุกวัน ฮูหยินหลิวก็เข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาและงานมงคลเช่นปกติ เมื่อพบเจอเสิ่นซื่อนางก็ไม่ได้ทำตัวเหินห่างหรือว่าแสดงอาการอันใดออกมาให้เสิ่นซื่อสงสัยเสิ่นซื่อเองก็ลองหยั่งเชิงฮูหยินหลิวอยู่บ่อยครั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แต่นางคือภรรยาของข้า

    มู่ฉินฉานรู้แก่ใจว่าหมอหลิวคงรู้เรื่องของตนและรั่วซีแล้ว เขาคุกเข่าลงตรงหน้าของหมอหลิวเสียงดัง แผ่นหลังที่เคยยืดตรงยามนี้มันห่อเหี่ยวลงอย่างสิ้นหวัง“ก่อนหน้าข้าน้อยไม่รู้ความกระทำเรื่องไม่ดีลงไป ตอนนี้ทุกสิ่งอย่างล้วนได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ข้าน้อยไม่จำเป็นต้องหมั้นหมายกับคุณหนูเว่ย หวังว่าท่านหมอจะเมตตาข้าน้อยสักครั้งขอรับ ได้โปรดบอกข้าน้อยเถิดขอรับว่าซีซีนางอยู่ที่ใด”หมอหลิวหรี่ตามองมู่ฉินฉานที่ดูเหมือนว่าเขาสำนึกผิดแล้ว “ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางไปที่ใด เจ้าก็รู้ว่าซีซีนางมีความปรารถนาต้องการสร้างโรงหมอ เผยแพร่ความรู้ของนางสร้างหมอทั่วแคว้นต้าหลี่ ข้าบอกได้เพียงว่านางเดินทางออกไปแล้ว”มู่ฉินฉานเงยหน้าขึ้นมองหมอหลิวเพื่อใคร่ครวญว่าสิ่งที่เขาพูดจริงเท็จเพียงใด แต่ก็เห็นเพียงแววตาที่เศร้าหมองของเขาเมื่อเอ่ยถึงรั่วซีเท่านั้น“นางเดินทางไปนานแล้วหรือยังขอรับ ไปทิศทางใด ได้โปรดบอกกล่าวข้าน้อยด้วยขอรับ”“นางเดินทางไปได้สามวันแล้ว ข้าเองก็ไม่แน่ใจทิศทางที่นางจะไป นางบอกเพียงจะส่งข่าวมา แต่ยามนี้ยังไม่มีสิ่งใดมาถึงข้า” เขาไม่บอกข้อเท็จจริงทั้งหมดให้มู่ฉินฉานรู้ เขาหลอกลวงรั่วซีมาเนิ่นนาน ท

  • สมรภูมิ โชคชะตา   สงครามสิ้นสุดแล้ว

    รองแม่ทัพเซี่ย รองแม่ทัพเสิ่นและมู่ฉินฉาน จึงได้บุกเข้าไปจับกุมตัวรองแม่ทัพและหัวหน้ากองของแคว้นต้าเยี่ยที่ยังเหลือชีวิตรอดมาเป็นเชลยแทน ส่วนทหารที่เหลือก็ให้เดินทางกลับไปที่แคว้นต้าเยี่ยของตนเอง หากยึดตัวเอาไว้เป็นเชลยต้องเปลืองเสบียงไม่น้อยแต่ทหารแคว้นต้าเยี่ยที่ถูกปล่อยตัวกลับคืนแคว้นไม่มีผู้ใด

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ช่างหาเรื่องเก่งโดยแท้

    รั่วซีนางฝังเสร็จ เก็บเข็มกลับเข้าที่เรียบร้อย นางก็ไล่เสี่ยวจงให้ลุกจากที่นอน แล้วลงไปนอนแทนเขา “พวกท่านออกไปก่อน ข้าอยากพัก”“เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” เสี่ยวจงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ตัวเขารู้สึกเบาราวกับขนนก นึกอยากจะลองวรยุทธ์ใช้แทบขาด แต่ติดที่รั่วซีนางนอนใบหน้าไร้สีเลือดอยู่บนเตียง“ไม่เป็นอั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ท่านคือสหายของข้า

    หมอหลิวยิ้มส่ายหน้า เขายังคิดอยู่ว่านางจะยอมยกเนื้อที่หามาได้ทั้งหมดให้โรงครัวจริงหรือ “เจ้าไม่นำไปให้พี่ชายน้องชายของเจ้าหรือ”“ข้ามีกระต่ายกับไก่อย่างละสิบกว่าตัว เดิมก็คิดจะนำไปมอบให้อาจารย์หญิงและพี่ชายน้องชายอย่างละสิบตัวที่เหลือจะเก็บไว้กินกับท่านและพี่จง แต่ข้าถูกหัวหน้ากองมู่ปล้นไปแล้วอย่าง

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เพราะข้าสงสารเจ้าหรอกนะ

    หมอหลิวมองมู่ฉินฉานอย่างสงสัย “ท่านหัวหน้ากองมู่กลับไปพักได้แล้วขอรับ มีเรื่องใดพรุ่งนี้ค่อยสนทนาเถิด ข้าจะให้เสี่ยวจงมานอนเฝ้า กระโจมพักของข้าก็อยู่ด้านข้าง อย่างไรก็มาดูได้ตลอด”“ขอรับ” เขายอมกลับไปอย่างว่าง่ายว่าง่ายที่ไหน องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าเป็นคนของเขา พอเสี่ยวจงเข้ามานอนเฝ้ารั่วซี หม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status