Masuk"คุณหนูอยากได้ร่างไหนจากข้าน้อยหรือขอรับ ร่างทาสหรือร่างสามี?" หลี่ฟู่เหยียน เขยแต่งเข้าที่มีสถานะเป็นทาสมาก่อน แถมรูปลักษณ์ยังประหลาดอีก หลี่ฟางหยุน คุณหนูเล็กตระกูลเศรษฐีผู้มั่งคั่ง แต่ไม่เป็นที่โปรดปรานจากคนในตระกูล และยังถูกจับให้แต่งงานกับทาสรับใช้ที่ไถ่ตัวออกมาอีก การถูกขับไล่ให้ไปอยู่แดนไกลและเริ่มต้นค้าขายด้วยร้านเล็กที่ใครต่างก็มองว่ามันยากที่จะยืนหยัดขึ้นมาเป็นเศรษฐีได้ แต่เขาทั้งสองกลับหาหนทางสร้างรากฐานของตัวเองขึ้นมาได้ด้วยความสามารถที่มี แถมยังเข้าหอกันเป็นว่าเล่นอีก การได้สามีที่ดีขนาดนี้จะไม่ให้รางวัลเขาได้ยังไง
Lihat lebih banyakเรื่องย่อ
เรื่องราวของ “หลี่ฟางหยุน” หนึ่งในทายาทตระกูลพ่อค้าและเป็นตระกูลเศรษฐี ซึ่งเธอเป็นลูกคนเล็กสุดของบ้าน และไม่ค่อยเป็นที่โปรดปรานของคนในตระกูลเธอเลยจะถูกกลั่นแกล้ง โดยการหา สามีมาแต่งเข้ามาให้ ซึ่งหากเป็นยุคนั้น หญิงสาวที่แต่งผู้ชายเข้าบ้านจะถูกมองไม่ดีทันที ยิ่งเป็นอดีตทาสหนุ่มอย่าง “หลี่ ฟู่เหยียน” ด้วยยิ่งกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านใหญ่ ซ้ำยังยกกิจการ ร้านอาหารเล็กๆที่มีแค่ห้องว่างเปล่าให้ไปเริ่มต้นกันเอง พอทั้งคู่ได้มาอยู่ด้วยกันและได้รู้ว่าทาง “หลี่ฟู่เหยียน” นั่นมีทักษะทำอาหารที่ดีมาก ทั้งคู่เลยเริ่มวางแผนจัดการร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้ ทั้งคู่รับผิดชอบในส่วนงานที่ถนัดกัน จนทำให้มีฐานะที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เพราะความคับแค้นใจ ทั้งสองเลยไม่ยอมขยายร้าน ทำให้ยังดูเป็นร้านเล็กๆเหมือนเดิม เพื่อที่จะไม่ต้องส่งส่วนแบ่งให้ทางบ้านแต่ความจริงนั้นทั้งรายได้และกำไรนั้นเยอะมาก ใช้ชีวิตแบบเศรษฐีกันแค่ในครอบครัวตัวเอง ว่างจากงานร้านอาหารก็ขึ้นเขาล่าวัตถุดิบกันสองคน และขยันเข้าหอกันอีก แนะนำตัวละครหลัก หลี่ ฟู่เหยียน อายุ25ปี สูง187ซม. อดีตทาสบ้านเศรษฐีตระกูลหนึ่ง ก่อนจะมาเป็นเขยแต่งเข้าตระกูลหลี่ และใช้แซ่หลี่ ตามที่ผู้ใหญ่จัดการให้ รูปร่างหน้าตา รูปร่าง สูงโปร่ง ผิวขาวซีด ผมสีขาว ตาฟ้า เนื่องจากมีภาวะผิวเผือก หน้าคม ตาคม คิ้วสวย มีใฝเสน่ห์และเขี้ยวหากเขายิ้ม ปมส่วนตัว ตัวเขานั้นเป็นกำพร้าถูกขายเป็นทาสให้บ้านเศรษฐี เนื่องจากรูป ลักษณ์ของเขาที่ผิดแปลกไปจากคนทั่วไปผู้คนเลยมองว่าเขาเป็นตัวประหลาด แต่ความจริงคือเขามีสภาวะผิวเผือก เกิดจากความผิดปกติจากพันธุกรรมแต่มันมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย และไม่สามารถตรวจระบุได้ เขามักจะถูกรังแกกลั่นแกล้งสารพัด เขาพยายามเก็บเงินเพื่อไถ่ตัวเองให้ออกจากวงจรเลวร้ายนั้นให้ได้โดยเร็ว จนมาได้ข้อเสนอจากตระกลูหลี่ ที่เสนอให้เขาไปแต่งงานกับลูกสาวคนเล็ก เพื่อแลกกับการไถ่ตัวออกมา เขาไม่มีทางเลือกก็เลยต้องยอมรับเสนอไป (ความชอบและนิสัยเพิ่มเติมสามารถติดตามอ่านได้จากเนื้อเรื่องนะคะ) หลี่ ฟางหยุน อายุ 20ปี สูง170ซม. ลูกสาวคนเล็กของบ้านรองตระกูลหลี่เป็นตระกูลการค้าและทำธุรกิจ รูปร่างหน้าตา รูปร่างสูง หุ่นสวยเพรียวบาง ใบหน้าเรียวสวย ตัวตากลมโต คิ้วโก่งสวย ผิวขาวอมชมพู ปมส่วนตัว เธอเป็นลูกสาวคนเล็กจากบ้านรอง หนึ่งในครอบครัวตระกูลหลี่ ด้วยความที่เธอเป็นลูกที่เกิดจากความไม่ได้ตั้งใจให้เกิด แถมในตระกูลยังมีทายาทรุ่นราวคราวเดียวอยู่เยอะ ที่ต้องแข่งกันเอาอกเอาใจผู้นำตระกูล เพื่อที่จะได้ครอบครองกิจการ ซึ่งเพราะเป็นเธอไม่ได้เป็นที่ต้องการของทางบ้าน เลยมักจะถูกรังแกและกลั่นแกล้งสารพัด รวมถึงจ้างผู้ชายมาแต่งเข้าบ้านให้เธอ เสียหน้า ให้ร้านผุพังและบ้านเล็กๆมาหนึ่งหลัง แถมให้เงินติดตัวมาน้อยอีก ทำให้เธอกับเขาต้องหาทางดิ้นรนกันเอง แต่ก็โชคดีที่ ได้สามีดีมีความสามารถมากมาย และเพื่อนบ้านที่ใจดี คอยช่วยเหลือและเป็นแรงสนับสนุนให้เธอ ก็ถือว่าการถูกขับออกจากตระกูลมาก็ไม่ได้แย่ไปเลยซ่ะทีเดียว จาง อี้เหริน อายุ25ปี สูง 165ซม. สาวสวยในหมู่บ้าน เพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือ หลี่ฟางหยุนและสามี หลังจากย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านนี้ รูปร่างหน้าตา รูปร่างทรวดทรงดี ใบหน้าเรียวสวย ตาเฉียวคม มีความดุนิดๆเป็นส่วนที่เอาไว้สยบคน ปมส่วนตัว เป็นสาวสวยในหมู่บ้าน เป็นคนที่มีบุคลิกน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะพูดอะไร คนก็ล้วนแต่ต้องฟังและเข้าข้างเธอ เธอเป็นอีกคนที่ถูกทางบ้านตัดขาดและไล่ออกจากตระกูล มาอยู่ที่หมู่บ้านนี้กับสามี และได้รู้จักผู้คนและปรับนิสัยตัวเองใหม่ จากคนที่ไม่สู้คนโดนกลั่นแกล้ง เปลี่ยนมาลุกขึ้นสู้คนและปรับลุคให้เป็นสาวสวย ทำให้คนไม่กล้าที่จะว่าร้ายเธอ จาง อี้เทียน อายุ27ปี สูง185ซม. สามีของ จางอี้เหริน เป็นเขยแต่งเข้าเหมือนกัน ทางนี้มี ที่และบ้านเป็นของตัวเองซึ่งก็อยู่ในหมู่แห่งนี้ รูปร่างหน้าตา รูปร่างสูง หุ่นกำยำ เพราะทำงานไร่งานสวนอยู่ตลอด มีผิวสีแทน เป็นหนุ่มหล่อคมเข้ม ตาคมตาเฉี่ยว ดูไม่เป็นที่นิยมของสาวเท่าไหร่ แต่เขาเป็นคนมีเสน่ห์มาก หากเข้าตาสาวสักคนแล้วจะถอดตัวออกไม่ได้เลย ปมส่วนตัว เป็นชาวไร่ในหมู่บ้าน ทำงานปลูกผักเลี้ยงไก่ หาเลี้ยงตัวเองไปวันๆ จนกระทั่งวันที่เขาขึ้นเขาและได้บังเอิญไปเจอ จาง อี้เหริน ที่กำลังถูกโจรปล้นอยู่เขาก็ได้เข้าไปช่วย ทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน จนมามีเรื่องมีให้ต้องแต่งงานและย้ายมาอยู่ด้วยกัน17:30น.หน้าบ้าน“น้องหญิง พี่หญิงได้รับข่าวจากผู้ใหญ่บ้านมาว่าน้องหญิงกับสามีจะเอาของฝากไปให้กับทุกคนด้วย พี่หญิงเลยเตรียมเกวียนไว้ให้ด้วย จะได้ไม่ต้องถือให้หนักมือ” พอได้เวลาเดินทาง พี่หญิงอี้เหรินก็รีบเอา เกวียนขนส่งในบ้านออกมาช่วยขนของไปให้ด้วย “ขอบคุณพี่หญิงเจ้าค่ะ ได้พี่หญิงช่วยไว้อีกแล้ว” หลี่ฟางหยุนก็รีบเข้าไปขอบคุณทันที“คนกันเอง นี่สามีพี่หญิงนะ” สามีของพี่หญิงอี้เหรินก็จะไปด้วยเหมือนกัน “ข้า หลี่ฟางหยุนเจ้าค่ะ” เธอรีบแนะนำตัวทันทีเพราะพึ่งได้เจอกัน ส่วนหลี่ฟู่เหยียนเขากำลังขนของขึ้นเกวียน “ข้า จางอี้เทียน ได้ยินเรื่องของแม่นางจาก น้องหญิงอี้เหรินแล้ว เดี๋ยวทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นเองนะ” คู่นี้เขาชัดเจนเรื่องความสัมพันธ์กันอยู่แล้วล่ะ “ฟู่เหยียนท่านดูไว้นะ นี่คือตัวอย่าง” หลี่ฟางหยุนรีบไปจับสามีให้มาดูตัวอย่างของการทำตัวเป็นสามีทันที “ขอรับข้าน้อยจะจำไว้ ตอนนี้ขนออกมาหมดแล้วขอรับ” เขาขนมาหมดแล้ว “เดี๋ยวข้าช่วยเข็นไปได้แล้วกันนะ เกวียนนี้มันทำแบบบังคับเฉพาะ หากไม่คุ้นชินก็จะทำให้คว่ำได้” จางอี้เทียนก็ได้อาสาเป็นคนเข็นเกวียนนี
13:30น.หน้าบ้านพัก “ขอบคุณพี่ชายที่มาส่งเราถึงหน้าประตูบ้านเช่นนี้” ตอนนี้ทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงบ้านพักกันแล้ว “คนกันเองนั่นแหละ ท่านทั้งสองก็อย่าลืมไปร่วมประชุมกันด้วยนะ” เขารีบกลับบ้านเพราะมาเตรียมตัวกันนี่แหละ “ไม่ลืมแน่นอน พี่ชายข้าอยากรู้ว่า คนในหมู่บ้านนี้มีกี่คนและกี่หลังคาเรือนหรือ” เธอจะสำรวจประชากรเพื่อวางแผนทำซาลาเปาไปฝากให้ครบทุกคนเลย “หมู่บ้านเราเป็น หมู่บ้านเล็ก มีชาวบ้านอยู่100กว่าคน มี20หลังคาเรือน รวมท่านทั้งสองแล้วด้วย” ตอนนี้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนหนึ่งของคนในหมู่ไปแล้วทั้งที่ยังไม่ได้ไปพบเจอผู้คนในหมู่บ้านเลย “ขอบคุณพี่ชาย เราสองสามี ตั้งใจจะเตรียมของฝากเล็กๆน้อยให้ทุกคนด้วย รบกวนพี่ชายบอกผู้ใหญ่บ้านให้ทีนะ” ถ้าไม่แจ้งเดี๋ยวคนจะไม่รู้กัน “ได้ข้าจะบอกให้ ข้าไปก่อนล่ะ” พอเสร็จภารกิจส่งลูกค้า เขาก็เดินทางกลับบ้านตัวเองทันที ในบ้าน ในครัว “ฟู่เหยียน ท่านจะทำอะไรกับเนื้อนนี่หรือ” ตอนนี้ทั้งคู่ได้มาอยู่ในครัวด้วยกันแล้ว ทางหลี่ฟู่เหยียนก็เตรียมตัวทำอาหารชุดใหญ่ทันที “สิ่งนี้ข้าน้อยเรียกว่าลูกชิ้นขอรับ ทำจากเนื้อชิ้นแล้วก็จะปั้นเป็นลูกกลมๆขนาดพอดีคำ แล้ว
11:30น.“ขายถูกไม่พอยังให้เยอะอีก” ตอนนี้ทั้งคู่ได้มาเดินสำรวจของในตลาดกันแล้ว “ของมีคุณภาพด้วยขอรับ” ทั้งคู่กำลังดูร้าน ธัญพืชกัน “เรื่องวัตถุดิบข้าให้ท่านเป็นคนตัดการแล้วกัน ไว้เรามีเเกวียนสำหรับขนของ เราค่อยซื้อแบบถุงใหญ่” เธอให้ สิทธิ์เขาจัดการเรื่องพวกนี้ได้ตามใจเลย “ได้ขอรับ เถ้าแก่ข้าเอา” หลี่ฟู่เหยียนเข้าไปสั่งซื้อของที่ต้องใช้ทันที “ท่านถือไหวหรือไม่ให้ข้าเรียกรถม้าเลยไหมจะได้มีที่เก็บ” หลี่ฟู่เหยียนได้ของมาเยอะเลย พ่อค้าแม่ค้าที่นี่ขายแบบเทขายกันทั้งนั้นเลย “ก็ดีขอรับข้าน้อยก็ไม่คิดว่าเขาจะให้เกินมาขนาดนี้ แถมไม่คิดเพิ่มด้วย”รอบนี้เขาไม่ปฏิเสธหรอกนะ “เดี๋ยวข้าเรียกให้นะ” หลี่ฟางหยุนมองหารถม้าที่ว่างอยู่ทันที พอเจอแล้วเธอก็รีบเรียกไว้ทันที “พี่ชายงานนี้ข้าขอเหมารถม้าของท่านนะ ข้ายังต้องซื้อของเพิ่มอีก” พอเรียกรถม้าได้เธอก็เข้าไปคุยทำข้อตกลงกับคนขับรถม้า “แม่นางซื้อของไปเยอะเช่นนี้ พึ่งย้ายมาใหม่หรือ” คนขับรถม้าก็ได้ทักเรื่องที่ซื้อของเยอะด้วย “พี่ชายช่างใส่ใจยิ่งนัก ข้ากับสามีพึ่งย้ายมาเมื่อวาน อยู่หมู่บ้าน ซางจิง” เธอก็คุยกับคนขับรถม้าด้วยท่าทีที่เป็นม
10:30น.“คุณหนูข้าน้อยกลับมาแล้วรับ ไม่คิดว่าร้านนั้นลูกค้าจะต่อคิวยาวขนาดนี้” หลี่ฟู่เหยียนกลับมาพร้อมกับขนมที่ไปต่อคิวซื้อ “คนต่อคิวยาว แสดงว่าขนมอร่อย ท่านก็มานั่งเถอะ” เธอไม่ได้หงุดหงิดใจที่เขามาช้าหรอกนะ “ได้ยินว่า เซาปิ่ง ร้านนี้อร่อยคนต่อคิวเยอะด้วย คุณหนูจะลองชิมดูก่อนหรือไม่ขอรับ” เขานั่งลงแล้วเอาขนมที่ซื้อมาวางไว้บนโต๊ะ “หอมดีนะ ชิ้นใหญ่ขนาดนี้ข้ากินไม่หมดแน่นอน แบ่งกันนะ” เธอหยิบขึ้นไปดูก่อนจะแบ่งครึ่งหนึ่งให้ หลี่ฟู่เหยียนด้วย “ขอบคุณขอรับ ถ้ากินไม่ไหวก็เก็บไว้กินที่บ้านได้ขอรับ” เขาก็จัดการเก็บขนมที่เหลือเอาไว้ก่อนเดี๋ยวมันจะเย็นเอา “อื้ม~อร่อยจริง ท่านรีบชิมดูสิ” ปรากฏว่าเธอก็ชอบอีกแล้วล่ะ “แป้งแน่นดีนะขอรับ ไม่แปลกใจที่คิวจะยาว” เขาได้กินแล้วก็ยอมรับเรื่องรสชาติเลย “ฟู่เหยียน ข้ามาลองคิดดูแล้ว ข้าอยากเปิดร้านอาหาร แต่ข้าทำไม่เป็นหรอกนะ” พอเธอได้กินอาหารของสามีเธอก็อยากส่งต่อความอร่อยนั่นแหละนะ “หากคุณหนูต้องการเช่นนั้น ข้าน้อยก็จะช่วยในส่วนนี้เองของรับ คุณหนูดูแลหน้าร้าน ดูแลลูกค้าก็น่าจะทำได้ดีกว่าข้าน้อย” ทางเขาก็ไม่ได้ติดขัดอะไรพร้อมสนับสนุนภรรยาต
ภายในร้าน“บ้านยังพอมีความต่างจากในภาพตัวอย่าง แต่ร้านไม่มีเลย เล็กแบบนี้จะทำอะไรได้นะ” หน้าร้านของเธอมันขนาดแค่1คูหาเอง “คุณหนูข้าน้อยจำได้ว่า โฉดนของร้านข้า มีพื้นที่มากกว่าตัวร้านใช่หรือไม่ขอรับ” เขาก็พอจะดูออกบ้างแหละนะ “ใช่มีเนื้อที่รอบๆร้านด้วย อันนี้ก็ถือว่าดีอยู่ อย่างน้อยเราก็พอจะขยา
“ก็ท่านเป็นคุณหนูของข้าน้อยนี่ขอรับ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ข้าน้อยก็จะรับใช้ ปรนนิบัติคุณแบบนี้ต่อไปขอรับ” ทรงนี้มาเปลี่ยนความคิดเขาไม่ได้แล้วล่ะนะ “ เช่นนั้นก็เลิกแทนตัวเองว่าข้าน้อยก่อนเลย ท่านอายุมากกว่าข้าอีกนะ” เธอไม่อยากทำให้เขาดูต่ำต้อยหรอกนะ“ข้าน้อยจะพยายามขอรับ” แล้วเขาก็ชิงหลับตาไปก่
“เป็นแผนงานของเรานี่แหละ ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะค้าขายอะไรดี เงินทุนตอนนี้ก็มีไม่มากด้วย” แล้วเธอก็เปิดประเด็นที่จะคุยทันที “ไปดูหน้าร้านก่อนดีหรือไม่ขอรับ จะได้ง่ายต่อการวางแผนงาน” ทั้งคู่ยังไม่ได้เห็นหน้าร้านกันเลย “ก็ดีนะเดี่ยวพรุ่งนี่เราเข้าไปดูกัน ตอนนี้ข้ารู้สึกสนใจเรื่อง ฝีมือการทำอาหารของท
“พี่หญิงเป็นคนแรกเลยที่ ใส่ใจข้าและใจดีกับข้าเช่นนี้ทั้งที่ยังไม่ได้รู้จักกันดีเลยด้วยซ้ำ” เธอไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีคนมาทำดีกับเธอด้วย “พี่หญิงเข้าใจ เพราะพี่หญิงเองก็ผ่านช่วงนั้นมาแล้วเหมือนกัน” ทั้งคู่ก็คุยกันต่อไปอีก ก็คุยกันถูกคอเลยล่ะ 18:00น. ในบ้านพัก “ฟู่เหยียนข้ากลับมาแล้ว หอมจังเลย





