เสน่หาองค์หญิงใหญ่...ใต้อาณัติแฝดสกุลกัว

เสน่หาองค์หญิงใหญ่...ใต้อาณัติแฝดสกุลกัว

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-03
Oleh:  ซีไซต์Tamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
211Bab
15.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

คำโปรย "ชาตินี้ทั้งชาติกระหม่อมก็ไม่มีวันแต่งกับนาง!" นั่นคือวาจาเยียดหยันอันแสนเย็นชาจาก 'กัวกง' เสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ที่ฝังลึกในใจของ 'องค์หญิงใหญ่รั่วเสียน' ทว่าเพื่อปกป้องบัลลังก์ของน้องชายตัวน้อย นางจึงจำเป็นต้องโยนศักดิ์ศรีทิ้งไป แล้วใช้เรือนร่างเป็นหมาก ยั่วยวนเขาด้วยตำราเสพสังวาสให้จงได้ แต่นางกลับต้องตระหนกตกใจ เมื่อพบว่าบุรุษสกุลกัวที่ล่อลวงนางสู่ห้วงราคะนั้นไม่ได้มีเพียงหนึ่ง! ยามกลางวัน...นางต้องเผชิญหน้ากับเสนาบดีผู้สุขุมเยือกเย็น ยามกลางคืน...กลับถูกแผดเผาด้วยสัมผัสกักขละดุดันจากแม่ทัพใหญ่ผู้กระหายหิว เมื่อสองฝาแฝดสกุลกัวผู้กุมชะตาแผ่นดิน ร่วมมือกันล่อลวงองค์หญิงใหญ่ให้ระทวยอยู่บนแท่นบรรทม จากผู้กุมอำนาจดั่งนกยูงรำแพนผู้สูงส่ง กลับต้องครางกระเส่าพ่ายแพ้ต่อบทรักอันดุเดือดและเร่าร้อน "บอกมาสิองค์หญิง... ระหว่างพี่ชายของข้ากับตัวข้า ใครเด็ดกว่ากัน!"

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 บทนำ

"องค์หญิง กระหม่อมหิวนมพ่ะย่ะค่ะ"

เสียงกระซิบทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเบา ๆ ริมใบหู ทำให้องค์หญิงรั่วเสียนที่กำลังต้อนรับคณะราชทูตจากแคว้นเฝยต้องหันมามองบุรุษร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่งด้วยใบหน้าแดงก่ำ นางกัดปากอิ่มเบา ๆ โดยไม่รู้ว่ากิริยานั้นช่างยั่วยวนคนยิ่งนัก กระทั่งกัวเหวยต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่

เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา

"ท่านจะดื่มนมกับสุราได้อย่างไร คืนนี้ท่านเองก็ดื่มไปเยอะไม่ใช่หรือ หากดื่มร่วมกันจะทำให้ท่านปวดหัวได้"

แม่ทัพใหญ่กัวเหวยกลับขยับเข้าใกล้นางอย่างแนบเนียน ท่ามกลางเสียงจอแจของคนที่พูดคุยกันและเสียงของดนตรีประสาน พร้อมกับเสียงร้องขับขานอันแสนหวานของนางขับร้องที่ดังขึ้นเซ็งแซ่

"องค์หญิงก็รู้ว่ากระหม่อมหมายถึงสิ่งใด" พร้อมกับสายตาที่พุ่งมองต่ำลงมาแบบผ่าน ๆ ที่เห็นเนินเนื้อหน้าอกขาว ๆ อวบ ๆ ขององค์หญิงใหญ่ผู้งดงาม หลอกล่อดวงตาล้นออกมาจากอาภรณ์ที่นางสวมอยู่

เสียงของนางสั่นเล็กน้อยยามเมื่อกล่าวว่า

"พวกเราอยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับราชทูตต่างแคว้น ท่านจะเอาแต่ใจไม่ได้"

คนผู้นั้นกลับลอบจับมือของนางแล้วบีบเบา ๆ ยังดึงมือนางเข้าไปใกล้ตักของตนเอง เพื่อสัมผัสถึงความใหญ่โตของมังกรตัวใหญ่ที่กำลังเหยียดขยายอยู่ใต้อาภรณ์และเสื้อคลุมสีแดงประจำตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ตัวยาว

"องค์หญิง ตรงนี้ของกระหม่อมแข็งจนปวดแล้ว ท่านเห็นหรือไม่ มันทั้งแข็งทั้งหนาว อยากเข้าไปพักในร่องหวาน ๆ ที่แสนอบอุ่น"

รั่วเสียนรีบดึงมือของตนเองออกอย่างลนลาน เขาทำให้นางตกใจจริง ๆ แล้ว แม้ว่าตรงนี้ที่นางนั่งร่วมโต๊ะจะมีแสงสลัว และการกระทำของเขาก็รวดเร็วจนไม่มีผู้ใดมองเห็น แต่นางก็ตื่นเต้นจนระงับสีหน้าไม่อยู่

"ท่านแม่ทัพ ได้โปรดสำรวมด้วย"

"กระหม่อมไม่อยากสำรวม กระหม่อมหิวนม อยากกินนมใจจะขาดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

แม่ทัพหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเอาแต่ใจยิ่งนักที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน รั่วเสียนส่ายหน้าให้เขา จากนั้นจึงหันไปยิ้มให้กับหัวหน้าราชทูตที่เอาแต่จ้องมองนางไม่วางตาด้วยสายตาหวานเชื่อมในคืนนี้

"ท่านเอาแต่ใจยิ่งกว่าพี่ชายท่านจริง ๆ รอจบงานเลี้ยงก่อนได้หรือไม่"

"กระหม่อมมิใช่บัณฑิตหน้าอ่อนเหมือนกัวกง องค์หญิงไม่ทรงเห็นใจกระหม่อมหรือ กระหม่อมหากหิวมากจนจะอดใจไม่ไหวแล้ว"

ใช่ กัวเหวยรู้สึกร่างกายร้อนเหลือเกินแล้ว ยิ่งเห็นสายตาของบุรุษหลายคนที่มององค์หญิงใหญ่รั่วเสียนของเขาด้วยสายตาร้อนแรงเช่นนั้น ไม่รู้ด้วยเหตุใดเขาจึงคึกคักขึ้นมาจนทนไม่ไหวเช่นนี้

รั่วเสียนถอนหายใจยาว พยายามไม่ทำท่าทางเผยพิรุธอันใด นางเอ่ยคำตำหนิเขาเสียงหวานที่ไม่น่ากลัวแม้แต่น้อยด้วยหัวใจสั่นระรัว ใบหน้าแดงซ่าน

"ท่านอย่าล้อเล่น! หากเห็นว่าข้าคือองค์หญิงของท่านอยู่ก็เชื่อฟังหน่อยได้หรือไม่!"

"มิได้ล้อเล่น หากว่าทรงไม่ป้อนนมกระหม่อม คนในงานวันนี้ก็คงรู้ว่าแท้จริงแล้วกระหม่อมคือผู้ใด กระหม่อมคือ..."

รั่วเสียนรีบเอ่ยขัดขึ้นทันใดเมื่อเสียงของแม่ทัพใหญ่ผู้นี้กำลังดังขึ้นว่าแท้จริงแล้วเขาคือสามีลับ ๆ ของตนเอง

"ท่านแม่ทัพ ท่านจะทำให้ข้าขายหน้าให้ได้ใช่หรือไม่"

น้ำเสียงของรั่วเสียนเต็มไปด้วยอาการอ่อนอกอ่อนใจในความดื้อรั้นจะกินของเขา นางมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าบัดนี้ยังมีคนที่กำลังมองมาทางนางหลายคน นางจึงส่งยิ้มให้ด้วยท่าทางเป็นปกติที่สุด

เพราะนางคือแม่งานในครานี้ อีกทั้งคนที่อยู่ในงานเลี้ยงล้วนเป็นคนสำคัญ นางจะปลีกตัวไปได้อย่างไรกัน คนผู้นี้ช่างเอาแต่ใจยิ่งนัก

ทว่าสายตาที่แม่ทัพใหญ่กัวเหวยมองนางนั้นยังทำให้นางรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ หากว่าเขาเอาจริงขึ้นมาเช่นนี้นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นคำครหาและเสียงนินทาว่าร้ายที่ตัวนางทำให้เกียรติของราชวงศ์ต้องเสื่อมเสีย

กัวเหวยขยับมุมปากเล็กน้อย จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นขยับจอกสุราดื่มจนหมด แล้วมองไปที่ซู่กงกง ขันทีสนองพระโอษฐ์ของฮ่องเต้น้อยที่อยู่ร่วมงานเลี้ยง

ซู่กงกงได้รับสัญญาณก็รู้ความยิ่ง เขากระแอมสองสามครั้งแล้วให้คนส่งสัญญาณจากระฆังหลวง ซึ่งสัญญาณนี้จะตีขึ้นสามครั้งเมื่อเกิดเรื่องสำคัญเร่งด่วนขึ้น

รั่วเสียนหันไปมองซู่กงกงด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ในขณะที่ซู่กงกงมีสีหน้าเคร่งขรึมเอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการว่า

"ฝ่าบาทมีรับสั่งให้องค์หญิงใหญ่เข้าเฝ้าด่วน เนื่องจากว่าพระองค์ทรงบรรทมฝันร้ายไม่อาจนอนหลับได้ ขอทุกท่านเชิญสำราญในงานเลี้ยงต่อไป"

เสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ ข้างกายนางด้วยความพึงพอใจ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นประสานมือดั่งขุนนางผู้อื่น

"น้อมส่งองค์หญิง เพื่อความปลอดภัยกระหม่อมจะอารักขาองค์หญิงไปที่ตำหนักเฉียนชิงของฝ่าบาทเองพ่ะย่ะค่ะ"

รั่วเสียนจำเป็นต้องลุกขึ้นยืนรับการคารวะจากคนในงานเลี้ยงทั้งหมด กล่าวติดขัดเล็กน้อยว่า

"ฝ่าบาทยังทรงพระเยาว์ ทั้งยังติดพี่หญิงคนนี้มาก ต้องขอโทษทุกท่านแล้ว นับจากนี้มอบหมายให้ท่านเสนาบดีกิจการวังหลวงดูแลทุกท่านแทนข้าด้วย เชิญตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี"

แน่นอนว่าด้วยอายุเพียงห้าขวบของฝ่าบาทน้อยนั้น ย่อมทำให้เหล่าราชทูตเข้าใจได้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดตำหนิองค์หญิง นอกจากสายตาที่มองมาคล้ายจะเสียดายที่องค์หญิงผู้เลอโฉมผู้นี้จะไม่นั่งอยู่ในงานเลี้ยงแห่งนี้แล้ว

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

rapatkun thainam
rapatkun thainam
สนุกมาก แซ่บมาก แนะนำ
2026-07-05 18:57:50
0
0
ปิยดา
ปิยดา
เรื่องนี้สนุกคะ
2026-06-21 11:14:55
0
0
211 Bab
บทที่ 1 บทนำ
"องค์หญิง กระหม่อมหิวนมพ่ะย่ะค่ะ"เสียงกระซิบทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเบา ๆ ริมใบหู ทำให้องค์หญิงรั่วเสียนที่กำลังต้อนรับคณะราชทูตจากแคว้นเฝยต้องหันมามองบุรุษร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่งด้วยใบหน้าแดงก่ำ นางกัดปากอิ่มเบา ๆ โดยไม่รู้ว่ากิริยานั้นช่างยั่วยวนคนยิ่งนัก กระทั่งกัวเหวยต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา"ท่านจะดื่มนมกับสุราได้อย่างไร คืนนี้ท่านเองก็ดื่มไปเยอะไม่ใช่หรือ หากดื่มร่วมกันจะทำให้ท่านปวดหัวได้"แม่ทัพใหญ่กัวเหวยกลับขยับเข้าใกล้นางอย่างแนบเนียน ท่ามกลางเสียงจอแจของคนที่พูดคุยกันและเสียงของดนตรีประสาน พร้อมกับเสียงร้องขับขานอันแสนหวานของนางขับร้องที่ดังขึ้นเซ็งแซ่"องค์หญิงก็รู้ว่ากระหม่อมหมายถึงสิ่งใด" พร้อมกับสายตาที่พุ่งมองต่ำลงมาแบบผ่าน ๆ ที่เห็นเนินเนื้อหน้าอกขาว ๆ อวบ ๆ ขององค์หญิงใหญ่ผู้งดงาม หลอกล่อดวงตาล้นออกมาจากอาภรณ์ที่นางสวมอยู่เสียงของนางสั่นเล็กน้อยยามเมื่อกล่าวว่า"พวกเราอยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับราชทูตต่างแคว้น ท่านจะเอาแต่ใจไม่ได้"คนผู้นั้นกลับลอบจับมือของนางแล้วบีบเบา ๆ ยังดึงมือนางเข้าไปใกล้ตักของตนเอง เพื่อสัมผัสถึงความใหญ่โตของมังกรตัวใหญ่ท
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ตกอยู่ใต้อำนาจ NC25+
หนึ่งก้านธูปต่อมาแผล่บ....แผล่บ....แผล่บ...จ๊วบ...จ๊วบ....ซู้ดดด....เสียงอันน่าละอายจากการดูดนมหวานดังขึ้นที่ตำหนักลับขององค์หญิงใหญ่ แน่นอนว่าเรื่องฝ่าบาทน้อยทรงเรียกหาพระพี่นางของพระองค์นั้น เป็นเพียงแผนการเล็ก ๆ ของแม่ทัพใหญ่ผู้โหยหิวผู้นี้เท่านั้นด้วยบัดนี้รั่วเสียนกำลังอยู่ในร่างกายเปลือยเปล่า ปล่อยให้แม่ทัพกัวเหวยนอนอยู่บนตักของตนเอง แล้วนางก็ป้อนนมใส่ปากของเขาดั่งทารกผู้หิวกระหายคนหนึ่งเขาใช้ปากดูดรวบเต้าอวบอิ่ม ปลายลิ้นเลียถันสีแดงสดอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งยังบดคลึงกอบเฟ้นด้วยความกระหาย ลมหายใจของรั่วเสียนหอบถี่ขึ้น ทั้งบังเกิดอาการรุ่มร้อนไปทั้งร่างกายนิ้วมือของกัวเหวยนั้นสากกระด้างด้วยรบทัพจับอาวุธมานานปี แต่กลับให้สัมผัสที่เสียวซ่านเป็นอย่างยิ่ง"อ๊า...องค์หญิง ถันของพระองค์ช่างหวานอร่อยเหลือเกิน""อืมมม...อา...""เสียวใช่หรือไม่องค์หญิง" ถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตอนนี้องค์หญิงของเขากำลังเสียวมากเพียงใด จากนั้นก็ขยับปากมาดูดนมอีกข้างส่งเสียงดัง จ๊วบ จ๊วบ"ร่องหอยแฉะแล้วใช่หรือไม่"เขายังถามยั่วเย้า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าองค์หญิงใหญ่ผู้นี้ของเขายังมีความเหนียมอายอยู่มาก ทว่าหากนางได้ปล
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ความคับแค้นใจ
ในช่วงปลายฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บลึกเข้าไปถึงกระดูก ยามที่เกล็ดหิมะสุดท้ายเพิ่งจะละลายหายไปจากหลังคาวังหลวง แคว้นเป่ยผิงกลับต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ที่สั่นคลอนไปทั่วทั้งแผ่นดิน ภายหลังการเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหันของฝ่าบาท รัชทายาทองค์น้อยอย่าง 'รั่วจิ่งเหอ' ผู้มีพระชนมายุเพียงสี่ชันษาและยังทรงพระเยาว์ยิ่งนัก กลับถูกกำหนดให้ขึ้นครองราชย์สืบราชบัลลังก์ทองในนาม 'ฮ่องเต้รั่วจิ่ง'ท่ามกลางสถานการณ์ที่ล่อแหลมดั่งตึกใหญ่ใกล้ถล่ม 'องค์หญิงใหญ่รั่วเสียน' พระธิดาองค์โตผู้ซึ่งได้รับพระราชโองการลับก่อนการสวรรคตให้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ จึงจำต้องก้าวออกมารับหน้าเสื่อ นางกลายเป็นผู้แบกรับหน้าที่อันแสนหนักอึ้ง ท่ามกลางความยุ่งเหยิง คลื่นใต้น้ำ และการแย่งชิงอำนาจอันบ้าคลั่งในราชสำนักขณะนี้ รั่วเสียนในฉลองพระองค์ไว้ทุกข์ผ้าป่านสีขาวบริสุทธิ์ ยืนอยู่บนระเบียงไม้ของหอธรรมแห่งวังหลวง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและเสียงสวดมนต์แผ่วเบาเพื่อไว้อาลัยแด่พระบิดาผู้ล่วงลับ นางทอดสายตาอันหม่นแสงมองผ่านกำแพงวังสีชาดสูงตระหง่าน ออกไปยังเบื้องนอกอันกว้างไกล ลมเหมันต์พัดโบกสะบัดชายอาภรณ์ขาว
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ตำราบุปผาโปรย
บทที่ 4 ตำราบุปผาโปรยและความลับของขันทีเมื่อได้ยินถ้อยคำตัดพ้ออันเต็มไปด้วยความขมขื่นขององค์หญิงใหญ่ ใต้เท้าจิ่วก็ทอดสายตา มองนางด้วยความเวทนา ขุนนางเฒ่าขยับเข้าไปใกล้ขอบแท่นทรงอักษรอีกครึ่งก้าว ก่อนจะเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาเพื่อมิให้เสียงเล็ดลอดออกไปภายนอก"องค์หญิงใหญ่โปรดทรงอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ เรื่องการหมั้นหมายสมรสนั้น แท้จริงแล้วเป็นการตกลงร่วมกันมาตั้งแต่คราตั้งรกรากปฐมกษัตริย์ มีสัตยาบันจารึกไว้ชัดเจนว่า ฝ่าบาทหรือสายเลือดราชวงศ์คนใดก็ไม่อาจใช้อำนาจก้าวก่ายเรื่องการเลือกฮูหยินในจวนสกุลกัวได้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ เนื่องจากต้นตระกูลสกุลกัวนั้นมาจากเผ่าสยงอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นเผ่าที่มีขนบธรรมเนียมเคร่งครัดว่า บุรุษและสตรีจะแต่งงานกันด้วยความรักแท้จากใจ หาใช่แต่งเพราะผลประโยชน์ทางการเมือง"ใต้เท้าจิ่วเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ "ด้วยความดีความชอบอันใหญ่หลวงของสกุลกัวในการช่วยปฐมกษัตริย์กรำศึกสร้างราชวงศ์ขึ้นมา สกุลกัวจึงได้รับการตราพระราชทานสิทธิ์พิเศษ ห้ามมิให้ผู้ใดในแผ่นดินยุ่งเกี่ยวกับการสมรสในจวนของพวกเขา ดังนั้น มีทางเดียวที่จะแต่งงานกับคนสกุลกัวได้ก็คือต้องทำให้พวกเขา
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ความลับของขันที
รั่วเสียนเบิกตากว้างเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของใต้เท้าจิ่ว แม้ว่าบัดนี้เขาจะมีอายุล่วงเลยจนมีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลา ทว่าหากพินิจดูให้ดี เครื่องหน้าและผิวพรรณนั้นยังคงหลงเหลือเค้าความงดงามนุ่มนวลชวนมองอยู่มากผิดจากขันทีทั่วไป นางจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของขุนนางเฒ่าก่อนจะเอ่ยถามเสียงแผ่ว"สิ่งนี้ ตำราเล่มนี้ ท่านเคยใช้มันด้วยตนเองมาก่อนใช่หรือไม่"ใต้เท้าจิ่วชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความขัดเขิน "องค์หญิง กระหม่อม"ทันใดนั้น รั่วเสียนกลับเผยรอยยิ้มงดงาม อ่อนหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าออกมา แววตาของนางฉายแสงแห่งความรู้แจ้ง นางขยับกายเข้าไปใกล้ขุนนางเฒ่าแล้วกระซิบแผ่วเบา แม้ว่าในห้องธรรมแห่งนี้จะมีเพียงอูหวั่นนางกำนัลคนสนิทขยับยืนคอยอารักขาอยู่เบื้องหลังเท่านั้นก็ตาม"ข้ารู้เรื่องราวของท่านทั้งหมด ทุกเรื่องจริง ๆ ท่านมิใช่ขันทีธรรมดาที่ไต่เต้าจนได้ตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจฎีกาหรอก แต่แท้จริงแล้วท่านคือ สตรีที่เสด็จพ่อโปรดปรานจนยอมให้ท่านรับราชการทั้ง ๆ ที่ขัดกับหลักการปฏิบัติ"เพราะใต้เท้าจิ่วผู้นี้ ในอดีตมีใจรักในราชการและอยากถวายงานรับใช้แผ่นดินเคียงข้างบุรุษที่นางรัก แต่นางไม่ยิ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ฝ่าบาทน้อยหายไป
ราตรีดึกสงัด ท้องฟ้าเบื้องบนมืดมิดไร้แสงดาวดวงใดทอประกาย ลมฤดูเหมันต์พัดโบกกระหน่ำผ่านยอดไม้แว่วเสียงหวีดหวิว รั่วเสียนนอนหลับอยู่ในห้องบรรทมอย่างสงบ หลังจากต้องตรากตรำอ่านฎีกาและสวดมนต์ภาวนามาตลอดทั้งวัน นางจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราโดยไม่รู้เลยว่าภัยเงียบกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ท่ามกลางความเงียบสงบอันเยือกเย็นนั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องบรรทมดังรัวขึ้น แผดเสียงก้องสะท้อนไปตามทางเดินยาว เป็นเสียงเคาะที่หนักหน่วงแฝงไปด้วยความเร่งร้อนระทึกขวัญ ราวกับว่าเจ้าของเสียงต้องการจะบอกข่าวสำคัญแก่ผู้เป็นนาย"องค์หญิง องค์หญิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ"น้ำเสียงที่ตะโกนแผ่วเบาทว่าเต็มไปด้วยความแตกตื่นลนลาน คล้ายกับคนกำลังขวัญเสียจนควบคุมตนเองไม่ได้ ทำให้รั่วเสียนรู้สึกถึงความผิดปกติที่แฝงอยู่ นางสะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันที ร่างบางรีบลุกขยับกายลงจากเตียงบรรทมด้วยความเร่งรีบ ยามนั้น อูหวั่นนางกำนัลคนสนิทที่นอนอยู่ข้างเตียงบรรทมก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเช่นกัน สีหน้าของอูหวั่นเคร่งเครียดและรีบนำเสื้อคลุมเข้ามาสวมให้รั่วเสียนอย่างรวดเร็ว"หม่อมฉันจะไปเปิดประตูนะเพคะ" อูหวั่นกระซิบบอกน้ำเสีย
Baca selengkapnya
บทที่ 7 มีเพียงใต้เท้ากัวที่ช่วยได้
หัวหน้าองครักษ์ก้มหน้าลงติดพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความกดดันและความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งก่อนจะกราบทูลต่อ"พวกกระหม่อมเข้าไปตรวจตราตามปกติ แล้วพบกงกงที่เฝ้าอยู่ข้างที่นอนของฝ่าบาทน้อย ถูกคนร้ายลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งองครักษ์เวรยามก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ต่อมาพวกกระหม่อมไหวตัวทัน จึงสามารถตามจับคนร้ายเอาไว้ได้ แต่คนร้ายกลับชิงกลืนยาพิษฆ่าตัวตายไปก่อนที่จะทันได้สอบสวนอะไรได้พ่ะย่ะค่ะ"คำพูดนั้นทำให้รั่วเสียนเบิกตากว้างขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดหวั่นลึกซึ้ง น้องชายของนางเพิ่งมีพระชนมายุเพียงสี่ชันษาเท่านั้น ในเวลานี้จะปลอดภัยหรือเกิดอันตรายสาหัสเพียงใดก็ไม่อาจรู้ได้เลย"กระหม่อมตรวจค้นจนทั่วตำหนักแล้ว ไม่มีผู้ใดพบเห็นฝ่าบาทน้อย ราวกับว่าพระองค์สามารถหายตัวได้พ่ะย่ะค่ะ" หัวหน้าองครักษ์รายงานเสียงเครือ สายตาที่เต็มไปด้วยความกลัวของเขาสะท้อนความอับจนหนทาง "องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขออภัยที่ไม่สามารถปกป้องฝ่าบาทน้อยได้ บัดนี้กระหม่อมได้ส่งคนออกตามหาแล้ว ส่วนคนในตำหนักของฝ่าบาททั้งหมด ล้วนถูกกักตัวเอาไว้เพื่อสอบสวนพ่ะย่ะค่ะ"รั่วเสียนสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างสุดกำลังเพื่อเ
Baca selengkapnya
บทที่ 8 เผชิญหน้า
องค์หญิงใหญ่รั่วเสียนเสด็จมาถึงพระตำหนักไท่เหออันเป็นที่ประทับของฮ่องเต้น้อยด้วยจิตใจที่รุ่มร้อนดั่งไฟสุม ยามนี้นอกตำหนักแวดล้อมไปด้วยความมืดมิดและเงียบเชียบ ทว่าภายในใจของนางกลับเต็มไปด้วยพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำ ระหว่างนั้นนางพยายามระงับความตื่นตระหนกเพื่อรับฟังรายงานจากราชองครักษ์อย่างเงียบเชียบ เม็ดเหงื่อผุดซึมตามฝ่ามือเนียนยามที่ทหารรายงานความคืบหน้า เบาะแสสำคัญที่พบทำให้หัวใจของนางยิ่งดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้ง เมื่อคนร้ายชุดดำที่ถูกล้อมจับได้สองคนนั้น แท้จริงแล้วคือราชองครักษ์ของฝ่าบาทน้อยที่เสด็จอาของนางเป็นผู้แต่งตั้งและส่งตัวเข้ามาด้วยตนเองความจริงข้อนี้กระจ่างชัดแจ้งแก่ใจจนน่ากลัว ศัตรูผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ นอกจากพวกกลุ่มขุนนางในราชสำนักเหล่านั้นแล้ว คนสำคัญที่สุดที่จ้องจะล้มล้างสายเลือดของนางย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากเสด็จอารั่วหมิงของนางเอง บุรุษผู้นั้นไร้ซึ่งความยำเกรงต่อสัตยาบันหรือสายเลือดเดียวกัน เขาไม่ได้มีท่าทีปิดบังอำพรางความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะก้าวขึ้นครองบัลลังก์ทองเลยแม้แต่น้อย แววตาและท่าทีที่เขาเคยแสดงออกในท้องพระโรงยามที่จ้องมองเก้าอี้มังกรนั้นเ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 เผชิญหน้า 2
เมื่อกัวกงก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาภายในพระตำหนัก รูปร่างอันสูงใหญ่และท่วงท่าอันสง่างามของเขาก็ดึงดูดสายตาของรั่วเสียนได้ในทันที ด้วยความเร่งรีบจากเหตุการณ์ด่วน เสนาบดีหนุ่มจึงสวมเพียงชุดคลุมกายสีขาว รวบผมยาวสีดำสนิทเป็นมวยไว้เหนือศีรษะและปักปิ่นหยกเรียบง่ายเอาไว้เท่านั้นทว่าการแต่งกายที่แสนง่ายดายและไร้การปรุงแต่งนี้ กลับยิ่งขับเน้นให้เขาดูโดดเด่น สุขุม และเปี่ยมไปด้วยเครื่องหน้าอันหล่อเหลาคมคายสมชายชาตรีอย่างที่สุด เพียงแค่อาศัยรูปโฉมนี้ของเขา แน่นอนว่ามากเพียงพอที่จะขโมยหัวใจของสตรีในใต้หล้าได้โดยง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากเลยด้วยซ้ำเพียงแต่ว่า สีหน้าอันดุดัน กลิ่นอายรอบตัวที่แผ่รังสีเย็นชา และสายตาคมกริบยามที่จ้องมองมานั้น ทำให้รั่วเสียนรู้สึกอึดอัดจนยากจะอธิบาย สายตาคู่นั้นของเขาทำให้นางบังเกิดความหวาดกลัวและยำเกรงบุรุษผู้นี้อย่างประหลาดตั้งแต่แรกพบ กัวกงปฏิบัติตามขบถธรรมเนียมของราชสำนักเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์หญิงใหญ่ผู้สำเร็จราชการ เขาคุกเข่าลงและก้มศีรษะลงต่ำด้วยท่าทางที่สำรวมนอบน้อม ทว่าสีหน้าท่วงท่ายังคงแฝงไว้ด้วยความเย็นชายิ่งนัก"กระหม่อมกัวกงถวายบังคมองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ"
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ช่องทางลับ
ดวงตากลมหงส์มีแววเศร้าโศกทอดมองมาที่กัวกง ท่าทางร้อนใจลนลานดุจมดในกระทะร้อนทำให้นางลืมตัว ขยับกายเข้าไปใกล้แล้วยื่นสองมือเรียวไปแตะไหล่สองข้างของกัวกงเบา ๆ ความใกล้ชิดในระยะกระชั้นชิดส่งผลให้กลิ่นหอมสดชื่นของมวลดอกไม้อ่อน ๆ โชยออกมาจากร่างกายอันงดงามของนางปะทะจมูกชายหนุ่มจนเขาชะงักไปเล็กน้อยองค์หญิงใหญ่ผู้เลอโฉมยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแหบพร่าทว่ากลับฟังแล้วหวานจับใจ"ไม่ต้องมากพิธี ท่านรีบลุกขึ้นเถิด ใต้เท้ากัวข้าหาฝ่าบาทจนทั่วแล้วไม่พบ ข้าเกรงว่าฝ่าบาท"นางพูดไม่ออกต่อไปได้อีก ได้แต่ขบกรามกัดปากอิ่มเอาไว้เพื่อกลั้นก้อนสะอื้น จากนั้นหยดน้ำตาของนางก็ไหลรินลงมาตามปรางแก้วอย่างไม่อาจควบคุมกัวกงมิใช่คนหัวใจอ่อนแอที่เพียงแค่เห็นหยดน้ำตาของสตรีผู้งดงามล่มเมืองแล้วจะใจอ่อนยวบพ่ายแพ้ กระนั้นเมื่อเห็นหยาดน้ำตาและได้ยินน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาของเขาก็ไหววูบ น้ำเสียงที่เอ่ยตอบจึงอ่อนลงหลายส่วน"องค์หญิงใหญ่ ได้โปรดสำรวมและตั้งสติให้ดี พระองค์คือผู้สำเร็จราชการแทนฝ่าบาท ความทุกข์ในใจแม้ว่าจะมีเท่าใดก็ไม่อาจแสดงให้ผู้อื่นได้เห็นพ่ะย่ะค่ะ เก็บสีหน้าของพระองค์เอาไว้ให้ดี"เพียงพบกันครั้งแรก บุรุษ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status