สมรภูมิ โชคชะตา

สมรภูมิ โชคชะตา

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-22
Oleh:  l3oonm@Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
64Bab
2.4KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

รั่วซีนักสร้างหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ของนางเป็นหุ่นยนต์ทำลายล้างที่ทั่วโลกต้องการนำไปใช้ในสงคราม วันที่นางเซ็นสัญญาซื้อขาย คือวันที่วิญญาณของนางถูกดึงเข้าในยุคสงคราม

Lihat lebih banyak

Bab 1

ความฉลาดสร้างความหายนะ

한겨울이었다.

굵은 함박눈이 쏟아지며 작산행궁(鹊山行宫: 황제가 사냥에 나갔을 때 머무는 별궁) 전체를 집어삼키듯 덮고 있었다.

금영은 끝이 보이지 않는 절벽 앞에 서 있었다.

벼랑을 휘몰아치는 찬 바람과 몸속에서 끓어오르는 열기가 마치 몸을 갈기갈기 찢어놓을 듯 단번에 그녀를 덮쳐왔다.

가슴 깊은 곳에서부터 치밀어 오르는 열기는 점점 더 거세져, 이내 정신마저 삼켜버릴 정도였다.

그녀의 손에는 금비녀 하나가 꽉 쥐어져 있었는데, 이미 날카로운 날이 손바닥을 찔러 피가 흐르고 있었다.

다행인지 아닌지 그 통증 덕분에 그녀는 간신히 마지막 이성을 붙들고 있을 수 있었다.

바로 그때, 뒤쪽 눈 덮인 숲속에서 남자들의 낮은 목소리가 들려왔다.

“독한 약을 먹었으니 멀리 가지는 못했을 거야.”

“사람을 이렇게 번거롭게 만들다니. 찾아내면 아주 본때를 보여줘야겠군.”

자신이 다시 살아나다니, 그것도 순결을 지키기 위해 절벽에 몸을 던지기 직전으로 돌아오다니, 금영은 이 상황이 믿기지 않았다.

원래 그녀는 영안후부(永安侯府)의 유일한 적녀(嫡女: 정실 부인에게서 태어난 딸)였다.

흠천감(钦天监: 봉명과 길흉을 점치는 관청)은 오래전 예언한 바 있었다. 영안후부에서 태자비의 운명을 지닌 여아가 태어날 것이라고 말이다.

예언과 똑같이 마침 태자가 태어나던 해에 그녀도 태어났고, 자연스레 모두가 그녀를 미래의 태자비로 여겼다.

금영의 조부 역시 확신을 가지고 황제에게 혼인 교지를 받아두기까지 했다.

그러나 삼년 전, 조부가 병으로 세상을 떠났다.

금영은 아버지를 대신해 직접 조부의 유해를 모시고 고향인 회양(淮阳)으로 내려가 삼년상을 치렀다.

상을 마치고 본가로 돌아오던 길, 그녀는 작산행궁을 지나게 되었다.

그리고 때 마침 황제도 신하들을 이끌고 이곳에서 사냥을 하고 있다는 소식이 들려왔다.

부모와 오라비, 게다가 정혼자까지 모두 이곳에 있다는 말에 금영은 곧바로 도성으로 들어가지 않고 작산행궁으로 향했다.

그리고 오늘은 그녀가 정혼자이자 태자인 그의 초대를 받아, 함께 근처 설림에서 눈을 감상하기로 한 날이었다.

금영은 어릴 적부터 몸가짐을 조심해 사사로이 외간 남자를 만나는 일을 삼가왔다. 그러나 정혼자인 태자와의 약속이었고, 혼례도 머지않은 상황이었기에 기꺼이 응했다.

하지만 태자는 끝내 모습을 드러내지 않았다. 약속 장소에서 그녀를 기다리고 있던 것은, 웬 산적 두 명 뿐이었다.

게다가 이곳에 오기 전, 황후가 하사한 강주(姜酒: 생강 술) 한 잔을 마셨는데, 뒤늦게 그 안에 미약이 섞여 있었다는 사실을 깨달았던 것이다.

금영은 순결을 지키기 위해 끝까지 저항하다가 결국 절벽 아래로 몸을 던지고 말았다.

불행 중 다행으로 즉사하지는 않았다. 그러나 양다리에 큰 부상을 입은 채, 얼어 죽기 직전의 상태로 사람들에게 발견되었다.

목숨을 걸고 지킨 순결이었지만, 아무도 믿어주지 않았다.

그녀가 가장 믿었던 가족들조차 죽음으로 책임을 다하라고 등 떠밀었다.

“산적에게 붙잡힌지 하룻밤이나 지났는데, 누가 그 결백을 믿겠느냐.”

“금영아, 너만 생각하면 안 된다. 가문의 명예를 지켜야지.”

“널 아끼는 건 사실이나… 이 일은 황실의 체면이 걸린 일이다.”

그들의 목소리는 끊임없이 그녀의 귓가를 맴돌았다.

결국 그녀는 황후가 내린, 태자비의 상징이었던 봉황이 새겨진 비녀로 스스로 목숨을 끊었다. 그렇게 비녀에 영혼이 묶인 채 삼년을 떠돌았다.

금영이 죽은 지 한 달 만에, 태자는 그녀의 여동생 배명월을 배필로 맞아들였다.

붉은 비단이 영안후부와 태자부(太子府)에 깔렸고, 배명월은 금영이 자결할 때 사용했던, 바로 그 봉황 비녀를 꽂고 태자비가 되었다.

부모는 물론 오라비까지 모두 배명월을 아끼며 살뜰히 챙겼다. 마치 금영이라는 사람은 처음부터 존재하지 않았던 것처럼 말이다.

물론 가끔 그녀를 떠올리는 사람은 있었다. 하지만 그들 역시 그녀가 천벌을 받은 것이라며, 지난 열여덟 해 동안 배명월의 운명을 대신 살아온 죄값을 치른 것이라고 헛소리를 늘어놓을 뿐이었다.

하지만, 하늘은 다시 한 번 그녀에게 기회를 주었다.

그렇게 금영은 모든 비극의 시발점이었던 바로 이 날로 돌아왔다.

다만 이미 그녀의 운명을 뒤틀어버린 독주를 마신 뒤였다.

금영은 다시금 속에서 치밀어 오르는 열기를 느꼈고, 강제로 회상에서 벗어날 수밖에 없었다.

“그만 도망쳐!”

“쓸데없이 힘 빼지 말고 얌전히 우리한테 몸을 바쳐!”

“여긴 아무도 없는 설림이다! 널 구하러 올 사람은 없어!”

차가운 바람을 타고 산적들의 고함이 들려왔다.

‘아무도 없는 설림…?’

그 말이 번개처럼 금영의 머리를 때렸다.

‘아니야, 있어.’

회귀 전, 그녀가 절벽에서 떨어져 다리에 큰 부상을 입고 옴짝달싹 못하던 때, 살아남을 수 있었던 것은 근처를 순찰하던 호위들 덕분이었다.

그렇다면, 그들은 누군가를 지키기 위해 급히 산꼭대기에 있는 폐궁으로 향하고 있는 것이 분명했다.

황실의 군사가 움직일 정도라면, 그 존재는 분명 몹시 귀한 인물일 터였다.

지금이라면 아직 기회가 있었다. 그에게 도움을 받을 수만 있다면, 과거의 비극을 되풀이하지 않아도 되었다.

물론 지금 상태로 찾아간다면 순결을 지키지 못할지도 모르지만 말이다.

하지만 이제는 상관없었다. 과거, 목숨까지 바쳐 순결을 지킨들 가족들의 손에 떠밀려 죽음을 맞이하는 길뿐이었다.

차라리 이 몸을 담보로 더 큰 권력에 기대어 살아남을 수만 있다면, 다시는 그런 터무니없는 명분으로 목숨을 잃지는 않을 것이다.

결심이 서자 금영은 비녀를 머리에 꽂고 방향을 틀었다. 그녀는 산 정상을 향해, 비틀거리면서도 멈추지 않고 달렸다.

작산행궁 직설전(织雪殿)은 눈 절경을 위해 지어진 전각이었으나, 세월을 이기지 못하고 폐궁이 된 곳이었다.

그녀가 직설전에 도착해 문을 여는 순간, 이미 그녀의 몸은 한계에 다다른 상태였다.

금영은 거의 뛰어들다시피 누군가의 품에 부딪혔고, 곧 맑고도 서늘한 소나무 향이 그녀를 감쌌다.

안에 있던 사람은 당황한 듯 반사적으로 그녀를 밀쳐내려 했다. 그러나 이미 약에 취해 이성을 잃은 금영은, 본능적으로 살기 위해 필사적으로 상대에게 매달렸다.

“놔라.”

아무리 밀쳐내도 다시 들러붙는 금영의 끈기에, 상대는 헛웃음을 흘리며 말했다.

그러나 금영은 끝내 놓지 않았다. 오히려 더욱 그를 끌어안으며 흐트러진 몸을 밀착시킬 뿐이었다.

아름다운 얼굴, 그러나 이성을 잃은 눈빛, 위태로운 요염함이 흘러나왔다.

“부탁이에요… 제발… 살려주세요…”

속삭이듯 흘러나온 목소리와 따뜻한 숨결에, 남자의 몸이 굳었다.

잠깐 스친 욕망에, 그는 분노를 눌러 담았다.

“방자하구나.”

낮고 냉엄한 음성이 귀 옆에서 울렸다. 그러나 금영은 물러설 수 없었다.

몸속을 갉아먹는 열기가 그녀를 미치게 하고 있었고, 남자에게서 전해져 오는 차가운 기운만이 숨통을 틔워주고 있었다.

그녀는 더욱 세게 매달렸고, 급기야 그의 옷깃을 움켜잡아 끌어당겼다.

“내가 누군지 알고 이러는 것이냐?”

남자가 그녀의 손목을 붙잡으며 물었다. 억눌린 분노가 서린 목소리였다.

금영은 멍하니 고개를 들었다.

순간, 깊은 심연 같은 눈동자와 마주쳤다.

산하를 담은 듯 고요하고, 위엄이 서린 눈.

서른을 갓 넘긴 듯한 나이, 검은 옷차림, 범상치 않은 기운…

그제야 금영은 깨달았다.

“폐하…?!”

그녀의 심장이 덜컥 내려앉았다.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

walanดี
walanดี
สนุกดีค่ะมีต่อไหมค่ะ
2026-03-12 22:31:48
0
0
64 Bab
ความฉลาดสร้างความหายนะ
จินรั่วซี นักออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ ที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกเลยก็ว่าได้ หุ่นยนต์ของเธอไม่ได้ไว้เพื่อช่วยงานบ้านหรือเพื่อการศึกษา แบบนั้นมันธรรมดาไปหุ่นยนต์ที่จินรั่วซีสร้างขึ้นมันมีไว้เพื่อใช้งานในสงคราม ประสิทธิภาพของมันยังดีเกินคาด การทำลายล้างเรียกได้ว่า สูงกว่าใช้คนจริงๆ ในการฆ่ากันเสียอีกกองทัพไม่ต้องเสียเงินในการรักษาอาการบาดเจ็บ ไม่ต้องเตรียมเสบียงอาหาร ไม่ต้องฝึกหนักเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสนามรบ อาวุธถูกติดตั้งอยู่ที่ตัวหุ่นยนต์เลย เรื่องจัดหาอาวุธจึงไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากต่อให้เสียแขนขาหรือหัวก็ยังมีระบบสั่งการให้สู่ต่อจนกว่าจะหมดสิ้นทาง พอเป็นเช่นนั้นพวกมันจะระเบิดตนเอง โดยนำตัวเองไปให้อยู่ใกล้รัศมีของศัตรูให้มากที่สุด เพียงแค่ต้องใช้ทุนในการซื้อจัดซื้อมากสักเล็กน้อย ประเทศมหาอำนาจ ไม่มีผู้ใดสนใจเรื่องราคาของมัน เพียงแค่ทำยังไงก็ได้ให้ได้มาครอบครองจินรั่วซีไม่มีผู้ใดรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอ เธอเก็บตัวอยู่ในห้องสูทสุดหรูใจกลางกรุงปักกิ่ง องค์กรใหญ่ที่เธอทำงานด้วยปกป้องข้อมูลของเธอเป็นอย่างดี เงินที่ไหนเข้ามาภายในองค์กรมากมายมหาศาลเขาจะยอมให้คนอื่นช
Baca selengkapnya
ซ่อนตัว
รั่วซีเลือกกิ่งไม้ที่พอจะรับน้ำหนักของนางและน้องชายได้ จากนั้นก็ใช้ผ้าคาดเอวของตนเองผูกร่างของนางและน้องชายเอาไว้กับลำต้นไม้ เพื่อไม่ให้ร่างตกลงไปข้างล่าง“ท่านเองก็ทำด้วย เผื่อจะเผลอหลับจะได้ไม่ตกลงไป”“ดะ ได้” เขาเองก็แปลกใจไม่น้อยที่น้องสาวดูจะเฉลียวฉลาดขึ้น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาสนใจตรวจสอบความฉลาดของน้องสาวรั่วซีต้องกระซิบปลอบเด็กน้อยที่เสียขวัญจนเกือบจะร้องไห้ออกมาไม่ให้ส่งเสียง ไม่นานความเจ็บปวดที่หัวก็ทำให้นางเกือบจะเป็นฝ่ายร้องโวยวายขึ้นมาเสียเองนางต้องกัดฟันแน่น เพื่อข่มความเจ็บปวดเอาไว้ พี่ชายที่อยู่กิ่งไม้ข้างๆ เหมือนจะสัมผัสได้ว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับน้องสาว “ซีซี” เขาร้องเรียกเบาๆ“ยะ อย่าส่งเสียง” เขาคงได้ยินเสียงฝีเท้าด้านล่างเช่นเดียวกับรั่วซีถึงได้เงียบเสียงลงทันที แล้วจับตามองว่าเกิดอันใดขึ้นความเจ็บปวดที่รั่วซีได้รับดูเหมือนจะเพิ่มความทรมานขึ้นเรื่อยๆ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ปรากฏให้นางได้เห็น มันคือความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ที่ช่วยให้นางได้รู้ถึงสถานที่ที่นางอยู่ และความเป็นมาทั้งหมดจินฮุ่ย ผู้เป็นบิดา เดิมเป็นบัณฑิตยากจนที่สอบผ่านซิ่วไฉแล้ว แต่ไม่อาจสอบผ่านจวี
Baca selengkapnya
ไม่ว่าทหารแคว้นใดล้วนโหดเหี้ยมทั้งสิ้น
ทหารรีบช่วยกันพาตัวสามพี่น้องลงมาจากต้นไม้ หนึ่งในนั้นหยิบแป้งทอดแห้งๆ ที่พกมาด้วยส่งให้จินตงเฉิงกิน แต่เขาที่ยังคงหวาดกลัวอยู่จึงไม่ได้ยื่นมือของไปรับ“ขอบคุณเจ้าค่ะ น้องชายของข้าน้อยยังคงเสียขวัญอยู่ ขออภัยที่เขาไร้มารยาทเจ้าค่ะ” รั่วซียื่นมือออกไปหยิบแล้วโค้งตัวอย่างขออภัย“ไม่เป็นอันใด พวกเจ้าเล่าหิวหรือไม่ ข้าจะได้ไปขอที่คนอื่นมาให้พวกเจ้า”“ไม่เป็นอันใดขอรับ ข้าน้อยยังพอทนไหว ซีซีเจ้าเล่าทนไหวหรือไม่” แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็ยังแอบกลืนน้ำลาย“ทนได้เจ้าค่ะ” เพียงแค่เห็นแป้งทอดที่ดูเหมือนจะแข็งจนกัดไม่เข้า รั่วซีก็ไม่นึกอยากอาหารเสียแล้ว“พวกเจ้าทนได้ก็ทนเอาหน่อย ประเดี๋ยวไปถึงค่ายผู้อพยพ อาหารย่อมมีให้พวกเจ้ากิน แต่ว่า...” เขามองมาทางรั่วซีเล็กน้อย “เจ้าไม่อาจเลือกกินได้” กล่าวจบเขาก็หมุนตัวกลับไปรั่วซีได้แต่นิ่งอึ้ง หรือว่าสายตาของนางเมื่อครู่ที่มองแป้งทอดอย่างรังเกียจ จะถูกเขาเห็นเข้า แต่นางคิดว่าไม่ใช่...จะเห็นเร็วเพียงนั้นเลยหรือสามพี่น้องถูกพาตัวออกจากป่าไปยังค่ายผู้อพยพที่ตั้งอยู่เมืองถัดไป แต่ละคนย่อมต้องเดินทางไปพร้อมกับทหาร โดยนั่งม้าไปรั่วซีที่ไม่เคยเดินทางด้วยม้ามา
Baca selengkapnya
ค่ายผู้อพยพ
จินตงชุน แจ้งเรื่องที่พูดกับทหารที่พามาส่งเมื่อครู่กับเขา ก่อนที่เขาจะทำหน้าลำบากใจแล้วเดินนำพาสามพี่น้องไปยังด้านหลังด้านหน้ามีกระโจมพักเรียงรายอยู่นับร้อยหลังเห็นจะได้ แต่ล้วนมีคนอยู่จนเต็มหมดแล้ว ส่วนมากก็เป็นพวกครอบครัวขุนนางระดับท้องถิ่น และพวกคหบดีผู้มั่งมีทั้งหลายเพียงแค่นี้รั่วซีก็เห็นถึงความต่างแล้ว คนพวกนี้แทบไม่ต้องเข้าไปแย่งอาหารกับชาวบ้านที่เหลือ เพราะมีสาวใช้คอยไปต่อแถวเอามาส่งให้ บางคนก็เต็มเสบียงอาหารมาเอง ด้วยไม่ต้องการกินรวมกับพวกชาวบ้านกว่าทหารจะนำสามพี่น้องมาถึง รั่วซีก็เหนื่อยหอบเสียแล้ว นางตงิดใจตั้งแต่เดินเลยกระโจมพักมา จนมาเห็นเนินดินที่ขุดให้คนเข้าไปหลบพักอยู่ด้านใน นางคิดเอาไว้แล้วว่า พวกนางจะต้องได้พักหลุมดินนี้เป็นแน่“ขาดเหลือสิ่งใดก็มาบอกข้า แต่ว่า...ข้าคงไม่อาจช่วยได้มากนัก ที่นี่มีอาหารให้สองมื้อ มื้อเช้ายามเฉิน (07.00-08.59 น.) มื้อเย็นยามเซิน (15.00-16.59 น.) หากพวกเจ้าไปช้าก็คงต้องอดกิน”“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ/ขอรับ”“พวกเจ้าพี่น้องไม่มีเสื้อผ้าหรือสิ่งใดติดตัวมาด้วยเลยหรือ”จินตงชุนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็หดหู่ขึ้นมาทันที “ทหารแคว้นต้าเยี่ยเข้ามา
Baca selengkapnya
เจ้าจะฆ่าลูกข้าหรือไง!!!
จินตงชุนไม่อาจขัดขวางน้องสาวได้ เขาจึงลงมือก่อไฟขึ้นมา ยังดีที่นายทหารจงให้ไต้จุดไฟกับเขามาด้วย จินตงเฉิงรีบช่วยหากิ่งไม้แห้งมากองเอาไว้ เมื่อได้ยินว่ามันกินได้ หัวมันตรงหน้ายังดูน่ากินกว่าแป้งทอดแข็งๆ เสียอีกรั่วซีขุดมันขึ้นมาได้จำนวนหนึ่ง นางก็รีบนำไปล้างน้ำระหว่างรอจินตงชุนก่อไฟ แต่เรื่องน่าแปลกก็เกิดขึ้นกับนางอีกครั้ง เมื่อฝูงปลาที่นางคิดว่ามันว่ายหนีกลับว่ายเข้ามาใกล้“เอ๊ะ!!!” นางยังเอื้อมมือไปจับมันได้อีกด้วย นางจับมาโยนขึ้นมาบนฝั่งได้เพียงสามตัว ฝูงปลาใหญ่ก็ว่ายหนีไปที่อื่นแล้ว “ประหลาด” แต่นางก็ให้ความสนใจเพียงครู่เดียว ก่อนจะร้องเรียกให้จินตงเฉิงนำมีดมาให้นางจินตงเฉิงมองปลาและพี่สาวสลับไปมาอย่างสงสัย ยิ่งเห็นนางลงมือผ่าท้องปลาอย่างชำนาญ ก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ “พี่หญิง ท่านทำเป็นด้วยหรือ ข้าไม่เคยเห็นท่านทำมาก่อน”“ทำไม่เป็นมิใช่จะทำไม่ได้ ตอนนี้พวกเราเหลือกันเพียงสามคนพี่น้อง ไม่มีท่านแม่ทำให้เหมือนเมื่อก่อน ข้าเอวก็ไม่อาจให้พี่ใหญ่ทำทุกสิ่งได้ทั้งหมด”จินตงเฉิงเงยหน้ามองพี่สาวอย่างมุ่งมั่น “ข้าจะช่วยพวกท่านด้วยขอรับ”“ดีมาก เจ้าไปหาไม้มา ข้าจะใช้เสียบปลาเอาไปย่าง เจ้าจะได
Baca selengkapnya
โรคท้องร่วงเกิดขึ้นแล้ว
จินตงชุนก่อกองไฟเอาไว้ที่หน้าปากหลุมเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ด้านใน พวกเขาเก็บฟืนมาไว้มากพอที่จะใช้ได้ตลอดทั้งคืน รั่วซียังตั้งกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำจนเต็ม วางไฟข้างๆ กองไฟ จะได้มีน้ำอุ่นๆ เอาไว้ดื่มสามพี่น้องเหน็ดเหนื่อยและเสียขวัญมาตลอดทั้งวัน พอจัดเตรียมที่หลับนอนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็นอนชิดกันแล้วหลับทันที อากาศกลางคืนหนาวเย็นจนแม้แต่กองไฟก็ต้านไม่ไหว สามพี่น้องขดตัวกอดกันเอาไว้แน่น จินตงเฉิงที่นอนอยู่ตรงกลางจึงได้รับความอบอุ่นมากที่สุดก่อนฟ้าจะสว่าง รั่วซีที่ทนความหนาวไม่ไหว นางลุกขึ้นมาเติมฟืนใส่เข้าไปในกองไฟ และนำหัวมันที่เผาเอาไว้แล้ววางไว้ข้างกองไฟ พอดื่มน้ำร้อนเข้าไป ร่างกายก็เริ่มคลายความหนาวลงไปได้บ้างแล้ว นางจึงกลับไปล้มตัวลงนอนอีกครั้งพอฟ้าสว่าง ชาวบ้านแทบจะไม่มีเหลือให้ได้เห็น ด้วยต้องไปต่อแถวรอรับอาหาร จะเหลือก็เพียงคนชราและเด็กที่ยังไม่อาจช่วยเหลือตนเองได้ที่รออยู่ที่หลุมดินหญิงชรา ผู้เป็นย่าของเด็กหนุ่มก็เช่นกัน “ท่านยาย ท่านกล้ากินกับพวกข้าหรือไม่เจ้าคะ หากรอหลานชายท่านกลับมาก็ยังไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อใด” นางยื่นหัวมันที่อุ่นจนร้อนแล้วให้หญิงชรา“ขอบใจพวกเจ้ามาก เ
Baca selengkapnya
เสียงของนางไม่มีผู้ใดรับฟัง
รั่วซีวิ่งไปก็ร้องตะโกนไปด้วย “มันไม่ใช่โรคระบาด เป็นเพียงโรคท้องร่วงเท่านั้น” นางหวังว่าเสียงอันดังของนางจะมีชาวบ้านเชื่อนางสักคนหากเขาออกเดินทางไปเสี่ยงตายตอนนี้ มิใช่ว่าจะยิ่งลำบากไปใหญ่หรือ มีชาวบ้านที่ผันตัวมาเป็นโจรออกปล้นชิง และไม่รู้ว่าประตูเมืองจะเปิดให้พวกเขาผ่านทางหรือไม่ความกังวลของรั่วซีมันเกิดขึ้นก่อนหน้าที่พวกนางจะตื่นนอนเสียอีก เมื่อครอบครัวขุนนางท้องถิ่น และคหบดีเริ่มทยอยออกจากค่ายผู้อพยพไปกดดันให้ทหารเปิดประตูเมืองกันจนเต็มหน้าประตูเมืองแล้วรั่วซีมาถึงกระโจมหมอ ด้านในมีผู้คนเต็มแน่นไปหมด หมอมีเพียงแค่สองคนที่ทำงานจนหัวหมุนไปหมด พอคนที่มีไข้และถ่ายจนเต็มตัวถูกหามเข้ามา หมอก็ร้องโวยวายออกมาทันที “รักษาไม่ได้แล้ว!!! พาออกไปเผาเลย มิเช่นนั้นผู้อื่นจะติดไปด้วย”นางรีบแทรกตัวเข้าไปเพื่อพูดกับท่านหมอ “มันไม่ใช่โรคระบาด มันคือโรคท้องร่วง เกิดจากถ้วยใส่อาหารและน้ำดื่มที่พวกเขาไม่ยอมต้มกินต่างหาก” นางตะโกนเข้าไปเสียงดังหมอเหมือนจะได้ยินที่นางพูด เขาหยุดและมองหาต้นเสียง พอเห็นว่าเป็นเพียงแม่นางน้อย เนื้อตัวมอมแมมก็ยกยิ้มเย็นที่มุมปาก “หากเจ้าเก่งจริงก็มารักษาเอง พวกเจ้าไปให
Baca selengkapnya
นับว่าข้ายังมีบุญเหลืออยู่
รั่วซีปรายตามองเขาอย่างไม่เชื่อ “ท่านเห็นข้าจับเช่นใดก็เช่นนั้น” นางเดินไปแย่งผลท้อในมือของเขามาเก็บลงตะกร้า “หากอยากกินท่านต้องไปเก็บเอง” นางคงหลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งเคยถูกเขาช่วยเหลือมาก่อน“พวกมันว่ายมาให้เจ้าจับง่ายๆ เลยหรือ”“อืม”“แล้วที่เจ้าบอกว่า โรคที่ชาวบ้านเป็นไม่ใช่โรคระบาด เจ้ารู้ได้อย่างไร” เขาเดินตามรั่วซีมาติดๆพอนางหันหลังกลับมาเพื่อพูดกับเขา จึงชนเข้ากับแผงอกของมู่ฉินฉานอย่างแรง จนนางต้องสูดปากด้วยความเจ็บ แผลเก่าก็ยังไม่ดีขึ้น ดูเหมือนจะได้แผลใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว“ท่านเดินเช่นใดของท่านกัน ต้องเดินติดข้าเพียงนี้เลยหรือ”“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะหันมา เจ็บมากหรือไม่ แล้วที่เจ้าถูกชาวบ้านทุบตีเป็นเช่นใดบ้าง”“เป็นข้าที่หาเรื่องใส่ตัวเอง ช่างเถิด ที่ท่านถามว่าข้ารู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่โรคระบาด ก่อนหน้านี้ข้าเห็นถ้วยใส่อาหารที่พี่ชายได้มาจากนายทหารจง ข้าก็บอกให้พี่ชายไปแจ้งกับเขาแล้ว ว่าถ้วยไม้ที่กระดำกระด่าง สีดำมันเป็นพิษอย่างหนึ่ง จะทำให้เกิดโรคท้องร่วงได้ หากนำมาใช้สม่ำเสมอ”เขามองนางอย่างค้นหา “เจ้าเป็นหมอหรือ”“ถ้าข้าเป็นหมอ ข้าคงรักษาชาวบ้านแทนตาเฒ่าที่ทำให้ข้าต้องถูกชาวบ้
Baca selengkapnya
เจ้ามีอาหารเหตุใดไม่แบ่งปัน
มู่ฉินฉานหรี่ตามองตามแผ่นหลังของนางไปอย่างสงสัย ที่นางพูดเมื่อครู่ถึงวิธีการกินหัวเผือก นางย่อมเคยกินมันมาก่อนอย่างแน่นอน “เจ้ารู้ว่ามันกินได้ เจ้าเคยกินมันมาก่อน?” เขาเอ่ยถามจินตงชุน“เคยครั้งหนึ่งขอรับ ท่านแม่นำมาใส่ลงไปในแกงไก่ให้พวกข้ากิน แต่ซีซีนางแพ้ กินเข้าไปก็ผื่นขึ้นทั้งตัว หลังจากนั้นท่านแม่ก็ไม่เคยทำอีกเลยขอรับ”นายทหารจงยังต้องขมวดคิ้วเช่นกัน อาหารที่รั่วซีนางเอ่ยถึงเมื่อครู่ ไม่มีน้ำแกงไก่ใส่เผือกรวมอยู่ด้วย ยิ่งนางแพ้ตั้งแต่ครั้งแรกที่กิน เป็นไปไม่ได้เลยว่าอาหารอีกสองอย่างนางจะได้กินด้วย มู่ฉินฉานก็คิดเช่นนี้รั่วซีเมื่อกลับมาถึง นางก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งล้อมวงกินอาหารร่วมกับพวกเขา แม้จะมีคนมาเพิ่มอีกสามท้อง แต่อาหารตรงหน้าก็ทำให้พวกเขากินได้อย่างเหลือเฟือ ทั้งยังเก็บปลาอีกครึ่งตัวเอาไปให้ท่านย่าของฟางอินด้วยก่อนจะกลับออกไป รั่วซีนางใช้ขี้เถ้าที่จินตงชุนเก็บเอาไว้ให้มาถูตามใบหน้าและส่วนที่โผล่ออกมานอกเสื้อผ้า ทั้งยังใช้แท่งถ่านเขียนคิ้วให้หนาขึ้นมู่ฉินฉาน นายทหารจงและฟางอิน ต่างตกตะลึง พวกเขานึกไม่ถึงว่านางใช้สองสิ่งก็เปลี่ยนให้ตัวนางกลายเป็นอีกคนไปได้แล้ว“เ
Baca selengkapnya
พวกข้าผิดที่ไหน ผิดอย่างไร
ตอนที่น้องสาวถูกทุบตีเขาก็ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ มานามนี้ยังจะด่าทอพวกเขาอีก “ก่อนหน้าเรื่องถ้วยใส่ข้าว ข้าเป็นคนพูดกับพวกท่านเองใช่หรือไม่ หรือมีผู้ใดกล้าพูดว่าไม่ใช่ข้า หึหึ...ข้ายังถูกพวกท่านถ่มน้ำลายใส่หน้า บอกว่าข้าสร้างความวุ่นวาย ไล่ให้ข้าไปหาของกินเอง ในเมื่อข้าหามาได้ เหตุใดต้องแย่งด้วย”“เช่นนั้น...พวกเจ้าก็พาพวกข้าไปหาหัวมันก็สิ้นเรื่อง” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมาอย่างหน้าหนา“ไปหาเอง!!! มันอยู่ในป่า หากไม่มีปัญญา ก็อดตายไปเลย!!!” รั่วซีจะเดินเข้าไปเก็บของของนาง แต่ถูกกลุ่มคนที่เริ่มไม่พอใจกับพูดของนางเข้ามาขวางเอาไว้ แล้วจะเริ่มลงมืออีกครั้ง“ปากดีนัก นังเด็กเวรนี่!!!” ชายวัยกลางคนเมื่อครู่ คว้าท่อนฟืนที่อยู่ใกล้มือหมายจะเข้ามาทุบตีรั่วซีแต่จินตงชุนที่ตาไว กระโดดเข้ามาปกป้องน้องสาวและน้องชายเอาไว้ จนเขาถูกตีเข้าที่กลางแผ่นหลังจนไม้ฟืนหักคามือของชายผู้นั้น “โอ๊ยยยย”“พี่ใหญ่/พี่ใหญ่”“มันจะมากเกินไปแล้ว!!!” รั่วซีคว้าไม้ฟืนที่หักครึ่ง พุ่งเข้าไปหาชายวัยกลางคน แต่ถูกเสียงตวาดก้องขัดขวางเอาไว้เสียก่อน“หยุด!!! หากไม่หยุดมือ...”เขายังพูดไม่ทันจบรั่วซีก็ฟาดไม้ใส่หัวของชายวัยกลา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status