Masukเพื่อคนที่นางหมายปองจึงวางแผนร้ายเพื่อรวบรัดเขาแต่ผิดพลาดกลับได้คนที่นางไม่ชอบมาแทน นางต้องทนอยู่อย่างรังเกียจเขา หักหลังเขา ค่อย ๆ ผลักดันให้เขากลายเป็น ทรราชที่โหดร้าย จนนางต้องตายภายในน้ำมือเขาอย่างอนาถ แต่สวรรค์กลับให้นางกลับมาใหม่ กลับมา เปลี่ยนทรราชผู้นี้ให้เดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ภารกิจพลิกชะตารักจึงเกิดขึ้น
Lihat lebih banyakบทนำ
ในสวนราชวัง สวนดอกเหมยในวังหลังบานสะพรั่ง “คุณหนู! ช้า ๆ เจ้าค่ะเดียวล้มเอา” เสียงของนางกำนัลดังขึ้นตามหลังของร่างบางของ เสิ่นเหยียนหลัวในวัยเพียงแปดขวบกำลังวิ่งเล่นท่ามกลางสวนดอกเหมยอย่างมีความสุข เสิ่นเหยียนหลัว เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของ กั๋วกงโหว และเป็นหลานสาวของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ฮองเฮามักพานางมาในวังด้วยความเอ็นดู มาเล่นกับ บุตรชายซึ่งจะขึ้นเป็น รัชทายาทองค์ต่อไป นางจึงเป็นที่รักของฮองเฮายิ่งนัก “โอ้ย!!” เสียงร้องแหลมใสดังขึ้นพร้อมแรงปะทะ เด็กหญิงร่างเล็กล้มลงนั่งกับพื้นหิมะ ดอกเหมยสีแดงร่วงหล่นกระจายเกลื่อน ใต้ต้นเหมยที่กำลังผลิบานกลางฤดูหนาว เซียวอวี้เหิงในวัยสิบห้าปีหันกลับมามองเพียงครู่เดียว สายตาเย็นเฉียบไร้แววใส่ใจทอดผ่านเด็กหญิงที่ล้มอยู่ ก่อนเขาจะหันกลับไปเก็บดอกเหมยต่อราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ท่าทางนิ่งเฉยนั้นยิ่งทำให้บรรยากาศหนาวเย็นลงไปอีก “ฮือ ๆ เจ็บ ๆ” เสิ่นเหยียนหลัวร้องให้ออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาแดงก่ำจากน้ำตาและความคับข้อง นางเงยหน้าจ้องแผ่นหลังของเด็กชายตรงหน้าด้วยความโกรธเคืองเล็ก ๆ แต่ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไป นางที่เคยถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กนั้นมิอาจยอมรับต่อการเฉยเมยของเขาได้ ในจังหวะนั้นเอง เด็กชายอีกผู้หนึ่งก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้านาง ท่าทางสุภาพ อ่อนโยน แตกต่างจากคนก่อนหน้าสิ้นเชิง “เจ้าเจ็บตรงไหนหรือ” น้ำเสียงนุ่มนวลนั้นทำให้เสิ่นเหยียนหลัวชะงักเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาของเด็กชายตรงหน้าอบอุ่นและจริงใจจนหัวใจน้อย ๆ พลันเต้นแผ่ว รอยยิ้มเขินอายค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนน้ำตา “พี่… เฉิงอวี่ ข้าไม่เป็นอะไรเพคะ” เซียวเฉิงอวี่อมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยื่นมือออกมาประคองร่างเล็กของนางให้ลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง มือของเขาอบอุ่น ต่างจากความหนาวของหิมะและสายตาเย็นชาของใครอีกคนที่ยังยืนอยู่ใต้ต้นเหมย ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังขึ้น นางกำนัลผู้ติดตามรีบวิ่งเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความแตกตื่นและเป็นห่วง “คุณหนู ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” เสิ่นเหยียนหลัวหันไปมอง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “ข้าไม่เป็นไร” นางกำนัลจึงค่อยคลายใจลงเล็กน้อย ครั้นเมื่อเหลือบเห็นบุรุษที่ยืนอยู่ใกล้ ก็รีบย่อกายลงคารวะอย่างนอบน้อม “องค์ชายสาม” เซียวเฉิงอวี่พยักหน้าเล็กน้อย แววตายังคงอ่อนโยนดังเดิม ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองจากแขนเสื้อ แล้วยื่นไปให้ เสิ่นเหยียนหลัว นางรับมันมา ดวงตาเป็นประกาย รอยยิ้มหวานแย้มปรากฏบนใบหน้าเล็ก ๆ ราวกับความเจ็บปวดเมื่อครู่มลายหายไปพร้อมหิมะที่ละลาย ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างสงบนิ่ง แต่แฝงความเด็ดขาด “น้องสาม ไปกันเถอะ” เซียวอวี้เหิงก้าวเข้ามา ร่างสูงสง่าของเขาเคลื่อนไหวอย่างมั่นคง น้ำเสียงและท่าทีไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ เซียวเฉิงอวี่หันกลับไปมองเสิ่นเหยียนหลัวอีกครั้ง ยิ้มอ่อนโยนให้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังและเดินจากไปเคียงข้างพี่ชาย ใต้ต้นเหมยที่ยังโปรยกลีบสีแดง เสิ่นเหยียนหลัวยืนมองแผ่นหลังของเซียวเฉิงอวี่ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ยังไม่ทันจางหาย ทว่าครั้นสายตาเลื่อนผ่านไปสะดุดกับแผ่นหลังของ เซียวอวี้เหิงที่ตั้งตรงแน่วช่างเย็นชายิ่งนัก นางเผลอถอนหายใจออกมาแผ่วเบา แววตาที่ทอดมองเขานั้นแฝงความขุนเคืองอยู่ไม่น้อย ราวกับความไม่ถูกชะตาถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกพบ ตั้งแต่วินาทีนั้น หัวใจของนางก็เอนเอียงไปหา องค์ชายสาม เซียวเฉิงอวี่ ผู้แสนอ่อนโยน นางอยากเป็นชายาของเขา อยากยืนอยู่เคียงข้างเขา ตรงข้ามกับ องค์ชายใหญ่ เซียวอวี้เหิงผู้เย็นชากลับเป็นดั่งเงาเย็นที่นางไม่อาจทำใจเข้าใกล้ได้ ทว่าสวรรค์หาได้ฟังคำอธิฐานไม่ สิบปีผ่านไป เสิ่นเหยียนหลัวเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง ความปรารถนาเดิมยังคงฝังแน่นไม่เสื่อมคลาย นางเพียงอยากเป็นชายาของ องค์ชายสามเท่านั้น ภายใต้คำแนะนำของ องค์รัชทายาท ญาติผู้พี่ของนาง นางจึงหลงเชื่อในแผนการที่คิดว่าจะพานางไปถึงฝัน แต่เมื่ออรุ่งอรุณมาเยือน ความจริงกลับโหดร้ายเกินคาด เมื่อนางลืมตาตื่น บุรุษที่นอนเคียงข้างหาใช่ องค์ชายสาม เซียวเฉิงอวี่ไม่ หากเป็น องค์ชายใหญ่ เซียวอวี้เหิง ผู้ที่นางไม่เคยรักและไม่อยากผูกพัน ความบริสุทธิ์ที่นางเฝ้าถนอมกลับสูญสิ้นไปกับความผิดพลาดเพียงคืนเดียว แม้นางจำต้องแต่งงานกับเขา ทว่าหัวใจกลับมอบให้แก่ องค์ชายสามอย่างหมดสิ้น กายนางอยู่เคียงเซียวอวี้เหิงเพียงเพื่อหลอกล่อ ปั่นหัว และสืบข่าวไปให้คนที่นางรัก นางทำเช่นนั้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า หักหลังครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เคยตระหนักเลยว่า การกระทำเหล่านั้นกำลังผลักดันเขาให้ก้าวลึกลงสู่เส้นทางอำมหิต ท้ายที่สุด เซียวอวี้เหิงกลายเป็นทรราชผู้โหดเหี้ยมจนผู้คนกล่าวขาน เลือดนองแผ่นดิน และ เสิ่นเหยียนหลัว ผู้หลอกลวง ผู้หักหลัง กลับถูกคนที่นางรักที่สุดทอดทิ้ง ถูกคนที่นางผลักให้กลายเป็นปีศาจ ปลิดชีวิลงอย่างอนาถ แต่นางกลับไปเกิดใหม่ไม่ได้เพราะ นางได้ทำกรรมกับเขาไว้มากเสียจน ดวงจิตทั้งสองนั้นกลับผูกไว้ด้วยกัน และ สวรรค์ให้โอกาสให้นางมาเกิดใหม่ในร่างเดิม เพื่อหยุด ทรราชผู้นี้ เริ่มต้น ภารกิจพลิกชะตารักทรราชตอนที่ 3 องค์ชายน้อยภายในห้องที่เงียบสงัด แสงแดดอ่อนลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเป็นเงาบาง สายลมอ่อนพัดต้องม่านโปร่งให้ไหวเอน กลิ่นไม้หอมจาง ๆ ลอยคลุ้งทั่วห้องบนเตียงกว้างใต้ผ้าม่านสีอ่อน เสิ่นเหยียนหลัวนอนสงบนิ่งอยู่ครั้นสายลมเย็นสัมผัสปลายผม นางจึงขยับกายเล็กน้อย เปลือกตาสั่นไหวก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่พร่ามัวค่อย ๆ ปรับชัด เห็นภาพเพดานไม้แกะสลักเลือนราง ก่อนจะหันมองไปข้างกายเซียวอวี้เหิงนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าคมคายนั้นฟุบลงกับขอบเตียง เขาหลับใหลอย่างไม่รู้ตัว เส้นผมสีดำปรกหน้าผากเล็กน้อย ทว่าแม้ยามหลับ มือใหญ่ของเขากลับกุมมือนางไว้แน่นเสิ่นเหยียนหลัวทอดมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข นางขยับนิ้วเบา ๆ สัมผัสตอบฝ่ามืออุ่นนั้น ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนหวาน นิ้วเรียวขยับเบา ๆ ทำให้บุรุษที่ฟุบหลับอยู่สะดุ้งตื่น เซียวอวี้เหิงลืมตาขึ้นช้า ๆ มองภาพตรงหน้า“เหยียนหลัว… ”น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาดังขึ้นพร้อมกับขยับกายลุกขึ้นไปนั่งเคียงข้างนาง มือใหญ่คว้าร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แน่น “ท่านอ๋อง… ”เสิ่นเหยียนหลัวเปล่งเสียงออกมาด้วยความงุนงงเล็กน้อย เซียวอวี้เหิงผละออกมาเล็กน้อย มือใหญ่ย
ตอนพิเศษ 2รอท่านภายในห้องที่เงียบสงบเสิ่นเหยียนหลัวนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะอาหาร สายตาคอยทอดมองไปยังประตูอย่างรอคอย เคียงข้างนางมี เสี่ยวเถากับเสี่ยวฮวายืนอยู่อย่างสำรวม นางทอดมองจานอาหารที่ถูกจัดอย่างประณีตนั้นพลันถอนหายใจแผ่วก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“เสี่ยวเถานี่ยามใดแล้ว”สาวใช้เงยหน้าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ เมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจและรอเจิ้นเป่ยอ๋องมานานแล้ว“ยามไฮ่แล้วเพคะ”สิ้นถ้อยคำ เสิ่นเหยียนหลัวถอยหายใจแผ่ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขากลับมีราชกิจมากมายไม่ค่อยว่างมาหานางเลย วันนี้นางตั้งใจทำอาหารที่เขาชอบเป็นพิเศษเพื่อรอเขา แต่เขากลับไม่มาเพียงไม่นานเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นหน้าห้อง นางกำนัลทั้งสองหันไปตามเสียงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี“พระชายาเพคะ ท่านอ๋องเสด็จมาแล้วเพคะ”เสิ่นเหยียนหลัวที่นั่งทำหน้าน้อยใจอยู่รีบยืดกายตรงก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างดีใจ นางรีบจัดอาภรณ์ของตนเองและทรงผมที่ตั้งใจทำมาอย่างเร่งรีบก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งเซียวอวี้เหิงก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสงบนิ่ง เขาทอดสายตาไปยังอาหารที่ยังคงว
เมืองหลิงซานหนึ่งเดือนต่อมายามรุ่งสาง ขบวนรถม้าหลวงเคลื่อนออกจากประตูวังท่ามกลางม่านหมอกบาง เสียงล้อไม้บดกับพื้นหินดังก้องเป็นจังหวะทุ้มต่ำ คล้ายเสียงกล่องส่งผู้เดินทางสู่หนทางไกล แสงแรกแห่งวันทอดยาวไปตามกำแพงสูงตระหง่าน ราวกับแผ่นฟ้ากำลังเปิดทางให้ขบวนเสด็จค่อย ๆ ลาลับจากเมืองหลวงภายในรถม้า กลิ่นไม้หอมอ่อนลอยอบอวล เสิ่นเหยียนหลัวเอนกายนั่งอย่างสงบ ม่านแพรบางไหวตามแรงสั่นสะเทือนของล้อ ทำให้ลำแสงอรุณลอดเข้ามาเป็นช่วง ๆ นางยกมือแง้มม่านเล็กน้อย สายตาทอดมองเมืองหลวงที่ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป เรือนร้านเริ่มเปิดรับวันใหม่ ผู้คนเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา เสียงชีวิตยามเช้าดังเลือนรางอยู่ไกล ๆเซียวอวี้เหิงนั่งตรงข้ามอย่างสงบนิ่ง ดวงตาคมจับจ้องอิริยาบถของนางโดยไม่เอื้อนเอ่ย ครั้นเห็นนางทอดสายตามองภายนอกอยู่เนิ่นนาน เขาจึงกล่าวเสียงต่ำเรียบ“ยังอาลัยสถานที่แห่งนี้หรือ”เสิ่นเหยียนหลัวส่ายหน้าแผ่วเบา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง“มิใช่อาลัย… เพียงแต่มีเรื่องราวมากมายที่ได้เกิดขึ้นที่นี่”สิ้นคำ นางถอนหายใจแผ่ว พลันหันไปทอดมองใบหน้าคมเรียบนิ่งของเขา ก่อนจะขยับเข้าไปนั่งเบียดเขา มือเล็กลูบไล้บนอกกว้างอย
ตอนพิเศษ 1ตำหนักองค์ชายใหญ่ภายในห้องที่เงียบสงบ แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาต้องร่างสองร่างที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนเตียงอย่างแนบแน่น สายลมยามเช้าพัดเข้ามาแผ่วเบากระทบร่างบางของเสิ่นเหยียนหลัวที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง นางขยับกายเล็กน้อย พลันรับรู้ถึงไออุ่นที่กำลังโอบล้อมร่างนางอยู่ นางลืมตาขึ้นก่อนจะเงยหน้าเล็กน้อยมองใบหน้าคมที่ยังคงหลับใหล เสิ่นเหยียนหลัวทอดมองใบหน้าคมที่กำลังหลับก่อนจะเผยรอยยิ้มบางออกมา มือเล็กยกขึ้น ปลายนิ้วเรียวไล้หว่างคิ้วเข้มลงมาหยุดอยู่ปลายจมูกโด่งอย่างแผ่วเบา ทว่าทันใดนั้นริมฝีปากหยักได้รูปนั้นก็ยกขึ้นมากัดลงบนปลายนิ้วของนิ้วอย่างเบา ๆ เสิ่นเหยียนหลัวหัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ตื่นแล้วหรือเพคะ”เซียวอวี้เหิงลืมตาขึ้นก้มลงมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน ดวงตากลมใสของนางช่างสะกดเขาจนไม่อาจละสายตาได้ ริมฝีปากเล็กนั้นดึงดูดเขาอย่างไม่อาจห้าม เขาโน้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบาก่อนจะกวาดชิมรสหวานจากปากนางอย่างหลงใหลเสิ่นเหยียนหลัวที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสจูบของเขาก็ผละออกเล็กน้อยอย่างห้ามใจ นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“สายมากแล้วเพคะ”เซียวอวี้เหิงจูบลง
ตอนที่ 8มือสังหารขบวนเสด็จกลับวังเคลื่อนตัวผ่านเส้นทางคดเคี้ยวกลางป่าทึบ แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องสอดเรือนยอดไม้ลงมาเป็นลำ เงาม้าศึกและทหารยาวเหยียดทอดไปตามพื้นดินเซียวอวี้เหิงนั่งอยู่หลังม้า สีหน้าสงบนิ่ง แววตาคมกริบกวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง ตงมู่ควบม้าเคียงข้างไม่ห่าง มือใหญ่ของเซียวอวี้เหิงเลื
ตอนที่7เสียสละคุกหลวงภายในคุกหลวง ความเย็นชื้นเย็นเกาะอยู่ตามผนังหิน กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคลุ้งอยู่ในอากาศ เงาเปลวไฟจากคบเพลิงไหววูบวาบ ราวกับกำลังหายใจ ทำให้ห้องทั้งห้องดูคับแคบและอึดอัดยิ่งนักเสิ่นเหยียนหลัวก้าวเข้ามาช้า ๆ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังก้องเบา ๆ นางหยุดยืนเบื้องหน้า เซียวอวี้เ
“ไปกัน”อารั่วที่ยืนอยู่ด้านหลังมองตามนางด้วยความงุนงงพร้อมเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ“ไปไหนเจ้าค่ะ”“ไปหา เซียวอวี้เหิง”แม้อารั่วจะพยักหน้ารับแต่แววตาเต็มไปด้วยความงุนงงต่อเหตุการที่เกิดขึ้น คุณหนที่เคยเอาแต่เรียกหา องค์ชายสามบัดนี้กลับเอาแต่สนใจ องค์ชายใหญ่…ภายในกระโจมใหญ่ที่เงียบสงบของ องค์ชายให
ตอนที่5นอนด้วยในงานล่าสัตว์ประจำปี ลานกว้างกลางหุบเขาหลวงถูกจัดตกแต่งอย่างโอ่อ่า ธงหลากสีโบกสะบัดรับสายลมฤดูใบไม้ร่วง เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างนั่งเรียงรายอยู่ใต้กันสาด สนทนาและจิบชากันอย่างคึกคัก เสียงหัวเราะแผ่วเบา ประสานเสียงเครื่องดนตรี สร้างบรรยากาศครึกครื้นทั่วทั้งลานไม่นานนัก เสียงฝีเ