Home / รักโบราณ / สมรภูมิ โชคชะตา / ความฉลาดสร้างความหายนะ

Share

สมรภูมิ โชคชะตา
สมรภูมิ โชคชะตา
Author: l3oonm@

ความฉลาดสร้างความหายนะ

Author: l3oonm@
last update publish date: 2026-03-03 02:08:30

จินรั่วซี นักออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ ที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกเลยก็ว่าได้ หุ่นยนต์ของเธอไม่ได้ไว้เพื่อช่วยงานบ้านหรือเพื่อการศึกษา แบบนั้นมันธรรมดาไป

หุ่นยนต์ที่จินรั่วซีสร้างขึ้นมันมีไว้เพื่อใช้งานในสงคราม ประสิทธิภาพของมันยังดีเกินคาด การทำลายล้างเรียกได้ว่า สูงกว่าใช้คนจริงๆ ในการฆ่ากันเสียอีก

กองทัพไม่ต้องเสียเงินในการรักษาอาการบาดเจ็บ ไม่ต้องเตรียมเสบียงอาหาร ไม่ต้องฝึกหนักเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสนามรบ อาวุธถูกติดตั้งอยู่ที่ตัวหุ่นยนต์เลย เรื่องจัดหาอาวุธจึงไม่ต้องคิดให้ยุ่งยาก

ต่อให้เสียแขนขาหรือหัวก็ยังมีระบบสั่งการให้สู่ต่อจนกว่าจะหมดสิ้นทาง พอเป็นเช่นนั้นพวกมันจะระเบิดตนเอง โดยนำตัวเองไปให้อยู่ใกล้รัศมีของศัตรูให้มากที่สุด เพียงแค่ต้องใช้ทุนในการซื้อจัดซื้อมากสักเล็กน้อย ประเทศมหาอำนาจ ไม่มีผู้ใดสนใจเรื่องราคาของมัน เพียงแค่ทำยังไงก็ได้ให้ได้มาครอบครอง

จินรั่วซีไม่มีผู้ใดรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอ เธอเก็บตัวอยู่ในห้องสูทสุดหรูใจกลางกรุงปักกิ่ง องค์กรใหญ่ที่เธอทำงานด้วยปกป้องข้อมูลของเธอเป็นอย่างดี เงินที่ไหนเข้ามาภายในองค์กรมากมายมหาศาลเขาจะยอมให้คนอื่นชิงตัวเธอไปได้อย่างไร

เงินที่เธอได้มาทั้งหมด ล้วนหมดไปกับการซื้อสิ่งของเพื่อเติมเต็มวัยเด็ก วัยรุ่นที่ไม่เคยได้มีเช่นคนอื่น เธอจึงไม่เคยคิดที่จะใช้เงินเพื่อสาธารณประโยชน์เลยสักครั้ง

และวันนี้ก็เหมือนเดิม เธอออกไปฉลองความสำเร็จของตนเอง กับเงินที่เพิ่งจะถูกนำมาส่งมอบถึงสองพันล้านหยวน ด้วยการซื้อตึกแปดชั้นกลางเมืองปักกิ่งเสียเลย

จินรั่วซี นำเงินมาเทลงบนที่นอนใหม่ของเธอจนเต็ม แล้วกระโดดขึ้นไปนอน หัวเราะอย่างมีความสุข “มีเงินมันดีแบบนี้เอง” เธอกางเกง กางขาอ้ารับความสุขที่เพิ่งได้มาอย่างต็มที่

นี่เป็นเพียงเงินส่วนแรกที่เธอได้รับจากการส่งตัวอย่างหุ่นยนต์และเซ็นสัญญาเรียบร้อย เธอไม่โง่ถึงขั้นส่งโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาอย่างยากลำบากไปด้วย

ขั้นตอนสุดท้ายที่จะส่งมอบยังเหลือเวลาอีกเกือบสิบวัน ตอนนี้เธอจึงมีเวลาที่จะหาความสุขได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่คิดว่ามันคือค่ำคืนสุดท้ายที่เธอได้ดื่มด่ำกับเงินทองที่ได้มาจากความหวาดกลัวของคนทั่วโลก

“ตื่นได้แล้วนังหนู” เสียงแหบแห้งของคนมีอายุเรียกจินรั่วซีให้ตื่นจากความฝันหวานของเธอ

“หืม” เมื่อลืมตาตื่นได้เต็มที่ จินรั่วซีก็ต้องกระโดดลุกพรวดขึ้นมานั่งอย่างมึนงง

เมื่อตรงหน้าของนางเป็นชายชราหนวดยาว ผมขาวโพลนไปทั้งหัว แล้วยังสวมใส่เสื้อผ้าประหลาด เมื่อนึกดีๆ ก็พอจะเดาได้ว่าในคือชุดโบราณที่เธอเห็นในละคร

พอมองไปรอบๆ ตัวก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อตอนนี้ที่เธออยู่ไม่ใช้ห้องนอนในตึกสุดหรูที่เธอเพิ่งจะครอบครองได้เพียงวันเดียว มันคือป่าเขาที่งดงาม รายล้อมด้วยขุนเขาสูงใหญ่ แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่าน ช่างงดงามจนไม่อาจละสายตาได้

แต่ว่า...ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติที่ได้เห็นน้อยครั้งนัก

“เออ...ฉันมาอยู่ที่ได้ไงคะ แล้วคุณตาเป็นใคร”

“เจ้าเป็นคนฉลาด แต่ความฉลาดของเจ้าสร้างความหายนะให้กับโลกใบปี ในเมื่อเจ้าต้องการให้เกิดสงคราม เช่นนั้น...เจ้าก็ไปพบเจอสงครามกับตาตนเองเถิด”

“ห๊ะ!!! เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉันไม่เข้าใจ คุณตาหมายความว่าไงคะ” เธอรีบโบกมือปฏิเสธ เมื่อเห็นชายชราตรงหน้ายกมือขึ้น เหมือนจะชี้ลงทัณฑ์มาทางเธอ

“เมื่อไปถึงเจ้าจะเข้าใจได้เอง ใช้สติปัญญาของเจ้าเพื่อเอาตัวรอดเถิด ข้าหวังว่าครั้งนี้เจ้าจะไม่เดินทางผิดเป็นครั้งที่สอง”

สิ้นคำ ภาพตรงหน้าของจินรั่วซีก็ค่อยๆ เลือนรางไป พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าก็กลายเป็นค่ำคืนของฝันร้ายที่ตัวเธอไม่เคยนึกฝันว่าจะได้มาพบเห็นกับตาตนเอง

เสียงกรีดร้อง เสียงร่ำไห้ กลุ่มควันไฟและเพลิงที่กำลังลุกไหม้เผาผลาญทุกสิ่งอย่างน่าหวาดกลัว

“ซีซี!!! ซีซี เจ้าได้ยินพี่หรือไม่” เด็กหนุ่มตรงหน้าเขย่าเรียกตัวรั่วซีที่ยังคงนอนอยู่กับพื้น เบิกตากว้างมองทุกสิ่งด้วยความตกใจ

“...” รั่วซีหันมาตามเสียงเรียก เด็กหนุ่มใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา ดินโคลนปิดบังใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้เสียเกือบครึ่ง ในอ้อมแขนของเขายังมีเด็กผู้ชายอายุคงไม่เกินห้าหนาวกอดรัดเอาไว้แน่น

“ต้องรีบหนีแล้ว ทหารแคว้นต้าเยี่ยบุกมาใกล้ถึงแล้ว หากยังช้าอยู่พวกเราจะต้องตายกันหมด” มือของเขาช่วยดึงตัวรั่วซีให้ลุกขึ้นเพื่อออกวิ่ง

จิตใต้สำนึกของรั่วซีทำให้นางเอ่ยพูดออกไปว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่เล่า” เด็กหนุ่มนิ่งอึ้ง แม้แต่นางที่เป็นคนพูดก็นิ่งอึ้งไม่ต่างไปจากเขา

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ตายแล้ว” น้ำเสียงของเขากลั้นสะอื้นเอาไว้อย่างปวดใจ จนรั่วซีที่ไม่เคยสัมผัสถึงความรักของคนในครอบครัวนางยังอดที่จะเสียใจร่วมไปกับเขาไม่ได้ “พวกเราเหลือกันเพียงสามพี่น้องแล้ว รีบไปก่อนที่พวกทหารจะมาเพิ่ม เจ้าลุกไว้หรือไม่ หรือจะขี่หลังข้า”

“ข้าลุกไหว” นางลุกขึ้นวิ่งตามเด็กหนุ่มตรงหน้าไปด้วยความมึนงง

ทุกย่างก้าวที่นางได้ผ่านไป มีคนนอนตายทุกหนแห่ง คนเจ็บที่ไม่อาจพาหนีไปด้วยได้ทุกทิ้งให้นอนรอความตายอย่างทรมาน เด็กเล็กที่ถูกทิ้งเอาไว้ ส่งเสียงร้องเรียกหาบิดามารดา รั่วซีไม่รู้ว่าที่ไม่พาไปด้วยกลัวเป็นภาระหรือว่าบิดามารดาตายกันหมดแล้ว พอนางจะวิ่งไปดูพวกเขาก็ถูกพี่ชายเจ้าของร่างดึงให้วิ่งต่อ

“ช่วยไม่ได้แล้ว หากเจ้าพาไปด้วย จะต้องพาไปกี่คน เจ้าก็คงไม่อาจเอาตัวรอดได้” แม้คำพูดจะดูโหดร้าย แต่ทุกถ้อยคำมันคือความจริง

รั่วซีไม่มีเวลาหยุดคิด เมื่อมีกลุ่มทหารขี่ม้าบุกเข้ามาเพิ่ม ในมือที่ถือดาบกำลังฟาดฟันใส่ร่างของชาวบ้านที่อยู่ใกล้มืออย่างบ้าคลั่ง สตรีบางคนถูกฉุดกระชากเข้าไปในพงหญ้าที่อยู่ใกล้ตัว ก่อนจะเกิดเสียงกรีดร้องอย่างทรมานออกมา

ไม่ต้องตามไปดูให้เห็นกับตาก็พอจะรู้ว่า มันเกิดอะไรขึ้น รั่วซีสั่นสั่นสะท้านไปทั้งตัว ร่างที่วิญญาณของนางเข้ามาอยู่แทนที่ แม้ยังไม่เติบโตเต็มที่ แต่ก็พอจะนึกออก หากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นสตรีพวกนั้น นางเองก็คงไม่รอดเช่นกัน ถึงได้รีบออกตัววิ่งอย่างสุดชีวิตไปพร้อมที่ชายของนาง

แต่จำนวนคนที่กำลังหนีตาย และร่างกายที่มีบาดแผลทั้งยังดูอ่อนแอจะหนีไปได้ไกลแค่ไหน รั่วซีเหลือบไปเห็นป่าข้างทางที่มีชาวบ้านบางส่วนวิ่งเข้าไปบ้างแล้ว นางจึงดึงเสื้อของพี่ชายให้หันกลับมาแล้วชี้ไปทางป่าด้านข้าง

“เข้าไปซ่อนตัวก่อน”

“ไป!!!”

รั่วซีวิ่งขึ้นไปนำอยู่ด้านหน้า สายตาและสมองประมวลไปด้วยว่าต้องเอาตัวรอดเช่นใด ข้างหน้าไม่ไกลมีถ้ำอยู่ แต่ชาวบ้านส่วนมากก็มุ่งหน้าไปที่ถ้ำเช่นกัน

นางเห็นต้นไม้ใหญ่ที่แตกกิ่งก้านเพียงพอให้พวกนางสามคนหลบซ่อนได้ ทั้งยังมีใบไม้ที่หนาปกคลุมอยู่ด้วย

“ขึ้นไปด้านบน”

“จะขึ้นได้อย่างไร ด้านหน้ามีถ้ำ ไปหลบร่วมกับคนอื่นดีกว่า”

“หากทหารตามมาเจอ ท่านว่าคนที่อยู่ในถ้ำจะรอดหรือไม่ หากขึ้นไปซ่อนบนต้นไม้ ทางรอดยังจะมีความเสีกว่า ไหนจะสัตว์ป่าอีก อีกไม่นานพวกมันจะต้องออกมาตามกลิ่นคาวเลือดแน่” สายตาของรั่วซีจริงจังจนพี่ชายนางอดเห็นด้วยไม่ได้

รั่วซีไม่รอให้เขาตอบรับ นางก็รีบขึ้นไปก่อนแล้ว “ส่งน้องเล็กมา” นางยื่นมือมารับตัวน้องชาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ตอนจบ

    รั่วซีตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในรถม้าโดยมีมู่ฉินฉานกอดเอาไว้ ด้านข้างของนางมีบุตรชายที่นอนอยู่ในห่อผ้าโดยไร้แม่นมทั้งสองติดตามมาด้วย“มู่ฉินฉาน ท่านทำบ้าอันใด!!!” รั่ววีตวาดเสียงดัง ทั้งยังทุบตีเขาอีกหลายที“เจ้าเสียงดังอันใด ลูกตกใจหมดแล้ว” มู่ฉินฉานรีบอุ้มเด็กทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม “ฮวนเออร์ ฮุ่ยเออร์ เด็กดี พวกเจ้าอยากไปอยู่กับพ่อใช่หรือไม่”“เหอะ ไม่รู้ว่าที่โรงหมอจะวุ่นวายมากเพียงใด” รั่วซีทำได้เพียงถอนหายใจออกมา แล้วรับบุตรชายทั้งสองมาป้อนนมให้พวกเขาที่โรงหมอวุ่นวายเช่นที่รั่วซีคิดจริง เมื่อคนหายไปหลายคนอีกทั้งยังเป็นทารกน้อยสองคน ที่ไม่สมควรเดินทางไกลอีกด้วย มู่ฉินฉานทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับเพื่อแจ้งเรื่องการเดินทางของเขา แม้แต่ใต้เท้ามู่และเสิ่นซื่อเองก็นึกโมโหบุตรชายตัวดี“ไม่รู้ว่ากลัวผู้ใดจะพรากเมียพรากบุตรไปจากเขาอีก ถึงได้กระทำการต่ำช้าเช่นนี้” เสิ่นซื่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมีโทสะ“ท่านพี่ แล้วหลานชายทั้งสองของข้าจะเกิดอันตรายหรือไม่เจ้าคะ” ฮูหยินหลิวกลัวว่าหลานชายจะเป็นอันใด“ซีซีนางเป็นหมอ บุตรชายนางจะเป็นอันใดได้อย่างไร” หมอหลิวนึกถึงมู่ฉินฉานก็แค้นใจ ไ

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ

    จินตงชุนและจินตงเฉิงเองก็นั่งอยู่ข้างเตียงช่วยเรียกรั่วซีอีกแรง แต่นางก็ยังคงหลับสนิทเช่นเดิม บุตรชายทั้งสองก็ร้องไห้อยู่นานกว่าจะพากันหลับด้วยความอ่อนเพลีย“มีหนทางหรือไม่ท่านหมอ” อาฟ่านเอ่ยถามขึ้นมาเสียงสั่น“คงได้แต่รอให้นางตื่นขึ้นมาเอง” หมอหลิวก็หมดหนทางที่จะช่วยแล้ว หมอจวงที่ถูกตามตัวมาช่วยตรวจก็ไม่อาจหาหนทางช่วยได้รั่วซีที่ทุกคนกำลังวุ่นวายเพราะการหลับไม่ตื่นของนาง ตอนนี้กำลังนั่งมองหน้าอาจารย์ลู่ ที่กำลังดื่มชาอย่างใจเย็น สถานที่แห่งนี้นางเคยเข้ามาแล้ว เมื่อครั้งที่วิญญาณของนางมาในมิติโบราณครั้งแรก“ท่านอาจารย์ ท่านดึงวิญญาณของข้ามา เพื่อให้ข้านั่งมองท่านดื่มชาหรือเจ้าคะ”อาจารย์ลู่วางแก้วชาลง “ข้าจะส่งเจ้ากลับมิติเดิมของเจ้า หน้าที่ของเจ้าในมิติโบราณจบสิ้นลงแล้ว”รั่วซีเลิกคิ้วขึ้นมอง “หืม...ท่านจะให้ข้าทิ้งบุตรชายที่ข้ายังไม่เคยเห็นหน้าเช่นนั้นหรือ” นางยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ“ก่อนหน้าเป็นเจ้าที่เรียกร้องอยากจะกลับมิใช่หรือ”“แต่ตอนนั้นข้ายังไม่มีบุตรของตนเอง ข้าไม่กลับแล้วเจ้าค่ะ”“หึหึ ได้”“หืม...ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ”“แล้วเหตุใดต้องยากด้วยเล่า กลับไปได้แล้ว คงวุ่นวาย

  • สมรภูมิ โชคชะตา   คลอดแล้ว

    หมอหลิวได้แต่ถอนหายใจออกมา จะเร็วกว่านี้หนึ่งวันหรือช้ากว่านี้สักวันก็ไม่ได้เลย เขาลุกขึ้นเดินไปสั่งความด้านนอก “เตรียมห้องคลอด”มู่ฉินฉานได้ยินว่าเตรียมห้องคลอด เขาก็โยนต้นหนามที่อยู่ด้านหลังทิ้งแล้วลากตัวบ่าวที่กำลังวิ่งไปเตรียมของให้นำทางไปเรือนพักของรั่วซีความจริงก็แทบไม่ต้องใช้คนนำทางเลย เมื่อบ่าวมากกว่าครึ่ง ทั้งยังมีเสี่ยวจง อาฟ่านและอาเหิงอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซีแล้วมู่ฉินฉานเห็นอาฟ่านและอาเหิงยืนอย่างร้อนใจอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซี ก็เดินเข้าไปถีบทั้งสองคนละทีจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปในเรือนพักของนางอย่างรวดเร็ว“หลีกไป!!!” เขาตวาดออกมาเสียงดัง เมื่อสาวใช้กำลังช่วยประคองรั่วซีเพื่อไปที่ห้องคลอด“เสียงดังเพื่ออันใด” รั่วซีได้แต่ถลึงตามองเขามู่ฉินฉานเดินไปช้อนตัวนางขึ้นอุ้ม “นำทาง” เขาเอ่ยกับสาวใช้ที่ตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว “รอให้เจ้าคลอดก่อนแล้วข้าจะมาจัดการเจ้าด้วย”“หึ ผู้ใดจะจัดการผู้ใดกันแน่” นางทุบไปที่แผงอกของเขา แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเสียเอง เมื่อท้องของนางบีบรัดแรงขึ้น “โอ๊ยยย” นางร้องออกมาเบาๆ“เจ็บมากหรือ” เขากระชับรั่ววีเข้ามากอดเอาไว้แน่น แล้

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แบกต้นหนามมาขอขมา

    อาฟ่านและอาเหิงสะดุ้งสุดตัว ต่างก็รีบส่ายหน้าพร้อมกัน เมื่อถูกคิดว่าเป็นบิดาของเด็กในท้องรั่วซี“ไม่ใช่ขอรับ”“หึหึ ข้ารู้ตัวว่าไหวมากน้อยเพียงใดเจ้าค่ะ ที่ข้าขอร้องให้ท่านช่วยจัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยหรือไม่เจ้าคะ”“ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าไปที่จวนก่อนเถิด ข้าคงต้องจัดหาหมอตำแยมาเพิ่มแล้วกระมัง” หมอจวงได้แต่ส่ายหน้า แล้วขึ้นรถม้าเพื่อนำทางรั่วซีไปที่พักของนางโรงหมอในเมืองหย่งเป่ยก็ไม่ต่างจากเมืองซิวเชียงนัก เมื่อรั่วซีนางต้องการโรงหมอที่อยู่ติดกับจวนพัก เพื่อสะดวกในการรักษาเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากหมอจวงทุกอย่างจึงง่ายขึ้น นางส่งจดหมายมาแจ้งเขาล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ทั้งสถานที่และคนที่ต้องการเรียนรู้จากนางก็พร้อมเรียบร้อยแล้ว ยังมีผู้ช่วยหมอที่อยู่ในเมืองตู่เป่ยและเมืองชุนเป่ยที่เดินทางมารอเรียนกับนางอีกด้วยทางโรงหมอนางไม่ต้องเข้าไปวุ่นวายมากนัก เมื่อมีหมอจวงคอยจัดการอยู่ รั่วซีนางจึงเปิดสอนวิชาการแพทย์ของนางที่จวนของนางเลยหมอหลิว เมื่อคำนวณแล้วว่ารั่วซีนางใกล้คลอด เขาก็ลางานในสำนักหมอหลวงโดยบอกว่าจะไปช่วยรั่วซีนางจัดตั้งโรงหมอที่เมืองหย่งเป่ย แล้วพาครอบครัวเดินทางไปหย่ง

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าก็ตัดใจเสียเถิด

    เริ่มแรกโรงหมอเปิดทำการรักษาโดยไม่คิดเงิน เพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินมารักษาและเพื่อให้หมอต้วนได้มีโอกาสตรวจและรักษาจากตัวผู้ป่วยจริงถึงจะบอกว่าเป็นการรักษาโดยไม่คิดเงิน แต่หากชาวบ้านคนใดที่ต้องการจ่ายเงินค่ายาหรือค่ารักษา จะมีกล่องไม้ที่ตั้งเอาไว้เปิดรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เงินส่วนนี้รั่วซีนางยกให้หมอต้วนทั้งหมด ลูกจ้างในร้านคนใดที่พอจะมีความสามารถด้านการแพทย์ นางก็สอนการแพทย์ให้พวกเขาด้วยเช่นกันรั่วซีนางส่งข่าวไปที่จวนตระกูลหลิวว่านางพักอยู่ที่เมืองซิวเชียง เพียงแค่หนเดียวเท่านั้น ข่าวจากเมืองหลวงที่ส่งมาถึงนางก็มีเพียงเรื่องจินตงเฉิงเข้าเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว แม้จะอยู่ในวัยยังไม่ถึงเจ็ดหนาว แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา อาจารย์ในสำนักศึกษาก็รับเขาเอาไว้ทันที จินตงชุนเองก็เข้าเรียนในสำนักศึกษาเพื่อรอสอบจวี่เหรินในอีกหกเดือนข้างหน้าตระกูลหลิวใช้ชีวิตเช่นเดิม หมอหลิวก็เดินทางไปทำงานในสำนักหมอหลวงทุกวัน ฮูหยินหลิวก็เข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาและงานมงคลเช่นปกติ เมื่อพบเจอเสิ่นซื่อนางก็ไม่ได้ทำตัวเหินห่างหรือว่าแสดงอาการอันใดออกมาให้เสิ่นซื่อสงสัยเสิ่นซื่อเองก็ลองหยั่งเชิงฮูหยินหลิวอยู่บ่อยครั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แต่นางคือภรรยาของข้า

    มู่ฉินฉานรู้แก่ใจว่าหมอหลิวคงรู้เรื่องของตนและรั่วซีแล้ว เขาคุกเข่าลงตรงหน้าของหมอหลิวเสียงดัง แผ่นหลังที่เคยยืดตรงยามนี้มันห่อเหี่ยวลงอย่างสิ้นหวัง“ก่อนหน้าข้าน้อยไม่รู้ความกระทำเรื่องไม่ดีลงไป ตอนนี้ทุกสิ่งอย่างล้วนได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ข้าน้อยไม่จำเป็นต้องหมั้นหมายกับคุณหนูเว่ย หวังว่าท่านหมอจะเมตตาข้าน้อยสักครั้งขอรับ ได้โปรดบอกข้าน้อยเถิดขอรับว่าซีซีนางอยู่ที่ใด”หมอหลิวหรี่ตามองมู่ฉินฉานที่ดูเหมือนว่าเขาสำนึกผิดแล้ว “ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางไปที่ใด เจ้าก็รู้ว่าซีซีนางมีความปรารถนาต้องการสร้างโรงหมอ เผยแพร่ความรู้ของนางสร้างหมอทั่วแคว้นต้าหลี่ ข้าบอกได้เพียงว่านางเดินทางออกไปแล้ว”มู่ฉินฉานเงยหน้าขึ้นมองหมอหลิวเพื่อใคร่ครวญว่าสิ่งที่เขาพูดจริงเท็จเพียงใด แต่ก็เห็นเพียงแววตาที่เศร้าหมองของเขาเมื่อเอ่ยถึงรั่วซีเท่านั้น“นางเดินทางไปนานแล้วหรือยังขอรับ ไปทิศทางใด ได้โปรดบอกกล่าวข้าน้อยด้วยขอรับ”“นางเดินทางไปได้สามวันแล้ว ข้าเองก็ไม่แน่ใจทิศทางที่นางจะไป นางบอกเพียงจะส่งข่าวมา แต่ยามนี้ยังไม่มีสิ่งใดมาถึงข้า” เขาไม่บอกข้อเท็จจริงทั้งหมดให้มู่ฉินฉานรู้ เขาหลอกลวงรั่วซีมาเนิ่นนาน ท

  • สมรภูมิ โชคชะตา   รับเป็นลูกศิษย์

    รั่วซีนิ่งอึ้งไป สาเหตุที่นางต้องมาอยู่ในมิติแห่งนี้ก็เพื่อช่วยเหลือคน หากท่านเทพมองลงมาเห็นใจนาง คงยอมให้นางกลับคืนห้วงมิติของนางใช่หรือไม่นางหันไปขอความเห็นจากจินตงชุน อย่างไรเขาก็เป็นพี่ชายของนาง “พี่ใหญ่ ท่านเห็นเป็นเช่นใดเจ้าคะ”หมอหลิวที่เห็นนางลังเลถึงกับคิ้วกระตุกไม่หยุด มีคนจำนวนมากเพียงใ

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้ามีความรู้เรื่องการแพทย์หรือ

    รั่วซีกลับมาถึงใต้ต้นไม้ที่รองแม่ทัพเสิ่นรออยู่ เขาก็เพิ่งจะได้สังเกตใบหน้าของนางดีๆ ตอนนี้แตกต่างจากตอนที่น้ำตาล้างขี้เถ้าออกจากใบหน้าของนางราวกับเป็นคนละคน เพียงแต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังขี้เถ้าซ่อนความงามเช่นใดเอาไว้กันแน่ นางถึงต้องปกปิดเสียจนไม่น่ามองเช่นนี้“ข้าน้อยขออภัย ที่ปล่อยให้รองแม่ทัพเสิ่

  • สมรภูมิ โชคชะตา   พวกข้าผิดที่ไหน ผิดอย่างไร

    ตอนที่น้องสาวถูกทุบตีเขาก็ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ มานามนี้ยังจะด่าทอพวกเขาอีก “ก่อนหน้าเรื่องถ้วยใส่ข้าว ข้าเป็นคนพูดกับพวกท่านเองใช่หรือไม่ หรือมีผู้ใดกล้าพูดว่าไม่ใช่ข้า หึหึ...ข้ายังถูกพวกท่านถ่มน้ำลายใส่หน้า บอกว่าข้าสร้างความวุ่นวาย ไล่ให้ข้าไปหาของกินเอง ในเมื่อข้าหามาได้ เหตุใดต้องแย่งด้วย”

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้ามีอาหารเหตุใดไม่แบ่งปัน

    มู่ฉินฉานหรี่ตามองตามแผ่นหลังของนางไปอย่างสงสัย ที่นางพูดเมื่อครู่ถึงวิธีการกินหัวเผือก นางย่อมเคยกินมันมาก่อนอย่างแน่นอน “เจ้ารู้ว่ามันกินได้ เจ้าเคยกินมันมาก่อน?” เขาเอ่ยถามจินตงชุน“เคยครั้งหนึ่งขอรับ ท่านแม่นำมาใส่ลงไปในแกงไก่ให้พวกข้ากิน แต่ซีซีนางแพ้ กินเข้าไปก็ผื่นขึ้นทั้งตัว หลังจากนั้นท่าน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status