INICIAR SESIÓNค่ำคืนปกคลุมทั่วบริเวณเขตอุตสาหกรรมร้าง ลมเย็นพัดผ่านโครงเหล็กเก่า ๆ ของโรงงานที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังเป็นระยะ สร้างบรรยากาศน่าหวาดระแวงจนแทบไม่มีใครอยากเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ยามค่ำคืนแต่คืนนี้แตกต่างออกไปเพราะภายในโกดังร้างหลังหนึ่ง มีคนถูกจับตัวเอาไว้คนคนนั้นก็คือธีร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ กลางห้อง มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้านหลัง แม้จะถูกจับตัวมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่เขายังคงพยายามรักษาสติเอาไว้ ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยช้ำเล็กน้อยจากการขัดขืนตอนถูกจับตัว แต่โดยรวมยังไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเขารู้ดีว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร พวกมันไม่ได้ต้องการเขาแต่พวกมันต้องการคิน ชายฉกรรจ์หลายคนยืนเฝ้าอยู่รอบโกดัง บางคนถืออาวุธ บางคนเดินตรวจตราพื้นที่อย่างระมัดระวัง หัวหน้ากลุ่มนั่งอยู่บนลังไม้ฝั่งตรงข้าม"แฟนนายคงกำลังตามหาจนหัวหมุนแล้ว"ธีร์มองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ "ถ้าฉลาดพอ เขาจะไม่มา"ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง "งั้นเหรอ... แต่จากข้อมูลที่เราได้มา เขาไม่มีวันทิ้งนายหรอก"คำพูดนั้นทำให้ธีร์เงียบลงเพราะลึก ๆ เขาก็รู้เหมือนกัน คินไม่มีวันปล่อยให้เขาอยู่ที่นี่เพียงลำพังในเวลาเดียวกั
ถึงจะอยู่ในสถานการณ์คับขันและอันตรายแค่ไหน ธีร์ก็ยังมีสติรีบเปิดระบบติดตามที่คินตั้งไว้ให้ในโทรศัพท์มือ ถึงแม้ตลอดเส้นทางจะมองไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพียงแค่เปิดสัญญาณติดตามคินก็จะตามมาช่วยเข้าได้ทันที ธีร์ยังใช้จังหวะคนร้ายเผลอส่งข้อความเตือน ไม่ให้คินประมาทและยังบอกด้วยว่า ที่เขาถูกจับตัวมาเป็นแผนของคนร้ายที่ต้องการล่อให้คินตามมาช่วยฝ่ายคินเมื่อได้รับสัญญาณและข้อความจากคนรัก คินจึงได้รีบกลับไปที่เพนท์เฮาส์เพื่อวางแผนช่วยธีร์ ทุกอย่างต้องรอบคอบและรัดกุมที่สุดเสียงเครื่องยนต์ของรถเอสยูวีสีดำดังต่อเนื่องขณะคินน์ขับออกจากบริเวณสนามสอบด้วยความเร็วที่ยังอยู่ในขอบเขตกฎหมาย แต่สีหน้าของเขากลับตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทราบจากลูกน้องว่าถูกจับธีร์ขึ้นรถตู้สีดำไป เขาก็มั่นใจแทบจะทันทีว่าต้องเป็นคนของแก๊งศัตรูแน่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขายังพอควบคุมสติได้ คือระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้ในโทรศัพท์ของธีร์เมื่อหลายเดือนก่อนหลังจากเหตุลอบทำร้ายคินน์ครั้งนั้น ธีร์เป็นคนบ่นว่าคินน์ระแวงเกินเหตุ แต่สุดท้ายก็ยอมติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามฉุกเฉินตามคำขอของเขา และตอนนี้แอปนั้นกำลังส่งสัญญาณมาหน้าจอโท
ระหว่างที่คินกำลังขับรถเข้าบริษัทก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทอย่างเขตส่งมารัว ๆ จนคินต้องจอดรถข้างทางเพื่อนอ่าน พอเปิดดูก็เป็นข้อมูลเบื้องหลังของบริษัทคู่แข่งของเขานั้นเอง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือบริษัทคู่แข่งเป็นบริษัทบังหน้าของแก๊งศัตรูของพ่อเขานั้นเอง คินจึงไม่แปลกใจที่ทำไมเวลาประมูลราคางานทีไรบริษัทนี้จะตั้งราคามาเพื่อตัดราคาบริษัทเขาตลอด พออ่านข้อมูลจบคินก็เริ่มเป็นห่วงคนรักขึ้นมาทันที คินได้นัดกับธีร์ไว้ก่อนออกจากบ้านว่า ธีร์สอบเสร็จเที่ยงพอดีคินจะไปรับคนรักไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่ดูเหมือนต้องส่งคนไปคุ้มกันเพิ่มแล้ว ถึงแม้จะมีลูกน้องคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ แต่ตอนนี้เริ่มจะชะล่าใจไม่ได้แล้ว คินรีบโทรหาเซนมือขวาและพ่วงตำแหน่งเลขาของเขา เพื่อสั่งให้เพิ่มคนคุ้มกันอีกเท่าตัวเสียงกริ่งประกาศหมดเวลาสอบดังขึ้นภายในห้องสอบ ธีร์วางปากกาลงช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา เขาทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบอย่างเต็มที่ อ่านหนังสือแทบทุกวัน ทบทวนเนื้อหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทำข้อสอบเก่าจนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเขาก็มั่น
หลังจากพิธีรับปริญญาผ่านพ้นไป ชีวิตของธีร์ก็เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้ง อีกห้าเดือนต่อมาก็เข้าสู่ช่วงหาสอบบรรจุตามสถานศึกษาทั่วประเทศที่เปิดสอบ เป้าหมายต่อไปของเขาไม่ใช่การเรียนจบไม่ใช่การรับปริญญา แต่เป็นการสอบบรรจุครู ความฝันที่เขาตั้งใจเอาไว้มาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่คณะครุศาสตร์เช้าวันหนึ่งหลังจากรับปริญญาได้ไม่นาน ธีร์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้องนอน หนังสือสอบกองสูงวางเรียงอยู่เต็มโต๊ะ ทั้งวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป กฎหมายการศึกษา จิตวิทยาการศึกษา หลักสูตรการสอน และวิชาเฉพาะทาง คินเดินผ่านห้องมาเห็นก็ถึงกับยกคิ้ว"ธีร์จะอ่านทั้งหมดนี่จริง ๆ เหรอ"ธีร์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือ "จริง""เยอะมากนะ""สอบครั้งเดียวก็ต้องเอาให้เต็มที่"คินพยักหน้าอย่างเข้าใจตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ธีร์แทบจะใช้ชีวิตอยู่กับหนังสือทุกเช้าเขาตื่นตั้งแต่หกโมง ออกกำลังกายเล็กน้อย รับประทานอาหารเช้า แล้วเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่เจ็ดโมงอ่านจนถึงเที่ยง พักรับประทานอาหารจากนั้นกลับมาอ่านต่อในช่วงบ่าย บางคืนอ่านจนเกือบเที่ยงคืน หลายครั้งที่คินเปิดประตูเข้ามาเห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งจดสรุปด้วยสีหน้าจริงจัง"พักบ้างไหม"
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีรับปริญญาและใช้เวลาทั้งวันกับครอบครัว ถ่ายรูป รับคำแสดงความยินดี และตอบข้อความจากเพื่อน ๆ จนแทบไม่มีเวลาพัก ในที่สุดช่วงค่ำก็มาถึง บ้านของคินและธีร์เงียบสงบกว่าช่วงกลางวันมาก ครอบครัวของทั้งสองคนต่างแยกย้ายกลับไปพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เหลือเพียงคินกับธีร์ที่อยู่ด้วยกันภายในบ้าน บนโต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่นมีเค้กก้อนเล็ก ๆ วางอยู่ตรงกลาง ข้างกันเป็นอาหารที่ทั้งสองช่วยกันจัดเตรียมอย่างง่าย ๆ ไม่ได้หรูหราเหมือนงานเลี้ยงใหญ่ แต่กลับอบอุ่นกว่าที่ไหน ธีร์นั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ก่อนจะปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อย "ในที่สุดก็จบจริง ๆ สักที" คินหัวเราะเบา ๆ พลางยื่นแก้วน้ำผลไม้ให้ "คุณบัณฑิตเหนื่อยไหมครับ" "มาก... ยืนถ่ายรูปทั้งวัน ขายืนจะไม่อยู่แล้ว แต่วันนี้คินยิ้มเยอะนะ... และก็มีความสุขมาก" คินยิ้มตามเขานั่งลงข้าง ๆ แล้วมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ธีร์ยังคงสวมชุดสูทที่ใส่ใต้ครุย ใบหน้าหล่อเหลามีร่องรอยความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความสุข "มองอะไร" ธีร์ถามเมื่อสังเกตเห็นสายตาของคิน "มองคนเรียนจบ มองบัณฑิตรูปหล่อ" "คินก็เรียนจบแล้ว" "แต่วันน
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากวันที่ธีร์ส่งงานชิ้นสุดท้ายและปิดฉากชีวิตนักศึกษาอย่างสมบูรณ์ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่น่าเชื่อ และในที่สุดวันที่สำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งก็มาถึง วันรับปริญญาของธีร์เช้าวันนั้นธีร์ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ความจริงเขาแทบไม่ได้นอนเต็มอิ่มนัก เพราะความตื่นเต้นปะปนกับความรู้สึกหลากหลายที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจเมื่อแต่งกายด้วยชุดครุยบัณฑิตเรียบร้อยแล้ว เขายืนมองตัวเองในกระจกอยู่ครู่หนึ่งภาพสะท้อนตรงหน้าคือชายหนุ่มที่ผ่านการเรียนมาสี่ปีเต็ม ผ่านทั้งการสอบ การทำรายงาน การฝึกสอน และอุปสรรคมากมายกว่าจะมาถึงวันนี้ ภาพความทรงจำสมัยจำให้ธีร์ตกอยู่ในภวังค์ความคิดจนเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาถึงจึงได้ตื่นจากภวังความคิดค์นั้น"พร้อมหรือยังธีร์"เสียงคุณย่าดังมาจากด้านนอก น้ำเสียงของย่าบ่งบอกถึงความตื่นเต้นแทนเขาจนธีร์ต้องหัวเราะเบา ๆ"พร้อมแล้วครับย่า"เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบว่าทั้งครอบครัวกำลังรออยู่ด้านล่าง คุณย่าแต่งตัวสวยเป็นพิเศษในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน ส่วนคุณพ่อและคุณแม่ก็อยู่ในชุดสุภาพเรียบร้อย ใบหน้าของทั้งสามคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ"หล่อมาก"คุณย่าพูดทัน







