로그인ปฐพีสัปเหร่อผู้พบเจอความสูญเสียและซากศพมาทุกรูปแบบจนปลงสังขาร เป็นคนจิตแข็งไร้ความรู้สึกแต่โชคชะตาก็นำพามาพบหนุ่มลูกครึ่งที่มีบางอย่างพิเศษเข้ามาทำให้คนตายด้านหวั่นไหวใจเต้นแรงอีกครั้ง
더 보기สัปเหร่อที่รัก
ช่วงสมัยหนึ่งสยามเริ่มคบค้ากับพันธมิตรชาวฝรั่งเศสเพลานั้นสยามคุ้นเคยกับฝรั่งมังค่าตาฟ้าหัวทองผิวขาวจัดแต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีระย้าระยางมีพิธีรีตองในการตัดเย็บตามแบบฉบับชาวตะวันตก เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม..เพื่อการค้าระหว่างประเทศและเพื่อ..สัมพันธ์อันดี 'มากันแล้วนั่น ลำนั้น ลำโน้น มากันมากโขทีเดียวฝาหรั่งตัวขาวจั๊วะ ผมสีทอง จมูกโด่ง แปลกตาจริง' เรือสำเภาลำแล้วลำเล่าทยอยเข้าตัวพระนครชั้นในอึกทึกทั้งเรือและชาวเมืองสยามสองฝั่งคลอง สถานการณ์ในไทยไม่สู้ดีนักหลายเชื้อชาติใช้เป็นทางผ่านยึดอาณานิคมเป็นว่าเล่นที่สยามยังตั้งตระหง่านอยู่เช่นนี้ได้ก็เพราะยอมอ่อนมิยอมแตกหักแข็งข้อกับเมืองมหาอำนาจจึงต้อนรับขับสู้ชาวตะวันตกเป็นหลักนี่แล ประชาชนชาวเมืองตื่นตาตื่นใจเพราะทางการแจ้งประชาชนว่านี่คือสัญญาณอันดีที่มีพันธมิตรเป็นเมืองมหาอำนาจ แต่กับชาวสยามบางกลุ่มก๊กกลับมิชอบตั้งแต่แรกเห็น "พี่ดินมิไปดูเศสฝาหรั่งกับเขาดอกหรือเส้นผมขาวทั้งหัวแต่หน้าตาขาวใสอ่อนวัยเหมือนเด็กแรกเกิดตานี่สีฟ้าแว้บวับแวววาวราวกับลูกแก้วจมูกคนพวกนั้นก็แหลมยาวเหมือน..เหมือนกระไรน้า? เด็กหนุ่มวัยแรกรุ่นวิ่งหน้าตาตื่นถอดเสื้อตัวดำกร้านแดดสวมโจงกะเบนย่ำพื้นดินดำปี๋เข้ามายังข้างป่าช้าที่มีกลุ่มชายวัยไล่เรี่ยถอดเสื้อสวมโสร่งโจงกระเบนอุ้มไก่ชนคนละตัวท่าทางเกเรยกหมู่คณะ "จะเหมือนกระไรได้วะ ก็เหมือนกับผีน่ะสิ แล้วอีกอย่างก็ไม่มีเศษฝาหรั่งด้วยโว้ย!" เสียงกลั้วหัวเราะนั่งหันหลังบนขอนไม้ในอ้อมแขนมีไก่ชนตัวงาม ร่างหนาแน่นเนื้อมีรอยสักอักระเต็มแผ่นหลังยาว ท่อนขาแกร่งถลกจงกระเบนนั่งยองส่งเสียงหัวเราะครืนเฮฮาตามประสาวัยรุ่นแตกหนุ่มห้าวหัวร้อนดิบเถื่อน เห็นท่าทางเกเรเช่นนี้แต่เป็นลูกหลานคนมีเงินมีทองทั้งก๊ก "ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้แดงเขาเรียกฝาหรั่งเศสโว้ย" "เออๆ เช่นนั้นแหละมิต่างกันดอก แต่มันไม่เหมือนผีหนาคนที่มางดงามดั่งรูปปั้นในวัง เครื่องแต่งกายแปลกตามิเคยพบเจอที่ใดงามเช่นนี้มาก่อน" "เพ้อเจ้อ จักตื่นตาบ้ากระไรกับอีแค่พวกฝาหรั่งกบฏมันจะมาขนสมบัติบ้านเมืองเรากลับไปสิไม่ว่า" "ไม่มั้งพี่ดินก็ทางการบอกว่า.. อะแฮ่ม~ นี่คือสหายคนพิเศษของสยาม จักต้องต้อนรับขับสู้อย่างดีเช่นนี้หนา" คนวิ่งข่าวอย่างเจ้าแดงยืดตัวตรงทำมือไพล่หลังเลียนแบบขุนนางใหญ่จึงถูกผ้าชุบน้ำเช็ดไก่เฟี้ยงใส่ "ใครจักต้อนรับก็ต้อนรับไปแต่ข้าไม่รับไม่ชอบ เอ็งก็รู้ว่าพวกมันยึดเมืองอื่นรอบสยามไปแล้วในหัวของมันคงจ้องจะฮุบเมืองเราเท่านั้นแล" "มีข่าวลือว่าฝรั่งเศสส่งบุตรชายวัยยี่มาประจำการที่สยามด้วยหนาถึงว่าต้อนรับขับสู้เป็นเป็นพิเศษ" "วัยยี่เท่าข้าเลยรึอยากลองปะชันกับฝาหรั่งจริงเทียวดูสิจะแน่สักเพียงใด" ชื่อเสียงความโดดเด่นเรื่องความสง่ารูปงามเก่งกล้าวางตัวน่าเชื่อถือไม่ทำกริยาเจ้าชู้หยาบคายใส่ชาวสยามจึงเป็นที่รักของเจ้าเมืองกระทั่งมีการพนันขันต่อมอบที่ดินตรงข้ามวัดพสุธาคงคารามให้เป็นที่พักอาศัยและสร้างโบสถ์แก่ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาพำนักพักพิง ไม่มีใครไม่รู้จัก ฌ็อง เชรี ทหารกล้ามากฝีมือหาตัวจับยากทั้งสง่างามหยิ่งทระนงแบบชนชั้นสูงแต่น้อบน้อมมีมารยาทได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะหมัดมีดปืนผาหน้าไม้คล้ายจะเก่งเกินลูกเจ้าขุนมูลนายทั่วไปเสียด้วยซ้ำ ฝีมือประจักต่อสายตาชาวสยามในวันแรกที่มาถึงคล้ายเป็นการข่มขวัญกลายๆ ว่าฝรั่งเศสไม่ได้มีดีเพียงการเจรจาหรือการค้าเท่านั้น พสุธา คงคาราม หรือดิน ชายหนุ่มรูปงามคมเข้มวัยยี่สิบปีบริบูรณ์หลานชายคนโปรดของเสนาบดีส่วนพระองค์คนสำคัญในรั้ววังชั้นใน ในวันที่ทั้งคู่ต้องนั่งประชันหน้ากันที่ท้องพระโรงเพื่อทำความรู้จักอย่างเป็นทางการฝั่งหนึ่งคือฝรั่งตัวสูงใหญ่ไหล่กว้างตั้งตรง สวมชุดพองผ้าระบายมีสีสันหวานละมุน เส้นผมหยักสีทองถูกประพรมน้ำมันใส่ผมปาดไปด้านหลังเปิดเปลือยดวงหน้าเรียวยาวขาวสว่างเครื่องหน้าเด่นชัดด้วยดวงตากลมโตสีฟ้าใสคิ้วเรียวโค้งจมูกโด่งพุ่งและริมฝีปากอิ่มสีเเดงเรื่อเล็กน้อยจากอากาศเมืองร้อน เจ้าบ้านอย่างดินหลานชายคนโปรดเสนาบดีนั่งหลังตรงสวมชุดไทยสุภาพจัดแต่งทรงผมสีดำขลับเรียบแปล้เช่นกัน สายตาคู่คมจ้องมองชายวัยทัดเทียมนั่งหลังอกแอ่นใบหน้าเชิดสูงไม่วอกแวกนิ่งสงบราวกับรูปปั้น ยามลมพัดโชยมามีกลิ่นหอมไม่คุ้นชินปลิวลอยมาเป็นระยะ แปลก...แปลกจริง "ได้ข่าวว่าท่านฌ็องถนัดการต่อสู้ฝั่งสยามเองก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ถนัดการต่อสู้อายุอานามเท่ากันดูเหมือนว่าจะเกิดวันเดียวกันปีนักษัตรเดียวกัน นี่อาจจักเป็นนิมิตหมายอันดีว่าสองชาติของเรามีดี อุตส่าข้ามน้ำข้ามทะเลมาเจอกันข้าจักอยากชมฝีมือเด็กหนุ่มฝั่งตะวันตกเป็นบุญตาเหลือเกินทุกท่านเห็นด้วยหรือไม่?" เสนาชั้นยศสูงมีหน้าที่รับรองแขกต่างประเทศเอ่ยขึ้นใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรสมชื่อสยามเมืองยิ้ม ผู้มาเยือนสยามครานี้มิใช่ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงหัวดำตาดำแต่เป็นทหารกล้าหนุ่มชาวตะวันตกฝรั่งเศสลักษณะแปลกตากว่าที่ชาวสยามเคยพบพาน ฝาหรั่งกลุ่มหนึ่งเข้ามาในนามสานสัมพันธ์สองทวีปเด็กหนุ่มฝรั่งเศสทั้งหมดเข้ามาเยี่ยมชมบ้านเมืองทักทายชาวสยามด้วยภาษาไทยสำเนียงแปล่งผมสีทองดวงตาสีฟ้าเขียวและมีผิวพรรณสว่างจ้า "กระผมมิมีอันใดขัดข้องขอรับ" หัวหน้าทหารกล้าผู้โดดเด่นสง่างามกว่าใครเอ่ยขึ้นด้วยภาษาไทยสำเนียงแปล่งจัดว่าทำการบ้านมาดีเพราะใครๆ ต่างทราบในความยากของอักษรสยาม "พสุธาเล่าเจ้าจักประลองกับลูกเจ้าขุนมูนนายฝาหรั่งดูหรือไม่?" เสนาเฒ่าหันหาประชากรชาวสยามผู้ถูกเรียกให้เข้ารับรองแขกเมืองเพราะมีความสามารถรอบด้าน "มิมีอันใดขัดข้องขอรับ" ชายร่างหนากำยำคมเข้มคุกเข่าหมอบก้มตอบรับความต้องการของสหายเจ้าคุณปู่ "ดีมากถ้าเยี่ยงนั้นแล้วเราตั้งกฎเกณและมอบของกำนัลเสียหน่อยเพื่อความรื่นเริงยิ่งขึ้น ท่านประสงค์สิ่งใดหรือไม่ท่านฌ็อง?" "ข้าพระองค์ประสงค์ที่พักกายพักใจเพราะนับถือศาสนาคริสต์ธรรมเนียมปฎิบัติแตกต่างจากชาวสยามจึงไคร่ขอที่ดินหัวเมืองตรงข้ามวัดนั้นประกอบพิธีกรรมและอยู่อาศัยจักได้หรือไม่ขอรับ?" หืออออ! เสียงฮือฮาดังขึ้นกลางวงประชุมคนที่แสดงสีหน้าไม่พอใจไม่เห็นด้วยเช่นดินจ้องเขม็งแขกคนพิเศษของสยามไม่วางตา ไม่ถูกชะตาแม้เกิดพร้อมกัน "กงนั้นจักทำเป็นที่เรียนรู้แทนการเรียนในวัดมิใช่หรือขอรับ?" พสุธาชายหนุ่มหน้าเหี้ยมยกมือประนมขึ้นเหนือหัวเอ่ยค้านขึ้นมากลางวง ทุกคนใน ท่าทีผู้ใหญ่ที่ยิ้มแย้มได้เสมอทำเอาหนุ่มเลืดร้อนหวั่นใจ "เอาเช่นนี้ก็แล้วกันในเมื่อท่านฌ็องหมายมั่นมาแต่แรกคงอยากอยู่ที่นั่น เช่นนั้นเราจักยกแผ่นดินผืนนั้นให้เป็นของผู้ชนะดีหรือไม่?" "ขอรับ/ครับ" ไม่ได้มีแค่ผู้ที่ยินดีในการมาตั้งรกรากกลางสยามของชาวฝรั่งเศส จุดรวมใจของชาวบ้านคือวัดถ้ามีที่ขัดเกลาให้ความรู้เด็กใกล้ๆ พ่อแม่น่าจะดีใจ ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้ใช้ที่ดินตรงข้ามวัดนี้สร้างเป็นสถานศึกษาที่เริ่มเข้ามามีบทบาทเพื่อแบ่งเบาภาระของวัดที่มักจะใช้ทำพิธีทั้งงานบุญและงานศพเป็นเนืองๆ คนภายในรู้ดีว่าฝั่งสยามจำต้องยินยอมเมื่อการเป็นปรปักกับชาวตะวันตกไม่ใช่เรื่องฉลาดนัก แต่คนเช่นพสุธามิได้เห็นแก่ใครหน้าไหนผืนแผ่นดินไทยจักยกให้ใครอื่นได้เยี่ยงไร ชาวต่างชาติหัวทองไม่ได้เก่งการต่อสู้ด้วยมือเปล่าทั้งที่ถูกไล่ต้อนจนต้องลดแรงปะทะด้วยการกอดรัดร่างหนาเอาไว้ไม่ให้ปล่อยหมัดหนักใส่ส่วนสำคัญของร่างกาย หลังจากโดนไปหลายหมัดผิวขาวขึ้นรอยแดงช้ำม่วงชัดเจนแถมปากหยักทรงเสน่ห์ก็แตกมุมปากเลือดซิบ จักฝีมือดีเพียงใดก็มิมีใครเทียบชาวสยามได้สักครั้ง ชาวสยามคนแรกที่ได้ลิ้มลองรสชาติหมัดคนต่างชาติที่ไม่ใช่กระบวนท่าคุ้นเคย ไม่แข็งทื่อ ไม่รับหมัดตรง ไม่สวนกลับแรง แต่มีชั้นเชิงมากกว่านั้น รู้จักหลบถอย รู้จักการกอดรัดหลบแรงประทะและมือไวเพื่อชัยชนะ ซึ่งชาวสยามไม่ใช้วิธีนี้ สองร่างหนาสีผิวขาวดำตัดกันชัดเจนชายชาวสยามชะล่าใจในท่าทีต่างชาติที่ไม่รู้จักมวยไทยดีพอหอบแฮ่กเหงื่อโทรมกาย ความอยากเอาชนะเพื่อครอบครองที่ดินผืนนั้นหนักหน่วงพอๆ กับความรู้สึกยามถูกท่อนแขนขาวโอบลำคอหนายื่นหน้าเข้าใกล้หอบแฮ่กข้างหู ไอร้อนจากร่างกายขาวจัดระอุยิ่งกว่าเพลิงไฟพาให้กายสีเข้มร้อนระอุได้อย่างร้ายกาจ กลิ่นกายฝาหรั่งหอมหวนชวนมึนเมายามเข้าเบียดสีรู้สึกได้ดียามถูกปลายจมูกโด่งบดฝังเข้ามาบนผิวกาย เผลอไปรู้สึกกับร่างกายขาวๆ หอมๆ พาขนอ่อนลุกชันพรั่นพรึงยามกลางกายเฉียดใกล้กัน คนคนนั้นนึกถึงเพียงชัยชนะโดยไม่สนว่าร่างกายแนบชิดกับคู่ต่อสู้เกินไปหรือไม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการคนหัวทองตาฟ้ามิได้ใช้วิธีใสสะอาดอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะดูไม่มีอะไรในสายตาคนนอกที่มองอยู่ไกลๆ แต่การต่อสู้ครั้งนั้นมันไม่ปกติ ชายชาวสยามถูกโน้มคอแทงเข่าจนต้องก้มตัวอ้าปากออกระบายอาการจุกหน่วง แต่ถูกนิ้วเรียวยาวล้วงเข้ามากดที่โคนลิ้นรับรู้ได้ถึงความฝาดเฝื่อนที่โคนลิ้นรู้ตัวอีกทีก็เซถลาเข้าหาหมัดขาวโดนต่อยเสยคาง...หลับคาที่ พ่ายแพ้...เสียแล้ว ....เงาดำค่อยๆ จางหายไป เพื่อนทั้งสามยืนเหม่อลอยนิ่งค้างราวกับไม่รับรู้สิ่งใด เอสเม่ออกจากอ้อมกอดแน่นไม่ได้เพราะทำพันธะต่อกันและมันต้องสมบูรณ์ด้วยการนำสิ่งที่ถูกขโมยไปกลับคืนถิ่นของมัน"..กลับไปกินข้าวกัน"ดวงหน้าน่ารักเหม่อลอยไร้การต่อต้านพยักหน้าหงึกหงักราวกับตุ๊กตา ดวงตาสีอ่อนเลื่อนลอยไม่ต่างจากเพื่อนๆ ที่ยืนนิ่งราวกับคนหลับไหลแม้ยังลืมตาอยู่ร่างเล็กลอยหวือขึ้นจากพื้นจากการโอบอุ้มของคนรักก้าวเดินกลับไปยังท่าเรือที่เดิมเรือแจวลำเดิมที่พ่อเคยพาแม่พายข้ามวัดข้ามโบสถ์มันยังคงเป็นลำเดียวกับที่พายให้เอสเม่นั่งเอสเม่ถูกพากลับมายังฝั่งวัดโดยที่ไม่มีใครมาขัดขวางจากการเตรียมพร้อมรับมือมาตลอด ที่คาดการณ์ไว้เมื่อรู้ว่าโกเมนของตระกูลอยู่ที่ไหนคนของตระกูลฌ็องจะรีบโผล่มาขัดขวางทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างขึ้นเมื่อเหตุการณ์หลังร่วมรักหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเอสเม่ราวกับเส้นผมบังภูเขาเอสเม่ที่เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยตรงข้ามคือกุญแจปลดล็อคเรื่องทุกอย่างที่ตามหาความจริงมานานดังเช่นที่พูดกับแม่ของเอสเม่และนี่คือความรักไม่ใช่การแก้แค้น นี่คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเด็ดขาดนำพาร่างคนรักกับอัญมณีสีแดงกลับมาทำพิธี
เอี๊ยดด!!ด้วยความเร่งรีบเจมส์ขับรถเข้ามาจอดในรั้วโรงเรียนรวมกลุ่มกันเดินไปส่งเพื่อนที่บ้านพักแค่เพียงเห็นหน้าลูกคนเป็นแม่ก็จ้องร่างเล็กของลูกชายด้วยสายตาคมกริบใบหน้าเชิดหยิ่งนิ่งดุจนางพญาทำเอาเพื่อนไม่กล้าเข้าใกล้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อลูกชายเดินมาหาใกล้ๆ ร่องรอยบางอย่างประกฎให้เห็นนอกร่มผ้าและคนสูงวัยก็รู้ดีว่านั่นคือร่องรอยอะไร"ลูกมีแฟนเหรอเอสเม่?" น้ำเสียงเย็นยะเยือกผิดกับการตวาดแรงเช่นเมื่อครู่ สายตาทิ่มแทงกดข่มบางอย่างมองเข้ามานัยน์ตาคู่สวยราวกับตอกย้ำความผิดที่คนเป็นลูกรับปากไว้ก่อนมาที่นี่"...ค ครับ""แม่บอกว่ายังไง? ห้ามมีแฟนที่นี่ไม่ใช่เหรอเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาอยู่แต่ลูกรับปากเองว่าจะไม่มีความสัมพันธ์เเบบนี้กับใคร ฝ่าฝืนคำมั่นที่รับปากแม่ลูกจะต้องกลับฝรั่งเศสโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น!""แต่..แม่ครับ""กลับเดี๋ยวนี้ถ้าไม่เชื่อแม่ตอนนี้แม่จะทำให้ลูกไม่ได้กลับมาที่ไทยอีกเลยขึ้นรถ!""แม่เดี๋ยว ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมกับอีแค่มีแฟนจะอะไรนักหนาผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลยนะ""ถ้าลูกอยู่ทุกคนจะเดือดร้อนกันหมดแม่บอกให้ขึ้นรถ!""แม่ใจเย็นๆ ก่อนทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นแม่ทำเหมือนมี
..วันต่อมา"เอสเม่ เอสเม่โว้ย มึงจะกลับบ้านกลับช่องบ้างไหมครับหรือจะย้ายจากเรียนมหาลัยมาเรียนวัดเลยไหม~"สามเพื่อนสนิทเดินทางมาที่วัดยกก๊วนเมื่อเกิดเรื่องใหญ่โตอีกครั้งแล้วเพื่อนหายไปกับสัปเหร่อหนุ่มหล่อที่วัดนานข้ามวันต้องเข้ามาเรียกกันถึงหน้าบ้านสัปเหร่อที่ตั้งห่างจากเมรุไม่มากนักบรรยากาศรอบบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังใหญ่เย็นยะเยือกเพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ บ้านทรงไทยยกสูงยามกลางวันยังน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้ไม่อยากนึกสภาพยามค่ำคืนที่คงวังเวงหวีดหวิวไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาในอาณาเขตนี้แน่ไม่รู้ว่าเพื่อนของตนกล้าเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้นานนับวันคืนอย่างไรเพื่อนๆ รู้ว่าระหว่างสองคนนี้มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดามันชัดเจนจนคนโง่ยังมองออกคิดว่าสายตาของทั้งคู่ที่มองกันมันลึกซึ้งมากเพียงใดทั้งสองมองจ้องกันไปมาด้วยสายตาที่ไม่ได้มีไว้มองคนอื่นหรือที่เรียกว่าไม่ได้มีสายตาไว้มองผู้ใดมันเป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยาย ระหว่างแหกปากเรียกชื่อเพื่อนก็มีบางคนโผล่มาหน้าบันไดชานบ้าน"มีอะไร?""อุ้ย!มึงผัวมาๆๆ ไอ้เบ้กมึงถามดิกูไม่กล้าคุยกับผัวเพื่อน มันน่ากลัว "โซลกับเจมส์หลบหลังเบ้กก้าที่ตัวเล็กกว่าดันหลังเพื่
จุ๊บบบจ๊วบบบบบ กึ่ดดดอืมมมมมม~คนน้องร้องครางคนพี่ขานรับในลำคอปากหยักยังคงกัดหัวนมเล็กแต่มือทั้งสองเคลื่อนลงต่ำมากอบกุมก้อนขาวนุ่มเนินเนื้อแก้มก้นนุ่มบีบเค้นขยำอย่างเพลิดเพลิน"ให้พี่เข้าไป..ข้างใน" ปฐพีเอ่ยเสียงพร่าเอสเม่นั่งตักกอดคอแน่นซบใบหน้าเนียนกับลำคอหนาสีเข้มหอบหายใจกระชั้นแรงยามร่องรักถูกแหวกอ้าเบียดแท่งร้อนดุนดันปากทางคับแคบ"อ่ะ..ม มันเจ็บ พี่ดินมันใหญ่มันไม่ไหว แฮ่กก!"ร่องแคบเต้นตุบตับเพียงถูกทักทายด้วยแท่งร้อนส่วนหัวดุนดันแหวกร่องเล็กเข้าไปยังส่วนสงวนปิดสนิทสองมือหนาแหวกแก้มก้นสลับขยำให้ร่างสั่นเทาผ่อนคลายกึด..กึ่ดดด!อึ่กกก อื๊อออออ!แท่งร้อนแหวกผ่านรูรักทีละชั้นทะลวงกายเล็กยืดหยุ่นกลืนกินแท่งรักอันใหญ่เข้าลึกขึ้นกึ้กก!สุดลำสุดทางปลายเท้าเล็กจิกเข้าหากันแน่นฝ่ามือสากบีบคลำขาเล็กให้ผ่อนคลาย มือหนึ่งเกลี่ยปลายผมทัดหูขาวจูบปลอบเบาๆลำรักถูกรัดแน่นบีบรัดเป็นจังหวะสุขสมมัวเมาหลงไหลไปกับกามารมณ์ที่พึ่งเริ่มต้นขึ้น แววตาหยาดเยิ้มสองคู่จ้องมองกันในห้วงความลุ่มหลงราวกับตกลงในภวังค์หุบเหวลึก"ดีไหม.." ปากหยักเอ่ยชิดริมฝีปากเล็กกดปลายจมูกฝังแก้มนวลเชิญชวนเสียง"ด ดี ดีที่สุดเ





