LOGIN"ทำไมถึงไม่เคาะประตูก่อนเข้ามา" น้ำเสียงห้วนแข็งรวมถึงสีหน้าเคร่งขรึมดังขึ้นในขณะที่ยี่หวากำลังจะย่อตัวลงไปเก็บเศษแก้วที่แตกกระจายเต็มพื้น ทำให้เธอต้องยืดตัวยืนตัวตรง สองมือประสานกันไว้ด้านหน้า ใบหน้าก้มต่ำมองพื้นด้วยไม่กล้าสบตากับดวงตาคมของเจ้านายหนุ่มอีกครั้ง
"เคาะแล้วค่ะ" เสียงหวานแผ่วเบา อีกทั้งยังสั่นไปหมด
"เงยหน้าขึ้นมา แล้วตอบฉัน" ยิ่งเห็นร่างเล็กสั่นกลัวน้ำเสียงของเขาก็ยิ่งห้วนแข็งดุดัน
"หวาเคาะประตูแล้วค่ะ แต่เฮียภีมไม่ได้ยินเอง" ยี่หวาเงยหน้าขึ้นตอบตามคำสั่ง ก่อนเสียงนั้นจะเบาลงเรื่อยๆ พร้อมกับใบหน้าสวยที่ก้มมองลงต่ำเมื่อเจอสายตาดุกร้าวของคนตรงหน้า ภีมกวาดตามองไปทั่วดวงหน้าเธอทุกกระเบียดนิ้ว ยิ่งได้เห็นใกล้ๆ ยิ่งรู้สึกต้องตาต้องใจอยากได้เธอมาครอบครองในฐานะสตาร์ของ TXRBO CLUB และผู้หญิงของเขา ผู้หญิงที่มีหน้าที่นอนอ้าขาบนเตียงให้เขาเอาเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง
"จัดการเก็บให้หมด" ว่าแล้วก็เดินไปกระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาหนัง ยกขาขึ้นไขว่ห้าง แขนแข็งแรงยกพาดไปตามความยาวของพนักโซฟาหรู ปั้นหน้าเป็นยักษ์จับจ้องคนที่นั่งยองๆ เก็บเศษแก้วที่แตกกระจายใส่ถาด ยี่หวาเงยหน้าขึ้นมาเพียงครู่เมื่อรู้สึกถึงการจ้องมองอย่างไม่วางตาก่อนจะเบี่ยงตัวหันหลังให้เขา
"วันอะไรของเธอนะหวา มาทำงานวันแรกก็ต้องมาเห็นอะไรก็ไม่รู้ จะเป็นตากุ้งยิงไหมเนี่ย และที่สำคัญจะโดนไล่ออกไหม" เสียงหวานพึมพำกับตัวเองขณะเก็บเศษแก้ว
"บ่นอะไร รีบๆ เก็บเข้าสิ แล้วไปเอามาให้ฉันใหม่"
"ค่ะ จะรีบเก็บเดี๋ยวนี้ค่ะ" ด้วยความตกใจในน้ำเสียงของเจ้านายหนุ่มทำให้ยี่หวาไม่ทันระวังจนเศษแก้วบาดมือ เธอกำมือข้างนั้นไว้แน่นแล้วใช้มืออีกข้างเก็บเศษแก้วต่อ
"เธอเป็นอะไร" ภีมเดินเข้ามาย่อตัวนั่งข้างๆ ยี่หวาด้วยความรวดเร็ว
"ฮะ...เฮียภีม" ยี่หวากำมือแน่นไม่ยอมให้เขาได้เห็นว่าเธอได้รับบาดเจ็บ
"เธอเป็นอะไร แบมือ"
"..."
"ฉันถามยี่หวา" ยี่หวายังนิ่ง ภีมเลยดึงข้อมือมาเลย ยี่หวาตกใจต้านแรงของเขาไม่ได้
"หวาไม่เป็นไรค่ะ" ยี่หวากลั้นอาการเจ็บแผล แบมือออกให้คนตรงหน้าดู มือของเธอชุ่มไปด้วยเลือด ภีมเห็นแผลก็ชะงักไป
"เลือดออกขนาดนี้เธอยังบอกว่านิดหน่อย มานี่" ภีมจูงมือยี่หวาเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดียวกับที่เขานั่ง แล้วเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล
มือใหญ่จับประคองมือเล็ก เช็ดรอบๆ แผลด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ วนจากขอบแผลด้านในออกมาด้านนอกจนคราบเลือดจากหาย แล้วเช็ดบริเวณแผลด้วยสำลีชุบน้ำเกลือล้างแผล ใบหน้าสวยเหยเกแต่เมื่อสายตาปะทะกับสายตาแข็งกร้าวก็พยายามกลั้นความเจ็บไว้ มือใหญ่เช็ดวนจากด้านในออกด้านนอก เช็ดซ้ำจนแผลสะอาดด้วยความเบามือ ดีที่บาดแผลของเธอไม่ลึก แต่ก็เป็นรอยยาวถึงทำให้เลือดออกมากขนาดนี้
"โอ๊ยยย...แสบ" ยี่หวาร้องโอดครวญเสียงหลงเมื่อภีมใส่ยาฆ่าเชื้อบริเวณบาดแผล
"มีความรู้สึกด้วยเหรอ" ยี่หวาอ้าปากค้างกับคำพูดของคนตรงหน้า แก้วบาดเลือดไหลขนาดนี่คนอะไรจะไม่มีความรู้สึก เพียงแต่เธอไม่ได้ร้องโอดครวญตั้งแต่แรกก็เท่านั้นเอง
ภีมก้มลงไปเป่าที่มือบางเพื่อบรรเทาอาการเจ็บแสบให้ยี่หวาเหมือนกับตอนทำแผลให้กับภิณ น้องสาวสุดที่รักยามวิ่งเล่นหกล้มเมื่อครั้งเป็นเด็ก แต่ตอนนี้โตจนมีครอบครัวที่อบอุ่น และมีคนคอยดูแลอย่างดีแทนเขาแล้ว
ยี่หวาจ้องมองริมฝีปากหยักได้รูปที่บรรจงเป่าลมใส่มือของเธอด้วยสายตาเป็นประกายวาววับจนลืมความเจ็บปวดไปเสียสนิท ถึงแม้ภายนอกของคนตรงหน้าจะดูดุดันแต่จริงๆ แล้วเขากลับมีมุมอ่อนโยนซ่อนอยู่ด้วย
"มองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอยากโดนจับปล้ำหรือไงห๊ะ" ภีมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับสายตาคู่สวยที่จ้องมองเขาเป็นประกาย จึงจงใจเอ่ยขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัว เจ้าของใบหน้าสวยรีบหลบสายตาคู่คมของเขาอย่างรู้สึกเขินอาย
"เวลาเธอมองผู้ชายเธอใช้สายตาแบบนี้ทุกครั้งเลยหรือเปล่า"
"เฮียภีมหมายความว่ายังไง สายตาของหวาเป็นยังไงเหรอคะ" คนถูกถามโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ๆ ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในแววตาสวยใสอย่างสื่อความหมาย
"อ่อย เชิญชวนผู้ชายขึ้นเตียง"
"หวาไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย"
"แล้วเธอคิดอะไร"
"หวาไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น หวาก็แค่....."
"แค่อะไร"
"แค่.....แค่คิดว่าเฮียภีมหล่อก็เท่านั้น แต่หวาไม่ได้คิดจะอ่อยหรือให้ท่าอะไรเฮียภีมเลยนะ"
"หึ เธอจะบอกว่าเธอหลงเสน่ห์ฉันงั้นสิ" ยี่หวาอึ้งไปชั่วขณะ อดต่อว่าเจ้านายหนุ่มในใจไม่ได้ 'คนอะไรหลงตัวเองชะมัด คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์เหลือล้นจนใครๆ ก็ต้องหลงเสน่ห์ตัวเองง่ายๆ เลยหรือไง'
"ไม่ใช่นะคะ หวาแค่คิดว่าเฮียภีมหล่อเฉยๆ แค่หล่อค่ะ ไม่ได้หลงเสน่ห์"
"เสร็จละ" ภีมกระแทกเสียงบอกในน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเอนหลังพิงไปกับพนักโซฟา กอดอกพร้อมยกขาขึ้นมาไขว่ห้างอย่างมีมาด มองคนตรงหน้าด้วยสายตาขุ่นเคือง
"ขอบคุณค่ะ" ยี่หวายกมือไหว้ เตรียมลุกจะไปเก็บเศษแก้วต่อ แต่ก็ต้องนั่งลงตามเดิมเพราะน้ำเสียงห้วนแข็งที่ออกคำสั่ง ก่อนจะเอ่ยบอกความต้องการของตน
"นั่งอยู่ตรงนั้น ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอต่อ .....เธอสนใจจะเป็นสตาร์ของที่นี่ไหม เป็นดาวเด่นของ TXRBO CLUB ได้เงินดีกว่าพนักงานเสิร์ฟเป็นไหนๆ"
"สตาร์? แบบผู้หญิงคนเมื่อกี้น่ะเหรอคะ" ยี่หวาจำได้ว่าเธอคือผู้หญิงที่เฉิดฉายอยู่บนเวทีในฐานะสตาร์ ดาวเด่นของที่นี่
"ใช่ ตอนนี้ไลลาคือสตาร์ของที่นี่"
"ถ้าเป็นสตาร์แล้วต้องทำแบบนั้น หวาไม่เป็นหรอกค่ะ" ยี่หวาทำหน้าราวกับขยะแขยงเมื่อนึกถึงถาพที่เธอเข้ามาเห็นเต็มสองตา โดยเฉพาะส่วนที่อยู่กลางกายเป็นลำยาวของเจ้านายหนุ่มและผู้หญิงคนนั้นก็จับมันและดูดเลียราวกับมันคือไอศกรีมแท่งโปรด
"เธอทำหน้าเหมือนขยะแขยงฉันอย่างนั้น"
"ค่ะ เอ้ยไม่ใช่ค่ะ หวาไม่ได้คิดแบบนั้น" เมื่อรู้ตัวว่าหลุดปาก ยี่หวารีบแก้ตัวพัลวัน หลุบตามองต่ำหลบสายตา
"ตกลงเธอจะเป็นสตาร์ของที่นี่ไหม หรืออยากฟังข้อเสนอก่อน"
"หวาเป็นสตาร์ไม่ได้หรอกค่ะ หวาทำไม่ได้"
"งั้นเป็นผู้หญิงของฉัน"
"คะ?" ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เงยหน้ามองเจ้านายหนุ่มอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
"เป็นผู้หญิงของฉัน เธอจะได้ทุกอย่างตามที่เธอต้องการ ภายใต้กฎเพียงข้อเดียว คือห้ามรักฉัน แต่ถ้าเธอเป็นสตาร์ของที่นี่ และเป็นผู้หญิงของฉัน เธอจะแตกต่างจากสตาร์คนอื่นๆ ลูกค้าทุกคนจะไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวเธอ ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในตัวเธอ ว่าไง เธอสนใจข้อเสนอของฉันไหม ถ้าเธอสนใจเรามาทำสัญญาภายใต้เงื่อนไขและสิ่งที่เธอจะได้รับกัน"
"คำตอบของหวามีผลกับงานที่หวาทำอยู่ตอนนี้ไหมคะ"
"แน่นอนว่าไม่มี"
"งั้นหวาขอปฏิเสธค่ะ" ยี่หวาตอบออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะคิดหรือลังเล
"นี่เธอกล้าปฏิเสธข้อเสนอฉันงั้นเหรอ"
"ค่ะ ต่อให้เฮียภีมให้เงินหวาเดือนละแสนเดือนละล้านหวาก็ขอปฏิเสธ" ถึงเธอจะลำบากยากจน แต่เธอก็ไม่มีทางขายศักดิ์ศรีตัวเองเป็นอันขาด
"ยี่หวา!!"
"หวาขอเป็นพนักงานเสิร์ฟของที่นี่ก็พอแล้วค่ะ" ยี่หวายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"วันนี้เธอกลับไปได้ละ ที่เหลือให้แม่บ้านจัดการ"
"ไหนเฮียว่าคำตอบของหวาไม่มีผลกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ไงคะ แล้วทำไมเฮียถึงไล่หวาออก"
"ฉันพูดเหรอว่าฉันไล่เธอออก"
"ก็เฮียบอกให้หวากลับ"
"ฉันให้เธอกลับบ้าน เพราะมือเธอมีแผล"
"ตกลงเฮียไม่ได้ไล่หวาออก"
"ถ้าเธอยังถามฉันอีกคำเดียว ฉันไล่เธอออกแน่"
"หวาไม่ถามแล้ว หวากลับเดี๋ยวนี้ละค่ะ" ยี่หวารีบลุกออกจากห้องไปด้วยความดีใจที่ไม่ถูกไล่ออก แต่ยังไม่ทันไรเธอก็เปิดประตูกลับเข้ามาอีก
"เธอกลับมาทำไมอีก"
"หวาลืมค่ะ" ยี่หวายกมือไหว้ภีมแล้วรีบวิ่งออกจากห้องทำงานของเขาไป
"เด็กแท้ว่ะ" ภีมกระตุกยิ้มมุมปาก ส่ายหน้าเบาๆ กับการกระทำของยี่หวา แต่ทำไมเขากลับไม่รู้สึกโกรธที่เธอปฏิเสธข้อเสนอของเขา เพียงแค่รู้สึกหงุดหงิดที่ถูกปฏิเสธในช่วงแรกเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังอยากให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาอยู่ดีโดยที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเธอ ทั้งที่เขาไม่เคยยื่นข้อเสนอนี้ให้ใคร แม้จะมีผู้หญิงมากมายต้องการ หรืออาจเป็นเพราะเขาสะดุดตาเธอตั้งแต่แรกพบก็เป็นได้
"แม่หวากลับมาแล้วเหรอ แม่หวาเหนื่อยไหม" น้ำเสียงงัวเงียถามคนเป็นแม่เมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังถูกอุ้มอยู่ในอ้อมกอด แต่ด้วยความง่วงงันทำให้ดวงตากลมเล็กหนักอึ้ง
"ค่ะ แม่หวากลับมาแล้ว เรากลับไปนอนบ้านกันนะคะ ขอบคุณมากนะคะป้านง" ยี่หวาบอกพลางลูบหลังของลูกสาวเบาๆ กล่อมให้หลับ
"ทำไมกลับเร็ว แล้วนั่นมือไปโดนอะไรมา"
"แก้วบาดค่ะ แต่ไม่เป็นอะไรมาก เฮียเจ้าของร้านเลยให้กลับก่อนเวลา"
"ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว พาเพลงกลับไปนอนเถอะ ยี่หวาเองก็พักผ่อนบ้าง ไม่ใช่นั่งพิมพ์งานต่อจนดึกดื่นค่อนคืน ร่างกายจะแย่เอา"
"ค่ะป้านง หวาไปนะคะ" ยี่หวาอุ้มเพลงกลับบ้าน
ยี่หวาวางเพลงลงบนเตียงนอนอย่างเบามือ ห่มผ้าให้ทั้งคนทั้งตุ๊กตาหมีที่ถูกกอดไว้แน่น ก่อนจะก้มลงไปจูบที่หน้าผากเล็กด้วยความรักใคร่ แล้วจึงเข้าไปอาบน้ำ และออกมานั่งพิมพ์งานที่รับจ้างไว้ กว่าจะได้ล้มตัวลงนอนกอดลูกสาวก็เกือบตีสาม
ไฟ&ตังเม"พี่ให้คุณไฟค่ะ" หลังจากจบงานปาร์ตี้ฉลองสตูดิโอของตังเม และเป็นการเลี้ยงส่งดิน น้ำ ลม ไฟ ไปแคนาดา ตังเมยื่นกล่องไม้สนฝาทึบให้กับไฟ ทั้งคู่อยู่บนชั้นลอยของสตูดิโอ ซึ่งใช้เป็นที่นอน"อะไรเหรอ""ลองเปิดดูสิคะ""จดหมาย" ไฟเปิดกล่องไม้ก็พบจดหมายปึกใหญ่ พร้อมกับเขียนหน้าซองให้เขาเปิดอ่านในช่วงเวลาต่างๆ กัน"ถ้าคุณไฟไม่สบายใจ คุณไฟก็เปิดอ่านซองนี้ ถ้าคุณไฟเสียใจก็เปิดอ่านซองนี้" ตังเมหยิบซองจดหมายขึ้นมา ซึ่งมีสีที่ต่างกัน"แล้วถ้าไฟคิดถึงเมจังล่ะ""ซองนี้ค่ะ" ตังเมหยิบซองจดหมายสีชมพูขึ้นมา"ตอนนี้ไฟคิดถึงเมจัง ถึงอยู่ตรงหน้าก็คิดถึง" ไฟวางกล่องไม้ลงบนเตียง แล้วเปิดซองจดหมาย หยิบแผ่นกระดาษที่อยู่ในนั้นขึ้นมาก็พบกับข้อความภาษาอังกฤษI may not be with you at all times, but I want you to know that you are never out of my heart. (ฉันอาจจะไม่ได้อยู่กับคุณตลอดเวลา แต่อยากให้คุณรู้ไว้ว่า คุณไม่เคยไม่อยู่ในใจฉันเลย)"กอดๆ" หัวใจของเด็กหนุ่มในตอนนี้เปี่ยมล้นด้วยความรัก ดวงตาของทั้งคู่สบประสานกันอย่างสื่อความหมาย ไฟอ้าแขนโอบกอดร่างเล็กบอบบาง ลูบศีรษะทุยในอ้อมกอดของตนอย่างอ่อนโยน"ร่างกายของคุ
"ใหญ่มากเลยนะเนี่ย ถ้าเสร็จเอาไปติดเป็นพนังห้องได้เลย ว่าแต่เมื่อไหร่จะเสร็จล่ะ คุณไฟจะพาคุณเรียวไปไหนคะ" ตังเมวางตัวต่อจิ๊กซอว์ที่เป็นชิ้นส่วนด้านขอบตัวสุดท้ายลงไป ทำให้รู้ขนาดที่แท้จริงของภาพจิ๊กซอว์นี้ที่มีความยาวประมาณสามเมตรเห็นจะได้ สายตาพลันเห็นไฟจับจูงมือเรียวเดินไปยังประตูทางออก"ไปดาดฟ้า" ไฟตอบตังเม"พี่ไปด้วยค่ะ อยากยืดเส้นยืดสายพอดีเลย" ตังเมรู้สึกเมื่อยล้าจากการต่อจิ๊กซอว์ ออกไปรับบรรยากาศยามเย็นบนดาดฟ้าจะได้เป็นการผ่อนคลายไปในตัว"แมงๆ คุยกังฮับ เยดี้ไม่เกี่ยว" เรียวบอกว่าผู้ชายจะคุยกัน ผู้หญิงไม่เกี่ยว"แมนๆ เขาจะคุยกัน เข้าใจนะเลดี้เมจัง" ไฟยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มข้างหนึ่งของตังเมเบาๆ"ทีแบบนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะคะ งอนแล้ว" ตังเมว่าด้วยความหมั่นไส้ บทจะดีกันขึ้นมาเธอก็กลายเป็นส่วนเกินไปเสียอย่างนั้น ใบหน้าสวยงอง้ำแกล้งทำเป็นงอนจอมแสบทั้งสองคน"คุยเฉดมาง้อจุ๊บๆ นะฮับพี่เมจัง ป่ะพี่ไฟ" เรียวพยักหน้าชักชวนไฟให้ไปยังจุดหมายที่ตั้งใจ"จุ๊บก่อนเลย" ไฟยื่นหน้าเข้ามาจูบประทับริมฝีปากอิ่มนุ่มของตังเมด้วยความรวดเร็วอย่างที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัว"คุณไฟ" ตังเมหมายจะฟาดฝ่ามือใ
ภีมเดินซับผมออกมาจากห้องน้ำ ร่างแกร่งมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวสอบ แม้จะอยู่ในวัยเลขสี่ แต่ร่างกายของเขาก็ยังคงสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ แผงอกกำยำ กล้ามเนื้อหน้าท้องหนั่นแน่นเป็นลอนงดงาม เซ็กซี่ยิ่งนักยามที่มีหยดน้ำเกาะพราว"ช่วยดินจัดกระเป๋าเสร็จแล้วเหรอหวา" ภีมเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นยี่หวานั่งอยู่บนเตียงนอน โดยหันหลังให้กับเขา เธอไปช่วยลูกชายทั้งสี่คนจัดเตรียมกระเป๋าเดินทาง โดยเริ่มที่ดินเป็นแรก วันต่อไปก็จะเป็นน้ำ ลม และไฟ ตามลำดับ"ฮึก..." เสียงสะอื้นพร้อมร่างกายที่สะท้านไหว ภีมถลาเข้าไปหาคนเป็นภรรยาด้วยความเป็นห่วงทันที"หวาเป็นอะไร""เฮีย หวาจะไม่ได้กอดลูกทุกวันแล้ว ฮืออออ" ยิ่งเห็นหน้าคนเป็นสามี ยี่หวาก็ยิ่งสะอื้นไห้ น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย ไหล่บางสั่นไหวหนักขึ้น"เด็กน้อยของเฮีย เฮียก็นึกว่าเป็นอะไร โอ๋ๆ ไม่ร้องนะเด็กดื้อของเฮีย" ภีมอุ้มร่างเล็กบอบบางขึ้นมานั่งบนตักแกร่ง จับศีรษะทุยให้อิงซบไหล่ แล้วลูบผมเบาๆ อย่างปลอบประโลม ก้มลงจูบปากอิ่มแล้วผละออกพูดกับคนบนตักยิ้มๆ"อะไรของเฮีย เดี๋ยวเด็กน้อย เดี๋ยวเด็กดื้อ ลูกโตเป็นหนุ่มเป็นสาวหมดแล้วยังจะเรียกแบบนี้อยู่อีก" ใบหน้าสวยเงยขึ้นพร้อมช้อนต
"คุณไฟ พี่แยกตัวที่เป็นกรอบสะ...คุณมาวิน" ตังเมกำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกตัวต่อจิ๊กซอว์ที่เป็นด้านขอบออกมาไว้ในกล่อง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาคนที่ยืนอยู่กลับไม่ใช่คนที่เธอคิด"ไม่ได้มาสองอาทิตย์ตังเมมีสตูดิโอเป็นของตัวเองละ" มาวินมองไปรอบๆ ภายในของสตูดิโอ ที่เป็นทั้งบ้านและห้องสำหรับทำกิจกรรมที่ตังเมโปรดปราน"คุณไฟทำให้ค่ะ แล้วทำไมวันนี้คุณมาวินมาได้คะ แล้วเฟรย่ามาด้วยหรือเปล่า""เฟรย่าอยู่กับพวกเพลงเดี๋ยวก็ตามมา พี่เอาจิ๊กซอว์ที่เคยบอกมาให้ วันมะรืนพี่จะกลับจีนแล้ว""ขอบคุณนะคะ ตังเมนึกว่าคุณมาวินจะกลับไล่เลี่ยกับที่พวกคุณไฟไปแคนาดาเสียอีก""เฟรย่ากับฟาโรห์อยากไปจางเจียเจี้ยน่ะ ก็เลยกลับเร็วกว่ากำหนด พอญาณิน คามิน ภาคินรู้ ก็อยากไปเที่ยวด้วย คุณพ่อคุณแม่เลยถือโอกาสไปพักผ่อน และก็จะไปเซอร์ไพรส์พี่พาฝันที่มาเก๊าด้วย" เฟรย่าเอ่ยปากว่าอยากไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย หนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่ดีที่สุดของจีน โดยครอบครัวเฟรย่าจะไปกันทุกคน พอญาณินรู้ก็อ้อนขอไปเที่ยวด้วย ปุณณ์กับนาวจึงถือโอกาสนี้ไปเที่ยวพักผ่อน และจะแวะไปมาเก๊าทำเซอร์ไพรส์ลูกสาวคนโตที่ไปเรียนต่อปริญญาโทที่นั่น"อ๋อค่ะ""แล้ว
"เมจังเอากระจกมาทำไม" ตังเมยื่นกระจกไปตรงหน้าหนุ่มน้อยแสนงอนที่นั่งอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งก็จับมือเล็กๆ ของเด็กน้อยที่เปรียบเสมือนเงาสะท้อนของไฟในวัยเดียวกัน"พี่อยากจะบอกคุณไฟว่าคุณเรียวน่ะเหมือนคุณไฟตอนตัวเท่านี้เลย แล้วคุณไฟเองไม่ใช่เหรอที่สอนให้คุณเรียวพูดแบบนี้ สอนให้อ้อนทุกคนแบบนี้ แล้วจะงอนทำไมคะ""ทำไมพี่ไฟต้องงอนเยียวด้วย ปู้ชายเค้าไม่งอนกังหยอก พี่ไฟเคยบอก เยียวจำได้ ต้องแมงๆ ฉิ ถึงจะยอด" ไฟรู้สึกเหมือนถูกเด็กน้อยตอกหน้าหงายด้วยถ้อยคำที่ตนเป็นคนพร่ำสอน จริงอย่างที่ตังเมพูด เรียวเหมือนเขา เพราะเขาเป็นคนสอน และเล่นคลุกคลีกันมาตลอด ตอนที่เรียวยังพูดไม่ได้ เขาก็ไม่เคยแสดงความหวงแหนตังเม ไม่เคยแย่งชิงความสนใจจากตังเม ไม่เคยอยากเป็นที่หนึ่งในสายตาเธอ แต่พอเรียวพูดได้ เขาก็เริ่มออกอาการหวงตังเม ทั้งที่เรียวยังไม่ประสีประสา และอายุเพียงสามขวบเท่านั้น"พี่ไม่ได้งอนซะหน่อย พี่แค่อยากหล่อที่สุดในสายตาของเมจัง""อึบๆ ...โอ๋ๆ นะพี่ไฟ เยียวเฉียหละให้พี่ไฟหย่อที่ฉุดก็ได้ แต่เยียวยอดฉุดนะ เพราะเยียวมีเหงผงฟ่า ไม่งอน แบ่งกังเนอะ แบ่งไหม แบ่งไม่แบ่ง" เรียวป่ายปีนขึ้นไปบนเตียงนอน แขนเล็กๆ โอบ
"สตูดิโอพี่ตังเมคือสวย รูปนี้นายแบบหล่อสุด" น้ำเอ่ยชมหลังจากตังเมจัดวางผลงานศิลปะของตนตามมุมต่างๆ อย่างลงตัวเหมาะสม จนมาถึงภาพวาดสีน้ำรูปตนเอง"โดโนแวนของคุณแฟนต่างหากหล่อสุด" แขนแข็งแรงข้างหนึ่งโอบเอวเล็กไว้อย่างแสนรัก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวแก้มเนียนใสก่อนจะประทับจูบลงไปเบาๆ ใบหน้าสวยเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย แต่ก็กลบเกลื่อนด้วยการใช้มือหยิกคนตัวสูงให้รู้สึกเจ็บนิดๆ"จะแหวะก็เสียดายอาหารเช้า" แคลร์ว่าอย่างหมั่นไส้ในความมั่นหน้าของน้ำ และคริสต์ที่แสดงความรักที่มีให้เพลงต่อหน้าทุกคน"แต่ดูแล้วทุกอย่างทำในแบบที่ไฟชอบ" ดินมองไปรอบๆ โทนสี การตกแต่ง ล้วนถ่ายทอดตัวตนความเป็นไฟ เพลิงกัลป์"นั่นดิ ตกลงทำให้พี่ตังเมหรือตัวเอง" ลมเห็นด้วยกับดิน"เมจังชอบเหมือนไฟ" แคลร์เอ่ยขึ้นก่อนที่ไฟจะอ้าปากพูด ไม่ว่าไฟจะออกความเห็นอะไร ตังเมก็เห็นชอบด้วย และจบด้วยคำว่า คุณไฟชอบ พี่ก็ชอบ"ไฟชอบเหมือนเมจัง" เคทก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง ด้วยถ้อยคำที่คล้ายคลึงกับแคลร์ ไม่ว่าตังเมจะออกความเห็นอะไร ไฟก็ตามใจทุกอย่าง และจบด้วยคำว่า แล้วแต่เมจัง เมจังชอบ ไฟก็ชอบ"ลงมา มันไม่ใช่ที่นอนนะ" ไฟดึงแขนดิน น้ำ ลม ที่พากัน







