แชร์

สยบรักท่านดอนมาเฟีย
สยบรักท่านดอนมาเฟีย
ผู้แต่ง: แจ็ก ออเธอร์

บทที่ 1

ผู้เขียน: แจ็ก ออเธอร์
ฉันสายอีกแล้ว การมีลูกวัยสี่ขวบไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

เช้าวันนี้ลีออนตื่นมาพร้อมกับอาการป่วย ตัวร้อนจี๋ ฉันพาเขาไปสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ได้ และจะปล่อยให้อยู่คนเดียวก็ไม่ได้ด้วย เลยต้องขอร้องให้เทรซี่เพื่อนบ้านช่วยดูให้ เธอตกลงหลังจากฉันสัญญาว่าจะแบ่งค่าทิปให้ ฉันยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เธอ มองลีออนด้วยความห่วงใยเป็นครั้งสุดท้าย จูบลาเขา แล้วรีบวิ่งออกจากบ้านทันที

วินาทีที่ฉันก้าวเข้าไปในร้านอาหาร ฉันก็รู้ทันทีว่าวันนี้มีบางอย่างผิดแปลกไป บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตึงเครียดและชวนให้อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ฉันยังไม่ทันเดินไปถึงห้องหลังร้าน เพื่อจะเปลี่ยนเป็นชุดพนักงาน ผู้จัดการก็โผล่มาก่อน

"ไปไหนมา อาริเอลล่า!" เขาตะคอกใส่

เขาไม่เคยตะคอกใส่ใครมาก่อน ปกติเขาเป็นคนใจเย็นและคุมอารมณ์ได้ดีเสมอแม้จะอยู่ภายใต้ความกดดัน แต่วันนี้เขากลับดูหงุดหงิด—แถมยังดูประหม่าด้วย

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

กว่าจะได้ทำงานนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย มันไม่ใช่ร้านอาหารไก่กาธรรมดาๆ แต่เป็นร้านหรูระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ชนิดที่ว่าโอกาสถูกจ้างงานแทบเป็นศูนย์ เหตุผลเดียวที่ฉันได้มาทำงานที่นี่ก็เพราะเดเมียน ฉันเจอเขาในสถานการณ์ยากลำบากและเคยช่วยชีวิตเขาไว้บนถนนวันหนึ่ง พอถามว่าต้องการอะไรตอบแทน ฉันเลยของานทำ

ฉันเรียนจบแค่ชั้นมัธยมปลาย และเรียนมหาวิทยาลัยได้แค่ปีครึ่งก็ต้องดร็อปเรียนออกมา ฉันเลยต้องทำงานทุกอย่างที่หาได้ วันละสองหรือบางทีก็สามงาน เพียงเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูลีออน

คำที่เขาพูดกันว่า 'จากเศรษฐีกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว' นั้นเป็นเรื่องจริง และนั่นแหละคือคำจำกัดความชีวิตของฉัน

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงตกงานไม่ได้เด็ดขาด

"รีบหน่อย อาริเอลล่า วันนี้สำคัญมาก และเราจะทำพังไม่ได้เด็ดขาด" เดเมียนพูด เสียงเข้มดุดัน "ฉันต้องการพบเธอที่ห้องทำงาน ด่วนที่สุด"

"ค่ะ เดเมียน ฉันจะรีบทำเวลาค่ะ"

"แล้วแต่งตัวให้เรียบร้อยดูดีด้วยล่ะ" เขากำชับก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

ฉันเปลี่ยนชุดเร็วที่สุดในชีวิต สะบัดนิ้วสางผม และเติมเครื่องสำอางลงบนใบหน้าแค่พอให้ดูดีมีสง่า จากนั้นก็รีบตรงไปยังห้องทำงานของเขา หัวใจเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ

เมื่อฉันก้าวเข้าไป ก็พบว่าเขากำลังมีบทสนทนาที่ดูเครียดกับชายแปลกหน้าสองคนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน สีหน้าของพวกเขาอ่านยาก ทั้งสองส่งสัญญาณพูดคุยกันอีกนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้าให้เดเมียนแล้วเดินออกไป

"ปิดประตูซะ" เขาสั่งทันทีที่คนพวกนั้นไปพ้นสายตา

ฉันทำตามอย่างว่าง่าย แล้วเขาก็เข้าประเด็นทันที "ฉันต้องการให้เธอขึ้นไปเสิร์ฟที่ห้องวีไอพีชั้นบน"

ฉันขมวดคิ้วแน่น ฉันทำงานที่นี่มานานพอสมควร แต่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปชั้นบนเลยสักครั้ง "ห้องวีไอพีเอ็กซ์คลูซีฟน่ะเหรอคะ?"

"ใช่" เขาตอบเร็วๆ "และก่อนที่เธอจะถาม—ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ทำหน้าที่ของเธอไปก็พอ"

มีบางอย่างในน้ำเสียงของเขาฟังดูแปลกไป ทั้งรนลานและเร่งรีบ "วันนี้ทุกคนดูตึงเครียดกันจังเลยนะคะ" ฉันสังเกตได้

"นั่นไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องสนใจ ฉันต้องการให้เธอโฟกัสกับงาน เธอทำงานเก่ง ทำงานที่นี่มานานพอ วางตัวดี แล้วก็มีความกล้า แต่ฟังฉันให้ดีๆ นะ อาริเอลล่า" เขาลดเสียงต่ำลง "เวลาเธอขึ้นไปบนนั้น ให้ทำตัวเหมือนรูปปั้น เหมือนวิญญาณที่ไม่มีตัวตน"

หลังของฉันเย็นวาบ

"ห้ามฟังสิ่งที่พวกเขาพูด ห้ามสบตา ห้ามมองใคร และห้ามได้ยินอะไรทั้งนั้น เธอมีหน้าที่แค่รับออร์เดอร์ เสิร์ฟ แล้วก็ออกมา เข้าใจไหม?"

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ค่ะ เดเมียน ฉันเข้าใจแล้ว"

"ดีมาก จริงๆ จีน่าเป็นคนรับผิดชอบ แต่เธอสติแตกไปแล้ว เธอเลยต้องไปรับหน้าที่แทน" สายตาของเขาจริงจังมาก "สู้เขานะ อาริเอลล่า"

ฉันพยักหน้ารับแล้วเดินออกมา เส้นประสาทตึงเครียดหนักขึ้นทุกขณะที่ก้าวเข้าใกล้ห้องวีไอพี

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ลมหายใจของฉันก็สะดุด

ห้องนั้นเต็มไปด้วยผู้คน ผู้ชายนั่งเอนตัวอย่างสบายอารมณ์บนโซฟาหรูหรา โดยมีหญิงสาวนัวเนียอยู่บนตัว มือไม้ปัดป่ายซุกซน บางคนกำลังซุบซิบกระซิบกระซาบ บางคนกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม อากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยบรรยากาศบางอย่างที่ฉันเรียกไม่ถูก—แต่ฉันรู้จักโลกใบนี้ดี

ฉันเคยอยู่ในโลกใบนี้มาก่อน... และเคยสาบานไว้ว่าจะไม่มีวันกลับมาเหยียบมันอีก

ฉันเตือนตัวเองถึงคำสั่งของเดเมียน ห้ามมองเห็นอะไร ห้ามได้ยินอะไร ทำแค่นำของไปเสิร์ฟแล้วออกไปซะ

ฉันเดินผ่านผู้คนในห้อง คอยเก็บแก้วและขวดว่างเปล่า แล้วแทนที่ด้วยเครื่องดื่มชุดใหม่ ฉันไม่สบตาใคร ไม่เสียเวลาอยู่นาน แต่ฉันรู้ดีว่าพวกเขาคือใคร สายตาฉันเหลือบไปเห็นรอยสัก ชุดสูท และรังสีอำมหิต—ทุกอย่างมันตะโกนบอกชัดเจนว่าเป็นพวก 'มาเฟีย'

ฉันรับออร์เดอร์โดยก้มหน้าก้มตา ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงพึมพำหรือการเจรจาซื้อขายที่คุยกันด้วยเสียงแผ่วเบา

แล้วฉันก็รู้สึกได้... มีมือนึงกำลังลูบไล้บั้นท้ายของฉัน

สัญชาตญาณเข้าครอบงำ ฉันปัดมือนั้นออกโดยไม่ทันคิด

เสียงหัวเราะครื้นเครงระเบิดขึ้น ฉันพยายามทำสีหน้าราบเรียบ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อรับออร์เดอร์ครบแล้วฉันจึงหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป แต่ก่อนจะได้ก้าวขา มือนั้นก็คว้าข้อมือฉันไว้แน่น

"จะรีบหนีไปไหนล่ะ ที่รัก?" เสียงต่ำพร่าพึมพำอย่างอารมณ์ดี "ไม่อยากสนุกด้วยกันหน่อยเหรอ?"

ฉันไม่สบตา พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ "ฉันขอตัวไปรับออร์เดอร์เครื่องดื่มก่อนนะคะ" ฉันพยายามดึงมือกลับ แต่แรงบีบที่ข้อมือกลับยิ่งแน่นขึ้น

เขาดึงปีกเงินสดออกมา ดึงแบงก์อยู่นานหลายใบ แล้วโยนอัดใส่หน้าอกฉัน

"เงินแค่นี้เลี้ยงเธอได้ทั้งปีเลยนะ" เขายิ้มเย้ยหยัน "ว่าไงล่ะ?เข้าไปต่อกันในห้องน้ำให้จบๆ ไปเลยดีไหม?"

ท้องไส้ฉันปั่นป่วนด้วยความคลื่นไส้ แต่ก็ฝืนทำสีหน้าราบเรียบไว้ ฉันจำเป็นต้องรักษางานนี้... แค่ต้องอดทนให้ผ่านพ้นไปไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

"ขอบคุณค่ะ แต่ตอนนี้ฉันกำลังทำงานอยู่" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้

ชายอีกคนคว้าแขนฉันไว้ พยายามฉุดฉันลงไปนั่งบนตัก ฉันดิ้นรนขัดขืน ชีพจรเต้นรัว เสียงหัวเราะดังลั่นก้องหู อากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความสนุกสนานบนความอับอายของฉัน

ทว่าทันใดนั้น—

"หยุด!"

คำๆ เดียวดังก้องแทรกผ่านเสียงที่วุ่นวาย ทรงพลังและทรงอำนาจอย่างเด็ดขาด

ทั้งห้องเงียบกริบทันที เสียงหัวเราะดับวูบลงในพริบตา

และเป็นครั้งแรกที่ฉันเงยหน้าขึ้น สายตาฉันปะทะเข้ากับชายที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ

คุณพระช่วย... ฉันชะงักค้างไปทั้งตัว

ฉันไม่เคยคิดเลย—ต่อให้ผ่านไปเป็นล้านปีก็ไม่เคยคิด—ว่าอดีตจะตามมาหลอกหลอนฉันได้ขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง... ไม่ใช่เร็วขนาดนี้ และไม่ใช่ที่นี่!

แต่เขากลับอยู่ตรงนี้

ฉันยืนนิ่งเป็นอัมพาต สมองว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะต้องพูดอะไร

ชายคนที่จับข้อมือฉันหัวเราะหึๆ โดยไม่ได้รู้เลยว่าจิตใจฉันกำลังปั่นป่วนแค่ไหน

"มีอะไรเหรอครับท่านดอน? ผมแค่หยอกเล่นสนุกๆ เอง ไม่ได้บังคับขู่เข็ญอะไรเธอสักหน่อย ยัยนี้ก็น่าจะชอบอยู่แล้ว"

เสียงชายอีกคนแทรกขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน

"นั่นสิครับ มีปัญหาอะไรเหรอ? หรือเธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงขัดดอกของท่านกันล่ะ?"

ฉันสะดุ้งกับคำพูดเหยียดหยามนั้น

และแล้ว—

"อันที่จริง..." เสียงของเขาราบเรียบ ทว่าเย็นเยือกไปถึงขั้วหัวใจ "...ก็น่าจะใช่นะ"

ลมหายใจของฉันสะดุด

ความช็อกตรึงฉันให้อยู่กับที่ แต่มันยังไม่จบเพียงแค่นั้น เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาเฉียบคมตรึงฉันไว้นิ่ง

"เธอเป็นของเล่นชิ้นโปรดของฉัน" เขาพูดต่อ "และฉันก็ไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องของเล่นของฉันด้วย"

แรงบีบที่ข้อมือหายไปทันทีราวกับตัวฉันกลายเป็นไฟลุกโชน ชายคนนั้นถอยหลังผงะ ยกมือขึ้นสองข้าง หน้าซีดเผือด

"ผะ... ผมขอโทษครับท่านดอน ผมขอโทษ! มันจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว ผมไม่ทราบจริงๆ..."

ท่านดอน...

หัวใจของฉันเต้นระทึกจนแทบจะทะลุอก

เขาคือ 'ดอน'งั้นเหรอ?

เสียงชีพจรเต้นดังก้องอยู่ในรูหู มันเกิดขึ้นได้ยังไง? แล้วพ่อของเขาเป็นอะไรไป? เขาขึ้นมาเป็น'ดอน' ได้ยังไงกัน?

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังสับสนของฉัน "เมียชาวรัสเซียแสนสวยของคุณคงไม่ชอบใจแน่ๆ ถ้าได้ยินเข้า"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 30

    ฉันไม่ได้เป็นคนโดดเด่นอะไร ไม่ใช่สาวป็อปปูลาร์คนนั้นด้วยซ้ำ ฉันเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาๆ ที่ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว และทำเรื่องของตัวเองไป—เป็นผู้หญิงประเภทที่ชอบจมหายไปกับฉากหลังมากกว่าฉันส่งเสียงร้องอุทานหลุดปาก "ขอโทษค่ะ" คิดว่าคำนั้นจะทำให้เขาปล่อยผ่านแล้วเดินจากไป แต่นั้นเอง เขากลับมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น... ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะอยู่ๆ ความโกรธก็ผุดขึ้นมาในดวงตาของเขาเขามองฉันเหมือนฉันไปทำความผิดร้ายแรงใส่เขา และสายตาคู่นั้นก็ทิ่มแทงมาดุจมีดบิน ดวงตาของเขาล็อกประสานกับฉันแน่นิ่ง และฉันสาบานเลยว่าสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากสายตานั้น เหงื่อซึมโชกไปทั่วตัว นึกเสียใจที่เผลอไปทักทายเขาฉันหวังว่าคำว่า "ขอโทษ" จะทำให้เขาเดินหนีไป แต่กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งยั่วโทสะเขาให้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมฉันรู้ดีเรื่องอารมณ์ร้ายของแอชเชอร์ ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่า 'เทพเจ้าแห่งความโกรธา' และฉันก็ดันไปจุดชนวนเพลิงโทสะของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ฉันถึงขั้นแอบคิดจะโกยอ้าววิ่งหนีไปซะ... โง่ชะมัด ฉันรู้ตัวดีแต่แล้วเขาก็พูดขึ้น น้ำเสียงเย็นชา "ไม่... ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงเข้ามาทักฉัน? ฉันรู้จักเธอเหรอ?"ท

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 29

    ฉันเคยรักแอชเชอร์ โรมาโน่... มีตรงไหนของเขาบ้างล่ะที่ไม่น่ารัก?คุณน่าจะได้เห็นเขา... ทั้งรอยยิ้ม และประกายตาที่วิบวับยามเขาพูดถึงสิ่งที่ทำให้เขาสนุกหรือตื่นเต้น มันมีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นบ้าคุณน่าจะได้เห็นเขาเวลาหงุดหงิด สีหน้าแบบนั้นของเขาก็ฮอตสุดๆ เหมือนกันแอชเชอร์ก็มีมุมโกรธเหมือนกัน คนอื่นมักบอกว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ในฐานะที่เขาเป็นทายาทและต้องขึ้นสืบทอดตำแหน่งในวันข้างหน้า ใครๆ จึงคอยเตือนให้เขาลดความใจร้อนลงหน่อย แต่เขาเคยบอกฉันว่าบางทีเขาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาเขาโกรธ ดวงตาคู่นั้นจะลุกโชนไปด้วยไฟอารมณ์ สันกรามเกร็งแน่น เข่นเคี้ยวเคี้ยวฟัน และกำหมัดแน่น... คุณน่าจะได้เห็นเขาในมุมนั้น... ดุดันและมีเสน่ห์ชวนหลงใหลชะมัดฉันนี่มันโง่หัวปักหัวปำเพราะเขาจริงๆฉันตกหลุมรักแอชเชอร์มาเกือบจะทั้งชีวิต มันเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย เขาแก่กว่าฉันห้าปี คนอื่นเลยมักจะหัวเราะเยาะความรักแบบเด็กๆ ของฉัน ผู้หญิงตั้งมากมายต่างก็หลงใหลคลั่งไคล้ แอชเชอร์ โรมาโน่ ทั้งผู้หญิงจากตระฉันลใหญ่ผู้มีพร้อมทุกอย่าง ซึ่งเป็นคนที่มีโอกาสสมหวังกับเขาจริงๆ...ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนอย่างฉันจะได้เขามาครอบครอ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 28

    "ใครอนุญาตให้เธอมาแตะต้องตัวฉัน?""โอเคค่ะ... พอแล้ว! ฉันขอโทษ ฉันจะไม่แตะตัวนายอีกแล้ว มือฉันจะหักแล้วนะ!" ฉันตะโกนลนลาน เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจ เพราะแรงบีบที่ข้อมือเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบเกินทนแล้วเขาก็นั่งอยู่ตรงนั้นบนเตียง หันหน้ามาหาฉัน ดวงตาเย็นชาและแข็งกร้าว ขณะเค้นเสียงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแผ่วเบาจนน่าขนลุก"แล้วถ้าฉันอยากจะหักแขนเธอขึ้นมาจริงๆ ล่ะ? แล้วถ้าฉันอยากจะหักคอเธอซะเลยล่ะ จะทำไม?" เขาพูดพลางปล่อยมือฉันออก การปลดปล่อยอย่างกะทันหันส่งคลื่นความโล่งอกผสมปนเปกับความหวาดกลัวแล่นผ่านไปทั่วร่างแต่แล้วในชั่วพริบตาเดียวนั้น มือก็นิ้วสอดเลื่อนตรงมาที่ลำคอฉัน รังสีคุกคามคละคลุมชัดเจน เศษเสี้ยวของชายหนุ่มที่ฉันเคยรู้จักอันตรธานหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงชายแปลกหน้าไร้หัวใจตรงหน้าคนนี้"แล้วถ้าฉันอยากจะหักคอเธอจริงๆ ล่ะ? ถ้าฉันจะทำขึ้นมาจริงๆ จะว่ายังไง?" เขาถาม เสียงกระซิบเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจจากนั้นเขาก็ผลักฉันออกไปข้างๆ อย่างรวดเร็วแล้วปล่อยตัวฉันเป็นอิสระ การปลดปล่อยที่ไม่ทันตั้งตัวทำเอาฉันหอบหายใจไม่ทัน... แต่อย่างน้อยรอบนี้เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะบีบคอฉันจริงๆ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 27

    แอชเชอร์พูดเป็นเชิงสั่งให้ฉันทำลาซานญ่า... ลาซานญ่าเนี่ยนะ! รู้ไหมว่ามันต้องใช้เวลานานขนาดไหน?! ฉันรู้ว่ามันเป็นของโปรดของเขา แต่นี่มันกลางดึกแล้วนะ!เริ่มแรกต้องผัดซอฟฟรีตโต หั่นผักเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นก็เคี่ยวน้ำซอสโบโลเนส ใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการเคี่ยวเนื้อบด ไวน์แดง และมะเขือเทศ ระหว่างนั้นฉันก็ต้องทำเบชาเมลซอส คอยตะกร้อคนนมกับเนยจนแขนล้าไปหมดขั้นสุดท้ายคือการจัดเรียงเป็นชั้นๆ แผ่นพาสต้า ซอสเนื้อ ริคอตต้าชีส มอสซาเรลล่าชีส และเบชาเมลซอส ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ ชั้น จากนั้นก็นำเข้าเตาอบนานเกือบชั่วโมง จนกระทั่งชีสปุดๆ กลายเป็นสีเหลืองทองสวยงามฉันสาบานเลยว่ามันใช้เวลาอย่างน้อยสามชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้นอีก นั่งหลังขดหลังแข็งทำอาหารตั้งหลายชั่วโมง ทั้งที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากนอน! แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่ากลิ่นหอมของมันทำเอาฉันน้ำลายสอได้เหมือนกันระหว่างที่รอลาซานญ่าอยู่ในเตาอบ ฉันก็ใช้เวลานี้คั้นน้ำผลไม้สดให้เขา ฉันรู้ดีว่าเขาชอบดื่มน้ำผลไม้สดขนาดไหน โดยเฉพาะน้ำแอปเปิ้ล ฉันเลยหยิบแอปเปิ้ลสีแดงกรอบๆ มาทำน้ำแอปเปิ้ลคั้นสดให้เขา พอถาดอาหารเสร็จเรียบร้อย เสียงชีสซู่ซ่าปุดๆ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 26

    วันนี้ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เลยตัดสินใจพาลีออนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเหนื่อยขนาดนี้ บางทีอาจเป็นเพราะฉันนั่งรอเขาจนดึกดื่นมาหลายคืน ติดอยู่กับความคิดที่ว่าแอชเชอร์จะโผล่หัวมา... ซึ่งมันโง่สิ้นดี ในเมื่อเราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจว่าเขาไม่เคยมาเลยสักครั้ง ฉันก็แค่หาเรื่องยืดเวลาความทรมานของตัวเองออกไปก็เท่านั้นแถมฉันยังตื่นเกร็งและระแวงไปหมด คอยคิดว่าแอชเชอร์กำลังวางแผนอะไรอยู่ และเขาจะมาปรากฏตัวในรูปแบบไหน ซึ่งนั่นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย สภาพฉันตอนนี้ดูทรุดโทรมมาก ขอบตาคล้ำเป็นวงกว้าง เครื่องสำอางอาจจะพอช่วยกลบได้ แต่นาทีนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะลุกขึ้นมาแต่งสวยแล้ว เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรทั้งนั้น คืนนี้ฉันจะนอนพักให้เต็มอิ่ม และถ้าแอชเชอร์นึกอยากจะโผล่หัวมา เขาก็เชิญมาตามสบายเหอะแต่วันนี้ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว และจะไม่ยอมเล่นตามเกมปั่นหัวของเขาอีก ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาคอยปั่นหัวเล่นสนุกตามใจชอบได้อีกต่อไปฉันอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วสวมเสื้อยืดธรรมดาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนทันที และในวินาทีที่หัวของฉันสัมผัสหมอน ตอนที่กำลังจัดท่าทางให้นอนสบาย เสียงเปิดประตูก็ดังข

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 25

    ฉันไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ฉันรู้ดีอยู่สิ่งหนึ่ง... เรื่องในวันนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างน้ำจิ้มเบาๆ ของอนาคตที่ฉันต้องเผชิญต่อจากนี้เท่านั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าแอชเชอร์ทิ้งร่องรอยไว้บนลำคอของฉัน ฉันจึงต้องประโคมเครื่องสำอางกลบกลืนรอยพวกนั้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ลีออนสังเกตเห็นและก็เป็นจริงตามคำพูดของเขา มาเรียบอกฉันว่าพวกเขาสรรหาครูสอนพิเศษได้แล้ว เพราะงั้นภายในสัปดาห์หน้า ลีออนจะเริ่มเรียนโฮมสคูลที่ห้องหนังสือกับครูคนใหม่ได้เลยฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี ทั้งที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันปรารถนาให้ลูกเลยสักนิด ฉันอยากให้ลีออนได้ไปโรงเรียน ได้มีเพื่อน ได้เข้าสังคมปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นๆ ได้วิ่งเล่น และได้สร้างมิตรภาพตามวัยแต่ถ้าแอชเชอร์จะกักขังฉันไว้ที่นี่ แล้วให้ลีออนเรียนโฮมสคูลกับครูสอนพิเศษ นั่นก็หมายความว่าเราสองคนแม่ลูกจะต้องตกเป็นนักโทษไปตลอดชีวิต โดยไม่อาจสร้างปฏิสัมพันธ์หรือผูกพันกับใครในโลกภายนอกได้อีกเลยสำหรับตัวฉันเอง... ฉันคิดว่าฉันทนได้แต่สำหรับลูกชายของฉันล่ะ? ฉันต้องการให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่าง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status