Share

บทที่ 2

Penulis: แจ็ก ออเธอร์
ฉันไม่แม้แต่จะหันไปมองตามเสียงนั้น ร่างกายสั่นสะท้านจนรู้สึกเหมือนกำลังจะแข็งเป็นหิน ฉันน่าจะคาดเดาได้ตั้งนานแล้วเมื่อนึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แน่นอนสิ เขาแต่งงานแล้ว... ฉันยังหวังให้เขานั่งรอฉันไปตลอดชีวิตหรือไงกัน?

แต่ฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี ฉันยังไม่พร้อมรับมือกับความเจ็บปวดที่เข้าเกาะกุมหัวใจเมื่อได้ยินว่าเขามูฟออนไปแล้ว เขาแต่งงานสร้างครอบครัวใหม่ไปแล้ว

ฉันรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล

แอชเชอร์ไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่มองมาที่ฉัน ส่วนฉันก็ทำได้แค่ยืนชะงักค้างอยู่อย่างนั้น ราวกับถูกตรึงไว้กับที่

ทันใดนั้น เขาก็ตวาดเสียงดังลั่น

"ออกไปให้หมด!" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยพลังและทรงอำนาจ—มันแฝงความโกรธเอาไว้จนฉันอดไม่ได้ที่จะลนลาน เตรียมหันหลังวิ่งตรงไปยังประตู

ทว่าเขากลับรั้งฉันไว้อีกครั้ง

"ยกเว้นเธอ" เขาพูด

"คนที่เหลือ ออกไปให้หมด" เขาพูดต่อ

ทุกคนลุกขึ้นยืน แล้วก็สลายตัวออกไปในพริบตา

เหลือเพียงฉันที่ยืนอยู่ตรงนั้น จ้องมองเขาในขณะที่เขามองกลับมา เขาเอาแต่จ้องฉันด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ บนใบหน้า

ฉันไม่รู้ว่าควรจะแสดงสีหน้ายังไง ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้เลยว่าจะต้องพูดอะไรหรือพาตัวเองไปอยู่ตรงไหน

มันผ่านไปตั้งห้าปีแล้ว เขาแต่งงานแล้ว และมูฟออนไปแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องคิดว่าเขายังคงโกรธฉัน หรือยังเคืองกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน

พอได้มองเขาในตอนนี้ ฉันยิ่งเห็นได้ชัดว่ากาลเวลาทำให้เขายิ่งมีเสน่ห์ดึงดูด น่ามอง และหล่อดูดียิ่งกว่าเดิม

เด็กหนุ่มที่ฉันเคยรู้จักได้หายไปแล้ว

แอชเชอร์คนที่ฉันเคยรักมีเสน่ห์แบบความบ้าระห่ำ มีไฟความป่าเถื่อนลุกโชนอยู่ในดวงตา ตอนที่ฉันตกหลุมรักเขา เขายังคงมีความเป็นเด็กหนุ่ม ทว่าในตอนนี้ เขากลับดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น สุขุมขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น

และ... เซ็กซี่เป็นบ้า

มันแสดงชัดผ่านท่วงท่าการวางตัว อำนาจอันสุขุมในน้ำเสียง ชุดสูทสั่งตัดที่แนบสนิทไปกับเรือนร่างของเขา รวมถึงสันกรามที่เด่นชัดขึ้นตามกาลเวลา

นี่คือตัวเขาในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม

และไม่รู้ทำไม... นั่นยิ่งทำให้ฉันเจ็บปวดหนักกว่าเดิม

เขายิ่งมีอายุก็ยิ่งมีเสน่ห์เหมือนไวน์ชั้นเลิศ ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาจะยิ่งดูดีขึ้นทุกวันๆ แค่รู้สึกแย่ที่ผู้หญิงข้างกายคนนั้นไม่ใช่ฉันอีกต่อไปแล้ว

แอชเชอร์ยังคงจ้องหน้าฉันนิ่งโดยไม่พูดอะไรสักคำ และฉันก็อ่านสีหน้าเขาไม่ออก ฉันเลยตัดสินใจเลือกวิธีประนีประนอมและง่ายที่สุด คำพูดออกมาจากปากฉัน...

"ไง แอชเชอร์ ไม่เจอกันนานเลยนะ ตั้งสี่หรือห้าปีแล้วใช่ไหม? สบายดีไหม เป็นยังไงบ้าง?"

เขายังคงจ้องฉันนิ่ง ฉันจึงต้องพูดโพล่งต่อไปเรื่อยๆ

"ตอนนี้ได้เป็น 'ดอน' แล้วสินะ ดีจัง... ยินดีด้วยนะ แล้วมันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?"

เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

"อืม... ฉันไม่ได้อยู่ในโลกใบนั้นแล้วล่ะ แต่ฉันยินดีด้วยจริงๆ ที่นายมูฟออนได้ แถมยังแต่งงานมีครอบครัวแล้วด้วย ดีจังเลยนะ... ฉันดีใจจริงๆ ที่นายมีความสุข"

ฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่ยอมหยุดพูดสักที

เขายังคงจ้องฉันอยู่อย่างนั้น จนเหงื่อฉันเริ่มซึมตามตัว ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว... บางทีเขาอาจจะจำฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ บางทีเขาแค่รู้สึกไม่ชอบใจที่เห็นคนรู้จักหรือลูกน้องมาถูกเนื้อต้องตัวฉัน เขาคงจำฉันไม่ได้หรอก

ฉันหัวเราะกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน "นาย... คงจำไม่ได้แล้วล่ะมั้งว่าฉันเป็นใคร... แต่ยังไงก็ขอบคุณนะที่ช่วยฉันไว้ ถ้าไม่รังเกียจ เดี๋ยวฉันไปเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้นะ"

ฉันกำลังจะหมุนตัวเดินออกไป แต่แล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน ร่างกายฉันหยุดชะงักอยู่กับที่ขณะมองเขาหยัดตัวขึ้นเต็มส่วนสูง

สูงใหญ่... ทรงพลัง...

รัศมีอำนาจของเขาแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง และเป็นครั้งแรกในรอบห้าปีที่ฉันสัมผัสได้ถึงมัน—แรงกดดันอันมหาศาลจากตัวเขา

เขาดูน่าเกรงขาม สุขุมเยือกเย็น และ... ฮอตเป็นบ้า

คุณพระช่วย... รังไข่ฉันแทบจะทำงานผิดปกติไปหมดแล้ว

ร่างกายของฉันกำลังทรยศตัวเอง

ห้าปี... ห้าปีเต็มที่แห้งแล้งเหมือนทะเลทราย ไม่เคยสัมผัสใคร ไม่เคยมีความรุ่มร้อน ไม่มีอะไรเลยนอกจากความทรงจำในอดีตตอนที่เคยมีเขา—เรือนร่างของเขา ฝ่ามือของเขา และริมฝีปากของเขา

และในตอนนี้ พอได้เห็นเขา ตอนที่จ้องมองเขาเดินตรงเข้ามาหา และรู้ดีว่าเขาทำอะไรได้บ้าง... การต้องยืนอยู่ตรงนี้แล้วทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยมันยากเย็นเหลือเกิน

เขาก้าวเดินเข้ามาอย่างมีจุดมุ่งหมาย แผ่รังสีอำนาจออกมาทุกอณู และเมื่อเขาหยุดยืนตรงหน้า ฉันก็ต้องแหงนหน้าขึ้นเพื่อประสานสายตากับเขา

เขาตัวสูงมากจริงๆ

และในตอนนั้นเองที่ฉันได้เห็นมัน—ความโกรธแค้น ไฟที่ลุกโชน และความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ในดวงตาดำลึกคู่นั้น

จากนั้น รอยยิ้มเย้ยหยันก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา

"อืม ฉันจำเธอได้ อาริเอลล่า คอสต้า... จำได้แม่นยำชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลยล่ะ"

น้ำเสียงของเขาทำเอาฉันสั่นสะท้านไปทั้งตัว

เมื่อห้าปีก่อน แอชเชอร์ โรมาโน่ เคยให้สัญญาไว้กับฉัน เขาพูดยืนยันว่าฉันจะต้องเสียใจที่กล้าผิดสัญญา... ที่กล้าทำหัวใจของเขาเจ็บ

และในวันนี้ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งจะก้าวเข้าไปในกับดักของเขาเต็มๆ

ประโยคถัดมาของเขามันช่างโหดร้ายและเย้ยหยัน

"คนทางบ้านคิดว่าเธอตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน พ่อแม่ของเธอไว้อาลัยให้เธอไปแล้วด้วยซ้ำ ป่านนี้คงกำลังพยายามลืมว่าเคยมีเธออยู่บนโลกนี้"

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากทำ... แต่มันเป็นสิ่งที่ฉันจำต้องทำต่างหาก

"การเผาบ้านตัวเองทิ้งนี่มันแนบเนียนสมบูรณ์แบบจริงๆ" เขาพูดต่อ น้ำเสียงเชือดเฉือนและเฉียบขาด

"แต่เธอไม่มีวันหนีฉันพ้นหรอก อาริเอลล่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าสักวันต้องหาเธอจนพบ... และคิดบัญชีแก้แค้นเธอให้ได้"

ร่างกายฉันเกร็งตึงขึ้นมาทันที วิธีที่เขามองฉัน—ด้วยความเกลียดชังอันบริสุทธิ์และแค้น... ฉันควรจะหวาดกลัว

ไม่สิ... ฉันกำลังหวาดกลัวสุดขีดต่างหาก

เพราะในตอนนี้ ฉันไม่ได้มีแค่ตัวเองที่ต้องห่วงอีกต่อไป ฉันมีลูกชายที่ไม่เหลือใครนอกจากฉัน มีลูกชายที่ต้องการฉันอยู่

ฉันจะตายไม่ได้เด็ดขาด

"ได้โปรด... อย่าฆ่าฉันเลยนะ"

คำพูดหลุดออกจากปากเป็นเสียงกระซิบที่แผ่วเบาและแหบแห้ง เสียงของฉันสั่นเครือ ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว

ทว่าแทนที่จะตอบ แอชเชอร์กลับยกมือขึ้น ฉันสะดุ้งและหลับตาลงทันทีด้วยความหวาดกลัว

แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ฉันหวาดผวาที่สุดก็เกิดขึ้น... เขาสัมผัสตัวฉัน อย่างเชื่องช้า นุ่มนวล และเกือบจะอ่อนโยน

เรียวนิ้วของเขาลูบไล้แก้มขวาของฉันอย่างแผ่วเบา จนส่งผลให้ร่างกายของฉันสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุมได้

ฉันไม่รู้ว่ามันคือความกลัวหรือความรู้สึกอะไรกันแน่ และฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะหาคำตอบมันไหม

เสียงหัวเราะชั่วร้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขา ทั้งมืดมนและรู้ทันไปหมดทุกอย่าง

"ทำไมฉันต้องอยากฆ่าคนสวยๆ อย่างเธอด้วยล่ะ อาริเอลล่า คอสต้า?"

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการยั่วยวน แฝงความอันตรายที่ซ่อนอยู่

"เธอเสน่ห์แรงจนผู้ชายหลงหัวปักหัวปำเลยใช่ไหมล่ะ? ทั้งที่ในห้องนี้มีผู้หญิงเปลือยกายอยู่ตั้งมากมาย แต่ทันทีที่เธอเดินเข้ามา ผู้ชายพวกนั้นก็สติหลุดกันหมด ทุกคนต่างอยากได้เธอ อยากครอบครองเธอ"

เรียวนิ้วของเขาลากไล้ลงมาตามกรอบหน้า ก่อนจะเชิดคางฉันขึ้น

"โดยที่ไม่รู้เลยว่า... เธอเป็นของฉันอยู่แล้ว"

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจสะดุดอยู่ในลำคอ

เขาผละออกไป นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ปลดกระดุมเสื้อโค้ต แล้วนั่งแยกขาเหมือนราชา—ซึ่งจะว่าไป เขาก็คงเป็นอย่างนั้นจริงๆ...

จากนั้น น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นอันตรายถึงชีวิต

"นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป อาริเอลล่า คอสต้า เธอเป็นของฉัน... มีไว้ให้ฉันใช้งาน มีไว้ให้ฉันเล่นสนุก และมีไว้ให้ฉันย่ำยี่ได้ตามใจชอบ"

คำพูดเหล่านั้นจุกอกฉันจนแทบหยุดหายใจ

"ร่างกายของเธอเป็นของฉัน จิตใจของเธอเป็นของฉัน และวิญญาณของเธอก็เป็นของฉัน"

เขายิ้มที่มุมปาก ดวงตาที่มืดมนตรึงฉันไว้นิ่ง

"ฉันเป็นเจ้าชีวิตเธอ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 30

    ฉันไม่ได้เป็นคนโดดเด่นอะไร ไม่ใช่สาวป็อปปูลาร์คนนั้นด้วยซ้ำ ฉันเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาๆ ที่ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว และทำเรื่องของตัวเองไป—เป็นผู้หญิงประเภทที่ชอบจมหายไปกับฉากหลังมากกว่าฉันส่งเสียงร้องอุทานหลุดปาก "ขอโทษค่ะ" คิดว่าคำนั้นจะทำให้เขาปล่อยผ่านแล้วเดินจากไป แต่นั้นเอง เขากลับมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น... ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะอยู่ๆ ความโกรธก็ผุดขึ้นมาในดวงตาของเขาเขามองฉันเหมือนฉันไปทำความผิดร้ายแรงใส่เขา และสายตาคู่นั้นก็ทิ่มแทงมาดุจมีดบิน ดวงตาของเขาล็อกประสานกับฉันแน่นิ่ง และฉันสาบานเลยว่าสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากสายตานั้น เหงื่อซึมโชกไปทั่วตัว นึกเสียใจที่เผลอไปทักทายเขาฉันหวังว่าคำว่า "ขอโทษ" จะทำให้เขาเดินหนีไป แต่กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งยั่วโทสะเขาให้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมฉันรู้ดีเรื่องอารมณ์ร้ายของแอชเชอร์ ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่า 'เทพเจ้าแห่งความโกรธา' และฉันก็ดันไปจุดชนวนเพลิงโทสะของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ฉันถึงขั้นแอบคิดจะโกยอ้าววิ่งหนีไปซะ... โง่ชะมัด ฉันรู้ตัวดีแต่แล้วเขาก็พูดขึ้น น้ำเสียงเย็นชา "ไม่... ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงเข้ามาทักฉัน? ฉันรู้จักเธอเหรอ?"ท

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 29

    ฉันเคยรักแอชเชอร์ โรมาโน่... มีตรงไหนของเขาบ้างล่ะที่ไม่น่ารัก?คุณน่าจะได้เห็นเขา... ทั้งรอยยิ้ม และประกายตาที่วิบวับยามเขาพูดถึงสิ่งที่ทำให้เขาสนุกหรือตื่นเต้น มันมีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นบ้าคุณน่าจะได้เห็นเขาเวลาหงุดหงิด สีหน้าแบบนั้นของเขาก็ฮอตสุดๆ เหมือนกันแอชเชอร์ก็มีมุมโกรธเหมือนกัน คนอื่นมักบอกว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ในฐานะที่เขาเป็นทายาทและต้องขึ้นสืบทอดตำแหน่งในวันข้างหน้า ใครๆ จึงคอยเตือนให้เขาลดความใจร้อนลงหน่อย แต่เขาเคยบอกฉันว่าบางทีเขาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาเขาโกรธ ดวงตาคู่นั้นจะลุกโชนไปด้วยไฟอารมณ์ สันกรามเกร็งแน่น เข่นเคี้ยวเคี้ยวฟัน และกำหมัดแน่น... คุณน่าจะได้เห็นเขาในมุมนั้น... ดุดันและมีเสน่ห์ชวนหลงใหลชะมัดฉันนี่มันโง่หัวปักหัวปำเพราะเขาจริงๆฉันตกหลุมรักแอชเชอร์มาเกือบจะทั้งชีวิต มันเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย เขาแก่กว่าฉันห้าปี คนอื่นเลยมักจะหัวเราะเยาะความรักแบบเด็กๆ ของฉัน ผู้หญิงตั้งมากมายต่างก็หลงใหลคลั่งไคล้ แอชเชอร์ โรมาโน่ ทั้งผู้หญิงจากตระฉันลใหญ่ผู้มีพร้อมทุกอย่าง ซึ่งเป็นคนที่มีโอกาสสมหวังกับเขาจริงๆ...ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนอย่างฉันจะได้เขามาครอบครอ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 28

    "ใครอนุญาตให้เธอมาแตะต้องตัวฉัน?""โอเคค่ะ... พอแล้ว! ฉันขอโทษ ฉันจะไม่แตะตัวนายอีกแล้ว มือฉันจะหักแล้วนะ!" ฉันตะโกนลนลาน เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจ เพราะแรงบีบที่ข้อมือเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบเกินทนแล้วเขาก็นั่งอยู่ตรงนั้นบนเตียง หันหน้ามาหาฉัน ดวงตาเย็นชาและแข็งกร้าว ขณะเค้นเสียงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแผ่วเบาจนน่าขนลุก"แล้วถ้าฉันอยากจะหักแขนเธอขึ้นมาจริงๆ ล่ะ? แล้วถ้าฉันอยากจะหักคอเธอซะเลยล่ะ จะทำไม?" เขาพูดพลางปล่อยมือฉันออก การปลดปล่อยอย่างกะทันหันส่งคลื่นความโล่งอกผสมปนเปกับความหวาดกลัวแล่นผ่านไปทั่วร่างแต่แล้วในชั่วพริบตาเดียวนั้น มือก็นิ้วสอดเลื่อนตรงมาที่ลำคอฉัน รังสีคุกคามคละคลุมชัดเจน เศษเสี้ยวของชายหนุ่มที่ฉันเคยรู้จักอันตรธานหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงชายแปลกหน้าไร้หัวใจตรงหน้าคนนี้"แล้วถ้าฉันอยากจะหักคอเธอจริงๆ ล่ะ? ถ้าฉันจะทำขึ้นมาจริงๆ จะว่ายังไง?" เขาถาม เสียงกระซิบเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจจากนั้นเขาก็ผลักฉันออกไปข้างๆ อย่างรวดเร็วแล้วปล่อยตัวฉันเป็นอิสระ การปลดปล่อยที่ไม่ทันตั้งตัวทำเอาฉันหอบหายใจไม่ทัน... แต่อย่างน้อยรอบนี้เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะบีบคอฉันจริงๆ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 27

    แอชเชอร์พูดเป็นเชิงสั่งให้ฉันทำลาซานญ่า... ลาซานญ่าเนี่ยนะ! รู้ไหมว่ามันต้องใช้เวลานานขนาดไหน?! ฉันรู้ว่ามันเป็นของโปรดของเขา แต่นี่มันกลางดึกแล้วนะ!เริ่มแรกต้องผัดซอฟฟรีตโต หั่นผักเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นก็เคี่ยวน้ำซอสโบโลเนส ใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการเคี่ยวเนื้อบด ไวน์แดง และมะเขือเทศ ระหว่างนั้นฉันก็ต้องทำเบชาเมลซอส คอยตะกร้อคนนมกับเนยจนแขนล้าไปหมดขั้นสุดท้ายคือการจัดเรียงเป็นชั้นๆ แผ่นพาสต้า ซอสเนื้อ ริคอตต้าชีส มอสซาเรลล่าชีส และเบชาเมลซอส ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ ชั้น จากนั้นก็นำเข้าเตาอบนานเกือบชั่วโมง จนกระทั่งชีสปุดๆ กลายเป็นสีเหลืองทองสวยงามฉันสาบานเลยว่ามันใช้เวลาอย่างน้อยสามชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้นอีก นั่งหลังขดหลังแข็งทำอาหารตั้งหลายชั่วโมง ทั้งที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากนอน! แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่ากลิ่นหอมของมันทำเอาฉันน้ำลายสอได้เหมือนกันระหว่างที่รอลาซานญ่าอยู่ในเตาอบ ฉันก็ใช้เวลานี้คั้นน้ำผลไม้สดให้เขา ฉันรู้ดีว่าเขาชอบดื่มน้ำผลไม้สดขนาดไหน โดยเฉพาะน้ำแอปเปิ้ล ฉันเลยหยิบแอปเปิ้ลสีแดงกรอบๆ มาทำน้ำแอปเปิ้ลคั้นสดให้เขา พอถาดอาหารเสร็จเรียบร้อย เสียงชีสซู่ซ่าปุดๆ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 26

    วันนี้ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เลยตัดสินใจพาลีออนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเหนื่อยขนาดนี้ บางทีอาจเป็นเพราะฉันนั่งรอเขาจนดึกดื่นมาหลายคืน ติดอยู่กับความคิดที่ว่าแอชเชอร์จะโผล่หัวมา... ซึ่งมันโง่สิ้นดี ในเมื่อเราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจว่าเขาไม่เคยมาเลยสักครั้ง ฉันก็แค่หาเรื่องยืดเวลาความทรมานของตัวเองออกไปก็เท่านั้นแถมฉันยังตื่นเกร็งและระแวงไปหมด คอยคิดว่าแอชเชอร์กำลังวางแผนอะไรอยู่ และเขาจะมาปรากฏตัวในรูปแบบไหน ซึ่งนั่นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย สภาพฉันตอนนี้ดูทรุดโทรมมาก ขอบตาคล้ำเป็นวงกว้าง เครื่องสำอางอาจจะพอช่วยกลบได้ แต่นาทีนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะลุกขึ้นมาแต่งสวยแล้ว เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรทั้งนั้น คืนนี้ฉันจะนอนพักให้เต็มอิ่ม และถ้าแอชเชอร์นึกอยากจะโผล่หัวมา เขาก็เชิญมาตามสบายเหอะแต่วันนี้ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว และจะไม่ยอมเล่นตามเกมปั่นหัวของเขาอีก ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาคอยปั่นหัวเล่นสนุกตามใจชอบได้อีกต่อไปฉันอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วสวมเสื้อยืดธรรมดาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนทันที และในวินาทีที่หัวของฉันสัมผัสหมอน ตอนที่กำลังจัดท่าทางให้นอนสบาย เสียงเปิดประตูก็ดังข

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 25

    ฉันไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ฉันรู้ดีอยู่สิ่งหนึ่ง... เรื่องในวันนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างน้ำจิ้มเบาๆ ของอนาคตที่ฉันต้องเผชิญต่อจากนี้เท่านั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าแอชเชอร์ทิ้งร่องรอยไว้บนลำคอของฉัน ฉันจึงต้องประโคมเครื่องสำอางกลบกลืนรอยพวกนั้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ลีออนสังเกตเห็นและก็เป็นจริงตามคำพูดของเขา มาเรียบอกฉันว่าพวกเขาสรรหาครูสอนพิเศษได้แล้ว เพราะงั้นภายในสัปดาห์หน้า ลีออนจะเริ่มเรียนโฮมสคูลที่ห้องหนังสือกับครูคนใหม่ได้เลยฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี ทั้งที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันปรารถนาให้ลูกเลยสักนิด ฉันอยากให้ลีออนได้ไปโรงเรียน ได้มีเพื่อน ได้เข้าสังคมปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นๆ ได้วิ่งเล่น และได้สร้างมิตรภาพตามวัยแต่ถ้าแอชเชอร์จะกักขังฉันไว้ที่นี่ แล้วให้ลีออนเรียนโฮมสคูลกับครูสอนพิเศษ นั่นก็หมายความว่าเราสองคนแม่ลูกจะต้องตกเป็นนักโทษไปตลอดชีวิต โดยไม่อาจสร้างปฏิสัมพันธ์หรือผูกพันกับใครในโลกภายนอกได้อีกเลยสำหรับตัวฉันเอง... ฉันคิดว่าฉันทนได้แต่สำหรับลูกชายของฉันล่ะ? ฉันต้องการให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่าง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status