로그인กิจกรรมรับน้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะของนักศึกษาทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงช่วงสำคัญที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือ…การจับสายรหัส
ในระหว่างที่นับดาวกับกลุ่มเพื่อนกำลังนั่งพักดื่มน้ำอยู่นั้น เสียงประกาศจากโทรโข่งก็ดังขึ้น “หมดเวลาพักแล้วครับน้องๆ มานั่งต่อแถวเหมือนเดิมได้เลย เดี๋ยวพวกพี่จะให้น้องๆ จับคำใบ้ แล้วไปตามหาพี่รหัสของตัวเองกันนะครับ ถ้าใครหาพี่รหัสไม่เจอภายในเวลาที่กำหนด จะได้รับบทลงโทษด้วยนะ” สิ้นเสียงประกาศนั้น เหล่านักศึกษาก็หันไปพูดคุยซุบซิบกันด้วยความตื่นเต้นทันที ทว่านับดาวกลับยกมือขึ้นไหว้แนบอก แล้วพึมพำเสียงเบา “ขอให้ได้พี่รหัสที่แสนดีด้วยเถิด…สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์” ไอริสที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับขมวดคิ้วมองเพื่อนสาวอย่างงุนงง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มขำๆ “แกไหว้ทำไมอะ” “ขอพรไง เราอยากได้พี่รหัสที่แสนดีอ่า แบบเทคแคร์ ดูแลดีงี้” เธอตอบเสียงเบา แววตาเปล่งประกายด้วยความคาดหวัง ยังไม่ทันที่ไอริสจะได้ตอบอะไร เสียงประกาศจากโทรโข่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง “พร้อมกันหรือยังครับน้องๆ” “พร้อมค่ะ/พร้อมครับ” เหล่านักศึกษาปีหนึ่งตะโกนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้น กิจกรรมการจับสายรหัสก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แบงค์รุ่นพี่ปีสองถือกล่องจับฉลากเดินออกมาด้านหน้า แล้วยืนข้างกับบอยที่เป็นคนขานเรียกชื่อน้องๆ “คนแรก น้องแก้มใสครับ” ทันใดนั้น หญิงสาวที่ถูกเรียกชื่อก็รีบก้าวออกจากแถวไปจับคำใบ้โดยไม่รอช้า กิจกรรมดำเนินไปอย่างคึกคัก เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังสลับกันเป็นระยะ ขณะที่แต่ละคนผลัดกันเดินไปจับคำใบ้พี่รหัสของตน จนกระทั่งมาถึง… “คนสุดท้าย น้องนับดาวครับ” นับดาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางยันตัวลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเดินไปด้านหน้าอย่างไม่รีรอ “ได้จับคนสุดท้ายเลย เดี๋ยวพี่หยิบให้ครับ” แบงค์เอ่ยขึ้น ก่อนจะล้วงมือเข้าไปหยิบกระดาษคำใบ้ยื่นให้กับเธอ “ขอบคุณค่ะ” คนตัวเล็กยิ้มบางๆ แล้วหันหลังเดินไปหาเพื่อนสาวที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนัก ตึก! ตึก! ตึก! เมื่อเดินไปถึง เพิร์ลก็เอ่ยถามขึ้นทันทีด้วยความอยากรู้ “นับ! แกได้คำใบ้ว่าอะไรอะ?” นับดาวคลี่กระดาษออกดูอย่างช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ “สัตว์ที่มีพิษ” “โห…คำใบ้แบบนี้ผู้ชายชัวร์” ไอริสว่า ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ เสียงของแบงค์รุ่นพี่ปีสองก็ดังแทรกขึ้น “มัวแต่ยืนคุยกัน หมดเวลาไม่รู้ด้วยนะครับ” พูดจบ อีกฝ่ายก็เดินออกไปทันที นับดาวและกลุ่มเพื่อนได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนที่เพิร์ลจะพูดขึ้น “งั้นพวกเราแยกกันไปตามหาพี่รหัสก่อน บ่ายสามค่อยมาเจอกันตรงนี้ โอเคไหม?” นับดาวยกแขนขึ้นมองดูนาฬิกา เมื่อเห็นว่าตอนนี้บ่ายโมงครึ่ง เธอจึงพยักหน้ารับเบาๆ “อือ” หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันไปตามหาพี่รหัสของตัวเองอย่างรวดเร็ว นับดาวเดินวนหาทั่วอาคาร ทั้งถามรุ่นพี่ที่คิดว่าน่าจะใช่ แต่ก็ไม่มีวี่แววของพี่รหัสอยู่ดี จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายสองโมง อากาศร้อนอบอ้าวจนเธอต้องยืนพิงเสาตรงใต้ถุน พลางหยิบป้ายชื่อขึ้นมาพัดเบาๆ เพื่อคลายร้อน ทันใดนั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาเธอ ก่อนจะยื่นขวดน้ำเปล่าให้ “พี่ให้...” “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวนับไปซื้อเองดีกว่า” เธอตอบทันควัน พลางส่ายหน้าช้าๆ “รับไปเถอะ พี่ชื่อธีร์นะครับ อยู่ปีสาม” เขาพูดพร้อมกับยัดขวดน้ำใส่มือของเธอ นับดาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ขอบคุณนะคะ หนู...นับดาว ปีหนึ่งวิศวะคอมฯ” ธีร์พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป “แล้วเราได้คำใบ้ว่าอะไรเหรอ?” ทว่าคนตัวเล็กยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงของนายรุ่นพี่ปีสองก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “น้องนับดาว หาพี่รหัสเจอหรือยังครับ?” เธอหันขวับไปมองอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบกลับทันควัน “ยังเลยค่ะ พี่นายพอจะใบ้ให้นับอีกนิดได้ไหมคะ หนูเดินถามรุ่นพี่ปีสองหมดแล้ว ไม่มีสักคนเลย...” นายจ้องมองหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มของเธอก็ถึงกับใจอ่อนขึ้นมาทันที ก่อนจะแกล้งถามเสียงเรียบ “น้องนับดาวได้คำใบ้ว่าอะไรนะครับ” “สัตว์ที่มีพิษค่ะ” “ลองไปถามรุ่นพี่ปีสี่ดูสิ เผื่อเขารู้” นายพูดพร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว นับดาวได้แต่มองตามหลังอีกฝ่ายด้วยสีหน้างุนงง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องไปถามพี่ปีสี่ด้วย จนกระทั่งธีร์เอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดของเธอออก “ปีนี้รุ่นน้องปีหนึ่งมีเยอะกว่ารุ่นพี่ปีสอง พี่รหัสเลยไม่พอน่ะ ก็เลยต้องขอความสมัครใจจากพี่ปีสามและปีสี่ด้วย” สิ้นเสียงของธีร์ เธอก็พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงใสอย่างกระตือรือร้น “แบบนี้นี่เอง…ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวนับไปตามหาพี่รหัสต่อก่อน” พูดจบ คนตัวเล็กก็หันหลังเตรียมเดินไปตามหารุ่นพี่ปีสี่ ทว่าดวงตาคู่สวยดันเหลือบไปเห็นพี่ชายตัวเองกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีกสองสามคน ไม่รอช้า นับดาวรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว “พี่ไต้ฝุ่น!”ห้าปีผ่านไปหลังจากที่นับดาวเรียนจบ เพลิงกัลป์ก็มาสู่ขอเธอแต่งงานทันที ในตอนนี้ทั้งคู่มีเจ้าตัวเล็กวิ่งเล่นในบ้านอยู่สองคน เป็นเด็กผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาจมูกโด่งเป็นสัน ถอดแบบมาจากคุณพ่อเป๊ะ ชื่อว่าน้อง จูโน่ แล้วก็มีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าชังอีกหนึ่งคน ชื่อว่าน้อง จูเน่ทั้งสองเกิดวันเดียวกันแต่คนละเวลา เป็นแฝดคนละฝา ที่มีหน้าตาไม่เหมือนกันเลยจูโน่จะติดคุณแม่นับดาวเป็นอย่างมาก ส่วนจูเน่ก็จะติดคุณพ่อเพลิงกัลป์ ในวันนี้ก็เป็นวันครบรอบหนึ่งปีของลูกๆ ทั้งคู่จึงพาเด็กๆ ไปเที่ยวเล่นที่ฮาร์เบอร์แลนด์“ตัวเองหนักไหม ให้หนูช่วยอุ้มลูกป่าว?” นับดาวหันไปเอ่ยถามสามี ที่ตอนนี้เขากำลังอุ้มลูกชายกับลูกสาวไว้ในอ้อมแขนคนละฝั่ง“สบายกว่าอุ้มแตงหนูเยอะเลย” เพลิงกัลป์ว่า พร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์คำพูดนั้น ทำเอาร่างบางเบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปตีแขนแกร่งเบาๆ ด้วยความเขินอาย“ทะลึ่งอ่า”หลังจากนั้น เพลิงกัลป์ก็พาเด็กๆ เข้าไปเล่นเครื่องเล่นหลากหลายชนิดที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการและเสริมทักษะให้กับลูกเขาทั้งคู่คอยดูจูโน่กับจูเน่ไม่ห่าง พลางถ่ายรูปและบันทึกวิดีโอเก็บไว้ดูภายหลัง“ลูกดูสนุกมากเลยนะ” เพ
หนึ่งเดือนต่อมาเพลิงกัลป์เดินไปอุ้มแฟนสาวที่เต้นยั่วยวนอยู่กับกลุ่มเพื่อนด้านหน้าเวทีด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ก่อนจะพาเธอกลับบ้านทันทีเมื่อมาถึงบ้าน เขาก็โยนเธอลงบนเตียงขนาดใหญ่อย่างไม่ไยดีพรึบ!“อ๊ะ! ตัวเองเบาๆ สิ หนูเจ็บนะ” นับดาวเอ่ยขึ้น พลางทำสีหน้าเหยเก เมื่อก้นกระแทกเข้ากับเตียงนอนเพลิงกัลป์ยืนมองคนตัวเล็กด้วยแววตาฉายความไม่พอใจ ก่อนจะพูดออกไปตรงๆ“เลิกเต้นควงเอวได้ไหม พี่ไม่ชอบเลยว่ะ”“แต่ทุกทีพี่ชอบให้หนูควงไม่ใช่เหรอ?” เธอตอบกลับทันควันจากนั้นชายหนุ่มจึงก้าวขึ้นไปบนเตียง มือหนาจับปลายคางของเธอเชิดขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดขึ้น“ควงอยู่บนเตียงกับพี่ก็พอ ไม่ต้องไปหมุนควงให้คนอื่นดู”คำพูดนั้น ทำเอานับดาวยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะเอ่ยถามต่อในทันที“แล้วถ้าหนูเผลอล่ะ” สิ้นเสียงหวาน เพลิงกัลป์ก็กระตุกยิ้มเล็กน้อย พลางโน้มใบหน้าลงไปใกล้เธอ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบาแนบชิดริมฝีปากบาง“ที่รักก็จะถูกทำโทษแบบวันนี้ไง” พูดจบ มือหนาก็ล้วงเข้าไปสัมผัสกลีบกุหลาบงามผ่านทางเนื้อผ้ากางเกงชั้นในเบาๆคนตัวเล็กเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงท้าทาย“อื้อ~ ถ้าลงโทษแบบนี้…หนูจะควงเอวเ
@ดอยชื่อดังจังหวัดเชียงใหม่เมื่อเดินทางมาถึงที่พักโฮมสเตย์สุดหรู ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปเก็บของและพักผ่อนกันตามอัธยาศัยทันทีเพลิงกัลป์ลากกระเป๋าเดินทางเดินตามนับดาวเข้าไปยังบ้านพักทรงโดมสีขาวที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางขุนเขา ดวงตาคู่สวยกวาดมองรอบๆ อย่างตื่นเต้น เพราะภายในที่พักตกแต่งอย่างพิถีพิถัน โปร่งโล่งและสะอาดตา มีอ่างจากุชชี่ตั้งอยู่ตรงด้านข้างสามารถแช่น้ำอุ่นไปพร้อมกับชมวิวภูเขาและหมอกบางยามเย็นได้อย่างผ่อนคลายถัดไปเป็นมุ้งตาข่ายที่จัดวางไว้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับเอนกายนอนชมทิวทัศน์และแสงดาวระยิบระยับยามค่ำคืนเป็นอย่างมาก“หนูชอบไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดใบหูเล็ก ในขณะที่สวมกอดเธอแนบแน่นจากทางด้านหลังนับดาวยิ้มกว้างจนตาหยี พลางหันไปมองหน้าแฟนหนุ่ม แล้วตอบกลับอย่างดีใจ“ชอบค่ะ คืนนี้เรานอนดูดาวข้ามปีกันดีไหม”สิ้นเสียงหวาน เพลิงกัลป์ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างน่าเสียดาย“ไอ้ฝุ่นมันชวนไปข้ามปีด้วยกันนะสิ” เพราะเพื่อนของเขานัดหมายกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะใช้คืนส่งท้ายปีร่วมกันคำพูดนั้น ทำให้เธอขมวดคิ้วแน่นทันที ความไม่พอใจฉายชัดบนใบหน้า ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง“อะไร
ติ้ดตี้ติ้ด ติ้ดตี้ติ้ดเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงดังขึ้นอย่างกะทันหันนับดาวค่อยๆ ลืมตาตื่นช้าๆ พลางเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดปิดอย่างชำนาญ ก่อนจะหันไปมองแฟนหนุ่มที่นอนอยู่ด้านข้าง แล้วขยับตัวเข้าไปหอมแก้มสากแผ่วเบา“ตื่นได้แล้วค่ะ”เพลิงกัลป์หรี่ตามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย“อือ หนูอาบน้ำก่อนเลย อาบเสร็จค่อยปลุกพี่”สิ้นเสียงทุ้มพร่า คนตัวเล็กก็จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยแววตาเป็นประกาย พลางเอ่ยเสียงหวาน“ตัวเองไม่อาบพร้อมหนูเหรอ?” เธอพูด พร้อมกับสอดมือเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา แล้วลูบไล้ตรงเป้ากางเกงวอร์มของเขาอย่างหยอกเย้า“อึก!”เพลิงกัลป์ขบกรามแน่น พลางลืมตาขึ้นโดยอัตโนมัติ ก่อนจะหันไปมองหน้าแฟนสาวที่นอนอยู่ข้างกายด้วยสายตาแพรวพราว“หนูปลุกมันตื่น ต้องรับผิดชอบแล้วแหละ”ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า มือหนารั้งท้ายทอยของคนตัวเล็กเข้ามาประกบจูบทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัวเขาขบเม้มกลีบปากบางอย่างนุ่มนวล พลางสอดแทรกลิ้นสากเข้าไปตวัดดูดดึงเรียวลิ้นเล็กเบาๆแต่ก่อนที่อารมณ์ของทั้งสองจะไปไกลมากกว่านี้ เสียงเรียกเ
เพลิงกัลป์สูดดมกลิ่นกายอันหอมหวานของนับดาวอย่างคลั่งไคล้ พลางซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนช้าๆ ก่อนจะขบเม้มฝากรอยแดงแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้หลายจุด“อ๊ะ! กัดหนูทำไม” นับดาวสะดุ้งโหยง พลางเอ่ยถามเมื่อเขากระแทกฟันคมใส่เนินอกอวบอิ่ม“มันเขี้ยวว่ะ พี่อยากกินหนูทั้งตัวเลย” เขาว่า ก่อนจะก้มหน้าลงไปงับยอดปทุมถันของเธอต่ออย่างไม่รีรอ“อื้อ~” เสียงหวานร้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มือเล็กได้แต่ขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ เพื่อระบายความเสียวซ่านที่ได้รับ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“พี่เพลิงขา อื้อ~ เสียวจัง”“อื้ม” เพลิงกัลป์ครางอื้ออึงในลำคอมือหนาบีบขยำเต้านุ่มนิ่มตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย จนเนื้อนมปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว พลางสะกิดจุกสีระเรื่อและบี้มันอย่างมันเขี้ยวเมื่อเล่นกับเนินอกอวบอิ่มจนพึงพอใจ เขาจึงลากสันจมูกลงต่ำเรื่อยๆ ก่อนจะอ้าขาเรียวแยกออกจากกัน แล้วมุดหน้าลงไปทันทีเพลิงกัลป์จูบกลีบกุหลาบงามอย่างอ่อนโยน พลางวาดลิ้นเป็นวงกลมบริเวณปุ่มเซนซิทีฟ ก่อนจะดูดดุนเบาๆ สร้างความเสียดเสียวให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี“อ๊ะ! อื้อ~” นับดาวร้องครางออกมาเสียงสั่น ก่อนจะเอื้อมม
บรรยากาศยามเย็นท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ทั้งคู่ยืนกุมมือกันแน่น พลางมองวิวทะเลที่ทอดยาวไร้ขอบเขต ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่อง และไม่นานตะวันก็ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป…เพลิงกัลป์หันไปมองหน้านับดาวที่ยืนด้านข้างด้วยสายตาเป็นประกาย พลางเอ่ยเสียงเบา“แฟนพี่สวยจัง…” พูดจบ เขาก็ก้มลงไปหอมหน้าผากกลมมนหนึ่งฟอดใหญ่คนตัวเล็กยิ้มกว้าง ก่อนจะเงยหน้ามองสบตากับเขา แล้วเอ่ยเสียงใส“ถ้าหนูสวย ตัวเองก็อวดหนูเยอะๆ นะ” “แน่นอนอยู่แล้ว” เขาตอบกลับทันควันเพราะจากนี้ไป…เพลิงกัลป์ตั้งใจจะอวดเธอ และจะไม่ทำอะไรประชดประชันเธออีกแล้ว เราจะคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์นับดาวยิ้มบางๆ พลางคว้ามือหนาให้เดินตามลงไปยังริมชายหาดทันที“อือ ไปเล่นน้ำกันค่ะ”หลังจากนั้น ทั้งสองก็เล่นน้ำทะเลด้วยกันอย่างสนุกสนาน สาดน้ำใส่กันพลางหัวเราะคิกคัก ก่อนที่เพลิงกัลป์จะย่อตัวลงให้คนตัวเล็กขี่หลังแล้วพาเดินเล่นในน้ำ สลับกับอุ้มเธอขึ้นแล้วโยนลงมาเบาๆ อย่างเอ็นดูเวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมง หลังจากที่ทั้งคู่เล่นน้ำกันเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็พากันเดินกลับบ้านพักที่อยู่ไม่ไกลนักอย่างช้าๆมือหนาโอบกอดเอวบ







