เข้าสู่ระบบสยบครั้งที่2 เดี๋ยวก็ชิน
นาธาร
ร่างบางขยับตัวเล็กน้อยก่อนที่ดวงตากลมสวยจะค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น พอดวงตากลมสวยปะทะเข้ากับแสงสว่างของไฟในห้องก็พลางกะพริบตาสองสามทีเพื่อเป็นการปรับสายสายตา ก่อนที่ดวงตากลมสวยจะกวาดมองรอบๆห้อง เพื่อเป็นการสังเกตว่าตนนั้นอยู่ที่ใดแต่พอมองรอบๆแล้วเขานั้นกลับไม่คุ้นตาเอาซะเลย
ที่นี้ที่ไหนแล้วเขามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง
เกิดคำถามขึ้นมาในสมองของร่างบางความทรงจำครั้งสุดท้ายที่เขาจำได้คือเขานั้นหมดสติไปที่ข้างริมถนน แล้วทำไมเขาถึงได้มานอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่นี้ได้ละ
นาธารค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะพยายามพยุงร่างกายที่ไม่มีเรี่ยวแรงลงจากเตียงนอนขนาดใหญ่
พรึบ
แต่พอเท้าของร่างบางก้าวลงแตะพื้น ร่างของเขาก็พลางทรุดลงเข่ากระแทกกับพื้นทันที เพราะขาทั้งสองข้างของเขานั้นไม่มีเรี่ยวแรงเอาซะเลย
"ทะ...ทำไมเป็นแบบนี้"นาธารสบถออกมาเสียงแหบพร่าพลางสงสัยว่าทำไมเรี่ยวแรงของเขานั้นไม่มีเลย หรือเป็นเพราะเขานั้นบาดเจ็บเสียเลือดมากไปอย่างงั้นเหรอ
ตุ๊บ
"ไม่ได้นาธารมึงจะมัวมานั่งอ่อนแออยู่อย่างนี้ไม่ได้ มึงต้องกลับไปปกป้องน้องมึงป่านนี้ไม่รู้นิวตัลจะเป็นยังไงบ้าง"ธนาธรสบถออกมาเบาๆ ก่อนที่มือเรียวยาวขาวซีดจะกำเข้าหากันแน่นแล้วทุบลงกับพื้นเสียงดังเพื่อระบายอารมณ์ตนเอง
แอ๊ดดดด
"อ่าวฟื้นแล้วเหรอแล้วไปนั่งทำอะไรอยู่ที่พื้นล่ะนั้น"เสียงเข้มเอ่ยถามขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นคนที่ตัวเองช่วยไว้ไปนั่งกองอยู่ที่พื้น
นาธารที่ได้ยินเสียงทักตนขึ้นก็หันไปมอง ก่อนที่จะเห็นว่าเป็นผู้ชายตัวสูงรูปหน้าหล่อเหลาและหน้าจะเป็นลูกครึ่งเพราะชายหนุ่มนั้นมีดวงตาเป็นสีฟ้าประกายไม่เหมือนชาวเอเชียทั่วไป
"คุณเป็นใคร"นาธารเอ่ยถามชายหนุ่มที่เอ่ยทักตนขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ก็คนที่ช่วยนายจากความตายไง"ชายหนุ่มลูกครึ่งเอ่ยตอบนาธารพลางก้าวเดินตรงไปยังนาธารที่นั่งกองอยู่กับพื้น ก่อนที่จะย่อตัวนั่งคุกเข่าลงตรงหน้านาธารแล้วค่อยๆพยุงนาธารให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนและไม่วายพลางเอ่ยบ่นนาธารไปด้วย
"จะรีบลุกลงจากเตียงทำไม รู้มั้ยนายหมดสติไปนานแค่ไหนตื่นมาแล้วลงจากเตียงเลยแบบนี้ก็ล้มหัวเข่าซ้ำหมดอะดิ แทนที่จะให้ร่างกายปรับสภาพก่อนค่อยลุกเดิน"หนุ่มลูกครึ่งเอ่ยบ่นนาธารชุดใหม่เมื่อเขาพยุงนาธารให้ลุกขึ้นนั่งบ่นเตียงแล้วเจอรอยซ้ำที่หัวเข่า
บ่นเป็นตาลุงแก่ๆเลยแฮะ
นาธารคิดในใจก่อนที่จะเงยหน้ามองเจ้าของใบหน้าลูกครึ่งที่ตอนนี้กำลังเทน้ำใส่แก้วแล้วยื่นมาให้ตน
"ขอบคุณครับ"นาธารเอ่ยขอบคุณคนตัวสูง ก่อนที่จะรับแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเพราะตนนั้นรู้สึกกระหายน้ำเหลือเกิน
"ผมหมดสติไปนานเท่าไหร่เหรอ"หลังจากดื่มน้ำเสร็จนาธารก็เอ่ยถามข้อสงสัยของตัวเองทันที
"แล้วนี่กะจะไม่ถามไถ่ชื่อของผมเลยหรือไง"หนุ่มเจ้าของดวงตาสีฟ้าประกายไม่ได้ตอบคำถามนาธารแต่กลับเอ่ยถามนาธารคืน
"เอ่อ....จริงด้วยขอโทษที่เสียมารยาทครับ แล้วคุณชื่ออะไรเหรอครับ"นาธารกล่าวขอโทษก่อนที่จะเอ่ยถามชื่อของชายหนุ่มลูกครึ่งตัวสูง
"ผมชื่อนที ธีรวีร์ ธีรวีร์ที่มาจากวีระบุรุษผู้ฉลาดและกล้าหาญ"นทีเอ่ยบอกชื่อเล่นและชื่อจริงพร้อมความหมายของตัวเองอย่างภาคภูมิใจพลางส่งรอยยิ้มกว้างๆไปให้นาธาร
"อะ...เอ่อชื่อเพราะและความหมายดีมากเลยนะครับ"นาธารเอ่ยชื่นชมชื่อของหนุ่มลูกครึ่ง พลางเกาหัวอย่างงงๆกับอาการที่ดูจะภาคภูมิใจกับชื่อตัวเองเป็นอย่างมากของคนตรงหน้า
"ใช่มั้ยๆๆใครๆก็บอกงี้"นทีเอ่ยพูดกับนาธารอย่างร่าเริง
อะไรมันจะภูมิใจกับชื่อตัวเองขนาดนั้นว่ะ
นาธารคิดในใจก่อนที่จะเอ่ยถามหนุ่มลูกครึ่งขึ้นอีกครั้งว่าตนนั้นหมดสติไปนานเท่าไหร่
"เอ่อว่าแต่ผมหมดสติไปนานเท่าไหร่เหรอ"
"อื้มถ้าร่วมวันนี้ก็อาทิตย์หนึ่งพอดี"นทีคิดสักพักก่อนที่จะเอ่ยตอบข้อสงสัยของนาธาร
"ห๊ะ!!!อาทิตย์หนึ่ง"นาธารที่ได้ยินคำตอบจากนทีก็อุทานออกมาอย่างตกใจที่ตัวเองนั้นหมดสติไปนานขนาดนั้น
"ใช่คุณหมดสติไปอาทิตย์หนึ่ง อาหมอบอกว่าคุณเสียเลือดมากร่างกายเลยอ่อนเพลียเลยหมดสตินานไปหน่อย"เจ้าของใบหน้าลูกครึ่งสาธยายให้คนตรงหน้าฟังเกี่ยวกับการที่ตัวเองนั้นหมดสตินานเพราะอะไร
"งั้นคุณเห็นมือถือผมมั้ย"เป็นอีกครั้งที่นาธารเอ่ยถามคนตรงหน้า
"ไม่เห็นนะเพราะตอนที่ผมช่วยคุณมาก็ไม่เห็นมีอะไรติดมาด้วยเลยนอกจากปืนที่อยู่ในมือ"นทีเอ่ยตอบคนป่วยที่นั่งหน้าซีดอยู่บนเตียงนอนอีกครั้ง พลางเน้นย้ำตรงคำว่าช่วยคุณมาให้คนป่วยตรงหน้าได้รู้ว่าต้องขอบคุณเขามั้ยไม่ใช่ตื่นมาก็มีแต่ถามเขา
จะมีอะไรถามอีกมั้ย
"อ่อ..เอ่อขอบคุณนะครับที่ช่วยชีวิตผมไว้"
นาธารกล่าวขอบคุณนทีพลางก้มหัวให้เล็กน้อย
"ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจช่วยงั้นผมไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้คุณก่อนดีกว่า"นทีเอ่ยตอบนาธารพลางส่งยิ้มตาหยีให้ก่อนที่จะเอ่ยบอกนาธาร
"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเข้าไปอาบเองในห้องน้ำดีกว่า"นาธารรีบกล่าวปฏิเสธนที เพราะตนนั้นเกรงใจนทีเพราะแค่นี้นทีก็ดูแลเขามามากพอแล้ว
"จะบ้าหรือไง!!!พึ่งจะฟื้น จะเข้าไปอาบน้ำเองเนี่ยนะจะทำให้ตัวเองทรุดลงอีกหรือไงกัน"นทีหันไปพูดกับนาธารเสียงเข้มอย่างดุๆ
"อะ....เอ่อ"นาธารเอ่ยขึ้นเสียงติดขัด ก่อนที่จะก้มหน้าหงุดลงเพราะตั้งแต่เกิดมาเข้ายังไม่เคยโดนใครพูดเสียงดุๆแบบนี้กับเขาเลยสักครั้ง
ตั้งแต่จำความได้เขาก็โดนนายท่านกับนายหญิงรับมาเลี้ยงเป็นคุณหนูตระกูลNTแล้ว และนายท่านกับนายหญิงต่างก็ไม่เคยดุด่าหรือว่าเขาเลย พออายุได้ยี่สิบสองเขาก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลNT ใครจะกล้ามาดุเขาละ นี้เลยเป็นครั้งแรกที่เขาโดนคนอื่นใช้น้ำเสียงดุๆกับเขา
นาธารเลยดูไม่มั่นใจที่จะกล้าสบกับสายตาดุๆนั้นที่มองมายังเขาหรืออาจจะเป็นเพราะนาธารป่วยร่างกายอ่อนแอ เขาเลยดูไม่มั่นใจที่จะสู้หรือจะเถียง
"ทำหน้าหงอยทำไม ที่ผมว่าคุณเพราะผมเป็นห่วงคุณ คุณพึ่งจะฟื้นเองนะ จะให้ผมปล่อยคุณไปอาบน้ำให้อาการคุณกลับมาทรุดอีกหรือไง"นทีเอ่ยสาธยายให้นาธารเข้าใจในความหวังดีของเขา
เพราะว่าเขานั้นเป็นห่วงนาธารจริงๆถึงได้เผลอใช้น้ำเสียงดุๆออกไป
"ครับผมเข้าใจผมเองก็ลืมคิดข้อนั้นไป"นาธารเอ่ยพูดก่อนที่จะเงยหน้าส่งยิ้มอ่อนๆให้นทีเป็นการบอกว่าตนนั้นเข้าใจแล้ว
นทีพยักหน้าเข้าใจก่อนที่จะเดินไปเอาผ้าและน้ำอุ่นเพื่อจะมาเช็ดตัวให้นาธาร
พอเตรียมทุกอย่างเสร็จนทีก็ยกน้ำอุ่นมาตั้งที่โต๊ะข้างเตียงก่อนที่จะเอื้อมมือไปเพื่อจะปลดกระดุมเสื้อที่นาธารใส่อยู่อย่างเคยชิน
"คะ...คุณจะทำอะไร"นาธารที่เห็นนทีเอื้อมมือจะมาปลดกระดุมเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่ก็ยกมือขึ้นมาจับมือนทีไว้เป็นการห้าม ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจ
"ก็จะเช็ดตัวให้ไง"นทีเอ่ยตอบนาธารก่อนจะเอามือมาดึงมือนาธารออกจากมือข้างที่นาธารจับอยู่
"เห้ยยยไม่ต้องเดี๋ยวผมเช็ดเอง"นาธารร้องห้ามขึ้นอย่างตกใจอีกครั้ง ก่อนที่จะคว้ามือทั้งสองของนทีที่ตอนนี้ปลดกระดุมเสื้อของเขาไปแล้วสามเม็ด
"จะอายอะไรผมเห็นของคุณจนชินแล้ว"นทีกล่าวขึ้นก่อนจะสะบัดมือออกจากการจับกุมของมือนาธาร
เห็นจนชินอะไร คุณมึงจะชินไม่ได้!!!นี้ร่างกายผมนะครับถึงคุณมึงจะชินแต่กูไม่ชินครับบบ
"คุณจะบ้าหรือไงปล่อยเดี๋ยวนี้เดี๋ยวผมเช็ดเอง เฮ้ยอย่าถอด"นาธารที่พยายามดึงมือของนทีออกก็ร้องขึ้นเมื่อนทีถอดเสื้อของเขาออก
"เลิกดื้อได้แล้วฉันเห็นของนายทุกซอกทุกมุมจนชินแล้ว"นทีเงยหน้ามาพูดกับนาธารก่อนที่จะก้มลงไปดึงกางเกงที่นาธารใส่อยู่ออก
นาธารที่ได้ยินสิ่งที่นทีพูดก็พลางหน้าแดงหูแดงก่อนที่จะตกใจที่นทีมาถอดกางเกงตัวเอง
"เฮ้ยนายบ้าไปแล้วหรือไงมาถอดกางเกงคนอื่นทำไมเนี่ย"
"ก็บอกแล้วไงว่าเห็นจนชินแล้วอืม...รอยช้ำตรงหน้าท้องใกล้จะหายแล้วนิ่"นทีเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่สายตาจะก้มลงไปมองยังหน้าท้องที่มีรอยช้ำจางๆมือก็พลางเอื้อมไปลูบไล้ตรงรอยช้ำเบาๆ
นาธารที่โดนมือหนาลูบที่รอยช้ำก็พลางเกร็งหน้าท้องขนลุกชู
"ถึงคุณจะเห็นจนชินแต่ผมไม่ชิน อีกอย่างนั้นมันตอนผมไม่มีสติแต่ตอนนี้ผมมีสติแล้ว"นาธารเอ่ยพูดกับนทีก่อนที่จะดันมือนทีออกจากหน้าท้องตนเอง
"ให้ผมเช็ดให้บ่อยๆเดี๋ยวคุณก็ชิน"นทีเอ่ยพูดกับนาธารก่อนที่จะเงยหน้าส่งยิ้มกว้างให้นาธาร มือก็พลางหยิบผ้าชุบน้ำแล้วบิดให้หมาดๆ ก่อนที่จะนำมาไล่เช็ดตามตัวของนาธารทุกซอกทุกมุมโดยมีมือนาธารคอยห้ามปรามเป็นระยะ
แล้วใครมันจะชินว่ะ ทำไมตอนนี้ผมถึงรู้สึกว่าโดนคุกคามทางเพศกันนะ
"ขอบคุณนะครับ....ขอบคุณจริงๆที่กลับมาหาที"รอยยิ้มบางเบาแปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่แสดงถึงว่าตอนนี้และชีวิตนี้เขานั้นมีความสุขอย่างแท้จริง"ธารก็ขอบคุณทีเหมือนกันนะ ขอบคุณที่รอคอยธารตลอดห้าปีที่ผ่านมา"นาธารหันมายิ้มกว้างจนตาหยีตอบรับนที สองแขนเล็กยกขึ้นคล้องคอ นที ไว้หลวมๆนทีจ้องมองคนใต้ร่างอย่างหลงใหล ใบหน้าลูกครึ่งเคลื่อนเข้าหาใบหน้าสวย ริมฝีปากหนาค่อยๆบรรจงจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ปากนุ่มขยับบดเบียดเคล้าคลึงริมฝีปากบางแผ่วเบา ลิ้นร้อนโลมเลียปากเล็กไปทั่วก่อนที่จะแทรกเรียวลิ้นเข้าไปสัมผัสหาความหวาน ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้าลิ้นเล็กไปมาจนเกิดเสียงขึ้นเบาๆนทีผละริมฝีปากออกจากร่างโปร่งช้าๆ พลันลากไล่โลมเลียเรียวลิ้นหยอกล้อไปตามลำคอระหงส์ ก่อนที่จะมาหยุดที่รอยแผลเป็นที่ตัวเองเป็นคนทำ ปากนุ่มจูบลงที่รอยแผลเป็นอย่างแผ่วเบานทีเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองร่างบาง มือหนาก็พลันลากไล้สัมผัสเนื้อตัวของคนใต้ร่างลงมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะเอื้อมไปจับปลายเชือกของชุดคลุมแล้วกระตุกเบาๆ จนเผยให้เห็น เม็ดทับสีสวยที่ก่อนหน้านี้ถูกเสื้อคลุมบดบัง"ธารยังเป็นคนที่สวยเสมอเลยนะครับ"เสียงทุ้มเปล่งขึ้นทำให้ใบหน
บทส่งท้ายธนาธรนั่งพับเพียบตัวเกร็งอยู่ตรงหน้าโซฟาที่มีเหล่าญาติผู้ใหญ่ ฝั่งของธีรวีร์และน้องชายของเขาอย่างนิวตัลที่นั่งเป็นญาติฝั่งเขาเพียงคนเดียวในวันนี้จะถือว่าเป็นวันดีของเขาก็ได้เพราะวันนี้เปรียบเสมือน เป็นวันมงคลสมรสอย่างเป็นทางการของเขาก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าตอนต้นเดือนธีรวีร์จะพาเขาและลูกบินไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศแล้วก็ตามณ เวลานี้ธนาธรและธีรวีร์กำลังเข้าพิธีสมรสสวมแหวนกันต่อหน้าญาติของทั้งสองฝ่าย ในวันนี้ทั้งงานมีเพียงแต่คนรู้จักและญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝั่งเท้านั้น นทีนั้นอยากจะจัดงานใหญ่โตกว่านี้ซะเหลือเกินเขาอยากที่จะประกาศให้โลกรู้ว่าคนนี้น่ะเมียเขาแต่ว่านาธารได้ร้องขอไว้ว่าอยากจะจัดแค่งานเล็กๆอยากให้มีแต่คนรู้จัก ไม่อยากให้สิ้นเปลืองและวุ่นวายเท่าไหร่เพราะลูกชายของพวกเขาก็ยังเด็กไม่อยากให้ลูกเหนื่อยและตกใจกับคนที่ไม่รู้จัก และตัวเขาเองก็ไม่ชอบความชุลมุนวุ่นวายเท่าไหร่นักได้ยินดังนั้นนทีจึงไม่อยากจะขัดนาธาร จึงเป็นเหตุให้ได้เห็นงานแต่งแบบเรียบง่ายในตอนนี้"กว่าจะผ่านเรื่องร้ายเรื่องความเศร้าโศกมาได้ก็หนักเอาการเลย ต่อไปก็ขอให้รักกันมากๆนะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน
ถึงการงานจะไปได้ดีแต่ชีวิตคู่ของลูกชายคนนี้ของหล่อนคงจะทำให้หล่อนผิดหวัง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าอยู่ๆวันหนึ่งหล่อนจะได้เห็นน้ำตาและชีวิตที่พังเพของลูกชายคนเล็กของหล่อน ในตอนนั้นมันพัง พังทุกอย่าง ทั้งการงานที่ลูกชายของหล่อนนั้นทิ้งไม่ไยดีไปนานสองนาน ทั้งความสดใสขี้เล่นของลูกชายหล่อนที่หายไป พังแม้กระทั่งร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งของลูกชายหล่อนและเหตุผลที่ทำให้หล่อนนั้นไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายของหล่อนจะเมามายพังเพพินาศขนาดนี้นั้นสาเหตุเพราะพังในความรักในตอนแรกคุณหญิงดารุณีก็พอได้ยินมาบ้างว่าลูกชายคนเล็กของเขานั้นตามจีบชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามว่าเป็นใครเพราะหล่อนนั้นก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของลูกชายเท่าไหร่ เพราะลูกชายของเขานั้นก็โตมากแล้ว คงตัดสินใจและแก้ปัญหาเองได้จนมารู้อีกทีก็ตอนลูกชายคนโตรีบวิ่งมาบอกว่าน้องของตนนั้นรถชนต้นไม้บาดเจ็บสาหัส อยู่ที่โรงพยาบาล ในตอนนั้นหล่อนไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่รู้ว่าทำไมลูกชายของหล่อนถึงได้เมามายเป็นหมาทุกวันแบบนี้มารู้เรื่องทุกอย่างอีกทีก็ตอนที่ลูกชายคนโตปริกปากเล่าให้ฟังทุกเรื่อง ร่วมถึงเรื่องที่น้องโดนยิงและคนที่ยิงคือแฟนของ
สยบครั้งที่39 ฝากตัวด้วยครับ"เอ้า!ก็อาเห็นเขามาเฝ้าเราแทนพวกอาที่ไม่ว่างมาดูบ่อยๆตอนนั้นเรายังไม่ได้สติน่ะ แต่พอเราได้สติอาก็ไม่เห็นเขามาอีกเลย"ไม่ใช่ความฝันสินะ:)ธีรวีร์จ้องมองไปยังธนาธรที่ยืนนิ่งค้างทำหน้าตกใจ ในมือที่ถือแฟ้มเอกสารก็พลางอ่อนล้า จนปล่อยแฟ้มเอกสารร่วงหล่นลงพื้นนทีที่เห็นท่าทางนิ่งตกใจของคนรัก ก็รีบก้าวเดินเข้าหาพลางสองมือหน้าเอื้อมลงเก็บแฟ้มเอกสารมาไว้ในมือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างเอื้อมไปคว้ามือบางของนาธารข้างหนึ่งมากอบกุมไว้ ก่อนที่จะเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าว่าสิ่งที่คุณอาหมอของเขาเอ่ยนั้นใช่เรื่องจริงหรือเปล่า"ธารมาเฝ้าทีจริงๆเหรอครับ"นทีเอ่ยถามคนตรงพลันมุมปากทั้งสองแย้มยิ้มกว้างอย่างปิดความสุขไว้ไม่มิดธนาธรมองชายหนุ่มที่เป็นคุณพ่อของลูกชายที่ยืนยิ้มกว้างส่งมาให้เขา ในใจก็พลางคิดว่าตนนั้นจะตอบยังไงดี จะโกหกก็ไม่ได้เพราะคุณหมอที่เห็นเขานั่งเฝ้านทีตอนแอดมิดอยู่โรงพยาบาลเกือบจะเป็นอาทิตย์ก็อยู่ที่นี้ด้วยใครมันจะไปรู้เล่า!ว่าคุณหมอชายที่ทักทายและชวนเขาพูดคุยทุกวันตอนนั่งเฝ้านที จะเป็นคนรู้จักของคนตัวสูงที่ยืนจับมือเขาอยู่ตอนนี้ก็นึกว่าเป็นคุณหมอที่ดูแลเคสของนทีเฉยๆ"น
สยบครั้งที่38 สู่ขอ"เอ่อ....คือมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าพี่ที ทำไมมากันเยอะจัง"เจ้าของบ้านตัวเล็กที่เดินเข้ามายังโซนรับแขกเอ่ยถามเพื่อนสนิทของสามี ที่วันนี้พาคู่ชายหญิงที่ดูมีอายุและผู้ชายอีกสองคนมาที่บ้านของเขา"คนนี้เหรอที่เป็นแฟนลูก"หญิงสูงวัยมาดผู้ดีหันไปกระซิบกระซาบกับลูกชายคนเล็กพลางหันมายิ้มอบอุ่นให้ชายหนุ่มตัวเล็ก ที่ยังยืนทำหน้างงงวยกับบรรยากาศตอนนี้"คุณแม่คนนี้ไม่ใช่แม่ของลูกไอ้ทีมัน นี้นิวตัลเมียไอ้ฟิลิปป์เพื่อนไอ้ทีไง คุณแม่จำไม่ได้เหรอครับยังไปงานแต่งพวกเขาสองคนอยู่เลย"ธีรวัฒน์หันไปเอ่ยพูดกับผู้เป็นมารดาเสียงเบา ก่อนที่จะหันมายิ้มเจื่อนๆให้กับคนตัวเล็กที่ยังคงยืนทำหน้างงๆส่งมาให้พวกเขาอยู่"เอ่อ....คือมีอะไรกันหรือเปล่าครับ"เป็นนิวตัลเอ่ยถามขึ้นอีกครั้
เขาไม่อยากจะเห็นสภาพของน้องชายที่เมามายไร้จุดหมายแบบนั้นอีก เขาไม่อยากเห็นภาพของน้องชายที่เศร้าสร้อยแบบนั้นอีกครั้งเขาไม่อยากจะเห็นภาพของน้องชายที่ไร้สตินอนเดี้ยงเป็นอาทิตย์ในโรงพยาบาล เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของน้องชายของเขาแล้ว"พอแล้วธีม"นทีเอ่ยห้ามพี่ชายเสียงเบา นัยน์ตาเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆพลางรอบๆดวงตาเริ่มมีน้ำสีใสเอ่อนอง มือหนาที่จับมือเล็กของร่างบางเพิ่มแรงบีบขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่ใบหน้าลูกครึ่งจะก้มหน้าลงเพื่อหนีสายตาสวยที่ยังคงจ้องมองมายังเขา"มึงนั่นแหละไอ้ทีที่ต้องหุบปาก มึงจะเก็บความรู้สึกไปอีกนานแค่ไหนจะเก็บเงียบไว้ทำซากอะไร เพราะมึงไม่ยอมพูดสักทีไงนาธารเขาถึงไม่รู้ว่ามึงรู้สึกยังไงไม่รู้ว่ามึงเศร้าแค่ไหนที่เสียเขาไป ว่ามึงเสียใจมากขนาดไหนที่ไม่ได้อธิบายให้เขาฟังและเพราะมึงมัวแต่อมพะนำแบบนี้ไง เขาถึงไม่รู้ว่ามึงรักเขาแบบที่จะตายแทนเขาได้ ไม่สิ มึงเกือบจะตายเพราะคิดถึงเขามาแล้วนะ มึงไม่บอกแล้วเขาจะรู้ไหมเพราะมึงไม่ยอมชัดเจนสักทีแบบนี้ไง"ธีมเอ่ยสาธยายออกมาอย่างเหลืออดที่น้องชายไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักทีพลางเหลือบมองไปยังนาธารที่ยังคงยืนจ้องมองนทีนิ่งๆไม่แสดงอาการอะไร"กูบอกให้
สยบครั้งที่8 ความเจ็บสามเดือนต่อมา"นายครับ ผมว่านายพักก่อนเถอะครับเดี๋ยวตรงนี้ผมจัดการต่อเอง"พีลูกน้องคนสนิทของนาธารเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองบ่อยครั้ง
สยบครั้งที่7 ไม่ได้ใจดี"กูไม่ได้สนิทกับน้อง แต่กูสนิทกับพี่อย่างนี้กูมาได้มั้ย"ผมเอ่ยตอบเพื่อนสนิทออกไปก่อนจะก้าวเดินมาหยุดอยู่ข้างๆนาธาร"หมายความว่าไงว่ะ"ฟิลิปป์ที่ได้ยินคำพูดของผมก็พลางขมวดคิ้
สยบครั้งที่6 รู้สึกปลง"นี้คุณเลิกแตะต้องตัวผมสักทีได้มั้ย"ผมเอ่ยห้ามคนตัวสูงกว่าขึ้นเสียงเข้มเมื่อมือปลาหมึกของเขานั้นไม่ยอมจะอยู่เฉยสักทีตลอดระยะทางที่นทีขับรถมานั้นมือของนทีนั้นไม่อยู่นิ่งเลยทั้งเอื้อม
สยบครั้งที่5 ใจจะวาย"เฮ้ยคุณจะทำอะไรถอยไปเลยนะ"นาธารร้องห้ามคนตัวสูงกว่าพลางยกมือขึ้นดันหน้าอกคนตรงหน้า เมื่อเห็นว่าหนุ่มลูกครึ่งนั้นเดินเข้ามาประชิดตัวเองเกินไป




![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


