Share

สลับปากกา พลิกชะตา
สลับปากกา พลิกชะตา
Penulis: มะพร้าวกรอบ

บทที่ 1

Penulis: มะพร้าวกรอบ
วันนั้นก่อนเข้าห้องสอบ โจวอี้เหนียนเผลอทำดินสอฝนกระดาษคำตอบตกลงกลางถนน จึงถูกคนที่รีบเดินผ่านเหยียบจนหัก ตัวดินสอแตกออกจนใช้งานต่อไม่ได้เลย

เขาร้อนใจจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่นาทีก็ต้องเข้าห้องสอบแล้ว จะออกไปซื้อใหม่ก็ไม่ทัน

ฉันยัดดินสอฝนกระดาษคำตอบแท่งใหม่เอี่ยมที่หัวหน้าห้องหญิงเพิ่งแจกให้ฉันใส่มือเขาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แล้วเอื้อมมือไปหยิบดินสอหักที่ใช้การไม่ได้แท่งนั้นมา

“ฉันมีสำรองอีกแท่ง นายใช้ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง”

โจวอี้เหนียนถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพูดส่ง ๆ ว่า “ขอบใจนะ สอบเสร็จฉันจะเลี้ยงข้าวเธอ”

พูดจบ เขาก็เดินเข้าห้องสอบไปโดยไม่หันกลับมามอง

แต่ฉันจะไปมีดินสอสำรองที่ไหนกัน

ฉันทำได้แค่กัดฟันดึงไส้ดินสอที่งอออกมาทีละนิด แล้วใช้นิ้วเปล่าคีบไส้เส้นเล็กนั้นไว้ ค่อย ๆ ฝนคำตอบทุกข้ออย่างระมัดระวัง

ตลอดการสอบ ฝ่ามือฉันเต็มไปด้วยรอยดำ เหงื่อชุ่มจนมือเปียก กว่าจะฝนคำตอบทั้งหมดเสร็จก็แทบแย่

หลังสอบเสร็จ ฉันยืนรอเขาอยู่หน้าประตูโรงเรียนตั้งแต่เย็นจนฟ้ามืด ไฟถนนเริ่มเปิดแล้ว แต่ก็ไม่เห็นเขามาตามนัด

ภายหลังถึงได้รู้จากที่เพื่อนคุยกันว่า พอออกจากห้องสอบ เขาก็พาลู่เสี่ยวอวี๋ไปฉลองร้องเพลงที่ KTV และลืมนัดกับฉันไปเสียสนิท

ตอนนี้เมื่อเห็นท่าทีของเขาที่เหมือนตัวเองทำถูกต้อง แถมยังเข้าข้างอีกฝ่ายอย่างสุดโต่ง เห็นได้ชัดว่าเขาลืมเรื่องที่ฉันสลับดินสอฝนกระดาษคำตอบกับเขาไปหมดแล้ว

ฉันนึกถึงเรื่องที่ก่อนหน้านี้มีการเก็บเงินห้องเพื่อซื้อเครื่องเขียน:

ตอนนั้นลู่เสี่ยวอวี๋อ้างว่าจะจัดซื้อของให้ทั้งห้องแบบรวมกัน จึงเก็บเงินห้องจากทุกคน แต่มีเพียงค่าใช้จ่ายเรื่องดินสอฝนกระดาษคำตอบที่เธอพูดคลุมเครือมาตลอด แค่บอกลอย ๆ ว่าไปรับของมาจากคนรู้จัก ไม่ว่าใครจะถามอะไร เธอก็เอาใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อของออกมาให้ดูไม่ได้ ตอนนั้นฉันก็รู้สึกแล้วว่ามันแปลก ๆ เพียงแต่ไม่อยากเปิดโปงเธอต่อหน้าทุกคน

ฉันรู้ดีเสียยิ่งกว่าใครว่าดินสอแท่งนั้นไม่ได้อยู่ในมือฉันเลย

ก่อนเข้าห้องสอบ ฉันเป็นคนเอามันไปแลกให้โจวอี้เหนียนด้วยมือตัวเอง

เมื่อเห็นฉันเงียบไม่พูดอะไร สีหน้าของโจวอี้เหนียนก็แย่ลง น้ำเสียงยิ่งฟังดูรำคาญกว่าเดิม “เธอยังต้องการอะไรอีก? ก็แค่การสอบครั้งเดียวไม่ใช่หรือไง? จำเป็นต้องทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลาหรือไง?”

ฉันโกรธจนหลุดหัวเราะกับคำพูดที่กลับผิดเป็นถูกของเขา “คิดว่านี่เป็นการสอบธรรมดาเหรอ? นี่คือการสอบเข้ามหาลัย มีแต่ครั้งเดียวในชีวิตนะ! ถ้าลู่เสี่ยวอวี๋ตั้งใจจัดซื้อของให้ดี ไม่ทำอะไรตุกติก แล้วเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ยังไง?”

“เธอเลิกกดดันคนอื่นได้ไหม?” โจวอี้เหนียนขมวดคิ้ว “เสี่ยวอวี๋เหนื่อยวิ่งวุ่นเพื่อทุกคนในห้องมาตลอด หล่อนก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย เป็นเธอเองที่ดวงซวยได้ดินสอแท่งนั้นไป ยอมรับว่าโชคร้ายแล้วให้มันจบ ๆ ไปไม่ได้หรือไง?”

เพื่อนร่วมชั้นที่อยู่รอบ ๆ รีบกระซิบกระซาบตามกันทันที

“หัวหน้าห้องก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา เธอวิ่งวุ่นช่วยทุกคนมาตั้งเยอะ เหนื่อยจะตาย”

“นั่นสิ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก ไม่เห็นต้องตามเอาเรื่องไม่จบไม่สิ้นเลย”

ฉันเงยหน้ามองโจวอี้เหนียนตรง ๆ แล้วถามทีละคำอย่างชัดเจน “ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับนาย นายก็ปล่อยผ่านได้ง่าย ๆ แบบนี้เหมือนกันเหรอ?”

โจวอี้เหนียนหัวเราะหยัน สีหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ? หรือจะให้ฉันทำเหมือนเธอที่ตามราวีคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแบบนี้ล่ะ?”

ฉันหัวเราะเย็นชาอยู่ในใจ

ดี พูดได้ดีจริง ๆ

ฉันอยากจะรู้นักว่าพอนายรู้ว่าคนที่ส่งกระดาษเปล่าคือตัวเอง นายจะยังใจกว้างได้เหมือนที่พูดอยู่ตอนนี้หรือเปล่า

เสียงโต้เถียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดครูประจำชั้นก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เขารีบเดินเข้ามา “เกิดอะไรขึ้น? กำลังร่วมงานเลี้ยงฉลองกันดี ๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?”

ทันทีที่เห็นครูประจำชั้นเดินมา ลู่เสี่ยวอวี๋ก็รีบเดินเข้าไปหาด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะสะอื้นพลางยอมรับผิดด้วยตัวเอง “คุณครู หนูขอโทษค่ะ ทั้งหมดเป็นความผิดของหนูเอง... ดินสอฝนกระดาษคำตอบที่หนูซื้อให้ทุกคนมีของที่ไม่ได้มาตรฐานปะปนมา รอยดินสอจะเลือนหายไป เลยทำให้กระดาษคำตอบของเย่เหมียนไม่มีคะแนนเลย...”

เธอเช็ดน้ำตาพลางโทษตัวเองด้วยท่าทางรู้สึกผิดและไร้เดียงสา

นอกจากครูประจำชั้นจะไม่โกรธเธอแล้ว กลับตบไหล่เธอเบา ๆ อย่างอ่อนโยน “นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ เธอก็หวังดีช่วยจัดการเรื่องของคนในห้อง ซื้อดินสอจากร้านไหนล่ะ? ครูจะติดต่อร้านให้รับผิดชอบค่าเสียหาย”

พอได้ยินแบบนั้น ลู่เสี่ยวอวี๋ก็ดูมีพิรุธเล็กน้อย เธอส่ายหน้า ก่อนจะหยิบเหรียญสองสามเหรียญออกมาจากกระเป๋าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ไม่ต้องไปหาร้านเขาหรอกค่ะ เขาเองก็ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ชีวิตลำบาก... เป็นความผิดของหนูเอง หนูชดใช้ให้เย่เหมียนเองก็พอค่ะ”

เพื่อนร่วมชั้นรอบข้างพากันเอ่ยชมทันที

“หัวหน้าห้องใจดีเกินไปแล้วมั้ง ขนาดนี้แล้วยังคิดแทนคนอื่นอีก”

“ใช่สิ ทั้งมีน้ำใจทั้งรู้กาลเทศะ เห็นแล้วน่าสงสารจริง ๆ”

ลู่เสี่ยวอวี๋ประคองเหรียญสองสามเหรียญไว้ด้วยสองมือ แล้วค่อย ๆ วางลงบนฝ่ามือฉันอย่างระมัดระวัง

แต่ในวินาทีถัดมา นิ้วของเธอกลับคลายออกอย่างกะทันหัน

เสียง “เคร้ง” ดังขึ้น เหรียญกระแทกพื้น ก่อนจะกลิ้งกระจัดกระจายไปทั่วพร้อมเสียงกรุ๊งกริ๊ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สลับปากกา พลิกชะตา   บทที่ 10

    เพียงแค่หนึ่งเดือนสั้น ๆ เขาก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ผมเผ้ายุ่งเหยิง หนวดเครารุงรัง เบ้าตาลึก ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง ร่างกายซูบผอมลงมาก เสื้อผ้าเก่า ๆ บนตัวก็ยับยู่ยี่ ความหยิ่งทะนงและภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มผู้โดดเด่นที่เคยมีในอดีตหายไปจนหมด เหลือเพียงความหดหู่และสภาพอิดโรยดูไม่ได้พอเห็นฉัน เขาก็รีบยันเข่าลุกขึ้น ก่อนจะเดินเร็ว ๆ ไล่ตามมา “เหมียนเหมียน ฉันรู้แล้วว่าฉันผิด ฉันรู้ว่าฉันทำผิดกับเธอ...เธอให้โอกาสฉันอีกสักครั้งได้ไหม เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้หรือเปล่า?”ฉันหยุดฝีเท้าพลางมองเขาอย่างสงบนิ่ง“โจวอี้เหนียน เรื่องของเราจบไปนานแล้ว ต่อไปนี้อย่ามาหาฉันอีก ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง อย่ารบกวนกันอีกเลย”พูดจบ ฉันก็หันหลังเดินเข้าไปในตึกพักอาศัยโดยไม่หันกลับไปมองอีกตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่เคยปรากฏตัวในชีวิตของฉันอีกเลยไม่นานหลังจากนั้น คดีของลู่เสี่ยวอวี๋ก็มีคำพิพากษาออกมาเธอไม่เพียงแต่จงใจวางแผนเล่นงานเพื่อนร่วมชั้นและทำลายระเบียบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น ดินสอฝนกระดาษคำตอบชนิดพิเศษที่รอยฝนสามารถเลือนหายไปที่เธอสั่งทำ ยังถูกผู้ผลิตนำไปขายต่อในหลายพื้นที่โดยพลการ

  • สลับปากกา พลิกชะตา   บทที่ 9

    ฉันประคองแม่ที่อารมณ์ค่อย ๆ สงบลง ก่อนจะหันหลังเดินออกไปข้างนอก“เย่เหมียน เดี๋ยวก่อน! ขอร้องล่ะ รอฉันก่อน!”โจวอี้เหนียนดิ้นรนพยายามลุกขึ้น แต่หัวเข่าอ่อนจนไร้เรี่ยวแรง พยายามอยู่หลายครั้งก็ยังยืนไม่มั่นคง เขาหมอบอยู่กับพื้น ร้องไห้ตะโกนด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก “ขอโทษ...ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ! เธอยกโทษให้ฉันได้ไหม...”ฉันไม่หยุดฝีเท้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว และไม่แม้แต่จะหันกลับไปชายตามองเขาเลยสักครั้ง ฉันจับมือแม่แล้วเดินตรงออกจากประตูสถานีตำรวจทันทีที่ก้าวพ้นประตูสถานีตำรวจ นายทหารสองคนในเครื่องแบบทหาร ท่าทางสง่าผ่าเผยก็รีบเดินตรงเข้ามาหาพวกเราสีหน้าของพวกเขาเคร่งขรึม ท่าทีสุขุมมั่นคง มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด“ขอถามหน่อยครับว่าใช่คุณเย่เหมียนหรือเปล่า? พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายรับสมัครกรณีพิเศษของโรงเรียนทหารจากการตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานการศึกษา พวกเราทราบว่าคุณเป็นบุตรของวีรชนผู้เสียสละเพื่อชาติ คุณพ่อเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ และการสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งนี้คุณยังทำคะแนนได้ยอดเยี่ยมถึง 95 คะแนน อีกทั้งมีความประพฤติดี

  • สลับปากกา พลิกชะตา   บทที่ 8

    โจวอี้เหนียนได้สติกลับมาในทันที เรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบพลันปะติดปะต่อขึ้นในหัว ความโกรธพุ่งขึ้นถึงขีดสุดเขาก้าวพรวดเข้าไปกระชากคอเสื้อของลู่เสี่ยวอวี๋ แล้วดึงเธอขึ้นมาจากพื้นอย่างแรง “เธอนี่เอง! ที่แท้ก็เป็นฝีมือของเธอ! ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายขนาดนี้!”ลู่เสี่ยวอวี๋ตกใจจนตัวสั่น สีหน้าซีดเผือด น้ำตาไหลไม่หยุด รีบแก้ตัวอย่างลนลาน“ฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายนายนะ ฉันไม่ได้อยากทำร้ายนายจริง ๆ! คนที่ฉันคิดจะเล่นงานมาตลอดคือเย่เหมียน! มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศรับนักเรียนจากจังหวัดของเราแค่ผู้ชายหนึ่งคนกับผู้หญิงหนึ่งคน ฉันอยากไปเรียนพร้อมกับนาย ฉันแค่อยากกำจัดเย่เหมียนออกไป ถึงได้ให้เธอใช้ดินสอแท่งนั้น! เป็นเพราะเย่เหมียนเจ้าเล่ห์เกินไป เธอจงใจเอาดินสอไปสลับกับนาย ไม่อย่างนั้นเรื่องคงไม่กลายเป็นแบบนี้!”“เลิกโยนความผิดให้คนอื่นได้แล้ว!” โจวอี้เหนียนโกรธจนตัวสั่น ทุกคำแทบเค้นออกมาจากไรฟัน“หล่อนช่วยฉันด้วยความหวังดี! เพราะดินสอของฉันหัก หล่อนถึงยกของตัวเองให้ฉัน! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอวางแผนสารพัดและใช้วิธีชั่วร้ายแบบนี้ ฉันจะต้องลงเอยด้วยการส่งกระดาษคำตอบเปล่าได้ยังไง!”ลู่เสี่ยวอวี๋ชะงักไป

  • สลับปากกา พลิกชะตา   บทที่ 7

    ภาพจากกล้องวงจรปิดถูกเรียกขึ้นมาตรวจสอบอย่างรวดเร็วก่อนเข้าสอบ บริเวณนอกสนามสอบ ดินสอฝนกระดาษคำตอบของโจวอี้เหนียนเผลอตกลงพื้น แล้วถูกคนที่เดินผ่านเหยียบจนหัก เขายืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้นฉันเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา ยื่นดินสอฝนกระดาษคำตอบที่ยังใช้ได้ดีในมือให้เขา แล้วหยิบดินสอแท่งที่ถูกเหยียบจนหักมาแทน ตลอดเหตุการณ์ไม่มีการยื้อแย่งกันเลยแม้แต่น้อย ฉันเป็นคนยื่นให้เอง และเขาก็รับไปอย่างเป็นธรรมชาติภาพจากกล้องนั้นชัดเจน ทุกการกระทำเห็นได้อย่างแจ่มแจ้ง ไม่มีเรื่องที่ฉันแอบสลับดินสอหรือจงใจวางแผนเล่นงานเขาเลยแม้แต่น้อยหลังดูภาพจากกล้องจบ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พูดขึ้นทันที “กล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้อย่างชัดเจน เย่เหมียนเป็นฝ่ายนำดินสอที่ใช้ได้ดีไปให้โจวอี้เหนียนเอง ถือเป็นการช่วยเหลือด้วยเจตนาดี ไม่ใช่การจงใจสลับดินสอเพื่อทำร้ายผู้อื่น เย่เหมียนไม่มีความผิดทางอาญา”ภาพจากกล้องถูกเปิดดูซ้ำไปซ้ำมา โจวอี้เหนียนจ้องหน้าจอ สีหน้าดุดันและความโกรธค่อย ๆ เลือนหายไปทีละน้อย เขาขมวดคิ้วแน่นนึกออกแล้ว!วันนั้นดินสอของเขาหักจริง ๆ เย่เหมียนก็หวังดีเอาดินสอของตัวเองให้เขาใช้ ตอนนั้นเขายัง

  • สลับปากกา พลิกชะตา   บทที่ 6

    ลู่เสี่ยวอวี๋ร้องไห้พลางชี้มาที่ฉัน ยืนกรานว่าฉันรู้ว่าดินสอมีปัญหาแล้วแอบเอาไปสลับให้โจวอี้เหนียนเดิมทีเพื่อนร่วมชั้นรอบข้างก็เชื่อคำพูดเพียงด้านเดียวอยู่แล้ว เสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่ละประโยคล้วนบาดหูยิ่งกว่าเดิม“ใช่สิ! หัวหน้าห้องก็บอกอยู่ว่าแจกดินสอเสียให้เย่เหมียน แต่ตอนนี้กลับไปอยู่ในมือของโจวอี้เหนียน เย่เหมียนต้องแอบสลับแน่!”“เธอต้องรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าดินสอมีปัญหา ถึงได้จงใจเล่นงานโจวอี้เหนียน โจวอี้เหนียนเรียนเก่งขนาดนั้น เธอคงอิจฉาจนบ้าไปแล้ว!”“นี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว ถึงขั้นทำลายอนาคตเขาเพราะตัวเองสู้เขาไม่ได้ จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ!”คำพูดแต่ละประโยคแทงเข้าไปในใจของโจวอี้เหนียน เดิมทีเขาก็ไม่ยอมรับความจริงอยู่แล้ว ตอนนี้จึงยิ่งถูกกระตุ้นจนเดือดดาล และปักใจเชื่อว่าฉันเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดดวงตาของเขาแดงก่ำ ชี้หน้าฉันแล้วตะโกนลั่น “เย่เหมียน ผู้หญิงใจร้ายอย่างเธอทำลายชีวิตฉันทั้งชีวิต ฉันจะแจ้งตำรวจให้จับเธอ เรื่องนี้ฉันไม่ยอมจบง่าย ๆ แน่!”สีหน้าของพ่อโจวเคร่งขรึมน่ากลัว “ฉันจะใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถึงที่ส

  • สลับปากกา พลิกชะตา   บทที่ 5

    เมื่อถูกคนมากมายจ้องเขม็งแบบนั้น โจวอี้เหนียนก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด “มองฉันทำไม? มีอะไรน่ามองนักหนา?”เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็กัดฟันพูดออกมา“ทุกคนเช็กกันหมดแล้ว คะแนนของคนทั้งห้องก็ปกติดี ไม่มีใครมีปัญหาเลยสักคน...ถ้าดินสอที่ทำให้รอยฝนหายไปแท่งนั้นมีอยู่จริง งั้น...”เขาพูดไม่จบ แต่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็เข้าใจความหมายดีสีหน้าของโจวอี้เหนียนแย่ลงทันที แววตาเผยความลนลานออกมาเป็นครั้งแรก ในที่สุดเขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขาล้วงโทรศัพท์ออกมาด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนจะรีบกดเข้าไปยังหน้าตรวจสอบคะแนนหน้าเว็บค้างอยู่นาน วงกลมหมุนแล้วหมุนอีก ในที่สุดหน้าจอก็เด้งขึ้นมาตัวเลขบนหน้าจอช่างบาดตาเหลือเกิน...33 คะแนนสีหน้าของเขาซีดเผือดในพริบตา ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขากดรีเฟรชอย่างบ้าคลั่ง หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง...แต่คะแนนกลับไม่ขยับเลย ยังคงเป็น 33 คะแนนที่ทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!”โจวอี้เหนียนแตกตื่นโดยสมบูรณ์ “ทำไมถึงเป็นแบบนี้! คุณครู พ่อ ทุกคนต้องเชื่อผมนะ ปกติผมสอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status