LOGINเช้าวันต่อมา
ตืด ตืด ตืด
เสียงแปลก ๆ น่ารำคาญดังอยู่ข้างหูปลุกหญิงสาวให้เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากฝัน มือเล็กเอื้อมคว้าควานหาแหล่งกำเนิดเสียงโดยที่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้น
คิ้วน้อยขมวดเข้าหากัน ปรือตาด้วยความง่วงงุนมองโทรศัพท์ในมือ ก็เริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวมันดูแปลกประหลาดไปหมด
หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองมือที่ควรจะเรียวเล็กด้วยความสับสน เพราะรู้สึกว่าวันนี้มันดูหนาและแข็งกว่าปกติ ลองขยับกระดิกไปมา ภาพตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เริ่มทำหญิงสาวรู้สึกถึงความผิดปกติ
ตืด ตืด
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ยังดังไม่หยุด ดึงสติเธอให้กลับมา รีบกดปิดเสียงน่ารำคาญนั้นทิ้ง แล้วลาเบลล์ก็ต้องงุนงงหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าโทรศัพท์ที่ควรเป็นสีชมพูทั้งอันกลับเป็นสีดำเรียบ ๆ แถมภาพพักหน้าจอก็ยังเป็นรูปกราฟิกฟันเฟืองเท่ ๆ อีก
“โทรศัพท์ใครวะเนี่ย!” เธอร้องด้วยความตกใจ
แล้วก็ต้องยิ่งหน้าซีดหนักกว่าเดิม หัวใจกลางอกซ้ายร่วงวูบกับเสียงที่ตนเปล่งออกมา
“อะไรกัน!”
ลาเบลล์ร้องขึ้นอีกครั้ง เลิกสนใจโทรศัพท์ในมือ ก้มมองร่างกายตัวเองที่ดูหนักกว่าปกติ
ดวงตาคมเบิกกว้าง กับภาพเบื้องหน้าที่เห็น ร่างกายเล็กกะทัดรัดบัดนี้อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม หน้าอกหน้าใจที่ควรนูนเด้งก็เรียบแบนแน่นหนั่น
หญิงสาวยกมือตนขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง พร้อมสติที่ค่อย ๆ แตกซ่านมากขึ้นทุกขณะ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด ฉันเป็นใคร!”
เธอหวีดร้องลั่นห้องด้วยความหวาดกลัวและแตกตื่นสุดขีด เมื่อค้นพบว่าไม่ใช่แค่เธอมาอยู่ในห้องที่ไม่รู้จัก ร่างกายของเธอยังเป็นคนอื่นไปแล้ว แถมยังเป็นผู้ชายอีก!
“บะ...บ้าไปแล้ว! มะ...ไม่ ฉันกำลังฝันอยู่”
มือที่เคยบางกลายเป็นหยาบกร้านฟาดเข้าที่ใบหน้าตนเองอย่างแรง จนเจ็บวาบ แต่ถึงแบบนั้นภาพตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เธอยังคงอยู่ในร่างกำยำของใครก็ไม่รู้!
ท่อนขาแกร่งพุ่งลงจากเตียง ยืนเลิ่กลั่กกวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาอะไรสักอย่างที่พอจะช่วยบอกได้ว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น แล้วลาเบลล์ก็เห็นโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวไม่รอช้ากระโดดข้ามกองเสื้อผ้าระเกะระกะบนพื้นไปที่กระจกทันที
ใบหน้าหล่อเหลาที่สะท้อนผ่านกระจกเงาเริ่มซีดเซียวขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งร่างสั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุมได้
นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างจ้องมองภาพที่ปรากฏในกระจกด้วยความตกตะลึงและสับสนสุดขีด มือสั่น ๆ ยกขึ้นสัมผัสใบหน้า ซึ่งภาพที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่ตัวของเธออย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับกลายเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง
แววตาตื่นตระหนกไล่มองภาพสะท้อนตั้งแต่โครงหน้าคมเข้มราวพระเอกเกาหลี จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากรูปกระจับคล้ำเล็กน้อยแต่ก็ยังน่าเย้ายวน
ก้านนิ้วหนาไล่ลงต่ำมาเรื่อย ๆ ลอบกลืนน้ำลายเหนียวเหนอะลงคออย่างยากลำบาก แล้วเธอก็ต้องเครียดจัดหนักกว่าเก่าที่เห็นลูกกระเดือกเซ็กซี่ขยับขึ้นลงตามจังหวะกลืนน้ำลาย
กล้ามเนื้อเรือนกายช่วงบนเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนสุขภาพดี เจ้าของร่างไม่ได้สวมเสื้อผ้าทำให้มองเห็นก้อนซิกซ์แพ็กแน่น ๆ เรียงตัวกันสวยผ่านเงาสะท้อน
สายตาสั่นระริกก้มมองกายตัวเองตอนนี้ต่ำลงไปเรื่อย ๆ แล้วก็พบกับสิ่งของหน้าตาแปลกประหลาดที่ไม่ควรมีบนร่างกายผู้หญิงกำลังพองขยายชี้หน้าเธออย่างเอาเรื่อง
“กรี๊ดดดดดดดดดด”
ลาเบลล์กรี๊ดลั่นออกมาอีกครั้ง หัวใจดวงใหญ่บีบรัดรุนแรงกับเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้น รีบคว้าหาผ้ามาบดบังสิ่งอนาจาร แถมยังเผลอทุบเจ้างูใหญ่ไปอย่างรุนแรงเพื่อหวังให้มันสงบ แต่เธอคงลืมไปว่าตอนนี้อยู่ในร่างนี้ ทำให้ลาเบลล์จุกร้าวจนหน้าดำหน้าแดง
“อึก...บะ...บ้าเอ๊ย!” เสียงทุ้มขาดห้วง หน้าเริ่มเปลี่ยนสี ถึงกับทรุดกายลงไปนอนดีดดิ้นบนเตียง กับความทรมานที่เพิ่งเคยสัมผัส
เธอหอบหายใจถี่ ๆ ยกมือกุมต้นเหตุแห่งความเจ็บปวดกลางกาย ต้องใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่กว่าอาการจุกแทบบ้าจะทุเลาลง
หญิงสาวในร่างผู้ชายที่สูงถึง 181 เซนติเมตรกระเด้งตัวขึ้นจากเตียง ก้มมองภาพตัวเองอีกครั้ง ยังหวังลึก ๆ ว่าจะหลุดจากฝันร้ายได้สักที แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เธอยังคงเป็นหนุ่มกล้ามแน่นแถมไม่มีเสื้อผ้าติดกายสักชิ้น!
มือหนาจิกทึ้งเส้นผมบนศีรษะ พยายามปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝันบ้าบอ บางทีเธออาจหลับลึกเกินไป
ใบหน้าหล่อเหยเก เพราะความเจ็บแสบบนหนังศีรษะเป็นของจริง แบบไม่ใช้สแตนด์อินเริ่มทำลาเบลล์แตกตื่นสุดขีด กับเรื่องที่มันเกินจินตนาการ
หัวใจกลางอกซ้ายเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง เหมือนจะทะลุออกมานอกอก ต้องบีบกำฝ่ามือแน่นเรียกสติ เริ่มคิดว่าบางทีอาจเกิดเหตุประหลาดขึ้นกับเธอจริง
ดวงตาคมกริบเบิกกว้าง กับสิ่งที่ผุดขึ้นในหัว
“ถ้าฉันอยู่ในร่างนี้ แล้วตัวฉันตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างเนี่ย!”
คิดได้ดังนั้นหนุ่มร่างสูงก็รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจโทรเข้าเบอร์ตัวเอง มั่นใจมากว่าเจ้าของร่างนี้ต้องอยู่ในร่างเธอแน่ ๆ แล้วก็ต้องสบถหงุดหงิด เกือบจะปาโทรศัพท์เครื่องหรูทิ้งอย่างหัวเสีย เพราะไม่อาจปลดล็อกรหัสมือถือในมือได้
“บ้าเอ๊ย! ให้มันได้อย่างงี้สิ! ฉะ...ฉันจะยังทำยังไงดี”
ดวงตาวูบไหวกวาดมองไปรอบห้อง แล้วก็ต้องย่นจมูกกับกองเสื้อผ้าที่ถูกถอดระเกะระกะบนพื้น
“นะ...นั่น! บ็อกเซอร์งั้นเหรอ!” เธอร้องเสียงสั่นเมื่อเห็นบ็อกเซอร์ขาสั้นห้อยอยู่บนพนักเก้าอี้ รับไม่ได้สุด ๆ กับสภาพเละเทะภายใน
แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะสนใจความสะอาดของห้องใครไม่รู้! เธอต้องรีบหาทางไปเจอร่างตัวเองให้เร็วที่สุด
ลาเบลล์วิ่งไปทางตู้เสื้อผ้า หยิบคว้าเสื้อและกางเกงตัวที่ใกล้ที่สุดมาสวมใส่ แล้วสิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องหน้าแดง กระดากอายสุดขีดก็เกิดขึ้น เมื่อต้องพยายามจับแท่งหนาที่บัดนี้สงบหดตัวลงแล้วยัดเข้าไปด้านใน
เพียงแค่เอาปลายนิ้วแตะเบา ๆ พวงแก้มก็ร้อนผะผ่าว ทำใจไม่ได้จริง ๆ จนต้องไปหาผ้ามาพันมือไว้ก่อนจะจับมันใส่ในบ็อกเซอร์
และหลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้วเธอยังรีบไปล้างมือ ราวรังเกียจสิ่งแปลกปลอมแท่งใหญ่นี้เหลือทน
มือหนาคว้าโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ติดกาย สายตาพลันเหลือบไปเห็นกุญแจรถวางเอาไว้ ลังเลใจเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็หยิบติดมาด้วย
ท่อนขากำยำใต้กางเกงยีนขาด ๆ ก้าวยาว ๆ ไปตามทางเดิน เผลอก้มหน้ายกมือทัดใบหูทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน ซึ่งท่าทางกระมิดกระเมี้ยนนั้นกลับยิ่งทำให้คนอื่นหันมองทางลาเบลล์มากกว่าเดิม
มือหนายกขึ้นปิดบังทรวงอกของตัวเองอัตโนมัติ หวิว ๆ แปลก ๆ ที่ไม่มีบราเซียร์ปกป้องอีกชั้น
ร่างสูงรีบกดลิฟต์ลงไปเบื้องล่าง ใบหน้าหล่อเคร่งเครียดมองซ้ายมองขวาไปตามลานจอดกว้าง อยากจะยกมือกุมขมับ เพราะเธอไม่รู้ว่าชินขับรถอะไร!
หญิงสาวในร่างผู้ชายต้องเสียเวลาเดินวนรอบลานจอด พยายามกดปลดล็อกรถซ้ำ ๆ เพื่อมองหารถของชิน แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อหันไปเห็นรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสองประตูสีเงินเงาวับส่งเสียงร้องออกมา
ไม่มีเวลาให้ลาเบลล์ตกใจ คนตัวสูงกระโดดขึ้นรถ สตาร์ตเครื่องแล้วรีบพุ่งไปยังคอนโดฯ ของเธอให้เร็วที่สุด
UniSpace Condo
คอนโดฯ ทันสมัยตั้งอยู่ไม่ห่างจากตัวมหาวิทยาลัยไม่มากนัก แม้ราคาต่อห้องจะค่อนข้างแพง แต่เมื่อเทียบกับความสะดวก ปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน ทางบ้านของลาเบลล์ก็มองว่าคุ้มที่จะลงทุนซื้อ
ซึ่งภายในคอนโดฯ แห่งนี้ก็มีทั้งนักศึกษาร่วมมหาวิทยาลัย จนไปถึงกลุ่มพนักงานออฟฟิศอาศัยอยู่ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง มีรถไฟฟ้าผ่าน และราคาประหยัดกว่าคอนโดฯ กลางเมืองหลายเท่า
รถยุโรปรีบหักเลี้ยวเข้าไปจอดยังช่องจอดที่ว่างอยู่ กระวีกระวาดลงจากรถด้วยความรีบร้อน ท่าทางตื่นตระหนกดูสติแตกของเธอ เรียกความสนใจจากบุคคลที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ทันที
ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น มองประตูใสเบื้องหน้าอย่างกลัดกลุ้ม อย่างที่บอกคอนโดฯ แห่งนี้ค่อนข้างปลอดภัย ดังนั้นจะเข้าไปด้านในได้จำเป็นจะต้องใช้คีย์การ์ด
ซึ่งมันก็ไม่ยากเกินความสามารถ เธออาศัยจังหวะที่มีคนเดินออกมา รีบเดินสวนเข้าไปด้านในทันที กดรัว ๆ ยังปุ่มลิฟต์เร่งให้บานเหล็กเปิดอ้าออก แล้วพุ่งเข้าไปภายในและกดยังชั้น 9 รวดเร็ว
ประตูลิฟต์ยังไม่ทันจะอ้าสุด ลาเบลล์ก็รีบพุ่งตัวออกมา เธอหอบหนัก ๆ ด้วยความเหนื่อย ท่อนขายาวก้าวเร็ว ๆ กึ่งวิ่งตรงไปยังห้องพัก ยกมือรัวเคาะประตูหนัก ๆ ขณะหัวใจกลางอกเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
สมองฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา เมื่อไร้วี่แววคนมาเปิด เริ่มหวาดกลัวว่าบางทีร่างของเธออาจหมดลมหายใจไปแล้วหรือเปล่า
“ไม่นะ ๆ ๆ ๆ เปิดสิ! ขอร้อง ตัวฉันอย่าเป็นอะไรเลยนะ”
หญิงสาวเบ้หน้า ขอบตาร้อนผ่าว เพิ่มแรงทุบประตูขึ้นอีกหลังจากยืนร้อนรนอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวภายใน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขอร้องละ! แค่อยู่ในร่างไอ้หน้าบูดก็แย่พอแล้ว ร่างฉันต้องปลอดภัยนะ” เธอพึมพำกับตนเอง ไม่ลดละจังหวะทุบประตูลงแม้แต่น้อย
และในที่สุด
“เคาะหาพ่องมึงเหรอ! รู้ไหมว่ามันรบกวนคนอะ...”
เสียงหวานออกห้าวตวาดลั่นทันทีที่กระชากประตูเปิดออก แต่ยังด่าไม่ทันจบประโยค เขาก็ชะงักค้าง ดวงตากลมสวยที่ควรเป็นของลาเบลล์เบิกกว้างราวเจอผี เมื่อเห็นตัวเองยืนอยู่หน้าห้อง
คิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความสับสน ไล่มองภาพตรงหน้าอีกครั้ง ซึ่งคนตัวสูงก็ไม่รอให้อีกฝ่ายหายงง ก็รีบดันคนตัวเล็กเข้าห้อง
“เฮ้ย! นี่มันเรื่องอะไร!”
ชินในร่างเล็กจิ๋วรีบปัดมือใหญ่ออกจากกายด้วยความตกใจ แล้วเขาก็ต้องอ้าปากค้างหลังจากสังเกตเห็นมือของตนเองชัด ๆ ซึ่งมันเรียวบางไม่ต่างจากก้านดินสอ
“นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“หัดรู้ตัวให้มันเร็วกว่านี้ได้ไหม! ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายเข้ามาทำอะไรในร่างฉันยะ!”
สาวตัวใหญ่เท้าเอวแว้ดกลับเสียงแหลม จริตตัวแม่มาเต็มขนาดนี้ทำหัวสมองของชินมึนตื้อ รีบยกมือลูบร่างกายของตนเองทันที ให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันอยู่
“กรี๊ดดดดดด! หยุดนะ ไอ้โรคจิต! กล้าดียังไงมาจับนมฉัน!” ลาเบลล์รีบถลาไปกระชากมือเขาออกจากร่างที่ควรเป็นของเธอ ทั้งโมโหและอับอายสุดขีด ในขณะที่ชายหนุ่มช็อกค้างไปแล้วกับสัมผัสนุ่มหยุ่นมือชวนใจหวิว
“ฉะ...ฉัน...”
“โอ๊ย! เราจะทำยังไงกันดี! เรื่องแบบนี้มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ พระเจ้า! ช่วยบอกฉันทีว่าฉันแค่กำลังฝันอยู่”
“...”
ชินมองร่างตัวเองทรุดลงไปนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก เพราะเพิ่งตื่นทำให้หัวสมองชาญฉลาดยังไม่อาจประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้
คิ้วบางขมวดแน่นเป็นปม เริ่มเครียดขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากกวาดสายตามองรอบห้องก็พบว่านี่ไม่ใช่ห้องนอนของเขา แถมตอนนี้เขายังอยู่ในร่างผู้หญิงที่หน้าอกนุ่มอีกต่างหาก
“ดะ...เดี๋ยวสิ คุยให้รู้เรื่องก่อน เธอคือผู้หญิงที่เจอเมื่อวานนี่!”
“ก็ใช่น่ะสิไอ้โง่! เอาร่างของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ฮืออออ ไม่เอา! ฉันไม่อยากอยู่แบบนี้!”
หนุ่มเจ้าน้ำตารีบหยัดกายขึ้นเต็มความสูง ชายหนุ่มนิ่วหน้าขุ่นเคือง ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ชินรู้สึกตัวเองตัวเล็กจิ๋ว ต้องเงยหน้าคุยกับใครสักคน
มือหนาตรงเข้าบีบไหล่แน่น พร้อมออกแรงเขย่า ขณะเม็ดน้ำตาไหลนองอาบแก้ม
“นี่หยุดนะ! อย่ามาทำตัวสาวแตกในร่างของฉัน” ชายหนุ่มในร่างสาวตัวน้อยตะคอกกลับ รับไม่ได้สุด ๆ ที่เห็นภาพตัวเองร้องห่มร้องไห้อย่างหมดสภาพ
“นายก็เอาร่างฉันคืนมาเส้! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้!”
ชินถูกแรงเขย่าจนหัวโยก เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้างแล้ว ตอนนี้เรียกได้ว่าทั้งคู่สติหลุดไปแล้วเรียบร้อย ใครจะไปยอมรับได้ว่าเพียงคืนเดียวพวกเขาจะต้องเผชิญกับเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้
บราเซียร์ชิ้นน้อยถูกถลกขึ้นไปกองเหนือเนินอก ส่งผลให้ก้อนนุ่มทะลักล้นออกมาเต็มตา มันกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจปั่นป่วนของเธอลำคอเขาแห้งผาก ต้องแลบเลียริมฝีปากเพิ่มความชุ่มชื่น พลางช้อนมองกลีบปากเย้ายวนเลอะคราบลิปสติกสีพีชสลับกับความนุ่มนิ่มน่าลิ้มลองใบหน้าหล่อโน้มลงต่ำ และเพียงแค่ปลายลิ้นสากสัมผัสลงยังส่วนยอดเบา ๆ ลาเบลล์ก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก หอบหายใจถี่กระชั้นด้วยความเสียดเสียวเขาบรรจงละเลียดชิมเม็ดเชอร์รีสีหวานช้า ๆ ปัดป่ายลากวนไปทั่วฐาน ก่อนจะตวัดลิ้นถี่ ๆ ยังปลายยอด เร่งเร้าเสียงครวญครางทรมานให้ปลิวหลุดออกจากริมฝีปากเล็กมือใหญ่ตรงเข้าบีบเคล้นอกสวย ฟอนเฟ้นหนักสลับเบา ปลุกเร้าไฟปรารถนาให้หลอมละลายสติสตังของแฟนหนุ่มอย่างช้า ๆยอดสีหวานถูกดูดเม้มหนัก ๆ ปลายลิ้นมากประสบการณ์ตวัดรัว ไม่นานมันก็ชูชันแข็งสู้ปลายลิ้นอย่างหน้าไม่อายชินยกยิ้มพึงพอใจ ย้ายไปปรนเปรออีกข้างราวกลัวมันจะน้อยใจ การกระทำนั้นทำท้องน้อยเธอหดเกร็ง คลื่นความวาบหวามแผ่ซ่านไปทุกอณูผิว โดยแตะจุดอ่อนไหวกลางกาย แม้จะไม่โดนสัมผัส แต่กลับเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวานใสไร้สีที่หลั่งล้นออกจากกายเอวน้อยเฮือกไหว กระตุกเร่าตามจ
UniSpace Condoสาวร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตแมน ๆ พร้อมเนกไทเท่ ๆ คล้องรอบคอนั่งรอบนเตียงด้วยใจระทึกใบหน้าสวยไม่อาจเก็บกลั้นความตื่นเต้นได้ แต่รอแล้วรอเล่าคนในห้องน้ำก็ไม่มีวี่แววจะออกมา“ชิน! เสร็จหรือยังเนี่ย นายเข้าไปนานแล้วนะ!” เธอตะโกนร้องถามกดดัน ไม่นานเสียงขุ่นจากคนในห้องน้ำก็เอ่ยตอบกลับ“สัญญาเลยว่าชินจะกดเบลล์ให้จมเตียงกับไอเดียเพี้ยน ๆ นี่!”แกร๊กเสียงปลดล็อกบานประตูดังขึ้น ก่อนคนด้านในจะผลักมันอ้ากว้าง เผยให้เห็นการแต่งตัวสุดเปรี้ยว ทำแฟนสาวตัวแสบหัวเราะลั่น“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ โอ๊ย ขำ จริตไม่ได้เลยชิน อย่าทำหน้ามุ่ยแบบนั้นสิ”“เฮอะ! ชินคงยิ้มออกหรอก ถ้าเบลล์ไม่คิดพิเรนทร์แบบนี้!”“แหม ก็ย้อนความหลังกันหน่อยไง” เธอขำน้ำตาเล็ดกับสภาพน่าสงสารของแฟนหนุ่มจู่ ๆ ลาเบลล์ก็เกิดไอเดียอยากให้ทั้งสองลองสลับการแต่งตัวเหมือนครั้งที่พวกเขาต้องติดอยู่ในร่างอีกฝ่าย เหตุผลอีกอย่างคือเสียดายเสื้อผ้าที่อุตส่าห์ช็อปปิ้งมา แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้ ไหน ๆ จะเอาไปบริจาคแล้ว ก็อยากทิ้งทวนเสียหน่อย จึงขอร้องแกมบังคับให้ชินช่วยใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น แล้วถ่ายรูปคู่เก็บไว้เป็นความทรงจำซึ่งเธอก็จัดแจงเลือกเสื้อผ้า
หนึ่งปีต่อมาสองหนุ่มสาวในชุดนักศึกษาเดินจูงมือ หัวเราะ อมยิ้มไปกับเรื่องตลกที่ลาเบลล์ขยันสรรหาขึ้นมาเล่าไม่จบไม่สิ้น ขณะเดินลัดเลาะไปตามทางเท้ามุ่งออกไปเดินเล่นตลาดนัดข้างมหา’ลัยตอนนี้ลาเบลล์เรียนอยู่ชั้นปีสามแล้ว ส่วนชินก็กำลังเรียนปีสุดท้ายในรั้วมหา’ลัย ทั้งคู่ถือเป็นคู่รักที่ใครต่อใครต่างก็ต้องอิจฉา ไม่ว่าจะด้วยรูปลักษณ์หน้าตา หรือความสวีตหวานที่ไม่ได้ลดน้อยลงเลยตลอดหนึ่งปีเต็ม“ฟลุคต้องบ่นแน่ที่ชินชิ่งหนีโปรเจกต์กลุ่มมาแบบนี้” ลาเบลล์หัวเราะเบา ๆ คิดถึงท่าทีหัวเสียของหนุ่มแว่นก็อดขำไม่ได้“เอาไว้คืนนี้ค่อยส่งไฟล์งานให้มันทีหลังแล้วกัน” ชายหนุ่มไหวไหล่ตอบกลับ ไม่ได้สะทกสะท้านใด ๆ กับคำเตือนของแฟนสาว“ที่จริงให้เบลล์ไปเดินตลาดนัดกับพวกยัยตาลกับยัยมุกก็ได้นะ ชินจะได้ไม่ต้องมานั่งปั่นงานดึก ๆ”“ไม่เอาอะ ไม่ชอบเวลาผู้ชายอื่นมองเบลล์”“คิก หวงเหรอคะ” เธอยิ้มกว้าง ส่งผลให้ดวงตากลมสวยหยีเล็กเป็นสระอิน่ารังแกสุด ๆ“มาก!”“คบกันมาเป็นปีแล้ว ยังขยันหยอดเบลล์ไม่เลิกเลยนะ กลัวเบลล์รักชินน้อยลงเหรอ”แก้มใสปวดหนึบจากการกลั้นยิ้ม เขินอายทุกครั้งที่แฟนหนุ่มหยอดคำหวานแบบหน้าตาย ต้องรีบบ่ายเบี่ยงเ
เดือนต่อมาใบหน้าหล่อฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด หลังจากลาเบลล์ประกาศกับครอบครัวว่ามีแฟนแล้ว กลุ่มพี่ชายคลั่งรักน้องสาวทั้งสามก็กดดันให้เธอพาชินมาให้พวกเขาสอบปากคำประหนึ่งนักโทษคดีร้ายแรงทันที โดยนัดเจอกันที่ร้านอาหารกลางห้างหรูซึ่งหลายอาทิตย์ก่อนชินก็เคยพาลาเบลล์ไปพบครอบครัวเขาเช่นกัน ทั้งพ่อและแม่ของชายหนุ่มเอ็นดูเธออย่างมาก ทั้งเพราะลาเบลล์เป็นแฟนสาวคนแรกที่ชินยอมพามาเปิดตัว และบุคลิกน่ารัก จริงใจ จึงสามารถตกหัวใจทั้งสองได้ทันที แถมจัมโบ้ สุนัขไซบีเรียนตัวกลมของชินก็กระดี๊กระด๊าสุด ๆ กระโดดก่ายเธอไม่เลิก ถึงหญิงสาวจะบอกว่าไม่ถูกกับสุนัข แต่ก็คอยลูบหัวมันตลอดมื้ออาหารตัดภาพมาที่ปัจจุบัน คนตัวสูงระบายลมหายใจยาวด้วยความหนักใจ ยิ่งเดินเข้าใกล้ร้านจุดหมายมากเท่าไร ความกังวลก็เพิ่มสูงมากขึ้นเท่านั้น“อย่าทำหน้าเครียดขนาดนั้นสิ แค่กินข้าวเอง ~” ลาเบลล์กอดแขนเขาเอาไว้ เอียงใบหน้าน่ารักเข้าหาเพื่อให้กำลังใจ หวังช่วยลดความเครียดของแฟนหนุ่มได้บ้าง“เหอะ ๆ ลืมไปแล้วเหรอ ว่าไอ้พี่เบสท์ของเธอมันขู่อะไรชินไว้”“แหม คิดจริงจังไปได้ พี่เบสท์เขาแค่พูดเล่นเฉย ๆ”สาวตัวเล็กพยายามแก้ต่าง แต่ก็ไม
มหาวิทยาลัยอินทรธนาลัยสัปดาห์ต่อมาการเปิดตัวคบหากันอย่างเป็นทางการของอดีตเดือนคณะวิศวะปีสามกับสาวมนุษยศาสตร์สร้างความตกตะลึงให้นักศึกษาหลายคนในมหา’ลัยเป็นอย่างมากคงไม่มีใครประหลาดใจนัก หากทั้งคู่ไม่ใช่สองคนที่เคยมีประเด็นดัง เกย์หนุ่มบุกตบทอมห้าวกลางโรงอาหารทุกคนต่างสงสัยถึงสาเหตุแท้จริง แล้วทั้งสองไปสานสัมพันธ์กันตอนไหนยิ่งก่อนหน้านี้ไม่นานลาเบลล์แต่งแมนมามหา’ลัยอีก แต่จู่ ๆ ก็สามารถคว้าหัวใจหนุ่มสุดฮอตไปได้เฉยเลย จึงไม่แปลกที่มันจะสร้างความสงสัยให้หลายคนในมหา’ลัยซึ่งรวมถึงกลุ่มเพื่อนของทั้งสองด้วยทางด้านลาเบลล์“เล่าใหม่สิยัยเบลล์ มันยังไง ตอนนี้ฉันกับยัยตาลงงมาก” มุกนิ่วหน้ายังไม่หายสงสัย“พวกฉันก็พยายามจะไม่คาดคั้นอะไรนะ ที่จู่ ๆ เดี๋ยวก็เปรี้ยวจัด บางวันก็แมนโคตร แต่แกไปรู้จักกับผู้ชายคนนั้นได้ไงเนี่ย!” เพื่อนสาวร่างท้วมอย่างลูกตาลก็อดพูดออกมาไม่ได้“ก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้มันโคตรซับซ้อน มีเหตุบังเอิญที่ทำให้ฉันกับชินได้มารู้จักกันน่ะ”“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะที่มันซับซ้อน ทำไมแกไม่อธิบายให้ชัด ๆ วะ”“...”ลาเบลล์เงียบไปอึดใจหนึ่ง มองใบหน้าคาดคั้นจากสองสาวสลับกันไปมาอย่างลังเล
ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้กลีบปากเย้ายวนด้วยความโหยหา เปลี่ยนจูบลึกซึ้งให้ทวีความร้อนแรงขึ้นอีกระดับ ฝ่ามือใหญ่ลากไล้ไปตามสีข้างไวความรู้สึกให้ลาเบลล์ต้องสั่นสะท้าน ก่อนจะหยุดบีบเคล้นที่หน้าอกสวยเตชินทร์ค่อย ๆ บรรจงฟอนเฟ้นก้อนเนื้อนุ่มนิ่มแผ่วเบา และเริ่มความหนักหน่วงขึ้นทีละน้อย พาแรงปรารถนาในกายเธอให้ไต่ระดับขึ้นสูงอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ขณะลิ้นร้ายแทรกลึกเข้าสู่โพรงปากชุ่มฉ่ำ ตวัดต้อนหยาดน้ำหวานใสเข้าปาดดูดดื่ม“อื้อออออออออ ~” เสียงครางหวานหลุดออกจากลำคอ คลื่นความวูบไหวแผ่ซ่านไปทั่วกายร่างน้อยบิดส่ายไปมากับความเสียดเสียวทรมาน แต่เธอก็ต้องผวาเฮือกเมื่อปลายนิ้วแตะต้องส่วนยอดแผ่วเบา ก่อนเขาจะเริ่มเกลี่ยวนไปรอบปานสีหวาน ปลุกเร้าอารมณ์เธอให้เตลิดเปิดเปิงเรียวลิ้นทั้งคู่สอดกระหวัดเกี่ยวไม่ยอมแพ้ ต่างพยายามส่งทุกความรู้สึกในห้วงอารมณ์รักเช่นนี้ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ท่อนขาเล็กค่อย ๆ ถูกแยกออกกว้าง เมื่อคนตัวสูงแทรกกายแนบชิด ไอร้อนผ่าวจากเรือนกายเขาแผดเผาทำลายสติสัมปชัญญะเธอให้อ่อนยวบความดุดันร้อนระอุเบียดชิด สัมผัสเบา ๆ ลงยังจุดอ่อนไหวที่สุดของร่างกาย บ่งบอกถึงความต้องการเปี่ยมล้นชินผละจูบ ปล







