LOGINแม้เคยมีสัมพันธ์ทางร่างกายกับอดีตสามีมาก่อน แต่เปรียบครั้งนี้ไม่ได้เลยสักนิด บุรุษผู้นี้ดูมีชั้นเ
ทั้งสองพากันเข้าไปในห้องอักษร เพื่อตรวจดูบันทึกลับนั้นด้วยกัน เพียงแค่หน้าแรกลู่หย่งก็ตรวจพบความผิดปกติ เซี่ยหรงเจี๋ยผู้นั้นสั่งให้คนทำอาวุธลงปริมาณโลหะลง ทำให้อาวุธที่ออกมาไร้ประสิทธิภาพ ใช้งานเพียงไม่กี่ครั้งก็ต้องสั่งซื้อใหม่ ที่สำคัญยังเสนอราคาที่เกินกว่าคุณภาพที่ได้รับด้วยดูจากบันทึกอีกฝ่ายน่าจะทำเช่นนี้มาหลายสิบปี รวมเป็นเงินก็แทบสามารถกว้านซื้อที่ดินในเมืองหลวงได้เกือบทั้งหมด" มิน่าเล่า....เขาถึงได้ดูร่ำรวยผิดหูผิดตานัก "" แล้วที่ผ่านมาไม่มีผู้ใดสงสัยเลยรึเพคะ " เรื่องก็เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว เหตุใดจึงมีแค่ลู่หยางที่อยากตรวจสอบเรื่องนี้ชายหนุ่มส่ายหน้า " ตรวจสอบไม่ได้ เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังเขาเป็นคนใหญ่คนโต "คิ้วเรียวสวยขมวดด้วยความสงสัย " ใครเพคะ "ลู่หยางหันไปสบตาอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยชื่อคนผู้นั้น " องค์ชายใหญ่ตงฟางลู่เจา "หมู่ตานเบิกตากว้าง รู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจนหัวใจเต้นระรัว " งั้นจะทำเช่นไรต่อเพคะ "" เจ้าไม่ต้องกังวล ประเดี๋ยวที่เหลือข้าจะเป็นคนจัดการเอง "ในเมื่อเขาว่ามาเช่นนั้น หม
หลายวันผ่านไปดูเหมือนแผนการของหมู่ตานจะสำเร็จ เมื่อได้ยินว่าเยว่ฟางเฟยเริ่มมีผื่นแดงรูปวงแหวนเต็มตัว ดังนั้นนางจึงแอบนำบุตรชายและหลิวหมัวมัวไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราว เพราะเป็นห่วงด้านความปลอดภัยของคนทั้งสองหลังหมอตรวจอาการของเยว่ฟางเฟยเสร็จ ทุกคนที่อยู่รอบกายต่างก็พากันหวั่นกลัว ด้วยโรคนี้ยังไม่มียาตัวใดรักษาให้หายขาด มีแค่ยาบรรเทาอาการเท่านั้นพอเซี่ยหรงเจี๋ยทราบข่าวเขาก็ถึงกับกุมขมับ สั่งให้คนปิดตายประตูเรือนของภรรยา เพราะกลัวว่าโรคจะมาแพร่กระจายใส่คนที่อยู่ด้านนอกภายในเรือนจึงเป็นไปด้วยความโกลาหล บ่าวรับใช้ต่างตกอยู่ในความกลัว บางคนมีทรัพย์สินก็นำมันมาไถ่ตัวออกจากจวน ส่วนคนไม่มีก็ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปหมู่ตานอาศัยจังหวะชุลมุนแอบเข้าไปในห้องตำราของเซี่ยหรงเจี๋ย เพื่อหาบันทึกลับที่ลู่หยางเคยบอก นางใช้รื้อค้นนานหลายวันแต่ก็ไม่พบถึงความผิดปกติ ในตอนที่ถอดใจพลันเหลือบไปเห็นหีบไม้อันใหญ่ใบหนึ่ง หีบนั้นถูกใส่สลักปิดผนึกเอาไว้จึงเปิดไม่ได้ นางจะต้องไปหากุญแจเพื่อเปิดมันออกซึ่งกุญแจที่ว่าถูกเก็บไว้ติดตัวเซี่ยหรงเจี๋ยต
ครั้นลงมาจากรถ ก็เห็นหลิวหมัวมัวอุ้มบุตรชายมายืนรอก่อนแล้ว เพียงแค่เห็นสองคนนั้นความสะเทือนใจก็กลับมาเล่นงานนางอีกรอบร่างเล็กพุ่งเข้าไปกอดบุตรชาย ก้มหน้าร้องห่มร้องไห้อย่างหนัก หลิวหมัวมัวเห็นเช่นนั้นก็ร้องไห้ตาม โดยไม่ต้องถามว่าข่าวการตายของเจียงหลงเจินเป็นเรื่องจริงหรือไม่เลยด้วยซ้ำลู่หยางมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเศร้าสลด เขาตั้งปณิธานในใจเลยว่า จะต้องจับตัวผู้ร้ายมาลงโทษให้ได้วันรุ่งขึ้นการไล่ล่าปู่ร้ายเป็นไปอย่างทุลักทุเลกระนั้นก็สามารถจับกุมไว้ได้ ชายผู้นี้มีนามว่าซ่งหยวนจื่อ เขาให้การกับลู่หยางว่า ได้ลงมือขืนใจเจียงหลงเจินจริง แต่ไม่ได้บีบบังคับให้นางจบชีวิต ทั้งยังบอกอีกว่าผู้ที่ชี้ทางให้เขาทำเช่นนี้ก็คือเซี่ยหรงเจี๋ยครั้นลู่หยางได้ฟังดังนั้น ก็รีบให้คนไปเชิญหมู่ตานมาที่นี่ แน่นอนว่าพอได้ฟัง นางก็รีบบึ่งมาหาเขาที่จวนทันทีพอเข้ามาในห้องอักษรของเขาแล้ว นางก็รีบถามอย่างร้อนใจว่า " ได้ความว่าเช่นไรเพคะ "ลู่หยางที่นั่งจิบชาอยู่รีบวางถ้วยชาลง ก่อนลุกขึ้นเดินเข้าไปหานาง มืออุ่นยกขึ้นลูบใบหน้าซีดขาวของหญิง
หมู่ตานไม่เหลือเรี่ยวแรงก้าวเดิน จนต้องพึ่งลู่หยาง เขาอุ้มนางมาสงบจิตใจที่ห้องอีกห้องหนึ่ง เขาวางนางลงบนตั่งตัวยาว ระหว่างนั้นก็ค่อยลูบแผ่นหลังนางไปด้วยใบหน้างามซบอิงแผงอกแกร่ง หยาดน้ำตาเปรอะเปื้อนเสื้อคลุมของเขาจนเห็นเป็นคราบ กระนั้นลู่หยางก็ไม่ได้ว่าอะไร เขากลับเต็มใจเสียอีกที่ได้เป็นคนปลอบโยนนาง" ฮึก...ฮือๆ "" เจ้าไหวหรือไม่ " มือแกร่งเชยใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาพิศมอง ดวงตาของนางบวมแดงแลดูน่าสงสารไม่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ บรรจงเช็ดคราบน้ำสีใสออกจากใบหน้าพริ้มเพรา" ฮือๆ " หมู่ตานส่ายหน้า เชิงบอกว่านางไม่ไหว นางทนรับความเสียใจในครั้งนี้ไม่ได้ลู่หยางรู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ เมื่อเห็นสตรีที่เขาชอบร้องไห้อย่างหนัก ชายหนุ่มดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดอีกรอบ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า" เช่นนั้นก็ร้องจนกว่าเจ้าจะพอใจเถิด " เขาจะเป็นคนรับฟังเสียงสะอื้นไห้ของนางเอง หรือถ้านางอยากระบายความในใจเขาก็ยินดีจะรับฟัง" ฮือๆ " มือเรียวกำเสื้ออีกฝ่ายแน่น ใบหน้าซบเข้าหาแผ่นไหล่กำยำหมู่ตานรู้สึกซาบซึ้งในความใจดีของเขา นางทิ้ง
" โอ๊ย " ชายฉกรรจ์ร้องด้วยความเจ็บปวด ยกมือขึ้นมาจับหูข้างที่ถูกกัด เพื่อดูว่าเลือดออกหรือไม่เจียงหลงเจินเตรียมใช้โอกาสนั้นหนีไป แต่ไม่ทันได้เอื้อมมือถึงประตู ปากของนางก็ถูกมือหนาปิดแน่น จนไม่สามารถส่งเสียงร้องไห้ผู้ใดมาช่วยได้เขาอุ้มนางไปวางบนโต๊ะรับน้ำชา กวาดทุกอย่างที่วางอยู่บนนั้นออก ก่อนปลุกปล้ำถอดอาภรณ์ของนางออกเกือบทุกชิ้น" อย่าดิ้น ข้าไม่ได้อยากทำรุนแรงกับท่านหรอกนะ "" ปล่อยข้า ขอร้องล่ะ เจ้าอยากได้อะไรก็เอาไปเลย แต่ว่าช่วยปล่อยข้าไปเถิดนะ " เจียงหลงเจินวิงวอนญาติสามีให้เห็นใจ แต่มีหรือที่เขาจะยอมรับฟังนาง" สิ่งที่ข้าต้องการก็มีแค่ร่างกายนี้เท่านั้น " พูดจบ เขาก็ลงมือทำตามที่ตนเองต้องการ โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะทุกข์ทรมาณใจหรือไม่เหตุผลที่เซี่ยหรงเจี๋ยนำเรื่องมาบอกเขา ก็เพราะต้องการทำลายชื่อเสียงของเจียงหลงเจิน หากมีคนรู้ว่านางลอบมีความสัมพันธ์กับญาติสามี ผู้คนจะต้องตราหน้าว่านางเป็นหญิงแพศยา บุรุษมีตั้งมากมาย เหตุใดจึงไปเลือกคนใกล้ตัวหรือไม่ก็กล่าวหาว่านางคบชู้กับญาติสามี ตั้งแต่ที่สามีของนางยังอยู่ ซึ่งไม่ว่
หมู่ตานมองผ้าที่ห่อหุ้มมาเป็นอย่างดี ในนี้คือเสื้อผ้าของคนป่วยเป็นโรคเรื้อน นางจะนำมันไปใช้กับเยว่ฟางเฟย ซึ่งผู้ที่หามาให้ก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นเจียงหลงเจินที่เปรียบเสมือนเป็นญาติพี่น้องและคู่คิดของนาง" ข้าจะทำให้นางได้สัมผัสกับคำว่าถูกทอดทิ้ง "" ข้าชักจะรอดูวันนั้นไม่ไหวแล้วสิ " เจียงหลงเจินพูดด้วยสีหน้าดีใจ มองห่อผ้าหลายชั้นที่ตนนำมา" เวลานั้นใกล้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ "" หลังเสร็จเรื่องทุกอย่างแล้ว พวกเราย้ายไปอยู่เมืองทางเหนือกันเถอะ ที่นั่นมีย่านการค้ามากมาย หรือเรือขนส่งข้ามแคว้นก็มี หากค้าขายต้องได้กำไรดีแน่ " เจียงหลงเจินเอ่ยปากชวน นางอยากหนีให้ไกลตากเมืองหลวงวุ่นวายนี้เต็มทนแล้วหมู่ตานยิ้ม " หากได้กำไรดีก็น่าสนใจเจ้าค่ะ "เจียงหลงเจินฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ " เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกันนะ เงินทุนข้าจะเป็นคนออกให้ก่อนเอง "" เจ้าค่ะ หลังเสร็จเรื่องแล้ว พวกเราจะไปอยู่แดนเหนือด้วยกัน ข้าจะได้เลี้ยงดูหลิงเอ๋อร์ได้อย่างสบายใจด้วย "ใบหน้างดงามก้มมองบุตรตัวน้อยที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขน ยิ่งได้เลี้ยงดูก็ยิ่งผูกพัน จึงอ







