Se connecterเมื่อหญิงสาวในชุดไทยผู้ซึ่งคาดหวังที่จะย้อนอดีตไปหาคุณหลวงเหมือนในนิยาย แต่กลับกลายเป็นว่าเส้นทางแห่งการย้อนอดีตพลิกผัน ทำให้เธอนั้นต้องย้อนเวลาไปพบรักกับท่านแม่ทัพแห่งแผ่นดินมังกรแทน
Voir plusต่างภพมาพบรักท่านแม่ทัพ
เขียนโดย: ซิงเยียน
วาดปกโดย: Jorgung
เมื่อหญิงสาวในชุดไทยผู้ซึ่งคาดหวังที่จะย้อนอดีตไปหาคุณหลวงเหมือนในนิยาย แต่กลับกลายเป็นว่าเส้นทางแห่งการย้อนอดีตพลิกผัน ทำให้เธอนั้นต้องย้อนเวลาไปพบรักกับท่านแม่ทัพแห่งแผ่นดินมังกรแทน
โซ่ หญิงสาวที่ ผู้มีความคลั่งไคล้ในนิยายย้อนอดีตไปหาคุณหลวงเป็นอย่างมาก เธออ่านมันจบทุกเล่ม ไม่มีนิยายย้อนอดีตเรื่องไหนที่จะรอดพ้นสายตาของเธอไปได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีแหล่งข่าวว่ามีสถานที่โบราณลี้ลับที่จะทำให้เธอย้อนอดีตไปหาคุณหลวงได้ เธอก็เที่ยวตะเวนไปมาหมดทุกที่ แต่ก็ไม่มีที่ไหนที่ทำให้เธอสามารถย้อนอดีตไปได้เหมือนนิยายอย่างที่เธออ่านสักที
แต่ใครจะไปรู้ว่า โชคชะตานั้นกำลังนำพาเธอให้เธอย้อนอดีตไปยังที่ใหม่ ที่ที่แสนไกล ไกลออกไปจากความคิดของเธอ ไกลออกไปจากชีวิตของเธอ ที่ที่เธอจะได้พบกับรักกับท่านแม่ทัพแห่งแผ่นดินมังกร ชายผู้กล้าหาญที่จะกลายมาเป็นรักแท้ของเธอทุกภพทุกชาติไป
มาติดตามความน่ารักของสาวชุดไทยผู้คลั่งใคล้ในนิยายของคุณหลวง แต่เมื่อเส้นทางแห่งกาลเวลาแปรผัน หญิงสาวในชุดไทยอย่างเธอจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับ ความโบราณที่เธอคลาดไม่ถึง แต่กว่าจะปรับตัวได้นั้น เธอก็ไปสร้างความปั่นป่วนอย่างไร้เดียงสาทั่วทั้งดินแดนมังกรในอดีต จนทำให้ทุก ๆ คน รวมถึงท่านแม่ทัพก็ต้องตกหลุมรักเธอกันเลยทีเดียว
ในคืนของงานเทศกาลแสดงโชว์ของโบราณนานาชาติ โซ่ หญิงสาวผิวขาว น่าตาน่ารัก ที่กำลังอยู่ในชุดไทยสีทองพร้อมกับเครื่องประดับที่คุณย่าให้มากำลังเดินชมของโบราณไปรอบ ๆ งาน เพื่อตามหาข้อมูลถึง การย้อนอดีตไปเจอคุณหลวงเหมือนในนิยาย และในขณะที่เธอกำลังเดินไปรอบ ๆ งานอยู่นั้น สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับดาบโบราณชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ในมุมมืด โซ่ ค่อย ๆ ย่างกรายเข้าไปราวกับว่าดาบโบราณนั้นกำลังเรียกร้องหาเธอแต่เพียงผู้เดียว
และในที่สุด โซ่ก็เดินมาถึงดาบโบราณเล่มนั้น เธออ่านป้ายที่แปะอยู่หน้าดาบนั้นด้วยเสียงเบา ๆ “ดาบของท่านแม่ทัพหลี่จือหลิน”
แล้ว โซ่ หญิงสาวในชุดไทยสีทองก็คว้าดาบขึ้นมาจากที่ตั้งโชว์อย่างไม่สามารถหักห้ามใจได้ แล้วเธอก็ชักดาบออกจากฝักทันที
ฟึบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
แสงสีขาวสะท้อนบาดตาขึ้นในช่วงขณะที่โซ่ชักดาบออกมาจากฝัก และด้วยความตกใจจึงทำให้ร่างของเธอร่วงหล่นลงกับพื้น พร้อมกับดวงตาเล็ก ๆ ที่ปิดลงทันทีด้วยความกลัว
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา โซ่ ก็พบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งอยู่กลางสนามหญ้าแห่งหนึ่งซึ่งดูแปลกตามากนัก แถมในมือของเธอก็ยังมีดาบโบราณของท่านแม่ทัพหลี่ติดอยู่ในมืออีกด้วย
ในขณะที่โซ่กำลังนั่งงง ๆ อยู่กลางสนามหญ้าที่ไหนสักแห่งที่ดูเหมือนในบ้านของใครสักคน จู่ ๆ ก็มีชาย 3 คนในชุดจีนโบราณกำลังวิ่งมาทางเธอพร้อมกับตะโกนขึ้นเป็นภาษาจีน “ขโมย ขโมยอยู่ทางนั้น”
โชคดีของโซ่ที่ถูกแม่บังคับให้เรียนภาษาจีนมาตั้งแต่ยังเล็ก เพราะคิดว่าหากโตขึ้นมาภาษาจีนจะสามารถเป็นภาษาที่สามที่ช่วยให้โซ่หางานได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะต้องเรียนโดยไม่เต็มใจ แต่โซ่ก็พอสื่อสารได้โดยระดับหนึ่ง
และเมื่อเห็นว่าชาย 3 คนนั้นวิ่งเข้ามาใกล้เธอ เรื่อย ๆ โซก็เดาออกทันทีเลยว่า “ขโมย” ที่พวกเขาหมายถึงนั้นต้องเป็นเธออย่างแน่นอน
“บ้าเอ้ย!” โซ่สบถออกมา พร้อมกับลุกขึ้นพรวดพราดอย่างรวดเร็วและสับขาออกวิ่งทันที
_________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
บทที่ 12ตั๋วเดินทางกลับบ้านหลังจากรถม้าเคลื่อนตัวสักพักใหญ่ ๆ ในที่สุดรถม้าก็มาจอดลงหน้าประตูจวนสกุลหลี่ทันทียาหยีและหลี่อี้ลงมาจากรถม้า และมุ่งหน้าสู่ประตูจวน และเมื่อหลี่อี้เป็นคนเปิดประตูจวนเข้าไป เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบกับร่างบางของสตรีแปลกหน้าผู้หนึ่งราวกับสวรรค์เมตตาได้ยินคำเรียกร้องของยาหยี วินาทีแรกที่ยาหยีได้เห็นสตรีผู้นั้น เธอก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที“แม่!”“ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้า แต่ข้าคือแม่มดที่จะพาเจ้ากลับสู่โลกที่เจ้าจากมา” คำตอบของแม่มดทำเอายาหยี่แทบร้องไห้มาทันที เพราะแม่มดผู้นี้หน้าตาเหมือนกับแม่ของเธอราวกับคนคนเดียวกันหรือว่า...นี่จะเป็นแม่ของเธอในอดีตชาติ“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเป็นคนมาหาพวกเจ้าเองเมื่อถึงเวลา และตอนนี้ก็ถึงเวลา ข้าจะส่งเจ้ากลับไปตามที่ใจของเจ้าปรารถนา”เมื่อยาหยีได้ยินแม่มดมีมี่พูดขึ้นแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก “งั้นช่วยพาข้ากลับตอนนี้เลยนะคะ ข้าอยากกลับบ้านไปหาแม่ของข้าใจจะขาดแล้ว”“ได้”ทางด้านของหลี่อี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก เขาจึงรีบพูดรั้งยาหยีขึ้น “เจ้าแน่ใจที่จะกลับไปจริง ๆ อย่างงั้นรึ? ในเมื่อสวรรค์ส่งเจ้าให้ข้ามภพมาไกลขนา
และในขณะนั้นเอง เสียงที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังทันที“ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาท”“อ้าวท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิง! วันนี้เจ้าเข้าวังด้วยอย่างงั้นรึ? มาสิ ๆ เข้ามานั่งด้วยกันก่อน”ยาหยีหันควับไปก็พบกับท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงทันที เธอพยายามหนีห่างจากเขา แต่ดูเหมือนว่าจะหนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้นเสียอย่างงั้น!“วันนี้กระหม่อมเข้ามาตรวจอาวุธในคลั่งพะยะค่ะ กลัวว่าหากไม่ตรวจตาบ่อย ๆ อาจจะทำให้มีคนลักลอบออกไปขายได้พะยะค่ะ” ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงตอบกลับไปทันที“เจ้านี่ช่างละเอียดอ่อนยิ่งนัก! นาน ๆ ทีเจ้าจะเข้ามาในวัง ปกติหากอยากพบเจ้า ข้าต้องไปตามหาตามที่ฝึกซ้อมหรือไม่ก็สนามรบเท่านั้น วันนี้มาดื่มน้ำชาเพื่อพูดคุยด้วยกันก่อนสิ แถมวันนี้ยังมีเหยาเหยาและองครักษ์หลี่มาร่วมด้วย” ฮ่องเต้พูดเชิญขึ้นทันที และใครจะกล้าปฎิเสธพระราชาของแผ่นดินได้ล่ะ ดังนั้นแม้ว่าทุกคนอยากจะออกจากตรงนี้ไป แต่ทว่าพวกเขากลับต้องนั่งสนทนาต่อไปกับฮ่องเต้ผ่านไปสักพักใหญ่ เรื่องราวส่วนใหญ่ที่ทั้ง 4 คนสนทนากันก็มักจะเป็นเรื่องราวทั่ว ๆไปเท่านั้น ส่วนมากจะเป็น 3 บุรุษมากกว่าที่คุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนยาหยีที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องข
บทที่ 11เบาะแสการเดินทางกลับบ้าน“กลับบ้าน? บ้านของเจ้าอยู่ที่เมืองใดกันล่ะ? เดี๋ยวข้าขับรถม้าไปส่งเองก็ได้” เขาถามขึ้น“หากข้าพูดไปเจ้าจะเชื่อหรือไม่ว่าบ้านของข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่บ้านของข้าอยู่ในอนาคต”“หา?” เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที “อนาคต? ข้าเคยได้ยินคำร่ำลืมกันว่าน้าโซ่ผู้ซึ่งเป็นน้าสะใภ้ของข้านั้นมาจากอนาคต แต่ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง”“มันเป็นเรื่องจริง! น้าโซ่มาจากอนาคต และข้าเองก็มาจากอนาคตเหมือนกัน น้าโซ่ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ทำให้ต้องการอยู่ที่นี่ต่อไป แต่ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว และข้าก็ไม่รู้จักใครที่นี่ด้วย ข้าอยากกลับอนาคตไปหาแม่ของข้า ป่านนี้แม่ของข้าคงรอข้ากลับบ้านแล้ว”“หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด แล้วข้าจะช่วยเจ้าหาทางกลับบ้านได้อย่างไรกัน?” เขาถามเธอขึ้นต่อ“น้าโซ่เคยเล่าให้ข้าฟังว่า มีแม่มดตนหนึ่งที่สามารถส่งจดหมายและข้าวของไปอนาคตได้ หากข้าได้พบนางอีกสักครั้ง นางจะช่วยข้ากลับบ้านได้อย่างแน่นอน” ยาหยีพูดขึ้นอย่างมีความหวัง“แล้วแม่มดผู้นั้นอยู่ที่ใดกันล่ะ?” “ข้าเองก็ไม่รู้ ไม่รู้แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามของนางเลยสักนิด น้าโซ่บอก
“ได้สิ! ที่นี่บ้านของท่านน้าโซ่ เจ้าจะอยู่ตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น งั้นก็เดินตามข้ามาเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนก่อน เดินทางมานานคงเหนื่อยแย่”เมื่อเขาพูดจบ เขาก็เดินนำยาหยีเข้าไปที่ด้านในจวนทันทีด้านในจวนของท่านแม่ทัพหลี่นับว่าเป็นจวนที่ใหญ่มาก แถมยังมีทั้งทหารและสาวใช้มากมายอีกด้วย ยาหยีไม่แปลกใจเลยที่น้าโซ่ติดใจที่จะอาศัยอยู่ที่แทนเมื่อหลี่อี้พายาหยีมาถึงหน้าหอนอน เขาแบกของของเธอเข้าไปด้านในหอนอนทันที ก่อนที่จะพูดขึ้น “อีกสักพัก ถิงถิง จะมาเป็นสาวใช้ส่วนตัวดูแลเจ้า เจ้าอยากได้สิ่งใดก็บอกนางได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นของเจ้าทั้งหมด”ยาหยีพยักหน้าตอบรับ พร้อมกับถามเขาขึ้น “แล้วนี่ท่านจะไม่อยู่จวนแล้วหรอ?”“ข้าเป็นองครักษ์ วันนี้ฮ่องเต้มีเสด็จไปเยี่ยมประชาชน ข้าต้องติดตามไปด้วย เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวลไป ที่นี่มีทหารมากมายคอยคุมกันเจ้า และเดี๋ยวเสร็จงานแล้วข้าจะกลับมา” พูดจบ เขาก็เดินจากไปทันทีเมื่อเวลายามค่ำคืนมาถึงยาหยีรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกภาพที่ฮูหยินมารดาของท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงออกปากไล่เธอ แถมท่านแม่ทัพจ้าวที่บอกว่าจะปกป้องเธอ กลับยืนนิ่งเฉยให้เธอถูกไล่ออกมาเสียอย่าง











