Home / อื่น ๆ / สวมร่าง แปรจิต / ตอนที่ 2 – ภัยซ่อนเร้น(2)

Share

ตอนที่ 2 – ภัยซ่อนเร้น(2)

Author: MooBin_Writer
last update publish date: 2026-09-09 23:03:10

ตอนที่ 2 – ภัยซ่อนเร้น(2)

ปุ้ง! —

แกรก แกรก แกรก

เสียงเครื่องยนต์ผิดปกติดังขึ้นอย่างกะทันหัน จนรถทั้งคันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

พิมมาลาที่หลับอยู่สะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมาทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”

พิกุลยังคงมีสีหน้านิ่งสงบ ราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เหมือนรถจะมีปัญหาค่ะ”

เธอค่อย ๆ ประคองรถให้จอดลงไหล่ทางอย่างชำนาญ

ทันทีที่รถยุโรปสีบรอนซ์เงินหยุดนิ่ง พิกุลรีบดับเครื่องยนต์ ความเงียบเข้ามาปกคลุมรอบตัวในทันที

แสงไฟริมถนนข้างทางส่องสว่างตัดกับความมืดของทุ่งนาโดยรอบ รถคันหรูจอดนิ่งสนิทตามลำพังบนไหล่ทาง ไม่มีรถแม้แต่คันเดียวที่ขับผ่าน

พิกุลกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ก่อนถอนหายใจเล็กน้อย

“พิม… ห้ามลงจากรถนะ” น้ำเสียงพิกุลพูดนิ่งกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

เพื่อความปลอดภัย พิกุลตรวจสอบระบบล็อกประตูและกระจกทุกบานให้เรียบร้อย ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือกดโทรออก

นายสาวที่นั่งตรงเบาะหลังตัวสั่นเล็กน้อย เพราะรู้สึกเป็นกังวล แม้ในใจจะหวาดกลัว แต่การที่พิกุลอยู่ใกล้ ๆ ทำให้เธออุ่นใจอยู่ไม่น้อย

ตรู๊ด…

ตรู๊ด…

แกร๊ก —-

“สวัสดีครับช่างเบิ้มครับ” น้ำเสียงแหบห้าวดังมาจากปลายสาย

ปลายสายที่พิกุลโทรหาคือช่างเบิ้ม ช่างซ่อมรถประจำที่พิกุลเรียกใช้บริการอยู่เสมอ

“สวัสดีค่ะช่างเบิ้ม… พิกุลเองค่ะ” เธอทักทายด้วยความสุภาพ

“รถเสีย ตอนนี้จอดอยู่ข้างทาง ระหว่างทางกลับบ้านค่ะ”

“พิกุลส่งพิกัดไปทางแชตแล้วนะคะ”

“ได้ครับ เดี๋ยวผมรีบไป” เสียงแหบดุดันตอบกลับมา

“ขอบคุณค่ะ” พิกุลตอบกลับพร้อมตัดสายในทันที

ความเงียบและความเปล่าเปลี่ยวของถนนยามค่ำคืน ทำให้บรรยากาศภายในรถชวนอึดอัด แม้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หญิงสาวทั้งสองต่างก็รู้สึกไม่ปลอดภัย

พิมมาลานั่งเงียบ มือกำแขนเสื้อตัวเองแน่นขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว พิกุลสังเกตเห็นอาการนั้น เธอจึงชวนคุยเป็นระยะเพื่อให้เจ้านายสาวคลายกังวลแม้ว่าลึก ๆ แล้วเธอเองก็หวั่นใจไม่ต่างจากพิมเลย

ไม่นานนัก แสงจากหลอดไฟหน้ารถก็ตัดฝ่าความมืดเข้ามาจากระยะไกล

พิกุลมองผ่านกระจกมองหลัง พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก

พิกุลรู้สึกผิดสังเกตเพราะช่างเบิ้มปกติใช้รถบิ๊กไบค์คันใหญ่เป็นพาหนะประจำตัว

ความระวังภัยของพิกุลเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในทันที

“พิม…” พิกุลเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งยิ่งกว่าเดิม โดยไม่ละสายตาจากกระจกมองหลัง

“ห้ามลงจากรถเด็ดขาดนะ”

พิมมาลาพยักหน้าช้า ๆ เธอรู้ได้ทันทีว่าน้ำเสียงของพิกุลไม่ปกติ

จักรยานยนต์คันนั้นจอดตรงหน้ารถ

ชายรูปร่างผอมสูงในเสื้อฮู้ด สวมหน้ากากอนามัยปิดใบหน้าเกือบทั้งหมด ค่อย ๆ เดินเข้ามา

ใต้เสื้อแขนยาวเห็นได้ชัดว่ามีรอยสักตลอดทั้งแขน หากดูให้ดีจะเห็นว่าเขาสักจนถึงต้นคอด้วยซ้ำ

ชายคนนั้นค่อย ๆ เดินฝ่าความมืดมาข้างประตูฝั่งคนขับ พร้อมยกมือไหว้

พิกุลลดกระจกลงเพียงเล็กน้อย แต่ไม่คลายการระวังตัว

“สวัสดีครับ ผมชื่อกร ลูกน้องช่างเบิ้ม” ชายคนนั้นกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง

“รถมีอาการอย่างไรบ้างครับ”

พิกุลบอกอาการเสียโดยละเอียด แต่ไม่ยอมลงจากรถ มืออีกข้างถือโทรศัพท์แน่นพร้อมโทรหาตำรวจได้ทุกเมื่อ

ช่างกรพยักหน้ารับ ก่อนเดินไปเปิดฝากระโปรงรถอย่างคล่องแคล่ว ทุกการกระทำของช่างกร พิกุลจับตามองโดยไม่วางตา

‘ทำไมช่างเบิ้มไม่มาเอง’

ความคิดนั้นแล่นผ่านเข้ามาในหัวเธอเงียบ ๆ

เพราะโดยปกติหากเป็นงานซ่อมรถของพิมมาลา ช่างเบิ้มจะมาด้วยตัวเองเสมอ เพราะเขารู้ดีว่ารถของพิมมาลาต้องซ่อมอย่างระมัดระวัง เขาจึงแทบไม่เคยส่งลูกน้องมาแทนเลย

ในระหว่างที่พิกุลกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น

ปึ้ง — เสียงฝากระโปรงรถปิดลงกระทันหัน จนพิกุลและพิมมาลาสะดุ้งสุดตัว

ช่างกรเดินฝ่าความมืดเข้ามาอย่างช้า ๆ

“ลองสตาร์ทได้เลยครับ” เสียงแหบแห้งกล่าวออกมา

พิกุลเอื้อมมือไปสตาร์ทรถอย่างระมัดระวัง

ครืน—

เสียงเครื่องยนต์กลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้ง ทั้งสองสาวถอนหายใจโล่งอกพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว

“เรียบร้อยดีนะครับ” ช่างกรกล่าวขึ้นมา

“ค่ะ… ขอบคุณมากค่ะ” พิกุลพยักหน้าเบา ๆ

“ค่าซ่อมพิกุลจะจัดการโอนให้ช่างเบิ้มทีหลังนะคะ”

ช่างกรพยักหน้าสั้น ๆ

เขายกมือไหว้ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขับออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ติ๊ง…

ติ๊ง…

เสียงข้อความแชทดังขึ้นมา ทำให้หน้าจอโทรศัพท์มือถือของพิกุลสว่างวาบ

พิกุลรีบเปิดข้อความแชททันที

ข้อความนั้นส่งมาจากช่างเบิ้ม มีใจความว่า

“วันนี้ผมไม่ได้ไปด้วยตัวเอง ผมให้ช่างกรไปแทน เขาเป็นช่างฝีมือดีไว้ใจได้เลยครับ”

“ต้องขออภัยอย่างสูงครับ”

พิกุลกัดฟันกรอด

“ช่างเบิ้มนะช่างเบิ้ม”

“ทำไมเพิ่งส่งข้อความมาป่านนี้เนี่ย… ปล่อยให้กลัวตั้งนาน”

พิมมาลาถอนหายใจ เธอปล่อยไหล่ที่เกร็งอย่างโล่งใจ

พิกุลถอนหายใจยาวเช่นกัน เป็นครั้งแรกที่เธอผ่อนคลายนับตั้งแต่รถเสีย

สองสาวมองหน้ากันแล้วหัวเราะลั่น

“พิกุลรู้ไหม… พิมกลัวมากเลย” พิมมาลากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

พิกุลเอื้อมไปลูบหัวพิมมาลาอย่างเคยชิน

“ไม่เป็นไรนะ... ปลอดภัยแล้ว”

พิมมาลาไม่ปัดป้อง ตรงกันข้ามเธอยังขยับตัวเข้าไปใกล้พิกุลมากขึ้นราวกับลูกแมวน้อย

“พิมไม่กลัวหรอก แค่มีคุณแม่นมอยู่กับพิม พิมไม่กลัวหรอกค่ะ” พิมมาลายิ้มกว้าง

พิกุลยิ้มอ่อน ๆ

“พิกุลจะดูแลพิมเองค่ะ”

“เอาล่ะ เรากลับกันเถอะ”

พิกุลดันแว่นเล็กน้อย ก่อนที่จะเอื้อมมือไปยังช่องเก็บของเล็ก ๆ ข้างคันเกียร์ ปลายนิ้วมือของเธอสัมผัสบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนไว้

เธอหยิบวัตถุสีเงินผิวด้านขึ้นมาช้า ๆ รูปร่างของมันคล้ายอาวุธปืนที่ออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ ผิวเรียบ ไม่มีช่องบรรจุกระสุน ไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ

พิมมาลามองสิ่งนั้นพร้อมขมวดคิ้ว

“นั่นมันอะไรเหรอพิกุล…” น้ำเสียงของเธอแฝงความสงสัย

พิกุลไม่ได้ตอบอะไร

เธอหันวัตถุนั้นไปยังพิมมาลา…

เธอยิ้มให้พิมแล้วเหนี่ยวไกทันที

ปัง ! —

แสงสีชมพูวาบออกมาจากปลายกระบอก

พิมมาลาเบิกตากว้าง เอามือขึ้นมาป้อง

แสงนั้นกระทบพิมมาลาเข้าอย่างจัง ไม่มีเลือด ไม่มีบาดแผลเกิดขึ้น

พิมมาลาไม่รู้สึกเจ็บปวด มีเพียงความรู้สึกเหมือนสติถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็ว

หนังตาเธอหนักขึ้นทีละนิด ภาพที่อยู่ตรงหน้าค่อย ๆ เลือนทีละน้อย

และภาพสุดท้ายที่เธอเห็น

คือพิกุลที่เล็งอาวุธประหลาดนั้นมาทางเธอ

ทำไมคนที่เธอไว้ใจที่สุดถึง…

ร่างของพิมมาลายุบตัวลงช้า ๆ

เสื้อผ้าที่เคยพอดีตัวค่อย ๆ ยุบลงราวกับข้างในไม่มีอะไรเหลืออยู่

ร่างกายที่เต่งตึงค่อย ๆ แบนลงราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม

ร่างของเธอค่อย ๆ เรียบลงกับเบาะรถ ราวกับสิ่งที่อยู่ภายในร่างกายถูกดูดหายไปจนหมด

สิ่งที่อยู่ใต้ผิวหนังทั้งหมดหายไป เหลือไว้เพียงผิวหนังเปล่าที่เคยเป็นมนุษย์ที่ชื่อพิมมาลา

ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง

พิกุลมองผิวหนังของพิมมาลาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ แล้วโทรออก

ตรู๊ด…

ตรู๊ด…

แกร๊ก!--- เสียงรับสายดังขึ้น

พิกุลพูดทันทีโดยไม่รอให้ปลายสายได้ทักทาย

“สวัสดีค่ะ… มะลิเองค่ะ”

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“อืม… ยอดเยี่ยม ทำตามแผนต่อได้เลย”

สายถูกตัดลงทันที

พิกุลวางโทรศัพท์กลับที่เดิม เธอดันแว่นขึ้นช้า ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วหันมองอดีตนายสาวที่นั่งอยู่ข้างหลัง

เธอเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยอย่างแผ่วเบา

“ไปกันเถอะค่ะ…คุณพิมมาลา”

รถยุโรปค่อย ๆ เคลื่อนตัว แต่ไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้าน หากแต่กำลังวิ่งเข้าสู่ฝันร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น พิกุลมองไปทางพิมมาลาอีกครั้ง โดยไม่พูดอะไรต่ออีกแม้แต่คำเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สวมร่าง แปรจิต   คุยกันท้ายเล่ม

    คุยกันท้ายเล่ม ก่อนอื่นขอขอบคุณผู่อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนจบของเรื่องนี้ นิยายเรื่องนี้ผมเขียนด้วยความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ทุกท่านได้สนุกกับการเดินทางของพิมและพิกุล ซึ่งเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนจบ ในเรื่องสำนวนจึงอาจจะไม่นิ่งเท่าไรในจุดนี้ผู้เขียนต้องขออภัยครับ ส่วนที่อยากจะคุยจริง ๆ คอที่มาของชื่อตัวละครในเรื่อง ทุกคนมีที่มาที่ไปของชื่อ จึงอยากแชร์ในจุดนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบจะได้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้นครับที่มาของชื่อ ผู้อ่านคงสังเกตเห็นว่าแกนเรื่องหลักจะเกิดขึ้นใน 2 บริษัท คือ บริษัท ศิลา เทกซ์ไทล์ เอ็กซ์พอร์ต บริษัท บุปผา แฟชั่น แอนด์ ดีไซน์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของดอกไม้(บุปผา) และก้อนหิน(ศิลา) หรือความนุ่มนวลสู้กับความแข็งกร้าว ชื่อตัวละครฝ่ายหญิงมาจากชื่อตำรับยาสมุนไพรไทย เกสรทั้งห้า ซึ่งเป็นตำรับยาที่ประกอบด้วยดอกไม้ห้าชนิด ซึ่งประกอบด้วย มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง พิมมาลา อุบลสาภี ชื่อ พิมมาลาเป็นชื่อที่เหมาะกับบริษัทบุปผา คำว่ามาลา ในที่นี้หมายถึงพวงมาลัยดอกไม้นั่นเอง ส่วนนามสกุล อุบลสารภี จะเป็น ชื่อดอกไม้ 2 ชนิด คือ อุบล แปลว่าบัว ในที่นี้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล18.00 น. “ชากุหลาบค่ะคุณพิม” พิกุลยื่นถ้วยชาอุ่น ๆ กลิ่นหอมละมุนให้พิมมาลา “ขอบคุณค่ะ” พิมรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะยกจิบไปหนึ่งอึก จากนั้นเธอกวักมือเรียกพิกุล “พิกุล… มานี่หน่อยสิ” “อะไรเหรอพิม” พิกุลโน้มตัวเข้ามาด้วยความสงสัย “ท้าาาาดาาา ~” พิมมาลาหยิบชานมคุณภาพดีห่อใหญ่ขึ้นมายื่นให้พิกุล ดวงตาพิกุลเบิกกว้าง ก่อนจะเกิดเรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมา เธอและพิมดื่มแต่ชาใสมาตลอด ไม่มีใครดื่มชานมเลยสักคน ในห้องนี้จึงไม่มีชานมแม้แต่ซองเดียว แต่ช่วงนี้พิกุลมีพฤติกรรมดื่มชานมอยู่บ่อยครั้ง พิมมาลาจึงจัดชานมห่อใหญ่คุณภาพดีให้กับพิกุล การได้ชานมคุณภาพดีมาจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของพิกุลอย่างมาก “ขอบคุณนะพิม” พิกุลพูดเสียงเบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง บรรยากาศเงียบไปเล็กน้อย พิกุลมองชานมในมือ ก่อนสูดหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “พิม…พิกุลขอถามอะไรหน่อย” “ได้สิ” “ถ้าพิกุลไม่ใช่พิกุลคนเดิม…พิมจะยังรับพิกุลได้ไหม?” พิมมาลากะพริบตาปริบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ยังไม่ทันที่พิกุลจะได้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผลฉากจบที่ 1-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : การโต้กลับของเลขาสาว—----------------หลายวันผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองคนนำปืนไปทิ้งลงทะเล ยามเช้าอันสดใส หญิงสาวคนหนึ่งตื่นขึ้นมา เช้านี้เธอตั้งใจทำภารกิจลับบางอย่าง เธอค่อย ๆ ย่องไปหน้าประตูห้องนอนของตนเองอย่างเงียบเชียบ พร้อมเอาหูแนบบานประตูเหมือนดักฟังอะไรบางอย่าง ตึก… ตึก… ตึก… “มาแล้ว… มาแล้ว” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเริ่มนับถอยหลัง “5.. 4.. 3..” ตึก… ตึก… ตึก… เสียงนั้นค่อย ๆ ดังขึ้น “ 2..” ตึก… เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตู “1.. เอาล่ะ” หญิงสาวเลิกแนบหูแล้วเปิดประตูอย่างแรง ปังงงงง!! ภาพหน้าประตูคือหญิงสาวสวมแว่น ในชุดนอนสวมผ้ากันเปื้อน ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ตื่นแล้วค่ะคุณแม่นมขาาาา” หญิงสาวคนนั้นตะโกนลั่นบ้าน พิกุลกะพริบตาปริบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู “แปลกนะวันนี้พิมตื่นเช้า” ที่จริงแล้วพิกุลตั้งใจมาปลุกพิมมาลาเหมือนที่ทำเป็นประจำ แต่เธอกลับต้องแปลกใจเมื่อสาวน้อยขี้เซาตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลุก แถมยังแอบมาดักรอเปิดประตูแกล้งเธอเสียอีก “แหะ.. แหะ…

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น18.00 น. เวลาเลิกงาน พิมกับพิกุลออกมาที่ลานจอดรถ ทันทีที่มาถึง พิมมาลาก็เห็นรถตู้คันคุ้นเคยจอดรออยู่ไม่ไกล ใบหน้าของหญิงสาวสดใสขึ้นในทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเจ้าของรถด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยที่เห็นผู้ปกครองมารับหลังเลิกเรียน “มาวิน… ดีใจจังที่มาวินมารับพิม…” มาวินยิ้มก่อนยกมือลูบหัวเธอเบา ๆ “งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม” พิมมาลาเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงแววตาเศร้าสร้อย “พิมเหงา… พิกุลไม่กอดพิมเหมือนแต่ก่อนเลย พิกุลคุยกับพิมเหมือนคนไม่เคยสนิทกันมาก่อน” มาวินมองไปทางพิกุล หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง มาวินถอนหายใจ เขารู้ดีว่าพิมมาลายังคงผูกพันกับพิกุลมากเพียงใด ตราบใดที่พิมมาลายังคงยึดติดกับพิกุล เธอก็ไม่มีวันหันมามอบหัวใจให้เขาอย่างสมบูรณ์ และสำหรับมาวินแล้ว… พิกุลกำลังกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่เขาต้องตัดออกไปจากชีวิตของพิมมาลาให้ได้ “พิม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป“พิมรักผมไหม” “พิมรักมาวินที่สุดค่ะ” มาวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้น พิมฟังผมให้ดี...” “จากนี้ไป

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้นหลังจากพิกุลคุยกับพิมมาลาเสร็จแล้ว เธอก็ทำการอ่านอีเมลอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ตรู้ดดด… แกร๊ก เสียงปลายทางรับสาย “หมิวจัดการได้เลย… เก็บคนลูกไว้” พิกุลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังสั่งงานทั่วไป ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น “รับทราบค่ะ… ให้ใครผสานดีคะ” น้ำเสียงของหมิวฟังดูร่าเริงราวกับได้รับมอบหมายงานที่เธอรอคอยมานาน พิกุลเงียบไปครู่หนึ่ง “เป็นคนในบริษัท… เดี๋ยวส่งข้อมูลไปให้” “ให้เวลา… สามวัน” ปลายสายหัวเราะคิกคัก “รับทราบค่ะ” หมิวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังวางแผนทำเรื่องสนุก จากนั้นสายถูกตัดไปทันที…สามวันต่อมา เช้าวันนั้นพิกุลมาทำงานตามปกติ บนโต๊ะทำงานมีกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทึบสีน้ำตาลวางอยู่หนึ่งใบ บนกล่องไม่มีข้อความหรือเครื่องหมายใด ๆ แต่พิกุลรู้ดีว่ามันมาจากใคร เธอดันแว่นเล็กน้อยแล้วชายตาไปยังกล่องนั้น ก่อนที่จะเปิดอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในกล่องนั้นมีวัสดุสีเนื้อถูกพับไว้อย่างประณีต ลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์ พ

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น ฉากจบที่ 2-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : จุดสิ้นสุดของคำสัญญา------------สองเดือนหลังจากมาวินแต่งงานกับพิมมาลา นับตั้งแต่วันที่แผนควบคุมพิมมาลาสำเร็จ มะลิก็ได้ย้ายออกมาอยู่บ้านหลังเดิมของพิกุล เนื่องจากบ้านของพิมมาลาได้กลายเป็นเรือนหอของเธอกับมาวินไปแล้ว เลขาสาวตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เธออาบน้ำ แต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ในตอนนี้เธอสามารถใช้ร่างพิกุลได้อย่างชำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในวิญญาณยังมีพิกุลคอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยวิเคราะห์ วางแผน ให้คำปรึกษา ราวกับผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มะลิกินข้าวเช้าและขับรถไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางก็มีพนักงานหลายคนเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นมิตร และเธอก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่พิกุลเคยทำ ภาพที่ทุกคนเห็นยังเป็นพิกุลคนเดิม แต่ภายในนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนที่เดินผ่านสายตาของมะลิ ล้วนถูกประเมินคุณค่าอย่างรวดเร็ว ‘นายปรีชา บริหารงานเก่ง เหมาะสมที่จะเลื่อนขั้น’ ‘ใบเฟิร์น ต้องการชื่อเสียงและความก้าวหน้า ไว้เอาไปแทรกซึมคนในบริษัทคู่แข่ง’ ‘อารยา อายุงานมากแต่คว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status