08 : พลังธาตุพิเศษของเหยาเหยา
“เหยาเอ๋อร์ ลูกจะบอกพ่อได้หรือยังเรื่องพลังแปลก ๆ ของลูก”
เหวินชิงเหยาที่กำลังก้าวขาออกมาจากกระท่อมแทบหลุดขำพรืดเพราะคำว่า ‘พลังแปลก ๆ’ ของบิดา
พลังพิเศษนางมันแปลกตรงไหน หากไม่เจอวันสิ้นโลกมาก่อนละก็นะ...การมาเจอคนที่มีวรยุทธ์แถมยังเหาะเหินเดินกากาศได้ในมิตินี้ เรียกว่าแปลกมากกว่าอีก
“บอกได้เจ้าค่ะท่านพ่อ แต่ข้าขอกินไปด้วยได้หรือไม่ ข้าหิวมากกกก”
นางลากเสียงยาว สายตามองไก่ย่างที่กำลังส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายด้วยแววตาเจิดจ้าเปล่งประกาย หวังจะงับเนื้อไก่ส่งกลิ่นยั่วเต็ม ๆ คำ
ซึ่งท่าทางตะกละทว่าน่าเอ็นดูนั้นตกอยู่ในสายตาของทุกคน เหวินซ่งหยางยกยิ้ม แล้วส่งไก่ย่างส่วนน่องชิ้นโตที่รองด้วยใบไม้ให้ นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มน่ารักแสนซนของบุตรสาวเช่นนี้
“อืม เจ้ากินเยอะ ๆ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ”
เหวินชิงเหยายิ้มกว้างยื่นมือไปรับไก่ย่างจากบิดา เมื่อเห็นทุกคนลงมือกินไปก่อนหน้าแล้ว นางก็จัดการไก่ย่างลงท้องตามอย่างไว ก็เมื่อคืนนางหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้กินอะไรเลยสักคำนี่นะ
เช้านี้จึงหิวโหยจนแทบจะกินวัวกินม้าได้ทั้งตัว!
“อร่อยหรือไม่อาเหยา ไก่ย่างพวกนี้ข้าใส่สมุนไพรบำรุงร่างกายเข้าไปเล็กน้อย เพื่อให้ทุกคนฟื้นตัวไวขึ้น”
“อร่อยเจ้าค่ะท่านลุงหมอ ข้าได้กลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ด้วยเจ้าค่ะ แต่ไม่ฉุนเลย”
ไก่ย่างนี้ก็ดีอยู่หรอก ถึงจะไม่ได้หมักด้วยเครื่องปรุงให้มีรสชาติ แต่คนอย่างเหวินชิงเหยาที่ผ่านการแย่งชิงอาหารจากยุควันสิ้นโลกมา ไก่ย่างธรรมดา ๆ นี่นับว่าอร่อยที่สุดแล้ว
แต่ถ้าหิวจริง ๆ ในมิติก็ยังมีเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ ผัก และผลไม้ที่มีพลังแฝงอีกค่อนข้างมาก มีอาหารที่ปรุงสำเร็จใส่กล่องไว้ด้วย
แต่เมื่อคืนนางลืม!
เมื่อกินเสร็จแล้วเหวินชิงเหยาก็เอาผ้าสะอาดมาเช็ดมือ ท่าทางเชื่องช้าเป็นอย่างยิ่ง หางตาเหลือบมองหานชุน อี้ซานและหวังเซ่อเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่านางกินเสร็จแล้ว พวกเขาก็ขยับตัวลอบมองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่ปกปิด
“พวกท่านน่าจะพร้อมฟังกันแล้วสินะ”
“ขอรับ!” หวังเซ่อตอบรับทันที แล้วเขาต้องหัวหดลงเมื่อโดนสายตารองแม่ทัพจ้องมองเขม็ง
ข้าออกนอกหน้าเกินไป ลืมไปได้อย่างไรนะว่าเมื่อคืนโดนท่านรองแม่ทัพหมายหัวอยู่! ชายหนุ่มจึงหดหัวกลับไปนั่งสงบเสงี่ยม
อี้ซานส่งแววตาเว้าวอน “ข้าตื่นเต้นมาก คุณหนูเล่าเถอะขอรับข้าขอร้อง”
“ใช่ขอรับ ข้าอยากฟังมากจนทนไม่ไหวแล้ว” ตามด้วยหานชุนอีกคน
ท่าทางแสดงความอยากรู้อยากเห็นส่งผลให้หมอหานส่ายหน้าละเหี่ยใจ เจ้าพวกนี้นี่นะ อยากรู้เรื่องของผู้อื่นจริงเชียว แต่จะว่าไปเขาก็อยากรู้เหมือนกันนี่...
“คิก ๆ ก็ได้ ๆ ข้าจะเล่าแล้วนะ ในช่วงที่ข้าป่วยแล้วหลับไปหลายวัน ตอนนั้นแหละเป็นช่วงที่พลังของข้ากำลังจะตื่นขึ้นมา ร่างกายจึงต้องปรับตัว อืม...แต่บอกว่าพลังตื่นเสียทีเดียวก็ไม่ได้ในเมื่อดวงจิตอีกส่วนของข้ากำลังผสานเป็นหนึ่งเดียว พลังพิเศษจึงติดตามมาด้วย”
เหวินชิงเหยาเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทุกคนตั้งใจฟังมาก ไม่แม้แต่กะพริบตาเลย
ทว่ามีเพียงเหวินซ่งหยางที่รู้สึกหัวใจกระตุกวูบ
ดวงจิตอีกดวง?
หมายความว่าอย่างไร เขาไม่เข้าใจ
“ดวงจิตอีกดวงของข้ามีพลังพิเศษอยู่แล้ว แถมยังมีพลังระดับสูง พอดวงจิตสองดวงผสานเข้ากันสมบูรณ์แล้วพลังที่ได้รับมาก็เหมือนจะหลอมรวม กลับกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม”
“พลังธาตุหรือขอรับคุณหนู?”
อี้ซานถามเสียงตื่นเต้น เขาเคยอ่านเจอในตำราหลวง ตามตำราบอกว่าพลังธาตุเป็นพลังที่หายากมาก เคยปรากฏคนที่ได้ครอบครองเมื่อหนึ่งพันปีก่อน
ปัจจุบันยังไม่ปรากฏอีกเลย
แต่ตอนนี้คุณหนูมีพลังธาตุที่หายากนะ
จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร!
“จะเรียกเช่นนั้นก็ย่อมได้ แต่ข้าเรียกมันว่าพลังพิเศษ พอข้าตื่นข้าก็แทบไม่ต้องร่ำเรียนหรือฝึกฝนใหม่เลย ข้าสามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ แถมร่างกายยังแข็งแรงกว่าเดิมอีกด้วย”
เหวินชิงเหยาเล่าว่าเมื่อก่อนนางเคยใช้พลังพิเศษต่อสู้กับซากศพเดินได้ ในมิติของดวงจิตอีกดวงนั้นมีผู้คนอดอยากมากมาย ขาดแคลนน้ำ ขาดแคลนอาหาร และมีสัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง
ซึ่งในมิตินี้เรียกกันว่าสัตว์อสูร
ที่น่าตื่นเต้นจนทำให้ทุกคนเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แม้แต่รองแม่ทัพเหวินยังตกใจก็ตอนที่เหวินชิงเหยาแสดงพลังไฟโลกันต์ให้ทุกคนได้เห็น
พรึบ!
แค่กวาดมือออกไป ต้นไม้ต้นใหญ่เบื้องหน้าก็พลันหายไปทั้งแถบ! จากนั้นนางก็สร้างกระบี่คมกล้าจากพลังเหล็กมอบให้กับทุกคน ตอนนี้พวกเขามีอาวุธจำกัด อาวุธประจำกายต่างถูกยึดเข้าคลังหลวงไปหมดแล้ว
การแสดงพลังธาตุของนางมันประหลาด แต่ทว่ากลับทรงพลังมาก ส่งผลให้เหล่าลูกน้องเหวินซ่งหยางแทบอยากจะคลานเข่าเข้ากราบนางเป็นอาจารย์
พวกเขายอมแล้ว...
มีอาจารย์อายุน้อยกว่า แต่อาจารย์เก่งกาจถึงขนาดนี้ก็ไม่เป็นไร!
ถ้าเหวินชิงเหยาล่วงรู้ความคิดของพวกเขา นางคงต้องหัวเราะก๊ากจนท้องแข็งเป็นแน่
“ข้ามั่นใจว่าข้าสามารถเอาตัวรอดจากองครักษ์ของฮ่องเต้หรือทหารอย่างพวกท่านได้ไม่ยาก จึงกล้ากลับเข้ามายังเมืองหลวงเพื่อช่วยท่านพ่อ”
ยังมีมิติพิเศษที่ยังไม่ได้บอกผู้ใด นางบอกเพียงมีพลังธาตุไฟ พลังธาตุเหล็ก และพลังธาตุรักษา ตั้งใจจะบอกเรื่องมิติแค่ท่านพ่อเท่านั้น แต่คงต้องรอโอกาสก่อน
นางมีมิติพิเสา ซึ่งหากเข้าไปในคุกได้ทันก็สามารถนำบิดาเข้าไปซ่อนตัวได้ไม่ยากเลย
แต่น่าเสียดายที่ฝ่ายตรงข้ามลงมือเร็วไป นางมาช้าเพียงแค่วันเดียว จึงไม่สามารถช่วยใครได้ทัน ยังดีที่ท่านพ่อและอีกสองคนรอดมาได้...แต่มันน่าหดหู่ใจที่ยังมีทหารอีกหลายคนตกตายในกองเพลิงที่ถูกสร้างสถานการณ์ขึ้น
“แต่พลังรักษาของคุณหนูแปลกประหลาดมากจริง ๆ ขอรับ ข้าไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน”
หานชุนยังทึ่งกับพลังรักษาที่รักษาอาการบาดเจ็บให้หายได้เพียงไม่กี่ลมหายใจอยู่เลย นับว่าพลังธาตุของคุณหนูแข็งแกร่งมาก ถ้าไม่ได้พลังของคุณหนู...เขาและสหายก็คงได้ลงไปพบยายเมิ่งในปรโลกแล้ว
“พลังที่ข้าได้รับคงเป็นสวรรค์ประทานพรมาให้ จึงไม่เหมือนพลังของคนอื่นอย่างไรล่ะ พวกท่านเห็นไหมว่าข้าน่ะเป็นลูกรักสวรรค์แค่ไหน”
“ใช่ขอรับ คุณหนูจะต้องเป็นลูกรักสวรรค์แน่ ๆ ข้ามั่นใจ” หวังเซ่อสำทับด้วยสีหน้าภูมิใจราวกับคนที่ได้เป็นลูกรักของสวรรค์คือตัวเอง
หานชุนพยักหน้ารับหงึก ๆ เห็นด้วย ก่อนจะเอ่ย
“ข้ายังไม่อยากเชื่อเลยว่าข้าจะรอดจากความตายมาได้ อีกทั้งยังหายดีแล้วจริง ๆ ถึงจะไม่มีพลังปราณแล้ว แต่ข้าก็ดีใจที่ร่างกายไม่พิกลพิการ ยังพอเรียนวรยุทธ์ได้ต่อไป”
“อืม พูดถึงเรื่องพลังปราณ ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถสร้างตันเถียนขึ้นมาใหม่ได้ นั่นคือการชำระล้างไขกระดูก”
“จริงหรือขอรับท่านลุง”
“เพ้ย! เจ้าหลานคนนี้ ข้าเป็นหมอจะโกหกพวกเจ้าไปเพื่ออันใด แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าโอสถชำระล้างไขกระดูกจะหาได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ข้าเกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ ว่ากันว่ามีแค่เหล่าปรมาจารย์เท่านั้นที่มีครอบครอง”
หมอหานส่ายหน้า ถึงจะมีวิธีแต่ก็เป็นวิธีที่ยากเย็นเสียเหลือเกิน มืดมนจนมองไม่เห็นทาง
“เพราะคนที่หลอมโอสถชนิดนี้ขึ้นมาได้มีเพียงคนเดียวคือหมอเทวดานามว่าหลินเจ๋อหมิง ปัจจุบันไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าหมอเทวดาหลินยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นานกว่าห้าสิบปีแล้วที่ไม่มีผู้ใดพบเห็นเขา”
“อ้อ หมอเทวดาหลินเป็นสหายเก่าของข้าเองแหละ ไม่อยากเชื่อว่าเจ้านั่นยังมีชีวิตอยู่ เพราะก่อนข้าจะตายเกือบสิบปี ข้าก็ไม่ได้เจอหลินเจ๋อหมิงเลย”
วิญญาณโปร่งแสงของไท่ซ่างหวงเอ่ย นั่งฟังอยู่นานแล้ว พอมีชื่อคนคุ้นเคยปรากฏก็อยากจะมีส่วนร่วม แต่ที่แน่ ๆ เขาไม่ได้ยินข่าวการเสียชีวิตของสหาย
หมอเทวดาอย่างเจ้านั่นอาจจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ถึงจะมีชีวิตอยู่ก็คงเป็นตาแก่เลอะเลือนแหละน่า...
“ถ้ายังมีวาสนาต่อกัน ต้องได้พบแน่เจ้าค่ะ”
เหวินชิงเหยาเอ่ยลอย ๆ ตามที่รู้สึกทั้งบอกไท่ซ่างหวงและบอกทุกคน
นางรู้สึกว่าจะเจอท่านหมอเทวดาไม่วันใดก็วันหนึ่ง
“ข้าจะหาโอสถชำระล้างไขกระดูกมาให้ท่านพ่อ”
“ขอบใจมากเหยาเอ๋อร์ ถึงอย่างไรลูกก็ต้องระวังตัว เรื่องโอสถชำระล้างไขกระดูกพ่อจะลองใช้เส้นสายของชินอ๋องดูอีกทาง”
เพราะบุตรสาวฉลาดและเก่งกาจ เหวินซ่งหยางจึงไม่ห้ามที่นางจะช่วยเหลือ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นสตรี เขาอดเป็นห่วงนางไม่ได้
“ข้าจะไม่ประมาทแม้แต่เสี้ยวอึดใจเจ้าค่ะ ท่านพ่อโปรดวางใจ”