07 : รักษาบิดาและทหารคนสนิท
“ถ้าอาการบาดเจ็บของทุกคนยังหนักหนาเช่นนี้ ข้าคิดว่าเราเดินทางกันต่อไม่ได้แน่ ๆ”
อี้ซานหนักใจเป็นอย่างมาก ร่างกายของทุกคนตอนนี้อย่าว่าแต่เดินทางไกลเลย แม้แต่ลุกขึ้นมานั่งยังเป็นเรื่องยาก พวกเขาจำต้องเร่งเดินทางออกไปจากเมืองหลวงเพื่อหลีกหนีสายตาของทหารและมือปราบ
ถ้าคนพวกนั้นมาเจอเข้า แล้วเห็นว่านักโทษประหารยังไม่ตาย เมื่อนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่
“ต้องรอเจียงหยงกลับมาก่อนแล้วค่อยวางแผนว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ข้าเองก็ไม่อยากเสี่ยง ไม่แน่ว่าพวกนั้นอาจจะส่งคนติดตามสถานการณ์อยู่ก็ได้”
หานจงคิดว่านอกจากเสี่ยงว่าอาการบาดเจ็บของทุกคนจะหนักขึ้น ยังเสี่ยงต่อการถูกพบเห็น อี้ซานคนเดียวไม่สามารถดูแลทุกคนได้แน่
“ยังดีที่เจ้าและเจียงหยงเข้าไปช่วยรองแม่ทัพเหวินได้ทันเวลา รวมถึงช่วยหวังเซ่อและหานชุนหลานชายข้าด้วย สงสารก็แต่คนอื่น ๆ ที่ตกตายคากองเพลิง เฮ้อ ข้าไม่คิดเลยว่าฝ่าบาทจะพระทัยร้ายเช่นนี้”
หานจงเป็นหมอมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นฝ่าบาทเป็นเช่นนี้ ฝ่าบาทไม่เคยทำร้ายกองกำลังทหารที่ไม่คิดก่อกบฎ กองกำลังทหารของแม่ทัพเหวินเป็นเช่นไรฝ่าบาททรงทราบดี
แม่ทัพใหญ่ของกองทัพก็คือชินอ๋อง ซึ่งเป็นอนุชา
ชินอ๋องจ้าวเทียนเฟิงมีทหารในมือนับสามแสนนาย เป็นผู้เดียวที่ถือตราพยัคฆ์ที่ฝ่าบาทเคยไว้ใจที่สุด และชินอ๋องก็ดูแลแว่นแคว้น เป็นเสาหลักในการปกครองกองกำลังทหารที่ดีตลอดมา
ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาแตกหักกันเอง
ถึงแม้ฝ่าบาทจะไม่ได้เล่นงานชินอ๋องโดยตรง ทว่าการเล่นงานรองแม่ทัพเหวินผู้เป็นรองแม่ทัพคู่ใจของชินอ๋อง นั่นก็เท่ากับฝ่าบาทได้เปิดศึกกับชินอ๋องแล้ว
“ทุกคนยอมตายดั่งชายชาตินักรบ ท่านลุงอย่าคิดมากเลยขอรับ”
อี้ซานว่าเสียงขื่น
แน่นอนว่าสหายร่วมรบตกตายคากองเพลิงเช่นนั้นเขาก็รู้สึกย่ำแย่ไม่ต่างกัน!
“อั่ก!”
ขณะที่หมอหานและอี้ซานกำลังปรึกษากัน
เหวินซ่งหยางกระอักเลือดออกมากองโต เกิดการชักกระตุกจนน่ากลัว หมอหานและอี้ซานพลันเบิกตากว้างตกใจรุดเข้าไปดูอาการ ข้างกันนั้นมีร่างของนายทหารอีก 2 คน อาการกำเริบไม่ต่างกัน อี้ซานเคยจับแต่ดาบ ไม่เคยต้องมารักษาคนจึงทำอะไรไม่ถูก
“หานชุน หวังเซ่อ! พวกเจ้าทำใจดี ๆ ไว้ ทำอย่างไรดีท่านลุง เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ ”
หมอหานรีบเอายาต้มให้ดื่ม ไม่นานทั้งสามก็สงบลง ทหารสองนายยังหลับอยู่ ทว่ารองแม่ทัพเหวินร่างกายแข็งแกร่งเป็นทุนเดิม จึงพอลืมตาได้แล้ว
“ท่านรองแม่ทัพ!”
อี้ซานเบิกตากว้างที่เห็นเหวินซ่งหยางฟื้นขึ้นมา ทว่าเขาและหมอหานยังไม่ทันจะได้ดีใจสักเท่าไหร่ สัญชาตญาณก็ร้องบอกว่ากำลังมีคนบุกรุก อี้ซานชักดาบออกจากเอว หันขวับไปยังที่มาของกลุ่มพลังแลปกสายหนึ่ง
พรึ่บ
“เจ้าเป็นผู้ใด!”
ร่างเล็กปราดเปรียวของเด็กสาวผู้หนึ่งกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างกระท่อมซอมซ่อ อี้ซานจะฟันดาบเข้าใส่ทว่าโดนพลังของเด็กสาวผู้นั้นซัดกลับส่งผลให้ร่างสูงเซถลาถอยหลัง
ทว่าเหวินชิงเหยาไม่เสียเวลาประมือนาน
นางปลดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้ากระจ่างใส ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีระเรื่อ ดวงตาดอกท้องดงามคล้ายคลึงดวงตารองแม่ทัพเหวินถึงเจ็ดส่วน
“ท่านพ่อ”
“ท่านพ่อหรือ?”
หมอหานชะงักกึก เพ่งมองเด็กสาวผู้นี้ผ่านแสงตะเกียงชัด ๆ
“ข้าเหวินชิงเหยา บุตรสาวของท่านพ่อซ่งหยาง คารวะท่านหมอหานเจ้าค่ะ”
หญิงสาวประสานมือคารวะหมอหานอย่างง่าย นางรู้จักหมอหานในนามหมอร้านขายโอสถร้านเล็ก ๆ ในเมืองหลวง แต่ไม่ได้สนิทสนมหรือเจอกันบ่อย เนื่องจากหมอหานเป็นหมอยาร้านเล็ก ๆ ที่ท่านพ่อติดต่อด้วยน้อยครั้ง
ยามที่นางป่วยหมอหานก็มารักษาเพียงสองถึงสามครั้ง ราวกับไม่ใช่คนคุ้นเคยของตระกูลเหวิน
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนว่าหมอหานจะเป็นคนของบิดาอย่างลับ ๆ
หมอหานจำเหวินชิงเหยาได้ เหวินซ่งหยางชอบเล่าให้ฟังว่าบุตรสาวร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง และให้เขาจัดเทียบยาให้บ่อยครั้ง แต่อาการไม่นับว่าดีขึ้นเลย
“อาเหยาหรือ...เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร ตอนนี้เจ้าต้องอยู่ในขบวนเนรเทศไม่ใช่หรือ?”
“ข้าย้อนกลับมาช่วยท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้าขอดูอาการท่านพ่อสักครู่”
เหวินชิงเหยาส่งยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะมองสำรวจอาการบิดาคร่าว ๆ
ร่างกายภายนอกของร่างแกร่งบาดเจ็บไม่น้อยเพราะทั้งโดนโบยและโดนปลายดาบเฉือนผิวหนังทั้งตัว คงเป็นหมอหานที่ทำแผลให้ แต่รอยเลือดยังไม่แห้งดี ส่วนร่างกายภายในที่โดนทำลายตันเถียนนั้นบอบช้ำกว่าแปดส่วน
มีชีวิตได้ถึงตอนนี้ก็นับว่าทรหดมาก
“ได้ เช่นนั้นข้าจะไปปรุงโอสถ”
เมื่อเห็นสายตาแน่วแน่จริงจังของหญิงสาว หมอหานจึงพาอี้ซานออกไปต้มโอสถชุดใหม่
“เหยาเอ๋อร์ ลูกมาได้อย่างไร แม่และน้องเจ้าล่ะ”
เหวินซ่งหยางลืมตาได้ไม่มากนัก เขาไม่รู้ว่าฝันไปหรือไม่จึงได้ยินเสียงบุตรสาวใกล้หู มองไม่ค่อยชัดเพราะสายตาพร่าเลือน แต่พอตั้งสติดี ๆ เขาก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน รองแม่ทัพพลันขมวดคิ้วชนกัน
แปลกใจที่บุตรสาวมาที่นี่ได้ ทั้งยังมาคนเดียว
ในใจของเหวินซ่งหยางว้าวุ่นและกังวลไปหมด กลัวจะเกิดเหตุร้ายกับครอบครัว ทั้งท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย น้องชาย รวมถึงภรรยาและลูก ๆ คนที่จ้องทำลายตนนั้นคงไม่ปล่อยตระกูลเหวินไปง่าย ๆ แน่
“ข้ามาคนเดียว อย่าพึ่งถามอะไรข้าเลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อทำใจดี ๆ ไว้ ข้าจะช่วยรักษาท่านให้หาย”
รักษาหรือ?
“เจ้าจะรักษาพ่อได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้ข้างในของพ่อมันทรมานมากเหลือเกิน แม้แต่หมอหานยังช่วยไม่ได้”
เหวินซ่งหยางเอ่ยเสียงแผ่ว
บุตรสาวไม่เคยร่ำเรียนวิชาแพทย์จะช่วยเขาได้อย่างไร
แต่เหวินชิงเหยาไม่รอให้บิดาสัยนาน นางมีเวลาน้อยจะต้องรีบกลับไปยังขบวนเนรเทศให้เร็วที่สุด มือบางวางทาบบนแผงอกกว้างที่มีร่องรอยคมดาบเฉือน ก่อนจะส่งพลังรักษาระดับสูงเข้าไปอย่างช้า ๆ
วาบ
“เหยาเอ๋อร์...”
ความอบอุ่นของกระแสพลังพิเศษไหลเวียนไปทั่วร่างส่งผลให้ร่างกายเหวินซ่งหยางอบอุ่นขึ้น ไม่ได้รู้สึกเย็นเยียบเข้ากระดูกดั่งเคย
กระแสพลังรักษาอันอบอุ่นที่ไหลเวียนไปทั่วร่างทำให้ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินร่างกายภายในลดน้อยลงได้อย่างน่าประหลาด
เหวินซ่งหยางขมวดคิ้ว แต่ดวงตาคมปลาบหลับลงเพื่อรับกระแสพลังนั้นเข้ามาได้เต็มที่
กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 10 นาทีการรักษาก็เสร็จสิ้นลง เหวินชิงเหยาจึงละมือออกมา
“ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
มือหนาสัมผัสหน้าอกและช่องท้องที่ก่อนหน้านี้มันเจ็บปวดทรมานเจียนตาย
“พ่อไม่เจ็บแล้ว”
แต่ตอนนี้ไม่เจ็บ ไม่หลงเหลือความปวดร้าวทรมาน
อย่าบอกนะว่า...
“พ่อหายแล้วจริง ๆ มันเป็นไปได้อย่างไร ลูกทำได้อย่างไรเหยาเอ๋อร์”
“ท่านพ่อนอนพักก่อนเจ้าค่ะ ร่างกายพึ่งจะหายดีจะอ่อนเพลีย แต่ลูกรับรองว่าภายในไม่กี่ชั่วยามท่านพ่อจะหายเป็นปกติ”
นางรั้งร่างบิดาที่จู่ ๆ ก็ลุกพรวดให้นอนลงที่เดิมด้วยรอยยิ้มบาง เหวินซ่งหยางแม้จะอยากรู้แค่ไหนแต่ก็จำต้องเก็บความสงสัยเอาไว้
หางตาเรียวคมเหลือไปมองสหายร่วมรบที่เป็นลูกน้องคนสนิทนอนบาดเจ็บที่แคร่ข้างกัน
“ลูกช่วยพวกเขาได้หรือไม่?”
“ได้แน่นอนเจ้าค่ะ ท่านพ่อรอสักครู่”
เหวินชิงเหยาทำการรักษาทหารอีกสองนาย ใช้เวลายี่สิบนาทีก็เสร็จสิ้น นางมีพลังระดับสิบจึงไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่เพราะใช้พลังไปไม่ถึงครึ่ง จากนั้นทั้งสองก็ฟื้นขึ้นมา
“แม่นาง...ช่วยชีวิตข้าหรือ” หานชุนฟื้นขึ้นมาคนแรก เขามองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวที่ส่งยิ้มน่ารักมาให้ด้วยใจล่องลอย
หรือว่าข้าตายแล้ว ถึงได้เห็นเทพธิดา?
“แค่ก ๆ” หวังเซ่อตื่นมาทีหลัง เขาไอออกมาอย่างหนักเพราะรู้สึกคอแห้ง
เหวินชิงเหยาจึงเอาน้ำดื่มออกมาจากมิติป้อนเข้าปาก หวังเซ่อตาปรอยดื่มน้ำจากมือหญิงสาวที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาดื่มน้ำไปพินิจใบหน้าหวานนั้นไปด้วยอย่างล่องลอย
นางเป็นเทพเซียนหรือ?
นางช่วยข้าใช่หรือไม่?
การกระทำทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของเหวินซ่งหยางทั้งหมด รองแม่ทัพเห็นบุตรสาวป้อนน้ำให้บุรุษอื่น แถมบุรุษอื่นยังมองบุตรสาวเขาตาค้าง ก็ถึงกับคิ้วกระตุกยิก ๆ
ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นว่า
“เจ้าคงดื่มน้ำเองได้กระมังหวังเซ่อ หากไม่ได้...เช่นนั้นก็ไม่ต้องดื่มเลยดีหรือไม่?”