LOGIN“สวัสดีค่ะ”
เซลีนกวาดตามองร่างบอบบางของสตรีที่มายืนอยู่ตรงหน้าและทำความเคารพเธอด้วยวิธีการไหว้แบบไทย บ่งบอกเลยว่าเป็นสาวเชื้อชาติไหน
และด้วยที่มีเพื่อนเป็นคนไทยและชอบวัฒนธรรมแบบไทยอยู่แล้วจึงยกมือรับไหว้อย่างเงอะงะหากก็ไม่ได้ดูตลกอะไร
เพียงแต่เมื่อมองพิจารณาหญิงสาวอีกครั้งก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นหน้าแพทย์หญิงคนนี้มาก่อนทั้งที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่ตนเองเป็นหุ้นส่วนแท้ๆ
“ไม่น่าเชื่อว่าโรงพยาบาลของเราจะมีคุณหมอสวยขนาดนี้ประจำอยู่ด้วย”
“ขอบพระคุณค่ะมาดาม แต่มาดามชมเกินไปค่ะ ที่โรงพยาบาลยังมีคุณหมอสวยๆ อีกเยอะเลยค่ะ สวยระดับนางงามนางเอกยังมีเลยนะคะ” คุณหมอคนสวยยิ้มหวาน
“อันนั้นเห็นด้วยจ้ะ เพราะแผนกศัลยกรรมของเราโด่งดังพอสมควร”
มาดามเซลีนหัวเราะชอบใจเพราะเธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการแผนกนั้น ก็ด้วยวัยที่ล่วงเลยแต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตา เนื่องจากเป็นคนดังและออกงานสังคมบ่อยครั้ง
“ไม่ทราบว่าคุณแมทเทียสอยู่ที่ไหนคะ”
“มาเลยค่ะคุณหมอ แมทเทียสอยู่ที่ห้องทำงานด้านบน ตั้งแต่เขากลับมามีร่างกายสมบูรณ์อีกครั้งเขาก็ยุ่งอยู่กับงานจนแทบไม่มีเวลาทำกายภาพเลยช่วงนี้ ยังไงฝากคุณหมอด้วยนะคะ”
คุณหมอคนสวยยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินตามมาดามเซลีนขึ้นไปยังห้องดังกล่าว ระหว่างนั้นเธอก็แอบคิดไปด้วยว่ามาดามท่านนี้หน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน แถมชื่อนี้ก็ยังติดหูอีกด้วย
“แมทเทียสจ้ะ คุณหมอที่ดอกเตอร์อ็องตวนส่งมาดูแลลูกระหว่างที่ท่านไม่อยู่มาแล้วนะ เชิญค่ะคุณหมอ”
เจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มที่กำลังเซ็น ดวงตาหรี่แคบอย่างคลับคล้ายคลับคลา เขาเคยเจอผู้หญิงคนนั้นที่ไหนสักแห่ง ผู้หญิงแก้มป่องๆ น่าหอมเหมือนเด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กับริม-ฝีปากจิ้มลิ้มแต่ร้าย
ใช่แล้ว! หล่อนคือคุณหมอคนสวยที่เขาเดินชนเมื่อสัปดาห์ก่อนนั่นเอง
ขณะที่ทางด้านคุณหมอสาวไม่ได้แปลกใจที่เห็นเขา เนื่องจากเธอได้รับแฟ้มประวัติของคนไข้รายนี้มาจากศาสตราจารย์อ็องตวน รวมไปถึงได้ฟังสรรพคุณความร้ายกาจจากปากของคุณหมอท่านอื่นที่เคยมาดูแลชายหนุ่มก่อนหน้านี้ และนั่นส่งผลให้ใบหน้าสวยหวานยังคงยิ้มตลอดเวลา หากแต่ดวงตากลับแฝงความเบื่อหน่ายเอาไว้
“สวัสดีค่ะคุณแมทเทียส”
“สวัสดีครับ”
แมทเทียสกล่าวทักทายด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย เขาไม่คิดว่าจะได้เจอคุณหมอคนสวยในเวลานี้ แล้วถ้าสมองของเขายังมีความจำที่แม่นยำอยู่รู้สึกว่าเธอจะไม่ได้จัดอยู่ในแผนกฟื้นฟู
เพราะวันที่ไปโรงพยาบาลเพื่อหาหมอประจำตัวสักคนเขาได้ขอดูรายชื่อแพทย์ทั้งหมดในแผนกพร้อมรูปถ่ายที่แนบมากับไฟล์เอกสาร ไม่มีเธออยู่ในข้อมูลแน่นอน
“นี่คุณหมอที่จะมาดูแลลูก คุณหมอชื่ออะไรจ๊ะ”
“มณีษิกาค่ะ”
เพียงแค่อีกฝ่ายเอ่ยชื่อมาก็พลันให้มาดามเซลีนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เพราะชื่อของคุณหมอนั้นคุ้นหูเหลือเกินเหมือนเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ และเมื่อพิจารณาดวงหน้าที่งดงามของหญิงสาวก็ราวกับได้เห็นถึงใบหน้าใครบางคน ใครคนหนึ่งที่ฝังอยู่ในซีกสมอง
“ถ้าทายไม่ผิดคุณหมอเป็นคนไทยใช่ไหม” ด้วยชื่อที่คุณหมอคนสวยเอ่ยบอกมันคุ้นหูยิ่งนัก ทำให้เซลีนต้องถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ค่ะ” มณีษิกายิ้มหวาน เธอรู้สึกถูกชะตากับมาดามเซลีนเป็นอย่างมาก ท่านดูใจดีและมีเมตตาผิดกับคนเป็นลูกชายลิบลับ
“รบกวนขอทราบนามสกุลได้ไหมจ๊ะ”
“มณีษิกา หัสยเวช ค่ะ แต่มาดามเรียกหมอว่าหมอกาวน์ก็ได้นะคะ”
คุณหมอคนสวยเอ่ยต่อ เธอยิ้มอ่อนโยนตรงมุมปาก ตากลมหวานสบประสานกับดวงตาแสนอบอุ่นของมาดามเซลีน โดยลืมไปสนิทกับคนป่วยที่เธอต้องมาดูแล
ส่วนทางด้านมาดามเซลีนก็ถึงกับอุทานเสียงเบาในลำคอพลางยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาคมเฉี่ยวกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หน้าผากเกลี้ยงเกลาลงไปถึงปลายเท้าบอบบางเลยทีเดียว ตื่นตะลึงแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก็ใครเล่าจะไปคิดว่าโลกนี้มันกลมอย่างเหลือเชื่อจริงๆ
“เหลือเชื่อจริงๆ นี่หนูกาวน์ลูกสาวของกิ่งใช่ไหม คุณแม่ของหนูชื่อกิ่งกาญจน์ใช่ไหมจ๊ะ”
มณีษิกากะพริบตาถี่ๆ มองสตรีผู้ยังมีเค้าความงามที่ยืนยิ้มด้วยความยินดีด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก มือไม้เย็นเฉียบขึ้นพลัน
“ชะ...ใช่ค่ะ เอ...มาดามใช่คุณป้าเซลีนหรือเปล่าคะ”
“ใช่สิลูก นานเหลือเกินที่ป้าไม่ได้เจอหนูกาวน์ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอที่ฝรั่งเศสแถมยังเป็นคุณหมอของโรงพยาบาลป้าอีกด้วย คิดถึงเหลือเกินสาวน้อยของป้า ขอป้ากอดหน่อยเร็ว”
มณีษิกาถูกดึงเข้าไปกอดในขณะที่เธอยังรู้สึกมึนงงไม่หาย ทำไมมารดาไม่เคยบอกว่าคุณป้าเซลีนอยู่ที่ฝรั่งเศส แถมยังเป็นหนึ่งในผู้บริหารของทางโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ เท่าที่ฟังมาคือตนเองมีคู่หมั้นเป็นลูกชายของเพื่อนแม่ และเพื่อนคนนั้นก็คือป้าเซลีน หมายความว่าคู่หมั้นของเธอก็คือแมทเทียส เกรอม็อง!
ไม่ใช่แต่เพียงมณีษิกาที่รู้สึกเหมือนโลกถล่มลงมาใส่กบาล เพราะกับแมทเทียสเองยังอึ้งจนถึงกับพูดไม่ออก เขายืนมองป้าหลานนอกไส้ที่กอดกันกลมอย่างรักใคร่ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก มันมีทั้งความตกใจ ตื่นตะลึงและตื่นเต้นผสมคละเคล้ากันไป
‘ให้ตายสิ ผู้หญิงคนนี้คือคู่หมั้นของเราอย่างนั้นเหรอ ทุกอย่างถือว่าดีเลิศจนแทบไม่มีที่จะติ เสียอย่างเดียวปากเผ็ดร้อนเกินหมอ แต่ความเผ็ดร้อนของคุณหมอมันจะแค่ปากอย่างเดียวไหมนะ มีอย่างอื่นที่เผ็ดๆ ร้อนๆ อีกไหม แหมะ! มันช่างน่าลองจริงๆ’
คนมีแผนคิดอย่างร้ายกาจ มาเฟียหนุ่มก้มหน้าอมยิ้มตรงมุมปาก เขาซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ภายใต้ดวงตาคมกริบสีอำพัน ก็ในเมื่อเป็นคู่หมั้นเพราะฉะนั้นเขาก็มีสิทธิ์ในตัวเธอมากกว่าผู้ชายคนอื่น เคยทำปากเก่งใส่เมื่อครั้งก่อนใช่ไหม ครั้งนี้เขาจะจัดการให้อยู่หมัดเลย
หลังจากที่ได้วางระเบิดลูกใหญ่ให้กับคุณหมอคนสวยเรียบร้อยแล้ว แมทเทียสก็เดินขากะเผลกลงมาที่ลานจอดรถโดยมีไม้เท้าเป็นตัวช่วยใบหน้าหล่อเหลาฉายรอยยิ้มแห่งความสะใจออกมาชัดเจน ดวงตาคมกริบเป็นประกายอย่างซุกซน นึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้ มณีษิกาจะนั่งนิ่งไม่ไหวติงเพราะคาดไม่ถึงกับความต้องการของเขาหรือร้องไห้จะเป็นจะตายที่โดนกลั่นแกล้ง“ทำไมยังใช้ไม้เท้าครับคุณแมทเทียส”บอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหลุยส์ถึงกับมองด้วยความงุนงง ทีแรกเขาจะถลาเข้าช่วยประคองแต่ถูกเจ้านายยกมือขึ้นห้าม“ก็ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองยังไม่หายดี”“แต่คุณแมทเทียสเดินได้เป็นปกติแล้วนี่ครับ หรือว่าระบบการทำงานบางอย่างผิดปกติอีก”“น่าจะใช่”มาเฟียหนุ่มจอมวายร้ายหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ ขยับเบี่ยงขาเล็กน้อยเพื่อจะสอดตัวเข้าไปนั่งในรถ แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงทำเพียงยืนนิ่งชิดกับประตู ก่อนจะเหลือบตามองไปโดยรอบอย่างระมัดระวัง เมื่อคิดจะแกล้งป่วยก็คงต้องแสดงให้สมบทบาท“แล้ววันนี้คุณแมทเทียสจะเข้าไปที่เกรอม็องกรุ๊ปไหมครับ”“ไปสิ มีงานต้องเคลียร์ แล้วก็มีเรื่องต้องจัดการ”แมทเทียสว่าพลางขยับตัวนั่งลงบนเบาะ ยื่นไม้เท้าให้กับหลุยส์ ก่อนจะจ
ในเวลานี้สำหรับแมทเทียสแล้ว ไม่ว่าเธอจะเป็นหมอผ่าตัดหรือหมอทำกายภาพเขาก็ไม่สนแล้ว สวรรค์ช่างเป็นใจที่มอบโอกาสในการเอาคืนมาให้ คราวนี้ต่อให้ด่าจนหูแฉะก็จะยั่วอารมณ์ให้ถึงขีดสุดเลย อยากรู้จริงว่าสวยแบบนี้เวลาโกรธจะสวยเพิ่มขึ้นอีกกี่เท่ามณีษิการู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่วิ่งมาปะทะดวงหน้า หัวใจเต้นแรงเพราะความโกรธเคืองที่ค่อยๆ ปะทุขึ้นมาจากคำพูดของแมทเทียสเขาทำเหมือนกำลังต่อรองราคา ใช้เงินเป็นเครื่องมือและดูถูกคนเป็นที่สุด การรักษาคนต่อให้ไม่มีเงินสักแดงเธอก็จะรักษาให้ถ้าเป็นคนดี แต่กับผู้ชายบ้าอำนาจคนนี้เห็นคงจะต้องเรียกค่าจ้างสูงลิบลิ่วเสียแล้วทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาหลักในการตอบตกลงหรือปฏิเสธ เรื่องของเรื่องคือเธอไม่ใช่หมอเฉพาะทางและเธอมีงานต้องทำอีกมาก“คือคุณแมทเทียสคะ ฉันมีคนไข้ต้องดูแลอีกเยอะเลยนะคะ ให้มาดูแลคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงคงไม่ได้หรอกค่ะ”“งั้นผมก็ไม่เอาหมอคนไหนทั้งนั้น ส่งใครมาจะไล่กลับให้หมดเลย”คนเจ้าอารมณ์บอกเสียงห้วนก่อนจะเดินกะเผลกออกไปจากห้อง สร้างความยุ่งยากลำบากใจให้กับมณีษิกาเป็นอย่างมากหญิงสาวถึงกับพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดโดยไม่คิดปิดบังความรู้สึกของตนเองสักนิด สองม
เซลีนปล่อยร่างบางของหลานสาวคนสวยให้เป็นอิสระ ก่อนจะถลาเข้าไปยืนชิดกับเรือนกายใหญ่โตของบุตรชาย ก้มหน้ามองช่วงขาเพรียว จากนั้นก็ลากสายตาลงไปถึงเท้าทั้งสองข้างแล้ววกไปจ้องเขม็งยังไม้เท้าที่อีกฝ่ายกำไว้แน่นเช่นเดียวกับมณีษิกาที่มองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่ค่อยไว้วางใจนัก ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าคนป่วยตรงหน้าไม่ใช่คนป่วยธรรมดาแต่คล้ายจะมีลูกเล่นแพรวพราว“เท่าที่อาจารย์บอกไว้ คุณหายเป็นปกติแล้วนี่นา แล้วที่เราเจอกันเมื่ออาทิตย์ก่อนคุณเดินได้ดีกว่าคนปกติด้วยซ้ำ”‘เดินแบบไหนวะที่เรียกว่าเดินได้ดีกว่าคนปกติ มันมีท่าเดินที่เหนือชั้นกว่าที่เป็นอยู่นี้อีกเหรอ นี่แม่คุณหลอกด่าเราเปล่าเนี่ย’แมทเทียสถึงกับงุนงง นึกไม่ออกว่าสาวสวยตรงหน้าจงใจจะด่าเขาว่าอย่างไร คำพูดฟังแปลกๆ แต่ช่างเถอะเพราะมันไม่ใช่ปัญหาของเขาแต่มันคือปัญหาของเธอต่างหาก“สองคนเคยเจอกันแล้วเหรอจ๊ะ”“บังเอิญเดินชนกันที่โรงพยาบาลค่ะ” มณีษิกาหันไปตอบคำถามของมาดามเซลีน ส่งผลให้คนฟังทำตาโตอย่างคาดไม่ถึง“ใครบอกว่าผมหายเป็นปกติ มันยังมีอะไรอีกมากที่ไม่ปกติในตัวผม และคุณหมอต้องเป็นคนรักษาให้หาย”แมทเทียสเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนมาที่ตัวเอง
“สวัสดีค่ะ”เซลีนกวาดตามองร่างบอบบางของสตรีที่มายืนอยู่ตรงหน้าและทำความเคารพเธอด้วยวิธีการไหว้แบบไทย บ่งบอกเลยว่าเป็นสาวเชื้อชาติไหนและด้วยที่มีเพื่อนเป็นคนไทยและชอบวัฒนธรรมแบบไทยอยู่แล้วจึงยกมือรับไหว้อย่างเงอะงะหากก็ไม่ได้ดูตลกอะไรเพียงแต่เมื่อมองพิจารณาหญิงสาวอีกครั้งก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นหน้าแพทย์หญิงคนนี้มาก่อนทั้งที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่ตนเองเป็นหุ้นส่วนแท้ๆ“ไม่น่าเชื่อว่าโรงพยาบาลของเราจะมีคุณหมอสวยขนาดนี้ประจำอยู่ด้วย”“ขอบพระคุณค่ะมาดาม แต่มาดามชมเกินไปค่ะ ที่โรงพยาบาลยังมีคุณหมอสวยๆ อีกเยอะเลยค่ะ สวยระดับนางงามนางเอกยังมีเลยนะคะ” คุณหมอคนสวยยิ้มหวาน“อันนั้นเห็นด้วยจ้ะ เพราะแผนกศัลยกรรมของเราโด่งดังพอสมควร”มาดามเซลีนหัวเราะชอบใจเพราะเธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการแผนกนั้น ก็ด้วยวัยที่ล่วงเลยแต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตา เนื่องจากเป็นคนดังและออกงานสังคมบ่อยครั้ง“ไม่ทราบว่าคุณแมทเทียสอยู่ที่ไหนคะ”“มาเลยค่ะคุณหมอ แมทเทียสอยู่ที่ห้องทำงานด้านบน ตั้งแต่เขากลับมามีร่างกายสมบูรณ์อีกครั้งเขาก็ยุ่งอยู่กับงานจนแทบไม่มีเวลาทำกายภาพเลยช่วงนี้ ยังไงฝากคุณหมอด้วย
2ว่าที่คู่หมั้นตลอดทั้งสัปดาห์มานี้แมทเทียสใช้เวลาอยู่กับการสะสางงานของเขาจนดึกดื่น ส่งผลให้ผู้เป็นมารดาต้องคอยเข้ามาเตือนอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากว่าการพักผ่อนที่เพียงพอมันเหมาะสมกับชายหนุ่มที่สุดเพราะเพิ่งฟื้นฟูร่างกายหากแต่ด้วยความบ้าระห่ำที่มีอยู่ในตัวแมทเทียส จึงเป็นการยากที่จะอธิบายให้เข้าใจเมื่อเห็นว่าบุตรชายเริ่มจะทำงานหนักขึ้นและละเลยการดูแลรักษาตัวเอง ทำให้มาดามเซลีนรีบคว้าโทรศัพท์มือถือแล้วต่อสายตรงไปหาศาสตราจารย์อ็องตวนทันทีด้วยความร้อนใจ“ฉันต้องการหมอฝีมือดีมาช่วยดูแลแมทเทียสในช่วงที่คุณดูแลคนป่วยพิเศษที่แอฟริกา คุณพอจะช่วยฉันได้ไหมคะอ็องตวน” เซลีนกรอกความต้องการลงไปในกระบอกโทรศัพท์รวดเร็วและตรงประเด็น“ไม่มีหมอที่ไหนรับอารมณ์แมทเทียสได้หรอกเซลีน แต่ได้ข่าวว่าเขาไปคัดเลือกหมอที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองนี่นา”“ใช่ค่ะ แต่แมทเทียสก็ไม่ยักจะเจาะจงหมอคนไหน แถมตอนนี้ยังกลับมาบ้างานอีก”นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เซลีนอยากจะบ้าตาย กว่าจะรักษาจนหายเป็นปกติไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้เวลาตั้งหลายเดือน แล้วถ้าหากทรุดลงจะไม่แย่จนถึงขั้นเยียวยาไม่ได้เลยหรือ“การได้ทำงานทำให้แมทเทียสไม่ต้องคิ
คิดอะไรไม่ออกก็เล่นมันแผนนี้แหละ และมันได้ผลดีเยี่ยมเพราะคุณเธอไม่ได้ทำหน้านิ่งแต่เปลี่ยนเป็นทำหน้างงแทน“คือเท่าที่จำได้ ฉันว่าฉันยืนอยู่เฉยๆ นะคะ ส่วนคุณเดินมาชนแบบจงใจเลยต่างหาก”‘เสียฟอร์มแต่ไม่ยอมเสียเชิง ผู้หญิงอะไรตาดีชะมัด รู้ด้วยว่าเราเดินดุ่มๆ เข้ามาแบบจงใจ แต่ที่เข้ามาไม่ได้ตั้งใจจะชน ถ้าไอ้บ้าที่เดินข้างหลังมันไม่ชนเขาจนเซมาหาเธอน่ะนะ ที่สำคัญหล่อนมองไม่เห็นคนข้างหลัง ซวยฉิบ!’“คุณคิดว่าผมหลงเสน่ห์คุณหรือไงครับ...คุณหมอคนสวย”คุณหมอคนสวยหรี่ตามองผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้าแล้วพยายามนึกไปด้วยว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหน หน้าคุ้นๆ ดูหลงตัวเอง ก่อนจะกวาดตามองไปทั่วตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงใบหน้าใช่สิ! เขาคือแมทเทียส เกรอม็อง เจ้าของโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่นี้ เธอเคยเห็นเขาแวบๆ หลายครั้ง ส่วนใหญ่จะมาเพื่อตรวจร่างกายโดยมีคนคอยพยุง เป็นอย่างนั้นทุกครั้งที่บังเอิญเจอแต่ทว่าวันนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม นั่นก็คือ...เขาเดินได้แล้ว“ว่าไงครับ”เขาทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ ก่อนที่คุณหมอคนสวยจะยกมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย เหมือนว่าจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม และดูไม่ค่อยจริงใจเท่าไร“ไม่ได้คิดว่าหลงเสน่ห์ค่ะ







