LOGINหลังจากการประชุม Kick-off Meeting จบลง โชแปงในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์จึงลุกขึ้นกล่าวปิดการประชุม
“Thank you for your time today. We look forward to working closely with you and your team. Together, we will make this Smart Hospital project a success.” [“ขอบคุณสำหรับเวลาวันนี้ครับ เราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับทีมของคุณอย่างใกล้ชิด และทำให้โครงการ Smart Hospital นี้ประสบความสำเร็จไปด้วยกันครับ”] บรรยากาศในห้องคลายตัวลง ทุกคนเริ่มเก็บเอกสาร ปิดโน้ตบุ๊ก และทยอยลุกขึ้นออกไปทีละกลุ่ม เสียงเก้าอี้เลื่อนดังแผ่ว ๆ คลอไปกับเสียงทักทายและคำอำลาสั้น ๆ ของทีมงานทั้งสองฝ่าย จนกระทั่ง… ประตูห้องประชุมปิดลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ตอนนี้เหลือเพียง ไวน์ เวกัส โชแปง ที่ยังคงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน สายตาของโชแปงจับจ้องมายังหญิงสาวโดยไม่หลบเลี่ยง ขณะที่ไวน์เองก็เก็บเอกสารกำลังจะเตรียมลุกออกจากห้องประชุมเพราะรู้สึกว่าโดนสายตาของเด็กตรงข้ามจับจ้องนานเกินไปตั้งแต่เริ่มประชุมมา ไม่ว่าจะมั่นใจในตัวเองขนาดไหนโดนจ้องนานๆ มันก็มีสั่นคลอนกันบ้างล่ะ แล้วอีกอย่างเธอก็ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับเขาสักเท่าไหร่หรอก เพราะไรน่ะเหรอ ก็เพราะไอ้เรื่องเมื่อสองเดือนก่อนนั่นแหละ นึกแล้วเธอก็รีบสบัดความคิดเรื่องคืนนั้นออกจากหัวทันที “ฉันไปก่อนนะพอดีมีผ่าตัด” “เดี๋ยวเย็นนี้เจอกันที่คลับไอ้ขุนนะโชแปง” เวกัสหันไปบอกโชแปงที่นั่งอยู่ ก่อนจะหันมาหาไวน์แล้วเอามือแตะบ่าเธอเบาๆ “มีไรที่อยากเน้นเป็นพิเศษก็คุยกับน้องมันเลย” ยังไม่ทันจะได้ลุกไปไหนกลับโดนเวกัสชิงตัดหน้าออกจากห้องไปสะก่อนทำเอาไวน์ในตอนนี้ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะต้องอยู่ในห้องสองต่อสองกับชายตรงหน้า “ไงครับ…พี่คนสวย” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแทรกขึ้นในความเงียบ ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นก้าวท้าวเดินอ้อมโต๊ะประชุมเดินตรงมายังเธอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “……” คำทักทายด้วน้ำเสียงพร้อมแววตาเจ้าเล่ห์ทำเอาไวน์เลือกที่จะไม่ตอบ แต่กลับมองคนที่เดินมาหาอย่างไม่ละสายตาเมื่อเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เหมือนร่างกายถูกตรึงไว้กับเก้าอี้ทั้งที่สมองสั่งให้รีบขยับตัวหนี แต่ทว่าร่างสูงที่เดินมากลับใช้แขนแกร่งสองข้างกักขังเธอไว้กับเก้าอี้โดยที่เธอได้แต่มองเครื่องหน้าคมคายเหมือนโดนมนต์สะกด “ได้ผมแล้วจะทิ้ง?” ประโยคที่เอ่ยขึ้นทำเอาไวน์หน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที ใบหน้าสวยเริ่มขึ้นซับสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ “ทิ้ง?” เธอทวนคำว่าทิ้ง พร้อมขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน นี่เธอไปเป็นอะไรกับเขาตอนไหนถึงจะมาใช้คำพูดประหนึ่งว่าเธอทำอะไรไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ “ผมจะฟ้องม๊าว่าพี่คนสวยได้ผมแล้วทิ้ง” ใบหน้าคมคายแสดงสีหน้าเหมือนเด็กโดนรังแก พร้อมน้ำเสียงที่ดูเหมือนเด็กที่ขู่รุ่นพี่ว่าจะไปฟ้องผู้ปกครองทำเอาไวน์นึกหมั่นใส้ในใจ หืมมมม…ดูพูดเข้าเหมือนฉันไปขืนใจอย่างงั้นอ่ะ “พี่ต้องรับผิดชอบผม…ผมเสียหาย” ปากหยักยังไม่หยุดทวงความยุติธรรมให้ตัวเองประหนึ่งว่าเป็นสาวน้อยถูกพรากความบริสุทธิ์ “ฉันจ่ายเงินนายไปแล้วไง” เธอจำได้ว่าคืนนั้นเธอจ่ายเงินให้เขาไปจำนวนไม่น้อยเลยนะ จะมาทวงถามความรับผิดชอบบ้าบออะไรอีก “ผมไม่ได้ขายตัว” คืนนั้นเธอเข้าใจผิดเองว่าเขาเป็นโฮสต์ที่เจ้าขุนจัดเตรียมไว้ให้ “แต่นายก็ไม่ปฏิเสธ” ไวน์ยืนกรานว่าเขาก็ยินยอมไม่ได้โดนเธอบังคับและขืนใจ ถ้าไม่ใช่ทำไมเขาไม่ปฏิเสธเธอตั้งแต่แรกล่ะ “จะรับผิดชอบผม…รึให้จะผมรับผิดชอบเลือกมาครับ” ห๊ะ…แบบนี้ก็ได้เหรอวะ จะเลือกทางไหนมันก็ค่าเท่ากันรึเปล่า ไอ่เด็กนี่มัน!!!!!! “ฉันไม่ชอบเด็ก” ไวน์ขึงตาดุใส่เมื่อโชแปงยังยียวนกวนประสาทเธอไม่เลิก แต่ท่าทีของเธอไม่ได้ทำให้เขาสลดแม้แต่น้อย กลับทำให้เขาชอบอีกต่างหากล่ะ เพราะมันดูน่ารักเหมือนแมวน้อยกำลังขู่หมาตัวโตที่มารังแกซะมากกว่า “แต่คืนนั้น…พี่ก็นอนครางใต้ร่างเด็กคนนี้มาแล้วหนิครับ” โน้มใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้จนจมูกเกือบชนกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขากลิ่นที่เธอขำได้ขึ้นใจลอยเข้ามาในโสตประสาท อ่า….แล้วจะตัวหอมอะไรขนาดนี้เล่า “ผมให้เวลาพี่คิด แล้วผมจะมา… ‘เอา’ …” โชแปงจงใจเว้นคำพูดให้คนฟังคิดไปไกล สายตาคมมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่แววตาซุกซนหายไปเหลือแค่ความประหม่าเมื่อโดนรุกในระยะประชิดตัวแบบนี้ “อะ…เอาอะไรฉันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำสองหรอกนะ” หน้าสวยเชิดขึ้นพร้อมดันแผงออกของเขาออกไม่ให้เข้าใกล้เธอมากไปกว่านี้ เพราะถ้าใกล้กว่านี้ก็จูบกันแล้วล่ะ “เอาคำตอบไงครับ…นี่พี่คิดอะไรอยู่เหรอ? พึ่งจะรู้ว่าพี่คนสวยคิดแต่เรื่องอย่างว่ากับผม” ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างกวนๆ ก่อนจะผละร่างออกจากคนตัวเล็กเพราะหน้าเธอเริ่มจะแดงเหมือนมะเขือเทศสุกแล้วในตอนนี้ “ฉันไม่ได้คิดสักหน่อย” ไวน์ตอบไม่เต็มเสียงนัก ก็เพราะว่าเธอคิดน่ะสิจะไม่คิดได้ยังไงคำพูดสองแง่สองง่ามขนาดนั้น “แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะครับ” โชแปงยืนกอดอกเอียงหน้ามองคนตัวเล็ก ปากหยักยกยิ้มมุมปากอย่างนึกเอ็นดูท่าทีเขินปนประหม่าของเธอ ซึ่งแตกต่างจากคืนนั้นราวงกับคนละคน “ฉันร้อน” คำตอบที่ไม่น่าหลุดออกมาในห้องที่อุณภูมิเย็นพอที่ใส่เสื้อผ้าหลายชั้นก็ยังไม่ทำให้ร่างกายอุณภูมิเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด “ร้อน?.....แต่แอร์ในห้องเย็นมากนะครับ” โชแปงเลิกคิ้วถามเพราะอุณภูมิในห้องตอนนี้มัน 23 องศา เขารู้ว่าเธอเสียอาการแล้วเขาก็อยากแกล้งให้เธอเสียอาการมากกว่านี้เพราะมันโคตรน่ารัก เมื่อถูกไล่ต้อนจนมุมไวน์เลยเลือกที่จะหยิบแฟ้มเอกสารกับไอแพดแล้วรีบลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เครื่องหน้าคมคายปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา “ฉันไม่คุยกับนายแล้ว…ไอ่เด็กบ้า” ร่างเล็กเดินชนคนตัวโตกว่าที่ยืนขวางอยู่จนเขาเซเล็กน้อย ขาเรียวรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องประชุมในทันที โชแปงได้แต่มองตามแผ่นหลังบางที่ลับตาไป ปากหยักยกยิ้มด้วยความพอใจ อย่างดื้อเลยเหอะ… เจินเข่ออ้าย… (น่ารักจริงๆ) … ตอนบ่าย… @ห้องทำงานของหมอเวกัส “มือแกไปไหนไวน์” เวกัสละสายตาจากเอกสารตรงหน้ามองน้องสาวที่เปิดประตูห้องเข้ามา ทำหน้าบอกบุญไม่รับเดินตรงมาหาหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน ไวน์มักจะไม่เคาะประตูห้องของเวกัส ไม่สิไม่เคยเคาะเลยต่างหากล่ะแต่เธอก็ทำเฉพาะกับเวกัสแค่คนเดียวกับคนอื่นเธอก็ไม่ทำคงเป็นเพราะเป็นเวกัสนี่แหละเธอถึงทำอะไรก็ได้ “เวย์~…เปลี่ยนพาร์ตเนอร์ได้มั้ย?” เธอยื่นหน้าเข้าไปหาเวกัสทำตาปริบๆ เหมือนเด็กน้อยขออนุญาติจากผู้ปกครอง “ทำไม? … ขอเหตุผลด้วยเวณิกา” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันสายตาคมจ้องมองหน้าน้องสาวอย่างตั้งคำถาม “ก็…ฉันคิดว่าคนดูแลโปรเจกต์ยังเด็กเกินไป” คำตอบที่โคตรโง่และไร้เหตุผลสุดๆ แต่ไวน์ก็เลือกที่จะตอบออกไป “นี่คือคิดมาแล้ว?” คิ้วหนาเลิกขึ้นพร้อมน้ำเสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความสงสัยในเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น “……” “เราเซ็นสัญญาไปแล้วไวน์ วันที่ฉันถามแกก็บอกว่าแล้วแต่ฉันให้ฉันตัดสินใจเลย แต่วันนี้แกจะมาเปลี่ยน?” เสียงเข้มพร้อมสีหน้าจริงจังดวงตาคมจ้องมองตรงไปยังน้องสาวที่กำลังนึกหาเหตุผลมาโต้แย้ง “ก็วันนั้นรายชื่อทีมงานที่เคยอ่านผ่านตาไม่ใช่คนนี้” ปากเล็กเอ่ยเถียงถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้มาวันที่เซ็นสัญญาแต่เธอก็พอจะจำได้ผ่านๆ ว่าคนคุมโปรเจคที่เคยดีลกันไว้ไม่ใช่เด็กนั่นแน่นอน “แล้วโชแปงมันเป็นยังไง?” “ก็เด็กอยู่ อาจจะทำงานเราได้ไม่ดีเท่าที่ควร” เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นอีกแล้ว.... แต่ก็ยังจะแถไปอีกเวณิกา..... “แล้วแกจะให้ฉันตอบฝั่งนั้นยังไง?” “เราก็ยอมจ่ายค่าเสียเวลาไปสิ” ปากเล็กยกยิ้มแสดงความพอใจเหมือนกับว่าเวกัสจะยอมเปลี่ยนใจทำตามที่เธอขอ “เรื่องเงินมันไม่ใช่ปัญหาไวน์ แต่ความน่าเชื่อถือกับชื่อเสียงของวิวัฒนกุลชัยล่ะ แกจะให้ทางนั้นมองเราว่าไม่เป็นมืออาชีพ.....กลับกลอกงั้นเหรอ?” เหตุผลที่ผู้เป็นพี่เอ่ยทำเอาไวน์ต้องหยุดความคิดดื้อรั้นดึงดันในทันที นี่เธอมัวแต่เอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้งานได้รับผลกระทบสินะ ใบหน้าที่เคยยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเศร้าในทันทีแววตาที่เคยมีความหวังกลายเป็นความผิดหวัง “อืม…ฉันคิดน้อยเกินไป” เธอตอบเสียงเนือยๆ “ก็คิดได้หนิ!” เสียงทุ้มย้ำคำตอบของเธอเข้าไปอีก “แต่แกเป็นคนเซ็น..แกก็รับผิดชอบไปสิ” “ยัยไวน์ มันหน้าที่แกนะแค่ผ่าตัดฉันก็ไม่มีเวลาแล้วมั้ย” พูดจบก็ดีดเข้าไปที่หน้าผากมนอย่างมันเขี้ยว “โอ๊ยยย…มันเจ็บนะเว้ย!!” หน้าสวยยู่พร้อมดวงตาติดงอนมองพี่ชายฝาแฝด มือเล็กยกขึ้นมาลูบหน้าผากที่โดนดีดไปเมื่อครู่ไปมาซ้ำๆ “เออ…เจ็บก็ดีแล้วไปตั้งใจทำงาน!!!” ทว่า....ผู้เป็นพี่ยังมีความเคลือบแคลงใจ ที่น้องสาวผู้ที่ตั้งใจทำงานและทุ่มเทกับทุกงานของตน จู่ๆ กลายเป็นคนที่ดูจะไม่ค่อยมีเหตุผล ได้ยังไง.... “แต่เดี๋ยวนะ…แกมีอะไรที่ฉันไม่รู้รึเปล่า?” ดวงตาคมหรี่ลงมองผู้เป็นน้องสาวอย่างจับผิด สายตาคมจ้องมองสายตาซุกซนที่พยายามหลบเลี่ยง “ปะ…เปล่า!!! ฉันไปดีกว่า” เมื่อโดนต้อนจนมุมไวน์เลยเลือกที่จะรีบออกจากห้องเวกัสในทันทีก่อนที่จะโดนจับผิดมากไปกว่านี้แล้วโป๊ะแตกร่างเล็กสองคนในชุดคู่เข้าเซ็ท เฌอแตมป์ในชุดเอี๊ยมสีชมพู มัดจุกดังโงะสองข้าง เท้าเล็กป้อมสวมถุงเท้าลายคิตตี้น่ารักหวานแหวว ส่วนเฌอปอสวมชุดเอี๊ยมสีฟ้า มัดแกะสองข้างกอดตุ๊กตาหมีเน่าคู่ใจ สวมถุงเท้าโดเรมอนสีฟ้าลายโปรดสองร่างเล็กนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น สายตากลมโตสองคู่กำลังนั่งมองหน้าจอโน๊ตบุ๊คสี่เหลี่ยม ที่ปรากฏภาพคุณปู่ คุณย่า และคุณลุงที่อยู่ฮ่องกง โทรมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์สองหลานรักแต่เช้า“ซินอวี่ (เฌอปอ) ซินเยว่ (เฌอแตมป์) ย่าคิดถึงจังเลยลูก เมื่อไหร่จะปิดเทอมสักที” หญิงชราวัยห้าสิบเอ่ยถามหลานสาวฝาแฝดด้วยสายตาแห่งความคิดถึง เพราะทุกช่วงปิดเทอมสองแสบจะไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าที่ฮ่องกง“อีกสามเดือนนะคะคุณย่า” เฌอปอยกนิ้วป้อมขึ้นชูสามนิ้ว พร้อมรอยยิ้มกว้างทำเอาปู่ย่าและลุงฝั่งนั้นแทบใจละลายกับความน่ารักของหลานแฝด“ป๋อป๋อ (ลุง) ซื้อขนมไว้รอเยอะมากเลยนะลูก” เอาขนมมาล่อซื้อเพราะรู้ดีว่าหลานชอบมาก แล้วมันก็ได้ผลดีซะด้วยสิ“จริงเหรอคะ ป๋อป๋อมีเยอะเลยใช่มั้ยคะ เฌอแตมป์อยากไปหาป๋อป๋อแล้ว” ดวงตากลมโตเป็นประกายเมื่อได้ยินเรื่องขนมแว่วมาในโสตประสาทการรับฟัง แก้มกลมยกขึ้นจากยิ้มกว้างจนแก้มแ
ห้าปีผ่านไป“ปะป๊าขา~” เสียงใสเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล เด็กสาววัยห้าขวบมัดผมจุกดังโงะสองข้างเข้ากับผมหน้าม้า รูปร่างจ้ำม่ำใส่ชุดเอี๊ยมกระโปรง ขาป้อมๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่นในบ้านสองแขนป้อมกอดลำคอแกร่งผู้เป็นพ่อ จมูกเล็กกดลงบนแก้มสากซ้ายทีขวาที ก่อนจะเอียงแก้มป่องให้ผู้เป็นพ่อหอมสองข้าง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ“เฌอแตมป์รักปะป๊าที่สุดเลย” ปากเล็กช่างจ้อเอ่ยออกมาเสียงหวานใส เอาอกเอาใจผู้เป็นพ่ออย่างรู้งาน“หืม~ ทำอะไรผิดมารึเปล่าคะ?” คิ้วหนาเลิกขึ้น มองใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มป่องสองข้างขึ้นสีระเรื่อจางๆ ดวงตากลมโตสีอำพัน แพขนตางอนยาวเรียงตัวสวย เหลือบมองผู้เป็นพ่อด้วยสายตาล่อกแล่กมีพิรุธ“เฌอแตมป์เปล่าน๊า” ปฏิเสธเสียงสูง แววตามีพิรุธสุดๆ จนผู้เป็นพ่ออดจะอมยิ้มเพราะความเอ็นดูไม่ได้ก่อนที่จะเอ่ยถามอีกรอบกลับมีเสียงแหลมดังขึ้นซะก่อน“แตมป์แตมป์แอบกินอมยิ้มอีกแล้วค่ะป๊า” เฌอปอเดินสะพายกระเป๋านักเรียนตามเข้ามาเอ่ยแทรกขึ้น เด็กหญิงวัยห้าขวบมัดแกะสองข้างพร้อมผมหน้าม้าสีน้ำตาลอ่อน กอดตุ๊กตาหมีคู่ใจเดินมานั่งลงข้างๆ ของผู้เป็นพ่อ ดวงตากลมโตสีเฮลเซนัทมองน้องสาวฝาแฝดอย่าง
8 เดือนผ่านไป“เจ็บมั้ยครับ ถ้าเจ็บบอกผมนะ” มือหนาจับเท้าเล็กวางบนตักอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นจับนิ้วเท้าทีละนิ้วอย่างตั้งใจ มืออีกข้างจับกรรไกรตัดเล็บอย่างคล่องแคล่ว เสียงกรรไกรตัดเล็บดัง แกร๊ก แกร๊ก เบาๆ ในห้องที่เงียบ จนกระทั้งทุกเล็บเล็กถูกจัดการจนหมด“จริงๆ บี๋ไปที่ร้านก็ได้ เบ๊บไม่เห็นต้องลำบากเลย” ไวน์ก้มมองสามีที่นั่งอยู่พื้นห้องนั่งเล่น ส่วนเธอนั่งบนโซฟาตัวยาวตั้งแต่เธอตั้งท้องมา โชแปงแทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเองสักอย่างไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำสระผม อาหารการกิน แม้กระทั่งการตัดเล็บเท้าและนวดเท้า ทั้งที่ปกติไวน์มีร้านประจำอยู่แล้ว“ให้ผมได้ทำหน้าที่สามี หน้าที่ของพ่อของลูกเราได้มั้ยครับบี๋” สายตาคมช้อนขึ้นมองหน้าภรรยาคนสวย ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและจริงจังโชคดีของแกจริงๆ เวณิกาได้สามีดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก“เบ๊บทำงานก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องกลับมาดูแลบี๋อีก”มือหนาจับสองเท้าเล็กลงแช่ในกะละมังน้ำอุ่นที่เตรียมไว้อย่างเบามือ กลิ่นน้ำอุ่นผสมกลิ่นลาเวนเดอร์จางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในห้อง“อุ่นไปรึเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะสายตาจับจ้องอยู่ที่เท้าเล็กของเธอ ไวน์ส่ายหน้าเบาๆ
หนึ่งปีผ่านไปโชแปงเปิดบริษัท Leetech Healthcare System ซึ่งเป็นบริษัทที่โชแปงรับหน้าที่ดูแลเต็มตัวในฐานะผู้บริหารหลัก ส่วนบริษัทใหญ่ที่ฮ่องกงไลซ์พี่ชายของเขาเป็นคนดูแลหลังจากเปิดบริษัทได้ไม่นาน โชแปงก็ได้รับความเชื่อถือและไว้ใจจากวงการแพทย์ด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะความสามารถและความตั้งใจของเขาล้วนๆ ที่ทำผลงานออกมาได้เป็นที่ประจักษ์ ไม่ได้เอานามสกุลหรือชื่อเสียงของผู้เป็นพ่อ นักธุรกิจชื่อดังผู้ทรงอิทธิพลของฮ่องกงมาเป็นใบเบิกทาง เขาปราสบความสำเร็จเร็วมากกว่าคนในวัยเดียวกัน เพราะเขาทุ่มเทเวลาและทำงานหนักทุกนาที“เหนื่อยมั้ยคะวันนี้?” ไวน์เอ่ยถามสามีที่เดินมาหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวยาวข้างๆ เธอ“แค่ได้หอมเมีย ก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว” จมูกคมฝังลงบนแก้มนิ่ม สูดเอากลิ่นหอมที่โปรดปรานเข้าปอดฟอดใหญ่“หอมจัง หอมทั้งตัวเลย” จมูกโด่งซุกไซร้คลอเคลียลงมายังซอกคอขาวสูดดมกลิ่นหอมที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังหอมตราตรึงใจเขาชอบกลิ่นเธอมากเธอหอมมาก หอมไปทั้งตัว“ปากหวานอีกแล้ว”“ไม่ได้หวานแต่ปาก อย่างอื่นก็หวานนะ” โชแปงผละหน้าออกจากซอกคอขาว สายร้อนแรงจ้องมองใบหน้าสวยของภรรยาพร้อมจะกลืนกินเธ
หกเดือนผ่านไปแสงแดดยามสายส่องผ่านซุ้มไม้ประดับไม้เลื้อยลงมากระทบพื้น สร้างประกายระยิบระยับราวละอองทอง งานแต่งเล็กๆ ถูกจัดขึ้นกลางสวนที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี โต๊ะตัวยาวถูกปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตาประดับด้วยดอกไม้สีหวานหลากหลายสายพันธุ์แขกร่วมงานมีเพียงคนในครอบครัวและเหล่าเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่าย ทุกคนแต่งกายสุภาพเข้ากับธีมของงาน ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความยินดี เสียงหัวเราะเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีอะคูสติกเบาๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นเสียงพิธีกรในงานเอ่ยขึ้นว่า ‘คู่บ่าวสาว’ กำลังจะก้าวออกมา ทำให้ทุกสายตาทุกคู่หันไปยังทางเดินเล็กๆ ที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบสีขาวกับชมพูอ่อน แสงแดดที่สาดส่องมาราวกับว่าตั้งใจมอบซีนนี้ให้กับทั้งคู่ไวน์ ในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวบริสุทธิ์ ทรงกระโปรงยาวพลิ้วไปตามก้าวเดิน ผ้าคลุมศีรษะเจ้าสาวโปร่งบางสะท้อนแสงแดดราวกับมีฟิลเตอร์รอบกาย ผิวขาวอมชมพูและเส้นผมยาวสีน้ำตาลอ่อนที่ปล่อยตรงสยายพลิ้วไหวทำให้เธอดูอ่อนหวานราวกับเทพธิดาใบหน้าสวยได้รูป จมูกเล็กเชิดนิดๆ ดวงตากลมโตสีเฮลเซนัท ปากเล็กจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน ทุกอย่างดูสวยงามราวกับรูปวา
ระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา โชแปงต้องเข้าบริษัททุกวันเพื่อประชุมวางแผนการลงทุนที่ไทยและวางโครงการโปรเจคต่างๆ กับไลซ์และคณะกรรมการของบริษัท หลังเลิกงานเขาก็จะรีบกลับบ้านมาหาไวน์ทันที สองวันก่อนเขาพาไวน์ไปเจอเหล่าเพื่อนสนิทของเขา มาร์คและเจฟ เพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ไอ้สองตัวนั้นจะได้เลือกเสือกสักทีไวน์เองก็อยู่บ้านกับม๊า เรียนรู้การทำอาหารสูตรต่างๆ ที่โชแปงชอบทาน พร้อมอ้อนให้ม๊าสอนภาษากวางตุ้งให้อีกด้วย เวลาโชแปงพูดด้วยเธอจะได้เข้าใจ เผื่อว่ามีวันไหนเขาจะหลอกด่าเธอเตี่ยกับม๊าของโชแปงดูจะชอบและเอ็นดูไวน์เอามากๆ เพราะเธอสามารถพูดคุยกับพวกท่านได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจการลงทุนกับเตี่ย หรือเรื่องความสวยความงามกับม๊าวันนี้โชแปงมีแพลนพาไวน์ไปเที่ยวชมเมือง เดินเล่นหาของกินอร่อยๆ และช้อปปิ้งก่อนกลับไทย ซึ่งไวน์เองก็ไม่ได้ขอแต่โชแปงอยากพาเธอไป เขาอยากให้เธอพักผ่อนบ้างเพราะอยู่ไทยเธอทำแต่งานจนไม่มีเวลา บางทีก็ป่วยเพราะโหมงานหนัก@Causeway Bay (ถนน Hysan Avenue & Jardine’s Crescent)แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารมากมาย รวม street food ชานม และขนมสไตล์ฮ่องกงไว้มากมาย“นี่กะว่าจะขุนบ







