2 เดือนผ่านไป
@ห้องทำงานชั้น25 โรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัย
“ไงไวน์เตรียมเอกสารกับข้อมูลที่ฝั่งนั้นขอคร่าวๆ ไว้พร้อมรึยัง?” เวกัสละสายตาจากหน้าจอไอแพดตรงหน้า มองไปยังน้องสาวฝาแฝดที่นั่งอยู่ที่โซฟารับรองตัวยาว
“เรียบร้อยค่ะคุณเวทัศน์ นี่เวณิกานะคะไม่เคยพลาดอยู่แล้วค่ะ” น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำผสมปนความขี้เล่น ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าพี่ชายฝาแฝดอย่างบอกเป็นนัยว่าเธอระดับไหนแล้วเรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
“จ้า… คุณเวณิกา” น้ำเสียงล้อเลียนพร้อมใบหน้าและสายตากวนๆ ของเวกัสทำเอาไวน์อดที่จะทำหน้ายู่ใส่ไม่ได้เพราะความหมั่นใส้ ไวน์ยกแขนเรียวขึ้นมองนาฬิกาเรือนหรูเพื่อดูเวลา
“แล้วพร้อมรึยังคะพี่เวย์ อีกครึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาแล้ว”
“ฉันเคยไม่พร้อมเหรอ?”
นี่แหละฝาแฝดที่คลานตามกันออกมา ยียวนกวนประสาทเก่ง บัฟกัน แกล้งกันบ้างบางเวลา เวกัสจะออกแนวเงียบขรึมจิกกัดเก่งปากร้ายใจดีแต่โคตรรักน้องมากๆ ไวน์เองเป็นแนวดื้อสุดโต่งคิดอะไรพูดแบบนั้นมองภายนอกดูเหมือนเธอเป็นคนที่แข็งแกร่งแต่ใครจะรู้ว่าเธอโคตรจะอ่อนแอและอ่อนไหวในบางมุม
“งั้นก็เชิญค่ะ ห้องประชุมพร้อมแล้ว” มือเล็กผายไปทางประตูห้องทำงาน เธอทำท่าทางประหนึ่งว่าเป็นพนักงานต้อนรับ
ทำเอาเวกัสอดไม่ได้ที่จะเดินมาแล้วใช้นิ้วดีดลงที่หน้าผากมนอย่างมันเขี้ยว
“อ๊ะ…มันเจ็บนะเว้ยเวย์” มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าผากไปมาพร้อมทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชายฝาแฝดที่ยืนหัวเราะเธออยู่
“มาทำงานได้ละยัยคุณหนู” มือหนาดึงแขนเรียวขึ้นมาคล้องแขนแกร่งแล้วเดินนำออกไปยังห้องประชุม โดยที่ไวน์ต้องรีบก้าวขาเดินตามเพราะส่วนสูงที่ห่างกันมากเกือบยี่สิบเซนติดเมตร ทำให้เธอต้องเดินสองก้าวเท่ากับเวกัสเดินก้าวเดียว
“อย่าเดินเร็วดิ๊” ไวน์บ่นไม่หยุดเมื่อเวกัสแกล้งเธอคล้องแขนเธอไว้แน่นแล้วก้าวเท้าเดินด้วยความเร็ว
“แกขาสั้นเอง”
“แกขายาวต่างหากล่ะ”
“ก็แกเตี้ย”
“เวย์!!” มือเล็กยกขึ้นมาหยิกเข้าที่ต้นแขนคนเป็นพี่อย่างมันเขี้ยวสุดๆ
ปากเล็กเม้มแน่นเป็นเส้นตรงเพื่อเพิ่มดาเมจความรุนแรง
“โอ๊ยยย!!!…ยัยไวน์” เวกัสสบถพร้อมปล่อยแขนเธอออกในทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยมือหนาลูบต้นแขนไปมาเพราะความเจ็บจี้ดที่โดนมือเล็กๆ นั่นหยิกผิวเนื้อ
มือเล็กๆ นี่หยิกเจ็บฉิบหายเลย!!!
“สมน้ำหน้าแกมาว่าชั้นเตี้ยทำไมล่ะ” เสียงเยาะเย้ยกวนประสาทพร้อมใบหน้าดื้อที่ยักคิ้วใส่เขา ทำเอาเวกัสส่ายหัวให้กับความแสบของน้องสาวตัวดี ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องเป็นฝ่ายยอมเธอตลอดสินะ
หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอแล้วสองพี่น้องก็พากันเดินเข้าไปยังห้องประชุมที่จัดเตรียมไว้รอทีมงานจากบริษัท Leetech Healthcare Systems ยักษ์ใหญ่แห่งเทคโนโลยีการแพทย์จากฮ่องกง
ทั้งสองงเดินไปนั่งลงตรงเก้าอี้ประตำจำแหน่งของตนเองที่อยู่คู่กันตรงหัวโต๊ะประชุม ไวน์หยิบไอแพดขึ้นมาเปิดไล่ดูข้อมูลต่างๆ ของบริษัทที่กำลังจะเริ่มงานด้วย
“แกดูรึยังว่าแกต้องทำงานกับใครบ้าง?” เวกัสเอ่ยถามน้องสาวที่เหมือนจะยังไม่รู้ว่ามีการปรับเปลี่ยนคนดูแลโปรเจคที่ดีลไว้ในตอนเซ็นสัญญาเมื่อสี่เดือนก่อน
“ก็ทีมงานเมื่อสี่เดือนก่อนที่บินมาทำสัญญากับเราไง”
“มีการเปลี่ยนคนดูแลโปรเจค คนนี้มือทองของฝั่งนั้นเลยพึ่งกลับมาจากอังกฤษเมื่อปีก่อน” เวกัสเอ่ยบอกในสิ่งที่ไวน์เข้าใจผิดอยู่ในตอนนี้และเหมือนว่าเธอยังไม่ได้อัพเดทข้อมูล
แต่เขาก็เข้าใจเพราไวน์ก็งานรัดตัวมากเช่นกัน
“อ่อ แสดงว่าต้องเป็นคนเก่าแก่ของที่นั่นอ่ะดิ” ความหมายของเธอคือเก่งมากฝีมือขนาดนั้นคงจะเป็นคนมีอายุที่ทำงานมานานและมากประสบการณ์เป็นแน่แท้
ยังไม่ทันที่เวกัสจะเอ่ยอะไรต่อ เสียงเคาะประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นพร้อมกับเลขาฝ่ายบริหารเดินมาพร้อมทีมงานอีกคนและตามด้วยทีมงานของLeetech เข้ามาในห้อง
“ทีมงานจาก Leetech มาแล้วค่ะ” เลขาสาวเอ่ยบอกสองผู้บริหารที่นั่งอยู่ในห้อง พร้อมกับผายมือให้ทางทีมงานเข้ามาในห้องประชุม ไวน์และเวกัสลุกขึ้นยืนพร้อมกันเพื่อให้เกียรติและต้อนรับทีมงานที่มาร่วมงาน
ทีมงานเดินสี่คนแรกเดินเข้ามาเป็นผู้หญิงหน้าตาดีสองคนอายุราวยี่สิบปีปลายๆ ตามมาด้วยชายหนุ่มวัยกลางคนอีกสองคนที่ดูจะอายุประมาณสามสิบต้น ไวน์และเวกัสยกมือขึ้นสวัสดีตามมารยาทของไทย เอ่ยทักทายทีมงานอย่างสุภาพพร้อมเชิญให้ทั้งสี่คนนั่งที่เก้าอี้ประชุมรอบโต๊ะตัวใหญ่
แต่ทว่ายังเหลือทีมงานอีกคนที่ยังไม่ได้เข้ามา ไวน์ที่กำลังจะเอ่ยปากถามพี่ชายข้างๆ ว่าทีมงานทำไมเหลือแค่สี่คนกลับต้องชะงักทันทีเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาในตอนสุดท้าย
เหมือนทุกอย่างในห้องถูกสตัฟไว้ในทันที ดวงตากลมเบิกกว้างพร้อมกับหัวใจที่เต้นในจังจังหวะเร็วขึ้น ร่างกายมันชาไปหมดเมื่อสายตาเธอสบเข้ากับสายตาคมที่จ้องมองมาอย่างไม่กระพริบ
ร่างสูงร้อยเก้าสิบในชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างพอดีตัว แผงไหล่กว้างและรูปร่างสมส่วนยิ่งทำให้เขาดูดีขึ้นไปอีก เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกเซ็ทอย่างเรียบร้อย ใบหน้าคมชัด จมูกโด่งเป็นสันรับกับคิ้วหนาเรียงตัวสวยพาดเฉียงรับกับดวงตาเรียวฉบับตาขีดเดียว ปากกระจับสีแดงธรรมชาติตัดกับผิวขาวๆ นั่นทำให้เธอละสายตาไปไหนไม่ได้เลย
เชี่ย…พระเจ้าเล่นตลกอะไรวะเนี่ย!!
รึอาจจะเป็นคนหน้าเหมือน?
แต่ก็เหมือนมาก มากเกินไป!!
“ไง…ไม่เจอกันนานยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะ”
เป็นเวกัสที่เอ่ยทักขึ้นก่อน พร้อมผายมือเชิญให้แขกคนสุดท้ายนั่งในที่ประชุม
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันในทันทีเมื่อได้ยินบทสนทนาที่พี่ชายฝาแฝดเอ่ยทักคนมาใหม่ ทำไมเวกัสกับเขาดูเหมือนจะรู้จักกันมาก่อน ไม่สิดูเหมือนจะสนิทกันในระดับนึงเลยแหละ แต่ทำไมเธอถึงไม่เคยรู้มาก่อนทั้งที่เวกัสกับเธอก็มักจะมีเพื่อนกลุ่มเดียวกันเสมอ
โชแปงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ทีมงานที่นั่งรออยู่แล้วฝั่งตรงข้ามเวกัสและไวน์
“เฮียก็หล่อไม่เปลี่ยนเลยนะ” โชแปงเอ่ยชมเพื่อนของพี่ชายลูกพี่ลูกน้องตรงหน้าก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปมองหญิงสาวที่นั่งทำหน้าสงสัยจนคิ้วเรียวเกือบจะผูกกันเป็นโบว์ ทำเอาคนถูกมองทำตัวไม่ถูกรีบหลบตามามองเอกสารตรงหน้าแทน
แต่ทว่าไอ้พี่ชายตัวดีก็รีบแนะนำคนตรงข้ามที่เธอไม่ได้อยากจะทำความรู้จักสักเท่าไหร่ในตอนนี้
“นี่ไวน์…น้องสาวฝาแฝดของเฮีย”
แนะนำน้องสาวโดยที่ไม่ถามความเห็นสักคำว่าพร้อมมั้ย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่ไวน์”
ใบหน้าหล่อยกยิ้มบางๆ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสวยด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์เหมือนคืนนั้นไม่มีผิดทำเอาไวน์ที่เคยมั่นใจกลับรู้สึกประหม่าขึ้นมาเมื่อโดนจ้องนานๆ
เธอทำแค่เพียงพยักหน้ารับและยิ้มบางๆ กลับไปเป็นคำตอบแทนที่จะพูดออกไป มือเล็กเผลอกำปากกาในมือแน่นจนขึ้นข้อขาวเมื่อยังถูกจ้องมองไม่เลิก
“เรามาเริ่มประชุมกันเลยมั้ยคะ?” เสียงของเลขาสาวดังขึ้น ดึงสายตาโชแปงให้เบนความสนใจไปยังเจ้าของเสียง ไวน์แอบพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อหลุดพ้นจากสายตาของเด็กตรงหน้า
“เริ่มเลย” เวกัสเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าถึงเวลาเริ่มประชุมแล้ว
“สวัสดีครับ ขอบคุณทุกท่านที่มาวันนี้นะครับ ผมเวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย เป็นทีมบริหารของฝั่งโรงบาลวิวัฒนกุลชัยในโปรเจคนี้ครับ ทีมของเราจะมีคุณเวณิกา วิวัฒนกุลชัย เป็นผู้ดูแลหลักของโปรเจค และคุณพิมพ์พิชชา ดูแลด้านIT Infrastructure
คุณปฏิภาณ ดูแลด้าน User Requirements ครับ”
เวกัสแนะนำทีมงานฝั่งของVCKทีละคนให้ทางฝั่งของทีมงานฮ่องกงรับทราบโดยมีโชแปงแปลให้ทีมงานฟังคร่าวๆ เพราะว่าทีมงานเป็นคนฮ่องกงทั้งหมด
“วันนี้เราตั้งใจให้เป็น Kick-off Meeting เพื่อพูดคุยเป้าหมายและแนวทางการทำงานร่วมกัน ก่อนเข้าสู่เนื้อหารบกวนทางทีมพาร์ตเนอร์ช่วยแนะนำตัวกันสักเล็กน้อยได้มั้ยครับ”
ฝั่งพาร์ตเนอร์เป็นโชแปงที่เป็นหัวหน้าทีมลุกขึ้นแนะนำตัวก่อน
“Hello, my name is Chopin Kirin Leewattanathamrong. I am the Project Director for this Smart Hospital project. I will be the main point of contact and oversee the overall progress. If there are any key decisions to be made, please feel free to reach out to me directly.”
[“สวัสดีครับ ผมโชแปง คิรินทร์ ลีวัฒนธำรง เป็น Project Director ดูแลโครงการ Smart Hospital ครั้งนี้ ผมจะเป็นผู้ประสานงานหลักและดูแลภาพรวมทั้งหมด หากมีประเด็นสำคัญ สามารถติดต่อผมได้โดยตรงครับ”]
ขณะที่พูดสายตาก็จ้องมองหน้าไวน์ไปด้วยทำเอาคนโดนมองถึงกับต้องเลื่อนสายตาไปมองทางอื่นแทนเพราะเขามองมาโดยไม่หลบตาเลยสักนิด
มองขนาดนั้นไม่มาสิงซะเลยล่ะ
โชแปงนั่งลงพร้อมหันไปพยักหน้าให้ทีมงานคนต่อไปลุกขึ้นแนะนำตัว
ชายหนุ่มแว่นกรอบดำ ใบหน้าคมคายท่าทางสุขุมมีกริยาที่เน้นความเรียบง่าย เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“Hello, I’ m Marcus Lau, the Software Architect. I am responsible for designing the system architecture and leading the development team, ensuring the hospital’ s systems run efficiently and securely.”
[“สวัสดีครับ ผม Marcus Lau เป็น Software Architect ดูแลการออกแบบระบบและคุมทีมพัฒนา เพื่อให้ระบบของโรงพยาบาลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยครับ”]
ตามด้วยชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง บุคลิคกระฉับกระเฉง
กว่าคนอื่นเสียงทุ้มชัดเจนและจริงจังท่าทางเป็นกันเอง
“Hi, I’ m Adrian Wong, the Infrastructure and Network Engineer. I’ ll be managing the hospital’ s Cloud, Servers, IoT Devices, and data security.”
[“สวัสดีครับ ผม Adrian Wong รับผิดชอบด้าน Infrastructure และ Network ดูแล Cloud, Server, IoT Devices และความปลอดภัยของข้อมูลครับ”]
หญิงสาวผมยาวตรงประบ่าคนที่สามลุกขึ้นยืนพร้อมท่าทีมั่นใจ รอยยิ้มสดใสเป็นมิตรสายตาแสดงถึงความเป็นคนละเอียดและใส่ใจเวลาตอบโต้กับผู้ฟัง
“Hello, I’ m Clara Wein, the System Analyst. My main responsibility is to gather requirements from medical staff and users, and translate them into specifications for our development team.”
[“สวัสดีค่ะ ดิฉัน Clara Wein เป็น System Analyst มีหน้าที่เก็บความต้องการจากแพทย์ พยาบาล และผู้ใช้งาน แล้วถ่ายทอดเป็นสเปกให้ทีมพัฒนาสร้างระบบที่ตรงตามความต้องการค่ะ”]
ตามด้วยคนสุดท้ายหญิงสาวในชุดสูทสีกรมท่า ผมรวบตึงอย่างเรียบร้อย เธอพูดด้วยรอยยิ้มมั่นใจ น้ำเสียงกระชับชัดเจน
“Hi, I’ m Vivian Chan, the Clinical Informatics Specialist. I ensure that the hospital’ s IT system complies with international healthcare standards and is user-friendly for doctors and nurses.”
[“สวัสดีค่ะ ดิฉัน Vivian Chan เป็น Clinical Informatics Specialist ทำหน้าที่ตรวจสอบให้ระบบ IT ของโรงพยาบาลสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และใช้งานง่ายสำหรับแพทย์และพยาบาลค่ะ”]
เมื่อเสียงแนะนำตัวจบลง บรรยากาศในห้องประชุมคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย โปแปงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นพร้อมหันไปทางฝั่งทีมของโรงพยาบาลด้วยสายตาและท่าทีสุภาพ
“ก่อนอื่นผมอยากฟังว่าทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับประเด็นใดบ้าง เพื่อที่เราจะได้ปรับแนวทางการทำงานให้ตรงกันครับ”
สายตาคมมองตรงมายังไวน์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจนมองอยู่สักพักเหมือนตั้งใจแกล้ง ก่อนจะเลื่อนไปมองทีมบริหารคนอื่นๆ