LOGIN2 เดือนผ่านไป
@ห้องทำงานชั้น25 โรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัย “ไงไวน์เตรียมเอกสารกับข้อมูลที่ฝั่งนั้นขอคร่าวๆ ไว้พร้อมรึยัง?” เวกัสละสายตาจากหน้าจอไอแพดตรงหน้า มองไปยังน้องสาวฝาแฝดที่นั่งอยู่ที่โซฟารับรองตัวยาว “เรียบร้อยค่ะคุณเวทัศน์ นี่เวณิกานะคะไม่เคยพลาดอยู่แล้วค่ะ” น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำผสมปนความขี้เล่น ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าพี่ชายฝาแฝดอย่างบอกเป็นนัยว่าเธอระดับไหนแล้วเรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน “จ้า… คุณเวณิกา” น้ำเสียงล้อเลียนพร้อมใบหน้าและสายตากวนๆ ของเวกัสทำเอาไวน์อดที่จะทำหน้ายู่ใส่ไม่ได้เพราะความหมั่นใส้ ไวน์ยกแขนเรียวขึ้นมองนาฬิกาเรือนหรูเพื่อดูเวลา “แล้วพร้อมรึยังคะพี่เวย์ อีกครึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาแล้ว” “ฉันเคยไม่พร้อมเหรอ?” นี่แหละฝาแฝดที่คลานตามกันออกมา ยียวนกวนประสาทเก่ง บัฟกัน แกล้งกันบ้างบางเวลา เวกัสจะออกแนวเงียบขรึมจิกกัดเก่งปากร้ายใจดีแต่โคตรรักน้องมากๆ ไวน์เองเป็นแนวดื้อสุดโต่งคิดอะไรพูดแบบนั้นมองภายนอกดูเหมือนเธอเป็นคนที่แข็งแกร่งแต่ใครจะรู้ว่าเธอโคตรจะอ่อนแอและอ่อนไหวในบางมุม “งั้นก็เชิญค่ะ ห้องประชุมพร้อมแล้ว” มือเล็กผายไปทางประตูห้องทำงาน เธอทำท่าทางประหนึ่งว่าเป็นพนักงานต้อนรับ ทำเอาเวกัสอดไม่ได้ที่จะเดินมาแล้วใช้นิ้วดีดลงที่หน้าผากมนอย่างมันเขี้ยว “อ๊ะ…มันเจ็บนะเว้ยเวย์” มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าผากไปมาพร้อมทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชายฝาแฝดที่ยืนหัวเราะเธออยู่ “มาทำงานได้ละยัยคุณหนู” มือหนาดึงแขนเรียวขึ้นมาคล้องแขนแกร่งแล้วเดินนำออกไปยังห้องประชุม โดยที่ไวน์ต้องรีบก้าวขาเดินตามเพราะส่วนสูงที่ห่างกันมากเกือบยี่สิบเซนติดเมตร ทำให้เธอต้องเดินสองก้าวเท่ากับเวกัสเดินก้าวเดียว “อย่าเดินเร็วดิ๊” ไวน์บ่นไม่หยุดเมื่อเวกัสแกล้งเธอคล้องแขนเธอไว้แน่นแล้วก้าวเท้าเดินด้วยความเร็ว “แกขาสั้นเอง” “แกขายาวต่างหากล่ะ” “ก็แกเตี้ย” “เวย์!!” มือเล็กยกขึ้นมาหยิกเข้าที่ต้นแขนคนเป็นพี่อย่างมันเขี้ยวสุดๆ ปากเล็กเม้มแน่นเป็นเส้นตรงเพื่อเพิ่มดาเมจความรุนแรง “โอ๊ยยย!!!…ยัยไวน์” เวกัสสบถพร้อมปล่อยแขนเธอออกในทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยมือหนาลูบต้นแขนไปมาเพราะความเจ็บจี้ดที่โดนมือเล็กๆ นั่นหยิกผิวเนื้อ มือเล็กๆ นี่หยิกเจ็บฉิบหายเลย!!! “สมน้ำหน้าแกมาว่าชั้นเตี้ยทำไมล่ะ” เสียงเยาะเย้ยกวนประสาทพร้อมใบหน้าดื้อที่ยักคิ้วใส่เขา ทำเอาเวกัสส่ายหัวให้กับความแสบของน้องสาวตัวดี ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องเป็นฝ่ายยอมเธอตลอดสินะ หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอแล้วสองพี่น้องก็พากันเดินเข้าไปยังห้องประชุมที่จัดเตรียมไว้รอทีมงานจากบริษัท Leetech Healthcare Systems ยักษ์ใหญ่แห่งเทคโนโลยีการแพทย์จากฮ่องกง ทั้งสองงเดินไปนั่งลงตรงเก้าอี้ประตำจำแหน่งของตนเองที่อยู่คู่กันตรงหัวโต๊ะประชุม ไวน์หยิบไอแพดขึ้นมาเปิดไล่ดูข้อมูลต่างๆ ของบริษัทที่กำลังจะเริ่มงานด้วย “แกดูรึยังว่าแกต้องทำงานกับใครบ้าง?” เวกัสเอ่ยถามน้องสาวที่เหมือนจะยังไม่รู้ว่ามีการปรับเปลี่ยนคนดูแลโปรเจคที่ดีลไว้ในตอนเซ็นสัญญาเมื่อสี่เดือนก่อน “ก็ทีมงานเมื่อสี่เดือนก่อนที่บินมาทำสัญญากับเราไง” “มีการเปลี่ยนคนดูแลโปรเจค คนนี้มือทองของฝั่งนั้นเลยพึ่งกลับมาจากอังกฤษเมื่อปีก่อน” เวกัสเอ่ยบอกในสิ่งที่ไวน์เข้าใจผิดอยู่ในตอนนี้และเหมือนว่าเธอยังไม่ได้อัพเดทข้อมูล แต่เขาก็เข้าใจเพราไวน์ก็งานรัดตัวมากเช่นกัน “อ่อ แสดงว่าต้องเป็นคนเก่าแก่ของที่นั่นอ่ะดิ” ความหมายของเธอคือเก่งมากฝีมือขนาดนั้นคงจะเป็นคนมีอายุที่ทำงานมานานและมากประสบการณ์เป็นแน่แท้ ยังไม่ทันที่เวกัสจะเอ่ยอะไรต่อ เสียงเคาะประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นพร้อมกับเลขาฝ่ายบริหารเดินมาพร้อมทีมงานอีกคนและตามด้วยทีมงานของLeetech เข้ามาในห้อง “ทีมงานจาก Leetech มาแล้วค่ะ” เลขาสาวเอ่ยบอกสองผู้บริหารที่นั่งอยู่ในห้อง พร้อมกับผายมือให้ทางทีมงานเข้ามาในห้องประชุม ไวน์และเวกัสลุกขึ้นยืนพร้อมกันเพื่อให้เกียรติและต้อนรับทีมงานที่มาร่วมงาน ทีมงานเดินสี่คนแรกเดินเข้ามาเป็นผู้หญิงหน้าตาดีสองคนอายุราวยี่สิบปีปลายๆ ตามมาด้วยชายหนุ่มวัยกลางคนอีกสองคนที่ดูจะอายุประมาณสามสิบต้น ไวน์และเวกัสยกมือขึ้นสวัสดีตามมารยาทของไทย เอ่ยทักทายทีมงานอย่างสุภาพพร้อมเชิญให้ทั้งสี่คนนั่งที่เก้าอี้ประชุมรอบโต๊ะตัวใหญ่ แต่ทว่ายังเหลือทีมงานอีกคนที่ยังไม่ได้เข้ามา ไวน์ที่กำลังจะเอ่ยปากถามพี่ชายข้างๆ ว่าทีมงานทำไมเหลือแค่สี่คนกลับต้องชะงักทันทีเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาในตอนสุดท้าย เหมือนทุกอย่างในห้องถูกสตัฟไว้ในทันที ดวงตากลมเบิกกว้างพร้อมกับหัวใจที่เต้นในจังจังหวะเร็วขึ้น ร่างกายมันชาไปหมดเมื่อสายตาเธอสบเข้ากับสายตาคมที่จ้องมองมาอย่างไม่กระพริบ ร่างสูงร้อยเก้าสิบในชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างพอดีตัว แผงไหล่กว้างและรูปร่างสมส่วนยิ่งทำให้เขาดูดีขึ้นไปอีก เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกเซ็ทอย่างเรียบร้อย ใบหน้าคมชัด จมูกโด่งเป็นสันรับกับคิ้วหนาเรียงตัวสวยพาดเฉียงรับกับดวงตาเรียวฉบับตาขีดเดียว ปากกระจับสีแดงธรรมชาติตัดกับผิวขาวๆ นั่นทำให้เธอละสายตาไปไหนไม่ได้เลย เชี่ย…พระเจ้าเล่นตลกอะไรวะเนี่ย!! รึอาจจะเป็นคนหน้าเหมือน? แต่ก็เหมือนมาก มากเกินไป!! “ไง…ไม่เจอกันนานยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะ” เป็นเวกัสที่เอ่ยทักขึ้นก่อน พร้อมผายมือเชิญให้แขกคนสุดท้ายนั่งในที่ประชุม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันในทันทีเมื่อได้ยินบทสนทนาที่พี่ชายฝาแฝดเอ่ยทักคนมาใหม่ ทำไมเวกัสกับเขาดูเหมือนจะรู้จักกันมาก่อน ไม่สิดูเหมือนจะสนิทกันในระดับนึงเลยแหละ แต่ทำไมเธอถึงไม่เคยรู้มาก่อนทั้งที่เวกัสกับเธอก็มักจะมีเพื่อนกลุ่มเดียวกันเสมอ โชแปงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ทีมงานที่นั่งรออยู่แล้วฝั่งตรงข้ามเวกัสและไวน์ “เฮียก็หล่อไม่เปลี่ยนเลยนะ” โชแปงเอ่ยชมเพื่อนของพี่ชายลูกพี่ลูกน้องตรงหน้าก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปมองหญิงสาวที่นั่งทำหน้าสงสัยจนคิ้วเรียวเกือบจะผูกกันเป็นโบว์ ทำเอาคนถูกมองทำตัวไม่ถูกรีบหลบตามามองเอกสารตรงหน้าแทน แต่ทว่าไอ้พี่ชายตัวดีก็รีบแนะนำคนตรงข้ามที่เธอไม่ได้อยากจะทำความรู้จักสักเท่าไหร่ในตอนนี้ “นี่ไวน์…น้องสาวฝาแฝดของเฮีย” แนะนำน้องสาวโดยที่ไม่ถามความเห็นสักคำว่าพร้อมมั้ย “ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่ไวน์” ใบหน้าหล่อยกยิ้มบางๆ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสวยด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์เหมือนคืนนั้นไม่มีผิดทำเอาไวน์ที่เคยมั่นใจกลับรู้สึกประหม่าขึ้นมาเมื่อโดนจ้องนานๆ เธอทำแค่เพียงพยักหน้ารับและยิ้มบางๆ กลับไปเป็นคำตอบแทนที่จะพูดออกไป มือเล็กเผลอกำปากกาในมือแน่นจนขึ้นข้อขาวเมื่อยังถูกจ้องมองไม่เลิก “เรามาเริ่มประชุมกันเลยมั้ยคะ?” เสียงของเลขาสาวดังขึ้น ดึงสายตาโชแปงให้เบนความสนใจไปยังเจ้าของเสียง ไวน์แอบพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อหลุดพ้นจากสายตาของเด็กตรงหน้า “เริ่มเลย” เวกัสเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าถึงเวลาเริ่มประชุมแล้ว “สวัสดีครับ ขอบคุณทุกท่านที่มาวันนี้นะครับ ผมเวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย เป็นทีมบริหารของฝั่งโรงบาลวิวัฒนกุลชัยในโปรเจคนี้ครับ ทีมของเราจะมีคุณเวณิกา วิวัฒนกุลชัย เป็นผู้ดูแลหลักของโปรเจค และคุณพิมพ์พิชชา ดูแลด้านIT Infrastructure คุณปฏิภาณ ดูแลด้าน User Requirements ครับ” เวกัสแนะนำทีมงานฝั่งของVCKทีละคนให้ทางฝั่งของทีมงานฮ่องกงรับทราบโดยมีโชแปงแปลให้ทีมงานฟังคร่าวๆ เพราะว่าทีมงานเป็นคนฮ่องกงทั้งหมด “วันนี้เราตั้งใจให้เป็น Kick-off Meeting เพื่อพูดคุยเป้าหมายและแนวทางการทำงานร่วมกัน ก่อนเข้าสู่เนื้อหารบกวนทางทีมพาร์ตเนอร์ช่วยแนะนำตัวกันสักเล็กน้อยได้มั้ยครับ” ฝั่งพาร์ตเนอร์เป็นโชแปงที่เป็นหัวหน้าทีมลุกขึ้นแนะนำตัวก่อน “Hello, my name is Chopin Kirin Leewattanathamrong. I am the Project Director for this Smart Hospital project. I will be the main point of contact and oversee the overall progress. If there are any key decisions to be made, please feel free to reach out to me directly.” [“สวัสดีครับ ผมโชแปง คิรินทร์ ลีวัฒนธำรง เป็น Project Director ดูแลโครงการ Smart Hospital ครั้งนี้ ผมจะเป็นผู้ประสานงานหลักและดูแลภาพรวมทั้งหมด หากมีประเด็นสำคัญ สามารถติดต่อผมได้โดยตรงครับ”] ขณะที่พูดสายตาก็จ้องมองหน้าไวน์ไปด้วยทำเอาคนโดนมองถึงกับต้องเลื่อนสายตาไปมองทางอื่นแทนเพราะเขามองมาโดยไม่หลบตาเลยสักนิด มองขนาดนั้นไม่มาสิงซะเลยล่ะ โชแปงนั่งลงพร้อมหันไปพยักหน้าให้ทีมงานคนต่อไปลุกขึ้นแนะนำตัว ชายหนุ่มแว่นกรอบดำ ใบหน้าคมคายท่าทางสุขุมมีกริยาที่เน้นความเรียบง่าย เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “Hello, I’ m Marcus Lau, the Software Architect. I am responsible for designing the system architecture and leading the development team, ensuring the hospital’ s systems run efficiently and securely.” [“สวัสดีครับ ผม Marcus Lau เป็น Software Architect ดูแลการออกแบบระบบและคุมทีมพัฒนา เพื่อให้ระบบของโรงพยาบาลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยครับ”] ตามด้วยชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง บุคลิคกระฉับกระเฉง กว่าคนอื่นเสียงทุ้มชัดเจนและจริงจังท่าทางเป็นกันเอง “Hi, I’ m Adrian Wong, the Infrastructure and Network Engineer. I’ ll be managing the hospital’ s Cloud, Servers, IoT Devices, and data security.” [“สวัสดีครับ ผม Adrian Wong รับผิดชอบด้าน Infrastructure และ Network ดูแล Cloud, Server, IoT Devices และความปลอดภัยของข้อมูลครับ”] หญิงสาวผมยาวตรงประบ่าคนที่สามลุกขึ้นยืนพร้อมท่าทีมั่นใจ รอยยิ้มสดใสเป็นมิตรสายตาแสดงถึงความเป็นคนละเอียดและใส่ใจเวลาตอบโต้กับผู้ฟัง “Hello, I’ m Clara Wein, the System Analyst. My main responsibility is to gather requirements from medical staff and users, and translate them into specifications for our development team.” [“สวัสดีค่ะ ดิฉัน Clara Wein เป็น System Analyst มีหน้าที่เก็บความต้องการจากแพทย์ พยาบาล และผู้ใช้งาน แล้วถ่ายทอดเป็นสเปกให้ทีมพัฒนาสร้างระบบที่ตรงตามความต้องการค่ะ”] ตามด้วยคนสุดท้ายหญิงสาวในชุดสูทสีกรมท่า ผมรวบตึงอย่างเรียบร้อย เธอพูดด้วยรอยยิ้มมั่นใจ น้ำเสียงกระชับชัดเจน “Hi, I’ m Vivian Chan, the Clinical Informatics Specialist. I ensure that the hospital’ s IT system complies with international healthcare standards and is user-friendly for doctors and nurses.” [“สวัสดีค่ะ ดิฉัน Vivian Chan เป็น Clinical Informatics Specialist ทำหน้าที่ตรวจสอบให้ระบบ IT ของโรงพยาบาลสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และใช้งานง่ายสำหรับแพทย์และพยาบาลค่ะ”] เมื่อเสียงแนะนำตัวจบลง บรรยากาศในห้องประชุมคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย โปแปงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นพร้อมหันไปทางฝั่งทีมของโรงพยาบาลด้วยสายตาและท่าทีสุภาพ “ก่อนอื่นผมอยากฟังว่าทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับประเด็นใดบ้าง เพื่อที่เราจะได้ปรับแนวทางการทำงานให้ตรงกันครับ” สายตาคมมองตรงมายังไวน์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจนมองอยู่สักพักเหมือนตั้งใจแกล้ง ก่อนจะเลื่อนไปมองทีมบริหารคนอื่นๆร่างเล็กสองคนในชุดคู่เข้าเซ็ท เฌอแตมป์ในชุดเอี๊ยมสีชมพู มัดจุกดังโงะสองข้าง เท้าเล็กป้อมสวมถุงเท้าลายคิตตี้น่ารักหวานแหวว ส่วนเฌอปอสวมชุดเอี๊ยมสีฟ้า มัดแกะสองข้างกอดตุ๊กตาหมีเน่าคู่ใจ สวมถุงเท้าโดเรมอนสีฟ้าลายโปรดสองร่างเล็กนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น สายตากลมโตสองคู่กำลังนั่งมองหน้าจอโน๊ตบุ๊คสี่เหลี่ยม ที่ปรากฏภาพคุณปู่ คุณย่า และคุณลุงที่อยู่ฮ่องกง โทรมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์สองหลานรักแต่เช้า“ซินอวี่ (เฌอปอ) ซินเยว่ (เฌอแตมป์) ย่าคิดถึงจังเลยลูก เมื่อไหร่จะปิดเทอมสักที” หญิงชราวัยห้าสิบเอ่ยถามหลานสาวฝาแฝดด้วยสายตาแห่งความคิดถึง เพราะทุกช่วงปิดเทอมสองแสบจะไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าที่ฮ่องกง“อีกสามเดือนนะคะคุณย่า” เฌอปอยกนิ้วป้อมขึ้นชูสามนิ้ว พร้อมรอยยิ้มกว้างทำเอาปู่ย่าและลุงฝั่งนั้นแทบใจละลายกับความน่ารักของหลานแฝด“ป๋อป๋อ (ลุง) ซื้อขนมไว้รอเยอะมากเลยนะลูก” เอาขนมมาล่อซื้อเพราะรู้ดีว่าหลานชอบมาก แล้วมันก็ได้ผลดีซะด้วยสิ“จริงเหรอคะ ป๋อป๋อมีเยอะเลยใช่มั้ยคะ เฌอแตมป์อยากไปหาป๋อป๋อแล้ว” ดวงตากลมโตเป็นประกายเมื่อได้ยินเรื่องขนมแว่วมาในโสตประสาทการรับฟัง แก้มกลมยกขึ้นจากยิ้มกว้างจนแก้มแ
ห้าปีผ่านไป“ปะป๊าขา~” เสียงใสเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล เด็กสาววัยห้าขวบมัดผมจุกดังโงะสองข้างเข้ากับผมหน้าม้า รูปร่างจ้ำม่ำใส่ชุดเอี๊ยมกระโปรง ขาป้อมๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่นในบ้านสองแขนป้อมกอดลำคอแกร่งผู้เป็นพ่อ จมูกเล็กกดลงบนแก้มสากซ้ายทีขวาที ก่อนจะเอียงแก้มป่องให้ผู้เป็นพ่อหอมสองข้าง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ“เฌอแตมป์รักปะป๊าที่สุดเลย” ปากเล็กช่างจ้อเอ่ยออกมาเสียงหวานใส เอาอกเอาใจผู้เป็นพ่ออย่างรู้งาน“หืม~ ทำอะไรผิดมารึเปล่าคะ?” คิ้วหนาเลิกขึ้น มองใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มป่องสองข้างขึ้นสีระเรื่อจางๆ ดวงตากลมโตสีอำพัน แพขนตางอนยาวเรียงตัวสวย เหลือบมองผู้เป็นพ่อด้วยสายตาล่อกแล่กมีพิรุธ“เฌอแตมป์เปล่าน๊า” ปฏิเสธเสียงสูง แววตามีพิรุธสุดๆ จนผู้เป็นพ่ออดจะอมยิ้มเพราะความเอ็นดูไม่ได้ก่อนที่จะเอ่ยถามอีกรอบกลับมีเสียงแหลมดังขึ้นซะก่อน“แตมป์แตมป์แอบกินอมยิ้มอีกแล้วค่ะป๊า” เฌอปอเดินสะพายกระเป๋านักเรียนตามเข้ามาเอ่ยแทรกขึ้น เด็กหญิงวัยห้าขวบมัดแกะสองข้างพร้อมผมหน้าม้าสีน้ำตาลอ่อน กอดตุ๊กตาหมีคู่ใจเดินมานั่งลงข้างๆ ของผู้เป็นพ่อ ดวงตากลมโตสีเฮลเซนัทมองน้องสาวฝาแฝดอย่าง
8 เดือนผ่านไป“เจ็บมั้ยครับ ถ้าเจ็บบอกผมนะ” มือหนาจับเท้าเล็กวางบนตักอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นจับนิ้วเท้าทีละนิ้วอย่างตั้งใจ มืออีกข้างจับกรรไกรตัดเล็บอย่างคล่องแคล่ว เสียงกรรไกรตัดเล็บดัง แกร๊ก แกร๊ก เบาๆ ในห้องที่เงียบ จนกระทั้งทุกเล็บเล็กถูกจัดการจนหมด“จริงๆ บี๋ไปที่ร้านก็ได้ เบ๊บไม่เห็นต้องลำบากเลย” ไวน์ก้มมองสามีที่นั่งอยู่พื้นห้องนั่งเล่น ส่วนเธอนั่งบนโซฟาตัวยาวตั้งแต่เธอตั้งท้องมา โชแปงแทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเองสักอย่างไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำสระผม อาหารการกิน แม้กระทั่งการตัดเล็บเท้าและนวดเท้า ทั้งที่ปกติไวน์มีร้านประจำอยู่แล้ว“ให้ผมได้ทำหน้าที่สามี หน้าที่ของพ่อของลูกเราได้มั้ยครับบี๋” สายตาคมช้อนขึ้นมองหน้าภรรยาคนสวย ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและจริงจังโชคดีของแกจริงๆ เวณิกาได้สามีดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก“เบ๊บทำงานก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องกลับมาดูแลบี๋อีก”มือหนาจับสองเท้าเล็กลงแช่ในกะละมังน้ำอุ่นที่เตรียมไว้อย่างเบามือ กลิ่นน้ำอุ่นผสมกลิ่นลาเวนเดอร์จางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในห้อง“อุ่นไปรึเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะสายตาจับจ้องอยู่ที่เท้าเล็กของเธอ ไวน์ส่ายหน้าเบาๆ
หนึ่งปีผ่านไปโชแปงเปิดบริษัท Leetech Healthcare System ซึ่งเป็นบริษัทที่โชแปงรับหน้าที่ดูแลเต็มตัวในฐานะผู้บริหารหลัก ส่วนบริษัทใหญ่ที่ฮ่องกงไลซ์พี่ชายของเขาเป็นคนดูแลหลังจากเปิดบริษัทได้ไม่นาน โชแปงก็ได้รับความเชื่อถือและไว้ใจจากวงการแพทย์ด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะความสามารถและความตั้งใจของเขาล้วนๆ ที่ทำผลงานออกมาได้เป็นที่ประจักษ์ ไม่ได้เอานามสกุลหรือชื่อเสียงของผู้เป็นพ่อ นักธุรกิจชื่อดังผู้ทรงอิทธิพลของฮ่องกงมาเป็นใบเบิกทาง เขาปราสบความสำเร็จเร็วมากกว่าคนในวัยเดียวกัน เพราะเขาทุ่มเทเวลาและทำงานหนักทุกนาที“เหนื่อยมั้ยคะวันนี้?” ไวน์เอ่ยถามสามีที่เดินมาหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวยาวข้างๆ เธอ“แค่ได้หอมเมีย ก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว” จมูกคมฝังลงบนแก้มนิ่ม สูดเอากลิ่นหอมที่โปรดปรานเข้าปอดฟอดใหญ่“หอมจัง หอมทั้งตัวเลย” จมูกโด่งซุกไซร้คลอเคลียลงมายังซอกคอขาวสูดดมกลิ่นหอมที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังหอมตราตรึงใจเขาชอบกลิ่นเธอมากเธอหอมมาก หอมไปทั้งตัว“ปากหวานอีกแล้ว”“ไม่ได้หวานแต่ปาก อย่างอื่นก็หวานนะ” โชแปงผละหน้าออกจากซอกคอขาว สายร้อนแรงจ้องมองใบหน้าสวยของภรรยาพร้อมจะกลืนกินเธ
หกเดือนผ่านไปแสงแดดยามสายส่องผ่านซุ้มไม้ประดับไม้เลื้อยลงมากระทบพื้น สร้างประกายระยิบระยับราวละอองทอง งานแต่งเล็กๆ ถูกจัดขึ้นกลางสวนที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี โต๊ะตัวยาวถูกปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตาประดับด้วยดอกไม้สีหวานหลากหลายสายพันธุ์แขกร่วมงานมีเพียงคนในครอบครัวและเหล่าเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่าย ทุกคนแต่งกายสุภาพเข้ากับธีมของงาน ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความยินดี เสียงหัวเราะเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีอะคูสติกเบาๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นเสียงพิธีกรในงานเอ่ยขึ้นว่า ‘คู่บ่าวสาว’ กำลังจะก้าวออกมา ทำให้ทุกสายตาทุกคู่หันไปยังทางเดินเล็กๆ ที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบสีขาวกับชมพูอ่อน แสงแดดที่สาดส่องมาราวกับว่าตั้งใจมอบซีนนี้ให้กับทั้งคู่ไวน์ ในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวบริสุทธิ์ ทรงกระโปรงยาวพลิ้วไปตามก้าวเดิน ผ้าคลุมศีรษะเจ้าสาวโปร่งบางสะท้อนแสงแดดราวกับมีฟิลเตอร์รอบกาย ผิวขาวอมชมพูและเส้นผมยาวสีน้ำตาลอ่อนที่ปล่อยตรงสยายพลิ้วไหวทำให้เธอดูอ่อนหวานราวกับเทพธิดาใบหน้าสวยได้รูป จมูกเล็กเชิดนิดๆ ดวงตากลมโตสีเฮลเซนัท ปากเล็กจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน ทุกอย่างดูสวยงามราวกับรูปวา
ระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา โชแปงต้องเข้าบริษัททุกวันเพื่อประชุมวางแผนการลงทุนที่ไทยและวางโครงการโปรเจคต่างๆ กับไลซ์และคณะกรรมการของบริษัท หลังเลิกงานเขาก็จะรีบกลับบ้านมาหาไวน์ทันที สองวันก่อนเขาพาไวน์ไปเจอเหล่าเพื่อนสนิทของเขา มาร์คและเจฟ เพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ไอ้สองตัวนั้นจะได้เลือกเสือกสักทีไวน์เองก็อยู่บ้านกับม๊า เรียนรู้การทำอาหารสูตรต่างๆ ที่โชแปงชอบทาน พร้อมอ้อนให้ม๊าสอนภาษากวางตุ้งให้อีกด้วย เวลาโชแปงพูดด้วยเธอจะได้เข้าใจ เผื่อว่ามีวันไหนเขาจะหลอกด่าเธอเตี่ยกับม๊าของโชแปงดูจะชอบและเอ็นดูไวน์เอามากๆ เพราะเธอสามารถพูดคุยกับพวกท่านได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจการลงทุนกับเตี่ย หรือเรื่องความสวยความงามกับม๊าวันนี้โชแปงมีแพลนพาไวน์ไปเที่ยวชมเมือง เดินเล่นหาของกินอร่อยๆ และช้อปปิ้งก่อนกลับไทย ซึ่งไวน์เองก็ไม่ได้ขอแต่โชแปงอยากพาเธอไป เขาอยากให้เธอพักผ่อนบ้างเพราะอยู่ไทยเธอทำแต่งานจนไม่มีเวลา บางทีก็ป่วยเพราะโหมงานหนัก@Causeway Bay (ถนน Hysan Avenue & Jardine’s Crescent)แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารมากมาย รวม street food ชานม และขนมสไตล์ฮ่องกงไว้มากมาย“นี่กะว่าจะขุนบ







