LOGINเมื่อเขาหลงรักพี่สาวเพื่อน ทำทุกอย่าง พยายามทุกทางเพื่อให้ได้ใจเธอมา แต่เธอกลับบอกว่า ไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าถ้าจะมีความรักจริงๆ ผู้ชายคนนั้นต้องอายุมากกว่าหรือไม่ก็เท่ากัน ใครสน!!! เด็กมันออดเด็กมันอ้อนอย่างหนัก แล้วขอความรักจากเธออีกครั้ง "มันต้องใช้เวลา" หญิงสาวตอบเขาเสียงแผ่วทั้งหลบหน้า ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบแต่มันยังไม่ถึงขั้นนั้นจริงๆ "ผมจะรอ" น้ำเสียงจริงจัง บ่งบอกว่าเขาหมายความตามที่พูด "อาจนาน" "ผมรอได้" "อาจเสียเวลา" "ถ้าเวลานั้นเสียไปเพราะผู้หญิงคนนี้ ผมยินดี"
View Moreโรงพยาบาล
ภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวผ้าเนื้อนิ่มสำหรับใส่นอน ช่วยพยุงคนเจ็บเข้าห้องน้ำอยู่ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ดันดังขึ้น หน้าจอแสดงผลว่ามีคนโทรเข้า
“ใครโทรมา”
“จะไปรู้เหรอก็ยืนอยู่ด้วยกัน”
ยอดตองหันมามองหน้าคนตอบ ไอ้นี่บทจะฉลาดก็ฉลาด บทจะซื่อก็ซื่อเสียน่าหมั่นไส้จนอยากจุ่มหมัดใส่หน้าคนยิ่งเจ็บ ๆ อยู่ด้วย ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้มีพระคุณ คงไม่ลงทุนพูดเสียงสองกับมัน
“ไปดูสิครับเพื่อนพิทย์”
“ขนลุก”
คนฟังทำท่าขนลุกขนพอง ส่วนคนมองได้แต่กลอกตาไปมา พิทย์ปล่อยมือจากยอดตองเพื่อนรัก แล้วเดินไปโต๊ะกระจกหน้าโซฟา หยิบโทรศัพท์ขึ้นดูว่าใครโทรมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ ส่วนคนป่วยมองตามคนเฝ้าไข้ เห็นว่าไม่น่ามีอะไรถึงได้เดินเข้าห้องน้ำจัดการตัวเอง
พิทย์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงเพราะเป็นลูกเสี้ยวเยอรมัน นัยน์ตาสีผสมจนบอกไม่ถูกว่าเป็นสีอะไร จะว่าคล้ายสีน้ำข้าวอ่อนนวลใสอย่างชาวยุโรปก็ไม่ใช่ มองดีๆ บางทียังเป็นสีเข้มสวยสะกดอย่างกับคนเอเชียก็ไม่เชิง ผิวขาวเหลืองจมูกทรงสวย ริมฝีปากบนล่างรับกันอย่างดี จัดว่าหล่อและมีเสน่ห์มาก เขายังสวมแว่นตาติดตัวอยู่เสมอเพราะสายตาสั้นตั้งแต่เด็ก ยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลาขึ้นเป็นเท่าตัว
ตอนนี้ก็พึ่งตื่น เพราะมานอนเฝ้าเพื่อนรักอย่างยอดตอง อยู่ดีไม่ว่าดีมันดันไปนอนวัดพื้นกับถนนเล่น ไม่พอยังเอาตัวเองกับลูกชายอย่างเจ้าโดนใจบิ๊กไบค์ลูกรัก ไปพิสูจน์ความแข็งแรงด้วยการปะทะเข้ากับรถกระบะสี่ประตู แน่นอนว่าเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด แต่คนป่วยมันปากดีตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา ขอว่าหน่อยเถอะข้อหาหมั่นไส้
คนเจ็บคนป่วยที่ว่าก็ ยอดตอง เพื่อนรักอีกคนหนึ่งในห้าเพื่อนสนิท สนิทกันมากชนิดที่ว่าโดนตบจนหัวคะมำยังคิดเพียงเพื่อนสะกิดเพื่อเรียกคุย
พิทย์เสนอตัวเฝ้ายอดตองเองเพราะเพื่อนทุกคนดูยุ่งมาก ชีวินชีวีสองแฝดพี่น้องไปต่างจังหวัดกับครอบครัว
ส่วนธารมาหายอดตองตั้งแต่เกิดเรื่องอยู่เป็นเพื่อนด้วยทั้งวัน เลยให้กลับไปพักผ่อน พร้อมไปส่งน้องสาวยอดตองอย่างยอดเตยที่บ้านด้วย ยอดเตยก็น้องสาวเพื่อนที่ธารชอบ แต่ปากมันบอกไม่คิดอะไรใครจะไปรักเด็กผมเปียอย่างเธอ เป็นไงล่ะเด็กผมเปียที่ว่าโตมามันมองเขาจนตาพร่าแต่บอกไม่คิดอะไร ชอบใครไม่ชอบ มาชอบน้องสาวไอ้ยอดตองมันดุอย่างกับหมา กับเพื่อนก็ไม่เว้นน้องสาวหวงขนาดนี้ กับเมียจะหวงขนาดไหนไม่ต้องถาม
และคนสุดท้ายในกลุ่มเพื่อนก็ไอ้คนที่กำลังโทรหาเขา เฮียบาร์โทรมาทำไมพิทย์นึกคิดแต่มือยังกดรับสาย
"ว่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบติดแหบนิด เพราะพึ่งตื่นนอนเอ่ยถามง่ายๆ
"ตื่นกันยัง" ปลายสายน้ำเสียงดูอิดโรยใช้ได้มันจะตายไหมนั่น
"อืม พึ่งพยุงพายอดตองเข้าห้องน้ำไปมีอะไร"
"ธารไม่สบายไข้หนักช่วยซื้อยาหมอมาให้มันที กูซื้อมาแล้วมันบอกไม่แรงฤทธิ์ยาไม่ถึง"
"ไม่พามันมานอนข้างยอดตอง"
"บอกไปแล้วมันขอนอนห้องก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยเสริมเตียงห้องยอดตอง"
"แล้วมึงได้นอนบ้างยัง" ขอถามสักนิดมันไหวไหม
"ยังที่ร้านมีปัญหานิดหน่อย เดี๋ยวไปเคลียร์แล้วจะรีบกลับมาดู"
มาดูที่ว่าคงหมายถึงธาร อยากบอกมากว่าเอาตัวเองให้รอดก่อนจะดีไหม
"ไปเคลียร์ให้เสร็จพักสักหน่อย ค่อยมาพวกนี้เดี๋ยวดูเอง"
"คนดีจริงๆ"
"กูหวังผลนะน้องชาย"
"ปากดี...แค่นี้"
คนฟังยังขำในลำคอจนคนปลายสายได้ยิน แล้วเฮียบาร์ก็ไม่ทนฟังกดตัดวางสายไปทันที
ที่พิทย์เรียกเฮียบาร์ว่าน้องชายเพราะเขามีใจให้พี่สาวมันอย่าง บรั่นดี ยัยวัวแก่ที่ไม่ยอมเคี้ยวหญ้าอ่อนอย่างเขาดีๆ แต่ดูท่าทีคงไม่ง่ายกับเธอเขาพอมีวิธี กับเฮียบาร์ไม่เท่าไหร่
แต่เสี่ยเบียร์และเฮียแบรนด์น่าจะเอาเรื่องอยู่ นั่นลูกสาวคนเดียวสุดแสนจะรักของพ่อ กับแม่คนที่สองของน้องชาย เฮียบาร์ชอบบอกว่ามองไม่เห็นทางสักนิดไอ้พิทย์เอ๊ย เดี๋ยวสักวันเขาจะทำให้มันดูเป็นบุญตา
พิทย์ยืนคิดอะไรอยู่ พอดีกับยอดตองพยุงตัวเองออกมาจากห้องน้ำ
“ใครเป็นอะไร”
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่างเสี่ยเบียร์ ส่วนอีกสองตัวก็เฮียแบรนด์และเฮียบาร์ แต่ไอ้พิทย์ไอ้ห่าไอ้พญาเหยี่ยวพญาครุฑ บินมาจากฟากฟ้าฝั่งไหนไม่รู้ได้ ใช้เท้าหยิบเธอไปจากอกพ่ออย่างเขาได้จริงเหรอ ไม่อยากจะคิดให้ปวดกระบาลบรั่นดีเองสำหรับพิทย์เธอไม่ได้คิดอะไร สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดคือแฟนเด็ก หญิงสาวชอบคนที่โตกว่าหรือไม่อย่างน้อยก็วัยเดียวกัน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีแฟน มีเพียงคนคุยแต่ใครก็รู้เสี่ยเบียร์พ่อของเธอดุมาก ท่านบอกไม่ก้าวก่ายแต่ตามดูทุกฝีก้าวจนใครเขาก็เข็ดขยาดหวาดกลัวเธอไปหมดบางทียังคิดว่าหรือการอยู่เป็นโสดก็ดี ได้ดูแลเสี่ยเบียร์ดูแลน้องชายไปแบบนี้ก็ไม่แย่ เดี๋ยวสองตัวนั้นก็แต่งงานเพราะโตกันหมดแล้ว เธอยินดีจะเลี้ยงหลานต่อไหนๆ ก็เลี้ยงรุ่นพ่อมาแล้ววันนี้บรั่นดีมาดูแลความเรียบร้อยที่ห้องให้เฮียบาร์ ส่วนเฮียแบรนด์ไ
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกินไป เกินหน้าเกินตาลูกชายเขามาก แต่เรื่องแบบนี้โทษใครไม่ได้โทษลูกชายตัวเองก็แล้วกัน ใครจะไปโทษตัวเอง“พวกผมนึกว่าใคร เห็นคุณพิทย์ทั้งเดินทั้งวิ่งตามเสี่ยกับคุณบรั่นดีขึ้นมา”ลูกน้องหนึ่งในสองบอกเล่าให้นายฟัง เพราะพวกเขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ยืนมองตั้งแต่หน้าลิฟต์ พอเห็นท่าทางดูลุกลี้ลุกลนอย่างคนร้อนใจตอนวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ทั้งสองคนเห็นอย่างนั้นเลยรีบตามมา กลัวจะเป็นคนคิดร้ายกับนายตน แต่ต่างกันตรงที่ผู้ติดตามเสี่ยเบียร์ใช้ลิฟต์เลยถึงช้านิดหน่อย พวกเขาไม่คิดว่าแค่จะกลับมาห้องตัวเองเพื่อนเฮียบาร์ต้องรีบขนาดนี้ เหมือนกลัวห้องหายอย่างไรอย่างนั้นผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนา ลูกสาวคนโตเสี่ยเบียร์ พี่สาวคนสวยของเฮียแบรนด์และเฮียบาร์ เธอยืนฟังอยู่ได้แต่นึกขำให้เขา“แล้ว...” เสี่ยเบียร์พยักพเยิดหน้ามาทางชายหนุ
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตรงประตูหนีไฟ เห็นว่าเป็นเลขชั้นห้องเพื่อนทั้งห้องตัวเอง ถึงได้หยุดฝีเท้าการวิ่งเป็นเดินถอยกลับมา เพราะเกือบเลยผ่านชั้นตัวเองไป บังเอิญวิ่งเพลินไปหน่อยนานๆ วิ่งทีแรงดีเหมือนกันนะเราสะบัดหัวไล่ความคิดวุ่นวาย และความเหนื่อยเมื่อยล้า เปิดประตูกึ่งเดินกึ่งวิ่งเลี้ยวขวามาตามทาง ตรงไปยังห้องตัวเองซึ่งข้างๆ เป็นห้องเพื่อนไม่รู้ว่าเขาวิ่งเร็วหรือลิฟต์ขึ้นช้า เพราะสายตามองเห็นทั้งสองคนชายหญิงก่อนหน้า เดินโอบไหล่กันมากำลังจะถึงห้องเพื่อนเขาอย่างเฮียบาร์หญิงสาวทั้งเดินทั้งพูดหันหน้ามายิ้มให้ผู้ชายตัวสูงใหญ่ แต่งตัวดีเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวเรียบง่ายดูภูมิฐาน แขนแกร่งยังโอบไหล่เล็กไว้ เดินไปพูดไปทำอย่างกับสนิทสนมกันมานาน บางทีหญิงสาวยังเอาหัวเอียงซบ บางครั้งผู้ชายคนนั้นยังยกมือใหญ่จับศีรษะเธอพร้อมโยก
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม่โทรบอกเฮียบาร์ คนที่ไม่น่าจะพึ่งพาได้ เพราะเฮียบาร์มันยุ่งมากทุกคนรู้ดี ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องร้าน เวลานอนแทบไม่มี ถึงมีมันก็เอาไปอ้อนสาวจนเพื่อนคร้านจะสนใจ พิทย์ถึงบอกให้มันพักสักหน่อยพวกที่เหลือเขาจะดูเองยอดตองทั้งฟังทั้งขยับตัวเดินมานั่งบนเตียง"อาการหนักไหม มานอนเตียงข้างกูไหมล่ะเดี๋ยวโทรชวนมัน" พอเริ่มขยับตัวทั้งขยับปากได้ก็เผยสกิลตีฝีปากกับเพื่อนเลย"ไม่รู้ ไปดูก่อนถ้าไม่ดีขึ้นเดี๋ยวจองเตียงคู่ โรยกลีบดอกเบญจมาศให้ด้วยทั้งสองเตียง""ไม่ใช่งานแต่ง""หมายถึงงานศพ"พอพูดจบยอดตองหันมองหน้าเพื่อนอย่างนึกเคือง ทั้งด่าไม่ออกเสียง แต่บังเอิญคนจ้องดันเป็นคนฉลาด แค่ด่าว่าเป็นสัตว์สี่ขามีเขา เดาได้ไม่ยากแถมไม่โกรธ ยังยิ้มขำๆ กลับมาให้คนป่วยพิทย์เข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จ เขายังอยู่ใ