Masuk
ณ บ้านหลักเล็ก ในชุมชนที่อยู่หลังม่านความเจริญ ร่างเล็กกำลังบรรจงปลูกต้นดอกกุหลาบ ที่เธอพึ่งได้มาจากตลาดสดลงในกระถางอย่างขมักเขม่น
"นังน้ำผึ้ง ฉันบอกว่าวันนี้ฉันมีเรียนแต่เช้า ทำไมแกไม่ทำกับข้าวไว้รอฉันห้ะ!"
เสียงแหลมที่ตะโกนดังมาจากในตัวบ้านของน้องสาวต่างแม่ทำให้น้ำผึ้งถอนหายใจ ก่อนจะรีบล้างมือและเดินเร็วๆ เข้าไปในบ้าน
"มาแล้วๆ"
มือเล็กจัดเตรียมแซนวิชอย่างชำนาญ พร้อมกับเทน้ำส้มให้แก้วและนำไปเสิร์ฟให้กับน้องสาวต่างแม่อย่าง 'ริดา' ที่อายุห่างกันหนึ่งเพียงปี
"เซ่อซ่าอยู่ได้!"
เสียงแหวแหลมปรี้ดดังขึ้นก่อนมือที่ทำเล็บมาอย่างสะสวยจะหยิบแซนวิชกินไปพร้อมกับเลื่อนโทรศัพท์รุ่นใหม่เครื่องหรูไปพลางๆ
"น้ำผึ้ง"
"จ้ะแม่"
น้ำผึ้งตอบรับผู้เป็นแม่ ก่อนจะรีบเข้าไปประคอง 'ยาดา' ที่เดินอิดโรยมาจากด้านบนบ้าน
"ยังไม่หายปวดหัวอีกหรอจ้ะ สีหน้าดูไม่ดีเลย"
คิ้วสวยขมวดมุ่นและถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่ผู้เป็นแม่กลับส่ายหัวเล็กน้อย
"แม่ไหว วันนี้ต้องไปขายของ ค่าเช่าแผงก็ผลัดไม่ได้แล้วด้วย"
น้ำผึ้งถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองพ่อเลี้ยงที่นั่งดูดบุหรี่อ่านหนังสือพิมพ์สบายใจ และน้องสาวที่แต่งหน้าทาปาก ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่เว้นวันด้วยความระอา แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้
"ไม่เป็นไรจ้ะแม่ เดี๋ยวผึ้งไปแทนเอง"
น้ำผึ้งนั้นทำงานเปิดเพจทำขนม รายได้ค่อนข้างดี แต่ถึงอย่างนั้นค่าใช้จ่ายในบ้านที่สูงลิ่วเกินตัว ทำให้เงินเก็บแต่ละเดือนแทบจะไม่มีเหลือ แต่ครั้งนี้เธอจำเป็นจริงๆ ไม่อย่างนั้นยาดาผู้เป็นแม่คงจะได้ต้องแบกสังขารออกไปเร่ขายขนมอีก
"แม่ไปพักเถอะจ้ะ เดี๋ยวผึ้งจัดการเอง"
น้ำผึ้งยกลังขนมไทยที่เธอและแม่ได้ช่วยกันเตรียมไว้เพื่อขายเช่นทุกวันขึ้นรถซาเล้งคันเก่งเพียงลำพังเช่นทุกวัน เพราะพ่อเลี้ยงและน้องสาวต่างพ่อนั้นไม่เคยคิดจะช่วยแบ่งเบาภาระเธอและแม่เลย
"อ้าวน้ำผึ้ง มาขายขนมแทนแม่เรอะ"
"ใช่จ้ะป้า"
ริมฝีปากสวยยกยิ้มให้แม่ค้าแผงข้างๆ ที่คุ้นเคยกันอยู่ไม่น้อย ก่อนจะยกถาดขนมไทยขึ้นบนแผงพร้อมกับจัดเรียงอย่างสวยงาม เตรียมพร้อมสำหรับการขายในช่วงสายๆ ไปจนถึงเย็น
"เท่าไหร่จ้ะ"
"20 บาทจ้ะ"
มือเล็กรับเงินแบงค์เขียวด้วยรอยยิ้ม ก่อนสายตาจะหันไปเห็นร่างคุ้นตาที่กำลังเดินยิ้มมาทางตนโดยมีแม่ค้าแม่ขายทักทายมาตามทาง
"คุณวัทนาสวัสดีค่ะ"
มือเล็กยกขึ้นไหว้ชายร่างท้วมเจ้าของตลาดด้วยรอยยิ้มกว้าง
"สวัสดีน้ำผึ้ง ทำไมวันนี้แม่ไม่มาซะล่ะ"
วัทนาทักทายเด็กสาวด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง
"แม่ปวดหัวนิดหน่อยค่ะ"
"งั้นเดี๋ยวฉันเหมาขนมทั้งหมดเลยก็แล้วกันนะ"
น้ำผึ้งตาโต มองขนมในถาดที่เหลือค่อนข้างเยอะก่อนจะหันไปมองคนตรงหน้าอย่างตกใจ
"คุณวัทนาจะเหมาหรอคะ"
เจ้าของตลาดพ่วงไปด้วยตำแหน่งนักธุรกิจใหญ่ทั้งยังเป็นคนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศยิ้มขำกับทีท่าตกใจของเด็กสาว ก่อนจะพยักหน้า
"เดี๋ยวยังไงฉันขอรบกวนหนูเอาไปส่งที่บ้านได้รึเปล่า"
"ยินดีมากๆ ค่ะคุณวัทนา"
"ไม่ต้องนับนะน้ำผึ้ง เดี๋ยวฉันให้ค่าขนมเพิ่มด้วย ไม่ได้เจอกันนาน"
น้ำผึ้งยกยิ้ม รีบยกมือไหว้ด้วยความดีใจ
"ขอบคุณมากค่ะ แต่ว่าเอาตามค่าของเถอะค่ะ แค่คุณวัทนาเหมาหมด หนูก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ"
"มีอะไรพิเศษหรอคะคุณวัทนา เหมาขนมไปเกลี้ยงเชียว"
แม่ค้าแผงข้างๆ ตะโกนถามด้วยรอยยิ้ม จนวัทนาหันไปตอบอย่างไม่ถือตัว
"ลูกชายพึ่งกลับมาจากต่างประเทศ ก็เลยจัดกินเลี้ยงกันง่ายๆ"
มือหนาควักแบงค์สีเทาออกจากกระเป๋า ก่อนจะยื่นให้น้ำผึ้ง แต่ตาสวยที่มองเงินพันหลายใบตรงหน้ารีบยกมือปฏิเสธทันที
"เยอะไปแล้วค่ะคุณวัทนา ทั้งหมดนี้แค่พันกว่าบาทเองค่ะ"
วัทนายิ้มก่อนจะวางเงินใส่ฝ่ามือเล็กเชิงบังคับ และเดินออกไปจากตลาดพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนนิ่งๆ มือเล็กหยิบเวินแบงค์สีเทาขึ้นมานับก่อนจะเม้มปากเบาๆ เมื่อมันเป็นเงินจำนวนถึง 5,000 บาท ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ สำหรับครอบครัวที่หาเงินแทบจะวันชนวันแบบครอบครัวเธอ
น้ำผึ้งในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวเกล้าผมลวกๆ พร้อมกับแว่นสายตาราคาถูกยืนมองคฤหาสน์หลังใหญ่ผ่สนหน้าประตูบานยักษ์ด้วยความอึ้งเหมือนทุกครั้ง
"มาส่งขนมใช่ไหมจ้ะ"
"อ้อ ใช่จ้ะ ฉันมาส่งขนมที่คุณวัทนาสั่งไว้จ้ะ"
สาวใช้ยิ้มรับ ก่อนประตูบานใหญ่จะถูกเปิดออกช้าๆ น้ำผึ้งรีบขับรถซาเล้งคู่ใจเข้าไปด้านในด้วยความตื่นตาตื่นใจ ทั้งน้ำพุขนาดใหญ่ และสวนหย่อมเล็กๆ ที่ถูกจัดแต่งอย่างหรู ทั้งเครื่องดื่ม อาหาร และดอกไม้ จนน้ำผึ้งเผลอคิด ว่าขนมของเธอที่ราคาค่างวดถูกขนาดนี้ คงเทียบชั้นไม่ติด
"อ้าวน้ำผึ้ง มาแล้วหรอ ไปยกช่วยกันหน่อยไป"
เหล่าสาวใช้พากันรีบเดินมายกถาดขนมไปจัดเรียงมือเป็นระวิง
"ขอบใจมากนะ"
ริมฝีปากสวยยกยิ้ม ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณวัทนาอีกครั้ง
"หนูต่างหากค่ะที่ต้องขอบคุณคุณวัทนา ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ"
สาวใช้นำถาดกลับมาวางบนรถซาเล้งคันเล็ก ก่อนที่น้ำผึ้งจะขับออกไปทันที
"ใครหรอครับ"
เสียงเรียบๆ ทรงพลังดังขึ้นจากทางด้านหลัง เรียวขายาวก้าวออกมายืนขนาบข้างผู้เป็นพ่อ นัยตาคมก็ทอดมองแผ่นหลังที่กำลังห่างออกไปจากตัวบ้านบนรถซาเล้งนิ่งๆ
"อ้อ เด็กที่ตลาด บ้านเค้าทำขนมอร่อย พ่อเลยสั่งมาให้ชิม"
วัทนาเองก็มองตามแผ่นหลังของเด็กสาวที่เกือบจะรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายนิ่งๆ จนสุดสายตา
เหล่าแขกเหรื่อคนสนิทต่างพากันมาร่วมงานเลี้ยงเล็กๆ ที่ต้อนรับลูกชายเพียงคนเดียวของคุณวัทนา นักธุรกิจเบอร์ใหญ่ของประเทศ
"พนา ชิมดูสิ"
นัยน์ตาคมก้มลงมองจานขนมตะโก้ที่ผู้เป็นพ่อเลื่อนมาไว้ตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ
"คุณพ่อก็รู้ ว่าผมไม่ชอบกินของหวาน"
วัทนายกยิ้มเขา ก่อนจะยักไหล่ให้กับลูกชาย
"ลองชิมดูก่อน แกอาจจะชอบก็ได้"
พนาถอนหายใจ ก่อนจะยอมหยิบช้อน ตักตะโก้เป้าปากพร้อมกับเคี้ยวอย่างไม่คาดหวัง ตั้งแต่เล็กจนโต รสชาตหวานบาดคอจนต้องรีบดื่มน้ำตามของขนมไทย ทำให้วัทนาไม่ค่อยถูกโฉลกกับมันนัก แต่ครั้งนี้ผู้เป็นพ่อดูจะอยากให้เขาลิ้มรสนัก เขาก็ไม่ปฏิเสธ
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย กับรสชาตนุ่มลิ้น หวานมันและหอมเตะจมูกทุกครั้งที่ละเมียดละไมตะโก้เผือกหวานพอดิบพอดีเข้าปาก
"ทำไมไอ้เสือ อร่อยมากเลยสิ"
วัทนามองผู้เป็นลูกพลางยกยิ้มขำกับปฏิกิริยาประหลาดของพนา แต่พนาไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ค่อยๆ ละเมียดละไมขนมไทยตรงหน้าที่เคยเกลียดแสนเกลียดช้าๆ อย่างหลงไหลมันก็เท่านั้น
"คิดดีแล้วหรอคะคุณ"
ปรีนาถามสามีที่ยืนอยู่ด้านข้างนิ่งๆ ตาก็มองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่กินขนมหวานกระทงแล้วกระทงเล่าอย่างแปลกใจ
"พนาลูกเราโตแล้ว ถึงเวลาแล้วล่ะคุณปรีนา"
ตอนที่ 19 ปล่อย“ฉันไม่ได้อยากรู้” น้ำผึ้งสะอึกอีกรอบกับประโยคตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเขาไม่ได้ใส่ใจมันจริงๆ มือเล็กกำเข้าหากันแน่น เธอพยายามสกัดกั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอย่างสุดความสามารถ หัวใจดวงน้อยเจ็บแปล๊บจนแทบหายใจไม่เป็นจังหวะ“ถ้าไม่มีอะไรก็ไปได้แล้ว” พนาพูดเสียงเรียบ มือหนาก็กำเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกราวกับว่าเขาโง่เหลือเกิน ผู้หญิงตรงหน้าอาจจะไม่เคยมีความรู้สึกอะไรกับเขาเลยก็ได้ เพราะเธออาจจะรักเพื่อนชายอย่างวริทตั้งแต่แรก มีแต่เขาที่คิดไปเอง ว่าผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนี้ จะเปลี่ยนเป็นอีกคนได้“ค่ะ” เสียงเล็กตอบรับเงียบๆ ก่อนจะลุกขึ้นหันหลังเดินออกจากห้องเงียบๆ มือเล็กปิดประตูห้องลงอย่างเบามือ ก่อนน้ำตาจะไหลลงอาบแก้มสวย“ฮึก!” มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวองแน่น เพราะกลัวว่าเสียงสะอื้นจะดังจนไปเข้าหูคนตัวโตที่พึ่งไล่เธอไปด้วยความเย็นชา มือเล็กอีกข้างยกขึ้นจับหน้าอกตัวเองแน่นพร้อมกับสะอื้นจนไหล่บางสั่นเทา“พนา เป็นยังไงบ้างลูก” ปรีนาและวัทนาเดินเข้ามาในห้องหน้าเครียด ก่อนผู้เป็นแม่จะสวมกอดลูกชายที่นั่งอยู่บนเตียงแน่น“ไม่เป็นไรแล้วครับ” พนาพูดเสียงเรียบ ก่อนจะส่งยิ้ม
ปรีนาเม้มปากเล็กน้อย เพราะวันนี้ลูกสะใภ้ของเธอดันมีเดทกับหนุ่มหน้าตาดีแถมเอาใจเก่ง แน่นอนว่าเธอเชียร์ลูกชายของเธอเพราะอยากได้เด็กสาวน่ารักอย่างน้ำผึ้งมาเป็นลูกสะใภ้ แต่จากสถานการณ์ที่พนาลูกชายเพียงคนเดียวตาเริ่มดำคล้ำจากการทำงานหนัก เธอจึงไม่อยากให้ลูกชายมีเรื่องให้คิดมากเพิ่มขึ้นอีก “ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกลูก ห่วงแต่ตัวเองเถอะ เมื่อคืนกลับห้องไปได้นอนบ้างรึเปล่า” ริมฝีปากหนายกยิ้ม ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่นัก “งานเยอะขนาดนี้จะให้ผมหลับลงได้ยังไงล่ะครับ” ปรีนาส่ายหัวกับคำตอบของลูกชายเพียงคนเดียว ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ สงสัยช่วงนี้จะเป็นขาลงของลูกชายเธอแล้วกระมัง เพราะทั้งงานทั้งความรัก ดันมีเรื่องมาให้สะดุดอยู่เรื่อย สงสัยคงต้องไปทำบุญเสียหน่อย เรียวขายาวเดินมารับแขกคนสำคัญพร้อมกับรอยยิ้มที่เหนื่อยล้าเล็กน้อยในเวลาสามทุ่ม “เชิญเลยครับ” เมื่อพนากำลังจะก้าวขาเดินตามแขกไป นัยน์ตาคู่คมก็ต้องสะดุดเข้ากับร่างคุ้นตาที่เดินขนาบข้างชายร่างสูงใหญ่ที่เขาพอเดาได้ว่าเป็นใคร แถมยังถือข้าวของพะรุงพะรังขึ้นลิฟต์ไปอีก มือหนากำเข้าหากันแน่น ก่อนที่พนาจะข่มใจและเดินตามแขกไป แม้ในใจเขาจะรู้สึกร้อนเป้นไฟก
ตอนที่ 16 บังเอิญ นัยน์ตาสวยเบิกกว้าง มองคนตัวโตด้วยความตกใจ นี่เขาตามเธอมาได้ยังไงกัน“เอาทั้งหมดนั่นแหละ” น้ำผึ้งตาโต ชุดพวกนั้นเธอเพียงต้องการดูเฉยๆ ไม่ได้กะจะซื้อทั้งหมดเพราะมันมากเกินไป มืแหนากระชากร่างเล็กเข้าไปยังห้องลองเสื้อก่อนจะปิดประตูเสียงดังพรึ่บ!“อื้ออออ!” ตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อริมฝีปากหนาประทับลงบนริมฝีปากตัวเองอย่างรุนแรง มือหนาก็ตรึงมือของเธอก่อนจะดันเธอติดกับประตู และสอดลิ้นเข้าโพรงปากของเธออย่างจาบจ้วง ลำตัวหนาก็ขยับเข้าไปบดเบียดกับร่างอวบอัดที่มีเพียงบิกินี่ตัวบางปิดแทบไม่มิดจ๊วบ! น้ำผึ้งหลับตาแน่น เธอจำใจรับสัมผัสรุกล้ำที่จาบจ้วงและรุนแรงราวกับคนตัวโตกำลังดูดวิญญาณของเธอออกจากร่าง ก่อนที่พนาจะยอมถอนปากออกช้าๆ นัยน์ตาคมมองสบนัยน์ตาสวยที่กำลังปรือราวกับว่ามันกำลังอ้อนวอนให้เขาสัมผัสเรือนร่างเล็กให้มากกว่านี้“อึก!” อกอวบคู่สวยใต้บราที่ปกปิดไม่มิดกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบกระเส่า น้ำผึ้งไม่เข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้าเธอกำลังทำ สมองของเธอไม่สามารถคิดอะไรได้อีกแล้ว เพราะรสจูบที่เขามอบให้มันหอมหงวานแต่ก็รุนแรงจนเธอแทบยืนไม่ไหวด้วยซ้ำ หากไม่มีมือหนา
ตอนที่ 15 กวนใจ กระเป๋าเดินทางถูกเด็กในบ้านยกขึ้นรถเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่ร่างเล็กของน้ำผึ้งในชุดเดรสตัวพริ้วสวยจะค่อยๆ เดินออกมาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี นัยน์ตาก็ก้มลงราวกับว่ากำลังหลบหน้าใครบางคนอยู่“เชิญครับคุณน้ำผึ้ง” คนขับรถลีมูซีนคันหรูเปิดประตูต้อนรับคุณนายสาวของบ้านด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่น้ำผึ้งจะชั่งใจสักพัก และเข้าไปนั่งช้าๆ ข้างคนตัวโตที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว รถคันหรูเคลื่อนตัวออกจากบ้านหลังใหญ่ช้าๆ โดยที่น้ำผึ้งก็เหลือบมองคนด้านข้างเล็กน้อย แต่ก็พบว่าเขากำลังเลื่อนไอแพดดูงาน ไม่ได้ใส่ใจเธอนัก ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากทีเดียว“หิวรึเปล่า” น้ำผึ้งเม้มปากกับน้ำเสียงปกติของพนา ที่เขาถามเธอโดยที่ไม่ได้หันมามอง แต่มันกลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตัก ทั้งยังหน้าเห่อร้อนจากเหตุการณ์แสนหน้าอายเมื่อเช้า“ยังค่ะ” น้ำผึ้งตอบเสียงเบาอ้อมแอ้มจนริมฝีปากหนายกยิ้มเบาๆ ไม่นานนักรถลีมูซีนคันหรูก็จอดลงหน้าสนามใหญ่ นัยน์ตาสวยทอดมองเครื่องบินส่วนตำลำหรูกะทัดรัดด้วยความตกใจ ก่อนจะหันมองคนตัวโตที่เดินนำไปก่อนแล้ว“เชิญค่ะ” เรียวขาเล็กก้าวขึ้นบนเครื่องบินเจ๊ทส่วนตัวก่อนจะมองไปรอบๆ ความหรูหราและ
ตอนที่ 14 โหยหา เสียงกรีดร้องที่ดังไปทั่วบ้านทำให้ทุกคนรีบกรูเข้ามาดู น้ำผึ้งก็เช่นกัน เอรีบยกมือเช็ดน้ำตาและดีดตัวขึ้นเดินออกไปยังหน้าประตู แต่ไม่ทันได้เปิดมันออก พนาก็เปิดประตูและเดินเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มสะแล้ว“คุณทำอะไรเธอคะ” พนาไล่มองใบหน้าสวยที่บัดนี้มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน ซึ่งมันเป็นการการันตีได้เป็นอย่างดี ว่าผู้หญิงตรงหน้าอาจจะมีความรู้สึกให้เขาจริงๆ ตามที่เขาเดาเอาไว้“เธอหึงฉันจนร้องไห้เลยหรอ” น้ำผึ้งชะงัก ไม่คิดว่าเขาจะถามอะไรแบบนี้กับเธอ หน้าสวยส่ายไปมาก่อนจะตอบพลางหลบสายตาคมตรงหน้า“เปล่านะคะ ฉันแค่.....ฉัน” พนายกยิ้มพอใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปชิดร่างเล็กและยิ้มอย่างมีเลศนัย ไม่รู้ทำไมพอรู้ว่าเธออาจจะคิดอะไรกับเขา พนาถึงได้รู้สึกแปลกๆ เขาผ่านผู้หญิงมาเยอะก็จริง แต่เขาเป็นพวกเสือผู้หญิงที่ไม่เคยจริงจังกับใครนัก“อย่าเปลี่ยนเรื่องสิคะ คุณทำอะไรกับริดา” น้ำผึ้งทำขึงขัง ถามเขาอีกครั้งก่อนคนโดนถามจะเขาเบาๆ และตอบแบบนิ่งๆ ไม่ได้มีอารมร์อะไร“ฉันแค่คุยกับน้องสาวเธอนิดๆ หน่อยๆ ไม่ต้องหึงไปหรอก” ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันเบาๆ ตาก็มองสามีจำเป็นนิ่งๆ“ฉันไม่ได้หึงค่ะ ในเมื่อการจดท
ตอนที่ 13 สั่งสอน พนาที่ทนฟังคำพูดหยาบโลนและน่ารังเกียจนั่นไม่ไหวอีกต่อไป ก็ต้องก้าวเข้าไปในห้องอาหารด้วยรอยยิ้ม จนตระเกิงและริดาที่โกรธอยู่เลิ่กลั่กจนต้องเปลี่ยนสีหน้าท่าทาง สาวใช้ที่ยืนอยู่มองมาทางเจ้านายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนจะรีบไปยกอาหารออกมาจนเต็มโต๊ะ“หวังว่าจะชอบอาหารที่ผมให้คนเตรียมไว้นะครับ” ตระเกิงและริดาตาโต มองอาหารเหลาหน้าตาหรูหรากันตาโต ยิ่งกับริดาที่ตวัดสายตาแห่งความเกลียดชังไปยังพี่สาวต่างพ่อ ที่ใช้ชีวิตสุขสบาย ต่างจากเธอที่ต้องอยู่ในบ้านไม้หลังเก่าราวกับรังหนู“ขอบคุณมากนะคะคุณพนา” พนาพยักหน้ารับแม่ยายอย่างนอบน้อม ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มลงมือจัดการอาหารบนโต๊ะ“ว่าแต่นัง เอ่อ.....พี่น้ำผึ้งทำอะไรให้คุณพนาไม่พอใจไหมคะ เพราะเวลาอยู่ที่บ้านนี่ชอบทำตัวเป็นตัวปัญหาจนริดานี่ปวดหัวมากๆ เลยค่ะ” เสียงหวานปานน้ำผึ้งทั้งยังนัยน์ตาหยดย้อยมองไปยังพี่เขยอย่างโจ่งแจ้ง จนเหล่าสาวใช้ต่างมองหน้ากันเหรอหรา น้ำผึ้งเองที่เห็นแบบนั้นก็พยายามไม่ใส่ใจ ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปเงียบๆ“ตามประสาสามีภรรยานั่นแหละครับ มีกระทบกระทั่งกันบ้าง” นัยน์ตาคมหันมามองใบหน้าสวย จนน้ำผึ้งต้องหันไ
เอี้ยด! รถคันหรูจอดลงหน้าบ้านในเวลาสี่โมงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วมากๆ สำหรับครอบครัวที่บ้างานอย่างวัชรวานิช พนาเดินหิ้วกระเป๋าเอกสาร สาวเท้ามายังด้านในตัวบ้าน ก่อนจะถามสาวใช้เสียงเรียบ“คุณน้ำผึ้งล่ะ”“อ้อ ยังไม่กลับมาตั้งแต่เช้าเลยค่ะ” พนากำกระเป๋าเอกสารในมือแน่น ก่อนจะสาวเท้าขึ้นไปด้านบนด้วยคว
แสงแดดยามเช้าทำให้เปลือกตาสวยเปิดขึ้นช้าๆ อย่างงัวเงีย ก่อนจะพลิกตัวช้าๆ"โอ้ย!" ความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วตัวทำให้น้ำผึ้งเบ้หน้าทันที นัยน์ตาสวยที่งัวเงียก็พลันตื่นเต็มตา"จะลุกไปไหนแต่เช้า" เสียงคุ้นหูด้านหลังทำให้น้ำผึ้งกลืนน้ำลายลงคอ พลันภาพน่าอายก็ไหลเข้ามาในหัวเธอไม่หยุดจนใบหน้าสวยขึ้นสี นัยน
ตอนที่ 10 เพื่อนสนิท“ฮึก!” เสียงสะอื้นเบาๆ ของคนที่นอนหันหลังด้วยร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่ม ไม่ได้ทำให้พนารู้สึกผิดแต่อย่างใด เขากลับรู้สึกพอใจสะอีก ที่เขาได้ให้บทเรียนเธอ ว่าเธอเป็นใคร อยู่ในฐานะอะไร และต้องปรนนิบัติหน้าที่แบบไหน“ฉันอาจจะไม่กลับ ต้องไปงานเลี้ยง”ว่าจบพนาก็ยืนขึ้นด้วยร่างที่เปล
ความโมโหและฤทธิ์น้ำเมาหลายแก้วยิ่งเพิ่มความเดือดดาลให้พนา เขาไม่เคยรู้สึกโมโหและรู้สึกขาดสติแบบนี้มาก่อน และเขาไม่ได้เมามากขนาดนั้น แต่เขากลับควบคุมอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ นี้ไม่ได้"คุณพนา!" ริมฝีปากหนายกยิ้มกับปฏิกิริยาของคนใต้ร่าง ที่ตะคอกเขาทั้งน้ำตา "ทำไม หรือจะแสดงบทรังเกียจให้ฉันอยากได้ตั



![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



