Se connecterสัญญาที่อีกฝ่ายมีแต่ได้ ไม่มีทางที่นักธุรกิจอย่างพนาจะยอม ในเมื่อเขาต้องเสียเงินทองมากมายให้กับเธอ เธอเองก็ต้องชดใช้สิ่งที่เขาเสียไปเหมือนกัน
Voir plusณ บ้านหลักเล็ก ในชุมชนที่อยู่หลังม่านความเจริญ ร่างเล็กกำลังบรรจงปลูกต้นดอกกุหลาบ ที่เธอพึ่งได้มาจากตลาดสดลงในกระถางอย่างขมักเขม่น
"นังน้ำผึ้ง ฉันบอกว่าวันนี้ฉันมีเรียนแต่เช้า ทำไมแกไม่ทำกับข้าวไว้รอฉันห้ะ!"
เสียงแหลมที่ตะโกนดังมาจากในตัวบ้านของน้องสาวต่างแม่ทำให้น้ำผึ้งถอนหายใจ ก่อนจะรีบล้างมือและเดินเร็วๆ เข้าไปในบ้าน
"มาแล้วๆ"
มือเล็กจัดเตรียมแซนวิชอย่างชำนาญ พร้อมกับเทน้ำส้มให้แก้วและนำไปเสิร์ฟให้กับน้องสาวต่างแม่อย่าง 'ริดา' ที่อายุห่างกันหนึ่งเพียงปี
"เซ่อซ่าอยู่ได้!"
เสียงแหวแหลมปรี้ดดังขึ้นก่อนมือที่ทำเล็บมาอย่างสะสวยจะหยิบแซนวิชกินไปพร้อมกับเลื่อนโทรศัพท์รุ่นใหม่เครื่องหรูไปพลางๆ
"น้ำผึ้ง"
"จ้ะแม่"
น้ำผึ้งตอบรับผู้เป็นแม่ ก่อนจะรีบเข้าไปประคอง 'ยาดา' ที่เดินอิดโรยมาจากด้านบนบ้าน
"ยังไม่หายปวดหัวอีกหรอจ้ะ สีหน้าดูไม่ดีเลย"
คิ้วสวยขมวดมุ่นและถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่ผู้เป็นแม่กลับส่ายหัวเล็กน้อย
"แม่ไหว วันนี้ต้องไปขายของ ค่าเช่าแผงก็ผลัดไม่ได้แล้วด้วย"
น้ำผึ้งถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองพ่อเลี้ยงที่นั่งดูดบุหรี่อ่านหนังสือพิมพ์สบายใจ และน้องสาวที่แต่งหน้าทาปาก ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่เว้นวันด้วยความระอา แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้
"ไม่เป็นไรจ้ะแม่ เดี๋ยวผึ้งไปแทนเอง"
น้ำผึ้งนั้นทำงานเปิดเพจทำขนม รายได้ค่อนข้างดี แต่ถึงอย่างนั้นค่าใช้จ่ายในบ้านที่สูงลิ่วเกินตัว ทำให้เงินเก็บแต่ละเดือนแทบจะไม่มีเหลือ แต่ครั้งนี้เธอจำเป็นจริงๆ ไม่อย่างนั้นยาดาผู้เป็นแม่คงจะได้ต้องแบกสังขารออกไปเร่ขายขนมอีก
"แม่ไปพักเถอะจ้ะ เดี๋ยวผึ้งจัดการเอง"
น้ำผึ้งยกลังขนมไทยที่เธอและแม่ได้ช่วยกันเตรียมไว้เพื่อขายเช่นทุกวันขึ้นรถซาเล้งคันเก่งเพียงลำพังเช่นทุกวัน เพราะพ่อเลี้ยงและน้องสาวต่างพ่อนั้นไม่เคยคิดจะช่วยแบ่งเบาภาระเธอและแม่เลย
"อ้าวน้ำผึ้ง มาขายขนมแทนแม่เรอะ"
"ใช่จ้ะป้า"
ริมฝีปากสวยยกยิ้มให้แม่ค้าแผงข้างๆ ที่คุ้นเคยกันอยู่ไม่น้อย ก่อนจะยกถาดขนมไทยขึ้นบนแผงพร้อมกับจัดเรียงอย่างสวยงาม เตรียมพร้อมสำหรับการขายในช่วงสายๆ ไปจนถึงเย็น
"เท่าไหร่จ้ะ"
"20 บาทจ้ะ"
มือเล็กรับเงินแบงค์เขียวด้วยรอยยิ้ม ก่อนสายตาจะหันไปเห็นร่างคุ้นตาที่กำลังเดินยิ้มมาทางตนโดยมีแม่ค้าแม่ขายทักทายมาตามทาง
"คุณวัทนาสวัสดีค่ะ"
มือเล็กยกขึ้นไหว้ชายร่างท้วมเจ้าของตลาดด้วยรอยยิ้มกว้าง
"สวัสดีน้ำผึ้ง ทำไมวันนี้แม่ไม่มาซะล่ะ"
วัทนาทักทายเด็กสาวด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง
"แม่ปวดหัวนิดหน่อยค่ะ"
"งั้นเดี๋ยวฉันเหมาขนมทั้งหมดเลยก็แล้วกันนะ"
น้ำผึ้งตาโต มองขนมในถาดที่เหลือค่อนข้างเยอะก่อนจะหันไปมองคนตรงหน้าอย่างตกใจ
"คุณวัทนาจะเหมาหรอคะ"
เจ้าของตลาดพ่วงไปด้วยตำแหน่งนักธุรกิจใหญ่ทั้งยังเป็นคนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศยิ้มขำกับทีท่าตกใจของเด็กสาว ก่อนจะพยักหน้า
"เดี๋ยวยังไงฉันขอรบกวนหนูเอาไปส่งที่บ้านได้รึเปล่า"
"ยินดีมากๆ ค่ะคุณวัทนา"
"ไม่ต้องนับนะน้ำผึ้ง เดี๋ยวฉันให้ค่าขนมเพิ่มด้วย ไม่ได้เจอกันนาน"
น้ำผึ้งยกยิ้ม รีบยกมือไหว้ด้วยความดีใจ
"ขอบคุณมากค่ะ แต่ว่าเอาตามค่าของเถอะค่ะ แค่คุณวัทนาเหมาหมด หนูก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ"
"มีอะไรพิเศษหรอคะคุณวัทนา เหมาขนมไปเกลี้ยงเชียว"
แม่ค้าแผงข้างๆ ตะโกนถามด้วยรอยยิ้ม จนวัทนาหันไปตอบอย่างไม่ถือตัว
"ลูกชายพึ่งกลับมาจากต่างประเทศ ก็เลยจัดกินเลี้ยงกันง่ายๆ"
มือหนาควักแบงค์สีเทาออกจากกระเป๋า ก่อนจะยื่นให้น้ำผึ้ง แต่ตาสวยที่มองเงินพันหลายใบตรงหน้ารีบยกมือปฏิเสธทันที
"เยอะไปแล้วค่ะคุณวัทนา ทั้งหมดนี้แค่พันกว่าบาทเองค่ะ"
วัทนายิ้มก่อนจะวางเงินใส่ฝ่ามือเล็กเชิงบังคับ และเดินออกไปจากตลาดพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนนิ่งๆ มือเล็กหยิบเวินแบงค์สีเทาขึ้นมานับก่อนจะเม้มปากเบาๆ เมื่อมันเป็นเงินจำนวนถึง 5,000 บาท ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ สำหรับครอบครัวที่หาเงินแทบจะวันชนวันแบบครอบครัวเธอ
น้ำผึ้งในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวเกล้าผมลวกๆ พร้อมกับแว่นสายตาราคาถูกยืนมองคฤหาสน์หลังใหญ่ผ่สนหน้าประตูบานยักษ์ด้วยความอึ้งเหมือนทุกครั้ง
"มาส่งขนมใช่ไหมจ้ะ"
"อ้อ ใช่จ้ะ ฉันมาส่งขนมที่คุณวัทนาสั่งไว้จ้ะ"
สาวใช้ยิ้มรับ ก่อนประตูบานใหญ่จะถูกเปิดออกช้าๆ น้ำผึ้งรีบขับรถซาเล้งคู่ใจเข้าไปด้านในด้วยความตื่นตาตื่นใจ ทั้งน้ำพุขนาดใหญ่ และสวนหย่อมเล็กๆ ที่ถูกจัดแต่งอย่างหรู ทั้งเครื่องดื่ม อาหาร และดอกไม้ จนน้ำผึ้งเผลอคิด ว่าขนมของเธอที่ราคาค่างวดถูกขนาดนี้ คงเทียบชั้นไม่ติด
"อ้าวน้ำผึ้ง มาแล้วหรอ ไปยกช่วยกันหน่อยไป"
เหล่าสาวใช้พากันรีบเดินมายกถาดขนมไปจัดเรียงมือเป็นระวิง
"ขอบใจมากนะ"
ริมฝีปากสวยยกยิ้ม ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณวัทนาอีกครั้ง
"หนูต่างหากค่ะที่ต้องขอบคุณคุณวัทนา ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ"
สาวใช้นำถาดกลับมาวางบนรถซาเล้งคันเล็ก ก่อนที่น้ำผึ้งจะขับออกไปทันที
"ใครหรอครับ"
เสียงเรียบๆ ทรงพลังดังขึ้นจากทางด้านหลัง เรียวขายาวก้าวออกมายืนขนาบข้างผู้เป็นพ่อ นัยตาคมก็ทอดมองแผ่นหลังที่กำลังห่างออกไปจากตัวบ้านบนรถซาเล้งนิ่งๆ
"อ้อ เด็กที่ตลาด บ้านเค้าทำขนมอร่อย พ่อเลยสั่งมาให้ชิม"
วัทนาเองก็มองตามแผ่นหลังของเด็กสาวที่เกือบจะรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายนิ่งๆ จนสุดสายตา
เหล่าแขกเหรื่อคนสนิทต่างพากันมาร่วมงานเลี้ยงเล็กๆ ที่ต้อนรับลูกชายเพียงคนเดียวของคุณวัทนา นักธุรกิจเบอร์ใหญ่ของประเทศ
"พนา ชิมดูสิ"
นัยน์ตาคมก้มลงมองจานขนมตะโก้ที่ผู้เป็นพ่อเลื่อนมาไว้ตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ
"คุณพ่อก็รู้ ว่าผมไม่ชอบกินของหวาน"
วัทนายกยิ้มเขา ก่อนจะยักไหล่ให้กับลูกชาย
"ลองชิมดูก่อน แกอาจจะชอบก็ได้"
พนาถอนหายใจ ก่อนจะยอมหยิบช้อน ตักตะโก้เป้าปากพร้อมกับเคี้ยวอย่างไม่คาดหวัง ตั้งแต่เล็กจนโต รสชาตหวานบาดคอจนต้องรีบดื่มน้ำตามของขนมไทย ทำให้วัทนาไม่ค่อยถูกโฉลกกับมันนัก แต่ครั้งนี้ผู้เป็นพ่อดูจะอยากให้เขาลิ้มรสนัก เขาก็ไม่ปฏิเสธ
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย กับรสชาตนุ่มลิ้น หวานมันและหอมเตะจมูกทุกครั้งที่ละเมียดละไมตะโก้เผือกหวานพอดิบพอดีเข้าปาก
"ทำไมไอ้เสือ อร่อยมากเลยสิ"
วัทนามองผู้เป็นลูกพลางยกยิ้มขำกับปฏิกิริยาประหลาดของพนา แต่พนาไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ค่อยๆ ละเมียดละไมขนมไทยตรงหน้าที่เคยเกลียดแสนเกลียดช้าๆ อย่างหลงไหลมันก็เท่านั้น
"คิดดีแล้วหรอคะคุณ"
ปรีนาถามสามีที่ยืนอยู่ด้านข้างนิ่งๆ ตาก็มองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่กินขนมหวานกระทงแล้วกระทงเล่าอย่างแปลกใจ
"พนาลูกเราโตแล้ว ถึงเวลาแล้วล่ะคุณปรีนา"
ตอนที่ 4 หน้าที่ภรรยา"ว่ายังไงไอ้เสือ ไปคิดมารึยัง"พนาหย่อนตัวลงนั่งพร้อมกับคำถามที่ยิงมาจากผู้เป็นพ่อ มือหนายกน้ำขึ้นจิบก่อนจะหันไปมองพ่อและแม่ด้วยรอยยิ้ม"ผมได้คำตอบให้พ่อกับแม่แล้วครับ"ปรีนาและวัทนามองหน้ากันด้วยความแปลกใจกับรอยยิ้มของลูกชาย"แล้วคำตอบของพนาคืออะไรล่ะลูก"พนายกยิ้ม ก่อนจะพูดเสียงอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ไม่ทิ้งคราบชายผู้ที่มีความสุขุมอยู่ในตัว"คำตอบเหมือนกับผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละครับ"ปรีนาเลิกคิ้ว ในเมื่อลูกชายของเธอไม่ได้นั่งอยู่ด้านล่างด้วย จะรู้ได้ยังไงว่าน้ำผึ้งได้ตอบตกลงเรื่องทะเบียนสมรสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"นี่ลูกรู้ได้ยังไงพนา"ปรีนาถามคิ้วขมวด แต่ลูกชายอย่างพนากลับยกยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก"ดูไม่ยากหรอกครับ"พนาคิดไปว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมรับสมบัติมหาศาล อาจจะเพราะอยากได้มากกว่านั้น ไม่ใช่ว่าเขามั่นใจในตัวเอง แต่นับจากผู้หญิงที่เคยพบเจอมา ร้อยทั้งร้อย เต็มใจปรนเปรอความสุขให้เขากันทุกคน ฉะนั้นเธอคนนี้ก็คงไม่ได้ต่างออกไป คงคิดจะทำให้ผู้ชายแบบเขาหลง จนไม่หย่า และเข้ามาเป็นนายหญิงของบ้านคนต่อไป ช่างน่าขำสิ้นดีในความคิดของพนา"น้ำผึ้งเป็นเด็กดี อย่างน้อยๆ
"จดทะเบียนสมรส"พนาพูดออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะวางกระดาษลงบนโต๊ะด้วยความหัวเสีย"นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรกันครับ"วัทนาและปรีนาที่พอรู้อยู่แล้วว่าลูกชายคงจะไม่ยอมง่ายๆ แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อนั่นเป็นความปราถนาสุดท้ายของผู้กุมบังเหียนคนเก่าของตระกูล"พ่อเข้าใจว่าแกคิดยังไง แต่อาชวญของแกก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นถึงลูกบุญธรรมของคุณปู่""แต่คุณอาชวญเสียไปนานแล้วนะครับ"พนาพูดคิ้วขมวด"ก็จริงอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น ภรรยาแล้วก็ลูกของชวญก็ยังอยู่ สัญญาก็ยังอยู่""นี่คุณพ่อจะให้ผมเอาทั้งชีวิตของผมฝากไว้กับกระดาษแผ่นเดียวงั้นหรอครับ"ปรีนาถอนหายใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าเรื่องทั้งหมดนั้นคงจะออกมาเป็นแบบนี้ เพราะถ้าหากเป็นเธอ ก็คงไม่ยอมทำตามสัญญาที่คนตายสองคนได้ทำขึ้นมาแน่ๆ"ชวญเป็นเหมือนน้องชายของพ่อ อีกอย่าง ถ้าแกไม่ยอมทำตามสัญญาที่ปู่แกกับชวญให้กันไว้ สมบัติครึ่งนึงของครอบครัวเรา ต้องแบ่งให้ภรรยาแล้วก็ลูกของชวน""บ้าไปแล้วครับ ถึงคุณอาจะเป็นลูกบุญธรรมก็เถอะ แต่เงินพวกนี้ส่วนนึงคุณพ่อก็เป็นคนหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง แบบนี้ไม่มากไปหน่อยหรอครับ"พนาถามเสียงกร้าว สัญญาบ้าๆ บ้อๆ ที่ผู้เป็นปู่ร่างขึ้นช่างพาลให้เข
"คุณตระเกิง โฉนดอยู่ที่ไหน!"เสียงที่ดังออกมาจากในบ้านทำให้คนที่พึ่งกลับมาจากขายขนมคิ้วขมวด ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที"แม่ มีอะไรกันจ้ะ"น้ำผึ้งคิ้วขมวด ก่อนจะรีบเข้าไปประคองแขนของผู้เป็นแม่ที่ดูจะอารมณ์ขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะหันไปมองพ่อเลี้ยงอย่างตระเกิงที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่"ผมบอกแล้ว ผมต้องต่อทุน ยืมไปจำนองนิดๆ หน่อยๆ มันจะเป็นอะไรไป"คิ้วสวยของน้ำผึ้งขมวดเข้าหากันทันที เมื่อได้ยินคำว่าจำนอง"แม่ อย่าบอกนะจ้ะ"แต่ใบหน้าของยาดาผู้เป็นแม่ กลับบอกเธอได้ถนัดทีเดียว ว่าพ่อเลี้ยงของเธอได้เอาโฉนดที่ดินบ้านที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของครอบครัวนี้ไปจำนองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"ลุงทำแบบนี้ได้ยังไง ถ้าไม่มีบ้าน เราก็ไม่เหลืออะไรแล้วนะ"ตระเกิงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเท้าสะเอวมองสองแม่ลูกที่กำลังทำเรื่องเล็กๆ ให้เป็นเรื่องใหญ่"นี่ เสี่ยภาษเค้าไม่ได้จะมายึดวันนี้พรุ่งนี้สะหน่อย หาเงินไปไถ่คืนก็จบ!"นัยตาสวยมองพ่อเลี้ยงที่เดินขึ้นไปด้านบนด้วยความไม่พอใจสุดขีด ก่อนจะประคองผู้เป็นแม่ที่สีหน้าไม่ค่อยดีนักไปนั่งพัก"ใจเย็นๆ นะจ้ะแม่ ยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่ เดี๋ยวจะพาลเป็นหนักขึ้นนะจ้ะ"ยาดาส
ณ บ้านหลักเล็ก ในชุมชนที่อยู่หลังม่านความเจริญ ร่างเล็กกำลังบรรจงปลูกต้นดอกกุหลาบ ที่เธอพึ่งได้มาจากตลาดสดลงในกระถางอย่างขมักเขม่น"นังน้ำผึ้ง ฉันบอกว่าวันนี้ฉันมีเรียนแต่เช้า ทำไมแกไม่ทำกับข้าวไว้รอฉันห้ะ!"เสียงแหลมที่ตะโกนดังมาจากในตัวบ้านของน้องสาวต่างแม่ทำให้น้ำผึ้งถอนหายใจ ก่อนจะรีบล้างมือและเดินเร็วๆ เข้าไปในบ้าน"มาแล้วๆ"มือเล็กจัดเตรียมแซนวิชอย่างชำนาญ พร้อมกับเทน้ำส้มให้แก้วและนำไปเสิร์ฟให้กับน้องสาวต่างแม่อย่าง 'ริดา' ที่อายุห่างกันหนึ่งเพียงปี"เซ่อซ่าอยู่ได้!"เสียงแหวแหลมปรี้ดดังขึ้นก่อนมือที่ทำเล็บมาอย่างสะสวยจะหยิบแซนวิชกินไปพร้อมกับเลื่อนโทรศัพท์รุ่นใหม่เครื่องหรูไปพลางๆ"น้ำผึ้ง""จ้ะแม่"น้ำผึ้งตอบรับผู้เป็นแม่ ก่อนจะรีบเข้าไปประคอง 'ยาดา' ที่เดินอิดโรยมาจากด้านบนบ้าน"ยังไม่หายปวดหัวอีกหรอจ้ะ สีหน้าดูไม่ดีเลย"คิ้วสวยขมวดมุ่นและถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่ผู้เป็นแม่กลับส่ายหัวเล็กน้อย"แม่ไหว วันนี้ต้องไปขายของ ค่าเช่าแผงก็ผลัดไม่ได้แล้วด้วย"น้ำผึ้งถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองพ่อเลี้ยงที่นั่งดูดบุหรี่อ่านหนังสือพิมพ์สบายใจ และน้องสาวที่แต่งหน้าทาปาก ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม