LOGINตอนที่ 12 ยิ่งพยายามใกล้ยิ่งห่างไกล
อคิณกลับเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าอ่อนล้าจากการประชุมที่ยาวนานกว่าที่คิด เขามองไปที่พราวตะวันที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าของเธอหันออกไปมองทิวทัศน์ข้างนอก แต่แววตาของเธอกลับว่างเปล่า ราวกับว่าความคิดของเธอกำลังล่องลอยไปในที่ไกลแสนไกล
อคิณเดินเข้ามาใกล้เธอช้าๆ เขารู้สึกผิดที่บังคับเธอให้มารอเขาประชุม
“ผมขอโทษนะครับพราว ที่ทำให้คุณต้องรอนาน” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พราวตะวันไม่ตอบอะไร เธอยังคงนิ่งราวกับว่าไม่มีใครอยู่ในห้องกับเธอ ราวกับว่าการมีตัวตนของเขาไม่มีผลอะไรต่อเธอเลยแม้แต่น้อย
อคิณถอนหายใจเบาๆ เขาเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นแล้วเอื้อมมือไปจับมือของเธอไว้เบาๆ
“ผมรู้ว่าคุณโกรธ แต่ผมขอโทษได้ไหม” พราวสะบัดมือของเขาออกอย่างแรง
“ฉันไม่ได้โกรธ แต่ฉันรำคาญที่ต้องอยู่ใกล้ๆ คุณอย่างนี้และยิ่งตอนนี้ฉันก็ยิ่งไม่อยากอยู่ใกล้ๆ คุณ”
“ผมรู้ว่าคุณรำคาญผมแต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมไม่ได้อยากทำให้คุณอึดอัด” อคิณบอกกับเธอ
อคิณเงียบไปชั่วขณะ เขามองพราวตะวันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และตัดพ้อ
“พราวคุณไม่เคยคิดเลยหรือไงว่าที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้ ผมหวังดีกับคุณทุกเรื่อง” อคิณพูดขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของพราวตะวันอย่างหมดหวัง
“ทำไมฉันต้องเชื่อว่าคุณหวังดีกับฉัน เพราะถ้าคุณหวังดีกับฉันคุณคงไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานแบบบีบบังคับฉันอย่างนี้” พราวตะวันพูดขึ้นมาพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาที่แข็งกร้าว “ผมอยากบอกคุณนะพราว ว่าผมหวังดีกับคุณ ทุกอย่างที่ผมทำผมหวังดีกับคุณทั้งนั้น” อคิณกล่าวเสียงเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด
“แต่คุณไม่เคยเปิดใจรับฟังผมเลย”
“แล้วทำไมฉันต้องเปิดใจรับฟังคุณด้วยล่ะ” พราวตะวันตอบกลับทันควัน
“ในเมื่อทุกอย่างที่คุณทำ มันก็เพื่อประโยชน์ของครอบครัวคุณ” อคิณส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่จริงพราว ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณ”
“เพื่อฉัน ตลกสิ้นดี” พราวตะวันแค่นหัวเราะ
“ถ้าคุณทำเพื่อฉันจริง คุณคงไม่พาฉันมาที่นี่ คุณคงไม่บังคับให้ฉันแต่งงานกับคุณ คุณคงไม่ทำให้ฉันต้องเจ็บปวด” น้ำเสียงของพราวตะวันสั่นเครือเล็กน้อย แววตาของเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า อคิณเห็นดังนั้นก็รู้สึกปวดร้าวในใจ เขาเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นแล้วเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่คลออยู่ตรงหางตาของเธอ พราวตะวันสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ปัดมือของเขาออก
“ผมขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บปวด” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างที่สุด
“แต่คุณจงรู้ไว้ว่าที่ผมทำทุกอย่างก็เพื่อคุณ สักวันคุณจะเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ ผมจะทำให้คุณมีความสุข” อคิณกล่าว
“ผมจะทำทุกอย่างให้คุณเชื่อใจผมให้ได้”
พราวตะวันมองเข้าไปในดวงตาของเขา เธอเห็นความจริงใจที่ฉายชัดอยู่ในนั้น มันไม่ใช่สายตาของชายเจ้าชู้ที่เธอเข้าใจ แต่มันคือสายตาของชายที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาดีที่มันออกมาจากใจจริง
“ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่ได้รักผม ผมเจ็บปวดแต่ไม่ใช่เพราะคุณไม่รักผม”
“แล้วคุณเจ็บปวดอะไร” พราวตะวันถามขึ้นมาทันทีทีที่เข้าพูดจบ
“ผมเจ็บปวดที่เห็นคุณต้องทุกข์ใจ” อคิณกล่าว “ผมอยากให้คุณมีความสุข”
“คุณจะทำให้ฉันมีความสุขได้ยังไงในเมื่อคุณก็ทำให้ฉันทุกข์ใจมาตลอด” พราวตะวันพูดขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของเขาทั้งน้ำตา
“ผมรู้ว่าผมไม่ใช่ความสุขของคุณ แต่ผมจะรอ รอวันที่คุณมองผมเป็นความสุขของคุณ แม้จะไม่มีวันนั้นผมก็จะรอ” น้ำเสียงของอคิณเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน พราวตะวันเงียบไป เธอรู้สึกจุกแน่นในลำคอ เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เธออยากจะเชื่อเขาแต่หัวใจของเธอตอนนี้มันมีแค่ฟิล์มเท่านั้น
“มันคงไม่มีวันนั้นตามที่คุณเข้าใจ” น้ำเสียงของพราวตะวันหนักแน่นแต่ก็สั่นเครือ เธอมองเข้าไปในดวงตาของอคิณอย่างไม่ยอมแพ้
“ผมไม่เชื่อ” อคิณกล่าว “ผมจะรอจนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจ” พราวตะวันส่ายหน้า เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เธอยังคงรักฟิล์มอยู่หมดหัวใจ และเธอก็ไม่สามารถทำใจที่จะรักใครได้อีก
“ผมรู้ว่าคุณรักเขา” อคิณกล่าว พราวตะวันนิ่งไป เธอเถียงเขาไม่ออก เพราะสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดมันคือความจริง ฟิล์มไม่ได้สนใจเธอเลยในช่วงเวลาที่เธอต้องการเขามากที่สุด
“ผมจะทำทุกอย่างให้คุณลืมเขาให้ได้” อคิณกล่าว “ผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้” พราวตะวันรู้สึกอึดอัดกับคำพูดของเขา เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี เธออยากจะเชื่อเขา แต่ในใจของเธอก็ยังมีกำแพงที่แข็งแกร่งขวางกั้นอยู่
“ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน” พราวตะวันเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน อคิณมองกลับมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนและจริงใจ
“ผมจะรอคุณ” อคิณกล่าว “ผมจะรอจนกว่าคุณจะพร้อมที่จะเปิดใจให้ผม”
“พอเถอะ กลับบ้านดีกว่า ฉันอยากกลับบ้าน” พราวตะวันเลือกที่จะเลิกพูดเรื่องนี้ เธอไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่สับสนภายในใจอีกต่อไป จู่ๆ ท้องของเธอก็ร้องออกมาเสียงดัง ทำให้ทั้งคู่ต้องเงียบไปชั่วขขณะ พราวตะวันเขินหน้าแดง เธอพยายามจะทำเป็นไม่สนใจแต่ก็ทำไม่ได้ อคิณเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ผมว่าเราไปหาอะไรทานกันดีกว่านะครับ” อคิณกล่าว
“ฉันไม่หิว” พราวตะวันปฏิเสธเสียงแข็ง “แต่ท้องของคุณไม่ได้พูดแบบนั้น” อคิณพูดขึ้นมาแล้วก็แอบอมยิ้มเล็กน้อย ซึ่งทำให้บรรยากาศสบายขึ้น
“ฉันจะกลับบ้าน” พราวตะวันยืนยัน “ผมคิดว่าเราไปทานข้าวกันดีกว่า” พราวตะวันรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของเขา เธออยากจะปฏิเสธแต่ท้องของเธอก็ยังคงร้องออกมาอีกครั้ง ราวกับจะตอกย้ำให้เธอได้รู้ว่าเธอไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้อีกต่อไป
“ก็ได้ เบื่อจะเถียงคุณแล้ว” พราวตะวันตอบกลับอย่างไม่เต็มใจ อคิณพาพราวตะวันไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก บรรยากาศในร้านเงียบสงบและดูอบอุ่น อคิณสั่งอาหารที่พราวตะวันชอบโดยที่เธอไม่ได้บอก พราวตะวันมองเขาด้วยความสงสัย
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบอาหารพวกนี้” พราวตะวันถาม
“ผมเคยเห็นคุณทานอาหารพวกนี้ที่บ้านบ่อยๆ” อคิณตอบ
“ผมก็เลยคิดว่าคุณน่าจะชอบ” พราวตะวันเงียบไป เธอรู้สึกประหลาดใจกับการใส่ใจของเขาที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน ความรู้สึกผิดในใจของเธอเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
“ผมขอโทษนะครับพราว ที่ทำให้คุณต้องรู้สึกอึดอัด” พราวตะวันได้ยินเธอก็เลือกที่จะเงียบแทนที่จะพูดอะไรออกไป
หลังจากทานข้าวเสร็จ อคิณก็พาเธอกลับมาที่บ้าน พราวตะวันเดินเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าเธอกำลังสับสนในความรู้สึกของเธอ
เมื่อเข้ามาในบ้าน พราวตะวันยังคงพยายามทำตัวห่างเหิน
“คุณไปพักเถอะ ผมจะไปที่ห้องทำงาน” อคิณกล่าว
“ฉันอยากอยู่คนเดียว” พราวตะวันตอบกลับ
“ถ้าคุณต้องการอะไรก็เรียกผมได้นะ” อคิณกล่าวแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน
พราวตะวันเดินตรงไปที่ห้องรับแขก เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เธอรู้สึกคิดถึงฟิล์มเหลือเกิน เธออยากจะกลับไปอยู่กับเขาเหมือนเดิม เธอเปิดดูโซเชียลมีเดียของเขา แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
รูปภาพล่าสุดที่ถูกโพสต์โดยหญิงสาวผมบลอนด์คนนั้น เป็นรูปที่เธอกำลังกอดอยู่กับฟิล์มที่ทะเล ฟิล์มกอดเอวเธอไว้พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุขและแคปชั่นที่เขียนว่า "รักเธอที่สุด" และมีการแท็กชื่อของฟิล์มเอาไว้ด้วย
พราวตะวันรู้สึกชาไปทั้งตัว ความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายวันพุ่งเข้ามากระแทกใจเธออย่างจัง น้ำตาของเธอไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย
พราวตะวันพยายามปลอบใจตัวเองว่ามันอาจจะเป็นแค่รูปภาพที่ถ่ายเล่นกันเฉยๆ ก็ได้ แต่ในใจของเธอก็รู้ดีว่ามันไม่จริง
เธอพยายามกดโทรศัพท์หาฟิล์มซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาก็ไม่ยอมรับสายเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่สุดท้ายแล้วเขากลับทำอย่างนี้กับเธอ
เสียงสะอื้นของพราวตะวันดังขึ้นเรื่อยๆ จนอคิณที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานของเขาได้ยิน เขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย เมื่อเขาเห็นพราวตะวันกำลังร้องไห้อย่างหนัก เขาก็รีบเดินเข้าไปหาเธอทันที
“เกิดอะไรขึ้นพราว” อคิณถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พราวตะวันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย อคิณเห็นดังนั้นก็ก้มลงไปมองโทรศัพท์มือถือของเธอที่เปิดค้างไว้ เขามองไปที่รูปภาพนั้นแล้วถอนหายใจออกมาอย่างยาวนาน
เขารู้ดีอยู่แล้วว่าความจริงมันเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่คิดว่าพราวตะวันจะได้เห็นมันเร็วขนาดนี้
อคิณไม่ได้พูดอะไรอีก เขากอดเธอเอาไว้แน่น พราวตะวันเองก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน เธอปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาบนไหล่ของอคิณอย่างไม่หยุดยั้ง
เธอรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในความมืดมิดและอ้อมกอดของอคิณเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย
“เขาไม่ได้รักคุณหรอกพราว เขาแค่หลอกใช้คุณ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างที่สุด
“ผมรู้ว่ามันเจ็บปวด แต่คุณต้องเข้มแข็งนะ” พราวตะวันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่สับสน
“ทำไมคุณถึงรู้เรื่องนี้”
“ผมให้ชวินสืบเรื่องนี้มานานแล้ว” อคิณตอบ
“ผมไม่อยากให้คุณต้องเจ็บปวด”
“แล้วทำไมคุณไม่บอกฉัน” พราวตะวันถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ผมอยากให้คุณเห็นมันด้วยตาของคุณเอง” อคิณกล่าว
“ผมรู้ว่าคุณคงไม่เชื่อคำพูดของผม”
พราวตะวันเงียบไป เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้าเธอ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอรักเขามากแต่เขากลับทำอย่างนี้กับเธอ
พราวตะวันผลักอคิณออกแล้วรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนอย่างรวดเร็ว อคิณไม่ได้ตามเธอไป เขาปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเพราะเขารู้ว่าเธอต้องการเวลา
พราวตะวันทิ้งตัวลงบนเตียง เธอปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น ความเจ็บปวดในใจของเธอรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเจอมาในชีวิต เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เธอรักมากที่สุดจะทำร้ายเธอได้ขนาดนี้
อคิณยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของเธอ เขาไม่ได้เข้าไปข้างในแต่เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดที่เธอได้รับมันรุนแรงแค่ไหน
เขาอยากจะเข้าไปกอดเธอเอาไว้แน่น ๆ แต่เขาก็รู้ว่าเธอต้องการเวลาอยู่คนเดียว เขาจึงตัดสินใจที่จะยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบ ๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้เธอ
หลังจากที่อคิณดื่มกาแฟและทานยาแก้ปวดจนอาการดีขึ้น เขารีบขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมทันที ก่อนจะกลับมาที่บ้านเช่าอีกครั้งในช่วงสาย ในใจของเขายังคงสับสนกับสถานะ 'พี่ชาย' ที่ได้มาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเมื่ออคิณมาถึง เขาก็พบว่าร้านก๋วยเตี๋ยวของป้าดีกำลังยุ่งวุ่นวายกับการรับลูกค้าในช่วงเที่ยง ธามกำลังง่วนอยู่กับการลวกเส้นและปรุงน้ำซุปอย่างคล่องแคล่ว ส่วนพราวตะวันกำลังเสิร์ฟและเก็บโต๊ะอย่างรวดเร็ว“สวัสดีครับป้าดี สวัสดีครับน้องธาม” อคิณกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง แล้วรีบเดินเข้าไปในร้าน“อ้าว! พี่อคิณมาทำไมครับ ไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปพักผ่อนเถอะครับ” ธามทักทายกลับทันทีด้วยท่าทีที่เคารพตามสถานะใหม่ที่ได้มาเมื่อคืน“ไม่ได้ครับน้องธาม พี่เป็นพี่ชายแล้วจะให้น้องชายกับภรรยาของพี่ทำงานหนักได้ยังไง วันนี้พี่มาช่วยงานครับ” อคิณกล่าวอย่างจริงจังแล้วถอดเสื้อสูทออกเผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวด้านในพราวตะวันที่กำลังเดินผ่านมายืนนิ่งตะลึงกับภาพที่เห็น เธอไม่เคยคิดเลยว่าอคิณ นักธุรกิจใหญ่ที่สวมสูทราคาแพง จะกล้ามาทำงานในร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนน เธอรีบเดินมา
ตอนที่ 132 วันเกิด (2)กลับมาที่งานวันเกิดของพราวตะวัน ค่ำคืนงานวันเกิดของพราวตะวันดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย ภายใต้แสงไฟสีส้มนวลที่ธามบรรจงตกแต่งไว้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความรัก พราวตะวันอยู่ในชุดกระโปรงเรียบๆ ที่อคิณซื้อให้ ใบหน้าของเธอเปื้อนรอยยิ้มที่ไม่เคยมีรอยยิ้มแบบนี้มานานมาก เธอนั่งอยู่ข้างอคิณที่คอยดูแลไม่ห่างและคอยอุ้มน้องบะหมี่ไว้ในอกเพราะลูกสาวตัวน้อยยังสดใสร่าเริงและยังไม่ง่วงนอนทั้งๆ ที่ใกล้เวลานอนแล้วหรืออาจจะเป็นเพราะมีคนเยอะและมีแสงไฟเยอะกว่าปกติ ป้าดีถือก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลชามพิเศษให้กับอคิณ “คินน์ลูกทานเยอะๆ นะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” “ขอบคุณครับป้าดี แค่เห็นพราวยิ้มได้ ผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ” อคิณกล่าวพลางหันไปมองพราวตะวันด้วยความรัก พราวตะวันวางถ้วยเค้กลง แล้วจับมืออคิณไว้แน่น “พราวขอบคุณพี่คินน์มากๆ นะคะ” อคิณมองเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาเห็นความจริงใจที่ฉายชัด เขารู้สึกถึงว่าถึงเวลาแล้วเขาค่อยๆ สอดมือไปด้านหลัง แล้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาอย่า
ตอนที่132วันเกิด หลังจากที่ทุกคนเดินทางมาถึงสนามบิน ทั้งหมดก็เดินทางมาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พราวฟ้า อคินัย ชวิน กานต์ ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล กำลังเข้าห้องเพื่อพักผ่อน ก่อนจะมารวมตัวกันที่ห้องโถงข้างล่างของโรงแรม “เอาล่ะ ทุกคนแต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหมครับ รถตู้รออยู่ข้างล่าง เราต้องบุกไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนที่งานวันเกิดจะจบลงเสียก่อน” อคินัยกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ชุดของแม่เรียบร้อยแล้วจ้ะ ลูกสะใภ้ของแม่ต้องตกใจและดีใจมากๆ แน่ๆ ที่เห็นพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกัน ตานัยมั่นใจใช่ไหมว่าตาคินน์ยังไม่รู้ว่าพวกเรามา” คุณหญิงอรุณีกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับย้ำถามลูกชายคนเล็กของเธอ อคินัยยิ้มเจ้าเล่ห์ “มั่นใจครับแม่ ผมบอกเขาแค่ว่าผมกับพราวฟ้าจะมา เขาไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าคุณพ่อ คุณแม่ และคุณอาสุริยะ คุณอาอรัญญาก็มาด้วย คินน์เองก็จะถูกเซอร์ไพรส์ไปพร้อมกับพราวเลยครับ” ทุกคนต่างตื่นเต้นและดูมีความสุขมากที่จะได้เจอพราวตะวันและหลานสาวตัวน้อยของพวกเขา พวกเธอทุกคน “พ่อกับแม่ก็คิดถึงหลานจนอดใจไม่ไหวแล้วฟ้า ไม่เจอนานแล้วก็คิดถึง” อรัญญาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มีท่าทีตื่นเต้นจ
ตอนที่ 131 นี่คือแผนของทุกคน (3)หลายวันผ่านไป...นับตั้งแต่วันที่อคิณได้มีโอกาศนอนร่วมเตียงกับภรรยาและลูกสาว ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อคิณยังคงมาช่วยขายก๋วยเตี๋ยวที่ร้านในทุกๆ วัน เขาทำหน้าที่ตั้งแต่เตรียมของช่วย เสิร์ฟไปจนถึงเก็บร้าน โดยไม่แสดงความรังเกียจแม้แต่น้อย ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพราวตะวันและคนอื่นๆ เป็นอย่างมากวันนี้เป็นอีกวันที่บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น พราวตะวันเองก็เริ่มพาลูกสาวมาเลี้ยงที่ร้านด้วย เพราะน้องบะหมี่เริ่มนิ่งขึ้นและตื่นเป็นเวลามากขึ้น เธอวางเปลน้อยของลูกไว้ในมุมที่ร่มและสงบที่สุดของร้าน ส่วนพราวตะวันก็คอยชำเลืองมองลูกสาวเป็นระยะลูกค้าที่เข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวต่างก็เห็นน้องบะหมี่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาหยอกและชมว่าน่ารัก น่าเอ็นดูมาก“โถคุณหนูคนสวย หน้าตาน่ารัก น่าชังจริงๆ เลย” ลูกค้าคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปลูบศีรษะน้องบะหมี่เบาๆ“ใช่ค่ะ น่ารักมาก ตาแป๋วเหมือนแม่เลย คุณแม่นี่เลี้ยงดีจริงๆ นะคะ จ้ำม้ำเชียว” ลูกค้าอีกคนพูดเสริมขึ้นมาอคิณที่กำลังเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวได้ยินคำชมก็ยิ้มแก้มปริ เขารู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่สุด เขาหันไป
ตอนที่ 131 นี่คือแผนของทุกคน (2) อคิณสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันมามองภรรยาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นพราวตะวันอุ้มลูกอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “พราวทำไมเธอตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันมามองภรรยาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นพราวตะวันอุ้มลูกอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “พราวทำไมตื่นล่ะ พี่หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าตื่นมาป้อนนมบะหมี่แล้วพี่ก็หลับ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อู้อี้และรู้สึกผิด “ไม่เป็นไรค่ะ พี่คินน์ บะหมี่ไม่ร้องไห้เสียงดังเลยค่ะ พี่เก่งมากเลยนะคะที่ดูแลบะหมี่ได้โดยที่พราวไม่รู้ตัวเลย” พราวตะวันกล่าวอย่างจริงใจ รอยยิ้มที่อ่อนโยนของเธอทำให้อคิณโล่งใจขึ้นมา “พี่ไปนอนต่อเถอะค่ะ พราวจะดูแลบะหมี่เอง ดูสิคะพี่ดูเพลียมากเลย” พราวตะวันกล่าวอย่างห่วงใย เธอจูบที่หน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการให้กำลังใจที่อ่อนโยนที่สุด อคิณส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่เพลียหรอก พี่อยากดูแลลูกกับเธอ” “ไม่จริงค่ะ พราวเห็นพี่หลับคาโซฟาแล้ว พี่ไปนอนเถอะค่ะ เดี๋ยวพราวดูแลลูกเอง” “ก็ได้ครั
ตอนที่131นี่คือแผนของทุกคน พราวตะวันรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินนำอคิณเข้าไปในห้องนอน ห้องเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น น้องบะหมี่นอนตัวแดงก่ำอยู่บนเตียงของเด็กที่ตั้งอยู่ข้างๆ เตียงนอนใหญ่ของแม่ บะหมี่ร้องไห้จนตัวแดง เมื่อเห็นแม่เดินเข้ามา เธอก็ยื่นแขนเล็กๆ ออกมาราวกับต้องการอ้อมกอด พราวตะวันอ้มลูกสาวขึ้นมากอดแนบอก ก่อนจะเริ่มป้อนนมจากขวดอย่างชำนาญ น้องบะหมี่เริ่มดูดนมจากขวดอย่างกระหาย เสียงร้องไห้จึงค่อยๆ เงียบเหลือเพียงเสียงดูดนมเบาๆ เท่านั้น อคิณยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันอย่างที่สุด ภาพของลูกสาวตัวน้อยในอ้อมกอดของภรรยาคือภาพที่เขาฝันถึงมาตลอด เขาเดินเข้าไปใกล้ แล้วนั่งลงข้างๆ พราวตะวันบนเตียง “ให้พี่ช่วยอุ้มป้อนนมลูกได้ไหมครับ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสาวอย่างเบามือที่สุด “ไม่เป็นไรค่ะ พี่คินน์บะหมี่ใกล้จะอิ่มแล้ว พี่ช่วยพราวเตรียมผ้าอ้อมกับผ้าเช็ดหน้าได้ไหมคะ อยู่ตรงโต๊ะข้างๆ เตียงนั่นแหละค่ะ” พราวตะวันบอกกับสามีของเธอ อคิณรีบลุกทำตามคำสั่งทันที เขาก้มลงหยิบผ้าอ้อม







