LOGINระหว่างที่ทั้งสามกำลังนั่งทานอาหารค่ำกันอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะของณดาที่เล่าเรื่องราว ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่แล้ว! ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสมองของธีร์ธวัช ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับความรู้สึกชาวาบไปทั่วร่าง ‘บ้าจริง! ลืมขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอไปได้ยังไงกัน!’
ธีร์ธวัชรู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นสาดเข้าใส่ รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงทันที ความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความร้อนรุ่มในอกและความผิดหวังที่แล่นเข้าจุกอก เขาลืมไปได้อย่างไรทั้งๆ ที่ตั้งใจจะขอเบอร์โทรหรือไลน์เพื่อที่จะติดต่อขอรับรูปอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก หรืออย่างน้อยก็เพื่อที่จะได้สานต่อความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนี้ เขารีบวางช้อนส้อมลงทันที
“เอ่อ...พี่ลิน!! เดี๋ยวผมมานะครับ” ธีร์ธวัชพูดขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทางร้อนรน
“อ่าวธีร์!!..จะรีบไปไหน อิ่มแล้วเหรอ” ลลินดาเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจและงุนงงในท่าทางของน้องชาย เธอไม่เคยเห็นธีร์ธวัชเป็นแบบนี้มาก่อน
“ครับพี่” ธีร์ธวัชตอบสั้นๆ ไม่รอช้า เขารีบลุกขึ้นคว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะข้างประตู พุ่งตัวออกจากบ้านอีกครั้งด้วยความเร็ว ทิ้งให้ลลินดาและน้องณดามองตามหลังด้วยความงุนงงและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่
รถเอสยูวีสีขาวทะยานออกไปบนท้องถนนในยามค่ำคืนราวกับจะแหวกอากาศให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวใจของธีร์ธวัชเต้นรัวด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าเธอจะยังคงอยู่ที่แผง เขามุ่งตรงกลับไปยังตลาดถนนคนเดินในทันที ภาพใบหน้าหวานของรัญชน์รวี ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาไม่ขาดสาย
เขานึกถึงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้พูดคุยกับเธอ เสียงหวานๆ และรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้เขารู้สึกแปลกไปจากทุกครั้งที่เคยเจอผู้หญิงคนไหนๆ ความผิดพลาดที่ไม่ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ทิ่มแทงใจเขาอย่างแรง ราวกับเป็นบทลงโทษสำหรับความสะเพร่าของเขา
แต่เมื่อเขากลับมาถึงบริเวณแผงขายของที่เขาจากมาไม่นาน แสงไฟยังคงสว่างไสว ผู้คนยังคงเดินขวักไขว่ บรรยากาศยังคงคึกคัก แต่แผงขายภาพวาดสีน้ำที่เคยตั้งตระหง่านกลับว่างเปล่า... รัญชน์รวีหายไปเสียแล้ว! เก้าอี้เล็กๆ ถูกพับเก็บไว้ ภาพวาดและอุปกรณ์ต่างๆ ถูกเก็บเรียบร้อยราวกับไม่เคยมีใครอยู่ที่นั่นมาก่อน ธีร์ธวัชยืนนิ่งอยู่หน้าแผงว่างเปล่านั้น ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้าใส่จนจุกแน่นในอก แสงไฟหลากสีสันรอบตัวพลันดูมืดหม่นลงในสายตาของเขา
ชายหนุ่มมองไปรอบๆ พยายามสอดส่ายสายตาหาเธอในกลุ่มผู้คนมากมายที่ยังคงจับจ่ายใช้สอยและเพลิดเพลินกับบรรยากาศของตลาด แต่ก็ไม่พบวี่แวว ร่างสูงใหญ่ยืนทอดถอนใจอยู่ท่ามกลางความผิดหวัง ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขาทำได้เพียงเดินเข้าไปหาหญิงสูงวัยที่อยู่แผงขายขนมไทยข้างๆ แผงรูปวาดของเธอ ด้วยความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่
“คุณป้าครับ ผู้หญิงที่นั่งวาดรูปขายตรงนี้...เธอไปไหนแล้วเหรอครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บความผิดหวังเอาไว้
“อ๋อ!!! นังหนูที่วาดรูปขายน่ะรึ!!!
“ครับป้า”
“ป้าเห็นรับโทรศัพท์เสร็จ ก็ทำท่าร้อนรนเก็บข้าวของกลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้วล่ะ” หญิงสูงวัยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงใจดี
“แล้วป้าพอจะมีเบอร์โทรของเธอมั้ยครับ” ธีร์ธวัชถามต่อด้วยความหวังอันเลือนราง
“ไม่รู้เลยลูกเอ๊ย ป้าก็เพิ่งจะมาขายได้สองอาทิตย์นี่เอง ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันเท่าไหร่หรอก” ป้าตอบพร้อมกับรอยยิ้มแสดงความเสียใจที่ช่วยอะไรไม่ได้
“ขอบคุณครับป้า” ธีร์ธวัชกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ เขาได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้สายลมเย็นพัดผ่านราวกับจะตอกย้ำถึงความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นในใจ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
กว่าจะถึงวันเสาร์เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของชายหนุ่ม ทุกวันเขาเฝ้ารอให้ถึงวันเสาร์ ราวกับเด็กน้อยที่รอคอยของขวัญอันล้ำค่า ภาพของรัญชน์รวี ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดไม่เคยจางหายไปไหน เขาเฝ้าแต่โทษตัวเองที่ไม่รอบคอบจนพลาดโอกาสสำคัญในการขอเบอร์โทรของเธอเอาไว้
เมื่อถึงเย็นวันเสาร์ตามที่ตั้งใจไว้ ธีร์ธวัชก็ไม่รอช้า พอเลิกงานเขาขับรถมาจอดที่หน้าตลาดถนนคนเดิน หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินตรงไปยังบริเวณแผงภาพวาดที่คุ้นตาของรัญชน์รวี ทว่า...วันนี้แผงของเธอกลับไร้เงาของเธอ แต่แผงก็ไม่ได้ว่างเปล่า ซึ่งทำให้เขาอุ่นใจขึ้นมา ภาพวาดสีน้ำหลายสิบภาพวางเรียงรายอยู่บนขาตั้งและบนพื้น ราวกับรอคอยการกลับมาของผู้รังสรรค์
เขาหยุดยืนรอพลางหยิบภาพวาดภาพหนึ่งขึ้นมาพิจารณาอย่างเพลิดเพลิน สายตาคมกริบไล่มองรายละเอียดของภาพทิวทัศน์ยามเช้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันละมุนละไม แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงกระทบผืนน้ำในลำธารเล็กๆ สะท้อนภาพป่าไม้ที่เขียวขจี อารมณ์สงบและบริสุทธิ์ของภาพนั้นช่างสะท้อนความรู้สึกที่เขามีต่อเธอได้อย่างน่าประหลาด
ไม่นานนักร่างบอบบางในชุดนักศึกษาก็เดินกลับมา รัญชน์รวีกำลังหอบถุงกระดาษสองสามใบด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน ดวงหน้าหวานซีดเซียวเล็กน้อย เธอกำลังก้มหน้าก้มตาเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ทันสังเกตเห็นชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ตรงหน้าแผง
ธีร์ธวัชเห็นดังนั้นก็รีบวางภาพวาดลง แล้วเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและยินดี
“น้องรัญชน์!” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียก เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเป็นประกายฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา โดยไม่คาดคิดว่าวันนี้เขาจะมาตั้งแต่หัววัน
“พี่ธีร์! สวัสดีค่ะ” รัญชน์รวียิ้มตอบ ครั้งนี้ท่าทีของเธอที่มีต่อเขาได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอรีบวางถุงในมือลง ก่อนจะเอ่ยถามเขาอย่างยิ้มแย้ม
“มานานหรือยังคะ...พี่ธีร์” น้ำเสียงของเธอเจือแววเหนื่อยอ่อน
“ไม่นานหรอกครับ พี่เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง” ธีร์ธวัชตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น เขาสังเกตเห็นชุดนักศึกษาที่เธอสวมใส่อย่างชัดเจน
“พี่เพิ่งรู้นะเนี่ย...ว่าน้องรัญชน์ยังเรียนอยู่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทึ่งปนชื่นชม รัญชน์รวียิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ
“ค่ะ...หนูมีเรียนช่วงเช้า” เธอบอกเล่าด้วยความรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง
“ขยันจังเลยนะครับ” ธีร์ธวัชเอ่ยชมด้วยความจริงใจ แววตาของเขาบ่งบอกถึงความประทับใจในความสามารถและความขยันของเธอ
“ว่าแต่...เรียนวันเสาร์ด้วยเหรอครับ” รัญชน์หัวเราะเบาๆ ในคำถามที่คิดว่าเขาคงไม่เข้าใจ
“หนูเรียนภาคพิเศษ เสาร์-อาทิตย์ค่ะ”
“อ่าวเหรอครับ แล้วใกล้จบยัง”
“ก็ปีสุดท้ายแล้วค่ะ”
“งั้นแสดงว่าเทอมหน้านี้น้องรัญชน์ก็จบแล้วสิ” ธีร์ธวัชเอ่ยอย่างใคร่รู้ ในใจเริ่มวางแผนบางอย่างที่มันลงตัวกับความคิดของเขา
“ค่ะ” รัญชน์พยักหน้า
“น้องรัญชน์ขยันจังเลยนะครับ ทั้งทำงาน ทั้งเรียน” ธีร์ธวัชเอ่ยชมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งในความพยายามของเธอ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ลึกๆ ที่น่าค้นหา
“ค่ะ คือหนูต้องหาเงินส่งตัวเองเรียน แล้วก็ให้ที่บ้านด้วยค่ะ” รัญชน์รวีถอนหายใจเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอแฝงความเหนื่อยล้ากับภาระหนี้สินที่มารดาเธอสร้างขึ้นโดยไม่จำเป็น แต่ดวงตากลมโตก็ยังคงฉายแววมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมทำตามข้อเสนอตามที่มารดาของเธอขอร้อง
ตอนที่ 31 ตอนจบ“เสี่ยขา หนูไม่ไหวแล้ว....รีบแตกเถอะค่ะ..หนูขอร้อง” รัญชน์รวีร้องครางเสียงแหบพร่า ร่างกายบิดเร่าอย่างรุนแรงบนกายของเสี่ย ดวงตาฉ่ำปรอยเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียวซ่านและทรมานที่ปะปนกันไป เธอรับรู้ได้ถึงขีดสุดของความสุขที่กำลังจะระเบิดออกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเสี่ยทรงยศ เห็นสีหน้าและแววตาที่อิดโรย ดวงตาคมกริบเป็นประกายด้วยความพึงพอใจ เขากระแทกกายสวนขึ้นไปอีกสองสามครั้งอย่างรุนแรงและลึกที่สุด“อ๊าาาาาาาาาาาา... ซี้ดดดดส์...”เสียงครางต่ำจากลำคอของเสี่ยดังประสานกับเสียงกรีดร้องของรัญชน์รวี ร่างกายของทั้งคู่กระตุกเกร็งพร้อมกัน ร้อนผ่าวไปทั่วทุกอณู แรงกระตุกตอดรัดจากภายในของรัญชน์รวีรุนแรงจนเสี่ยรู้สึกได้ถึงแรงบีบรัดที่บีบคั้นอารมณ์ให้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด เขาปล่อยน้ำรักอันร้อนผ่าวเข้าสู่ช่องทางรักของรัญชน์รวีจนเต็มเปี่ยม สัมผัสถึงความอุ่นซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกายเธอรัญชน์รวี อดไม่ได้ที่จะซบหน้าลงกับอกแกร่งของเสี่ยทรงยศอย่างหมดแรง ลมหายใจของเธอหอบถี่รัวๆ ร่างกายอ่อนระทวยราวกับคนไร้เรี่ยวแรง เธอไม่รู้ว่านี่คือความสุขหรือความทรมานกันแน่ แต่สิ่งที่รู้คือเธอถูกเติมเ
ตอนที่ 30 กดจนมิดฤทธิ์ยาสวาท NCคำสารภาพของเสี่ยทรงยศ ทำให้รัญชน์รวีถึงกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายที่เคยบิดเร่าด้วยแรงอารมณ์พลันแข็งค้าง เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ประโยคเหล่านั้นดังก้องอยู่ในหัวของเธอ ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนหน้านี้ปะติดปะต่อกันราวกับจิ๊กซอว์ที่สมบูรณ์ สรุปแล้วเสี่ยวางยานอนหลับธีร์ธวัชแฟนหนุ่มของเธอพร้อมกับวางยาปลุกเซ็กซ์เธอไปด้วยพร้อม ๆ กัน!ความโกรธแค้นผุดขึ้นมาในใจอย่างรุนแรงราวกับไฟที่โหมกระหน่ำ เธออยากจะกรีดร้อง และประณามการกระทำที่ชั่วช้าของเขา แต่ร่างกายของเธอกลับไม่เป็นไปตามที่คิด ความปรารถนาที่ยาปลุกเซ็กซ์กระตุ้นเอาไว้มันรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะต่อต้านได้ในตอนนี้ มันคือความหิวกระหายที่ควบคุมทุกอณูของเธอไว้ ทำให้เธอไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน นอกจากปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งกามารมณ์ที่เสี่ยทรงยศเป็นผู้สร้างขึ้นมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง“เสี่ย...ทำไมทำกับหนูแบบนี้คะ...ฮึก...” เสียงสะอื้นปนครางเล็ดลอดออกมาจากลำคอ รัญชน์รวีพยายามจะควบคุมตัวเอง แต่ทุกครั้งที่เสี่ยขยับสะโพกตอบรับ หรือเอ่ยคำเย้ยหยันข้างหูเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าร่างกายของเธอมันทรยศต่อจิตใจเสี่ยหัวเร
ตอนที่ 29 เสี่ยขา...ปรานีหนูหน่อย NCเขารู้ดีว่าฤทธิ์ของยาปลุกเซ็กซ์ที่เขาจ้างให้บ๋อยแอบใส่ในเครื่องดื่มของเธอตั้งแต่แรกเริ่มทำงานเต็มที่แล้ว และตอนนี้รัญชน์รวีก็ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ยากที่จะหลุดพ้น เขายิ้มให้กับแผนการที่วางมาอย่างดีเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ขับรถตามธีร์ธวัชแฟนหนุ่มของเธอมา และโชคก็เข้าข้างเมื่อเขาเห็นเธอที่บาร์กับแฟนหนุ่ม ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องหาโอกาสเข้าหารัญชน์รวีด้วยวิธีอื่น“เสียวเหรอหนู จับตรงไหนก็ครางไปหมด แบบนี้สิเสี่ยชอบ” เสี่ยทรงยศกระซิบเสียงพร่า ขณะที่ริมฝีปากหยักหนากดจูบซับตามซอกคอขาวเนียนของรัญชน์รวีอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนๆ ตวัดเลียไปตามผิวเนื้อบอบบางสร้างความรู้สึกวาบหวามรัญชน์รวีบิดกายเล็กน้อย ปล่อยเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างไม่อาจควบคุม“อื้อออ...เสี่ย!!!...อย่าค่ะ..พอแล้ว” เธอพยายามปฏิเสธ แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแฝงด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะปิดบังมือหยาบกร้านของเสี่ยทรงยศลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างเธออย่างชำนาญ นิ้วร้ายกาจกรีดกรายตามส่วนเว้าโค้งอย่างจงใจก่อนจะกรีดนิ้วมือแกร่งเข้าร่องสวาทของหญิงสาว“อร๊ายยย...อื้อ อย่า!!!” รัญชน์รวีดิ้นพล่าน เมื่อนิ้ว
ตอนที่ 28 ฝันร้ายของรัญชน์รวี NCรัญชน์รวีจ้องมองโทรศัพท์ในมือของเสี่ยทรงยศด้วยแววตาแน่วแน่ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความกลัว แต่สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดก็ทำให้เธอต้องแสดงความเด็ดขาดออกมา“เอาโทรศัพท์มาค่ะ หนูจะลบเอง” รัญชน์รวีเอ่ยเสียงหนักแน่น พลางยื่นมือออกไปรับเครื่องมาอย่างมั่นใจเสี่ยทรงยศยิ้มอย่างพึงพอใจ เขายื่นโทรศัพท์ให้เธอราวกับมั่นใจว่าเธอยังคงอยู่ในกำมือ“เอาสิ ลบเลยหนู...เสี่ยบอกแล้วไงว่าเสี่ยพูดคำไหนคำนั้น” แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ แต่รัญชน์รวีก็ไม่ยอมให้มันหลุดรอดจากสายตาเธอไปได้เมื่อโทรศัพท์อยู่ในมือ รัญชน์รวีเริ่มดำเนินการทันที มือเรียวของเธอกดเข้าสู่แอปพลิเคชันแกลเลอรี่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลื่อนหาวิดีโอที่น่ารังเกียจนั้น และแล้วภาพวิดีโอของเธอก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที หัวใจที่สุดแสนจะเจ็บปวดทรมานแต่ก็ต้องข่มความรู้สึกเอาไว้ แล้วกดเลือกลบคลิปนั้นทันทีเมื่อหน้าจอแสดงผลว่าคลิปถูกลบแล้ว รัญชน์รวีก็ยังไม่วางใจ เธอรู้ดีว่าการลบเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอนิ้วเรียวงามรีบปัดไปที่โฟลเดอร์ถังขยะทันที เธอรู้ดีว่าสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่มักจะเก็บไฟล์ที่ลบนั้นไว้ช
ตอนที่ 27 แบลคเมล์ NCเมื่อรัญชน์รวีเดินกลับมาถึงโต๊ะ ธีร์ธวัชก็สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเธอทันที ดวงตาคมของเขาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย“ไปเข้าห้องน้ำนานจังน้องรัญชน์” เขาทักขึ้นด้วยความเป็นห่วง“เรากลับกันเถอะค่ะพี่ธีร์!!” รัญชน์รวีแทบจะตะโกน ใบหน้าของเธอบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้สึกอึดอัดและอยากหนีออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด“อ่าวทำไมล่ะ” ธีร์ธวัชถามด้วยความสงสัยเพราะตกลงกันว่าจะอยู่จนบาร์ปิด“เมนไหลเยอะค่ะ รัญชน์ต้องรีบไปเปลี่ยนผ้าอนามัย” เธอรีบหาข้ออ้าง เพราะกลัวว่าเสี่ยทรงยศจะตามมาหาเธอที่โต๊ะ เธอไม่อยากให้ธีร์ธวัชต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก“ก็ได้ๆ พี่ก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกันไม่รู้เป็นอะไร” ธีร์ธวัชพยักหน้าอย่างไม่ติดใจสงสัยก่อนจะอ้าปากหาว โดยไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่ รัญชน์รวีเพิ่งเผชิญหน้ากับเสี่ยทรงยศ อดีตลูกค้าที่นายเฟิร์สเคยให้เธอไปขึ้นงานด้วยเมื่อกลับมาถึงบ้านพัก รัญชน์รวียังคงมีสีหน้าไม่สู้ดีนักจากเหตุการณ์ที่บาร์ แต่เมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงของธีร์ธวัชที่ปรือไปด้วยความง่วง เธอก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ทั้งสองนอนโอบกอดกันบนเตียง“น้องรัญชน์ปวดท้องเมนหรือเปล่
ตอนที่ 26 เรื่องบังเอิญคืนนั้นรัญชน์รวีเดินเข้าไปในบ้านพักของลลินดา เธอเล่านิทานเรื่องโปรดให้เด็กน้อยฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่นานนักณดาก็เผลอหลับไปลลินดาที่คุยกับน้องชายอยู่หน้าบ้านพักจนคิดว่าลูกสาวตัวน้อยของเธอคงจะหลับแล้ว จึงเดินเข้ามาในบ้านพักพลางยืนมองลูกสาวที่หลับปุ๋ย ก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อให้รัญชน์รวีได้มีโอกาสอยู่กับน้องชายตามลำพังบ้าง“น้องรัญชน์ไปพักผ่อนเถอะ”รัญชน์รวีพยักหน้า เธอเดินออกมาจากบ้านพักของลลิดา ยังไม่ทันจะก้าวเข้าบ้านพักของตัวเอง ก็ถูกมือหนารั้งเอวขึ้นแล้วอุ้มขึ้นแนบอกอย่างรวดเร็ว เธอตกใจเล็กน้อยแต่ก็อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเงยหน้ามองเห็นใบหน้าคมคายของธีร์ธวัชที่ประดับด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม“พี่ธีร์! จะอุ้มรัญชน์ไปไหนคะ” รัญชน์รวีถามเสียงกลั้วหัวเราะ พลางใช้แขนคล้องคอเขาไว้หลวมๆธีร์ธวัชก้าวเท้าไปตามทางเดินอย่างมั่นคง สายตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“อุ้มไปทำลูกสิจ๊ะ ณดาอยากมีน้อง” รัญชน์รวีหน้าแดงระเรื่อ ซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา“แล้วใครตกลงจะมีให้พี่คะ” เธอแกล้งถามกลับ ธีร์ธวัชหัวเราะในลำคอ“ก็น้องรัญชน์ไงครับ...” เขาเอ่ยหยอกเย้า พลางเดินไปเปิดประตูบ้านพักของตัวเองด้ว