Share

บทที่ 4 (รีไรท์)

last update Tanggal publikasi: 2025-03-21 23:08:14

กลิ่นดินประสิวฉุนกึกปะปนกับกลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ลอยคละคลุ้งไปทั่วโถงทางเดิน ควันสีเทาหนาทึบลอยอ้อยอิ่งบดบังทัศนวิสัย แสงไฟฉุกเฉินสีแดงหมุนวาบสะท้อนเงาวูบไหวบนผนัง ราวกับเลือดที่กำลังเต้นเร่า

ธนิดาไอโขลกจนตัวงอ ความแสบจากควันไฟกัดกินลำคอและดวงตาจนน้ำตาไหลพราก แต่ฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้นั้นกลับไม่ยอมคลายออกแม้แต่วินาทีเดียว มันบีบแน่น แน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ แต่มันคือความเจ็บปวดเดียวที่ยึดเหนี่ยวเธอไว้กับสติสัมปชัญญะ

“ก้มต่ำไว้! อย่าเงยหน้าขึ้นมา!”

เสียงคำรามของนาวินดังก้องแข่งกับเสียงปืนที่เริ่มระดมยิงเข้ามาจากทิศทางที่กำแพงพังทลาย เขาไม่ได้หันมามองเธอ แต่ใช้แผ่นหลังกว้างของตัวเองเป็นโล่กำบัง ดันร่างเธอให้แนบชิดไปกับผนังหินอ่อนเย็นเฉียบ

ปัง! ปัง! ปัง!

กระสุนเจาะทะลุแจกันราคาแพงบนแท่นโชว์จนแตกกระจาย เศษกระเบื้องปลิวว่อนเฉียดใบหน้าของธนิดาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เธอหวีดร้องด้วยความตกใจ ซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของเขาโดยสัญชาตญาณ

นาวินกัดฟันกรอด นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาเอี้ยวตัวออกไปเพียงเสี้ยววินาที ยกปืนพกสีเงินในมือขึ้นเล็งด้วยความชำนาญที่น่าขนลุก

ปัง! ปัง!

สองนัดแลกกับสองชีวิต ร่างของชายชุดดำที่สวมหน้ากากรูปหัวกะโหลกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแก๊งเสือดาวร่วงลงจากระเบียงชั้นสอง กระแทกพื้นเสียงดังสนั่น

“ไป!” เขาสั่งสั้นๆ กระชากแขนเธอให้วิ่งตาม

ทั้งคู่วิ่งฝ่าดงกระสุนและเศษซากปรักหักพัง รองเท้าส้นสูงของธนิดาหลุดหายไปข้างหนึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เธอไม่สนใจ ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่ำลงบนเศษแก้วจนได้เลือด แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความกลัวตายที่กำลังหายใจรดต้นคอ

“ทางนี้ครับนายท่าน!”

เสียงตะโกนคุ้นหูดังขึ้น ภูมิโผล่ออกมาจากมุมทางแยกพร้อมกับปืนกลมือ Uzi สองกระบอก เขายิงกราดสกัดกั้นศัตรูที่กำลังกรูเข้ามาจากประตูปีกขวา สีหน้าของภูมิเคร่งเครียด เหงื่อกาฬไหลอาบหน้า แต่แววตายังคงนิ่งสงบ

“พาเธอไปที่โรงรถใต้ดิน! ฉันจะต้านพวกมันไว้!” นาวินสั่งเสียงเฉียบขาด ผลักร่างธนิดาไปทางภูมิ

“ไม่! ฉันไม่ไป!” ธนิดารั้งแขนนาวินไว้แน่น น้ำตาอาบสองแก้ม “คุณจะให้ฉันทิ้งคุณเหรอ!”

“นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นบทนางเอก!” นาวินหันมาตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำ “ไปกับภูมิซะ! ถ้าเธออยู่ตรงนี้เธอจะเป็นตัวถ่วงฉัน!”

คำว่าตัวถ่วงเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ แต่ธนิดารู้ดีว่าเขาพูดถูก เธอทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากกรีดร้องและวิ่งหนี เธอเม้มปากแน่น พยักหน้าทั้งน้ำตาแล้วยอมวิ่งตามภูมิไป

แต่ทว่า...

จังหวะที่นาวินหันหลังกลับไปยิงสกัดศัตรู เงาตะคุ่มหนึ่งก็โผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังเสาต้นใหญ่ ปลายกระบอกปืนเล็งตรงไปที่ศีรษะของนาวิน

ธนิดาตาเบิกโพลง โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน สัญชาตญาณความกลัวตายมลายหายไป เหลือเพียงความกลัวที่จะสูญเสียเขา

“นาวิน! ข้างหลัง!”

เธอตะโกนสุดเสียงพร้อมคว้าแจกันโลหะใบหนักที่วางอยู่บนตู้ข้างทางเดิน ขว้างออกไปสุดแรงเกิด

เคร้ง!

แจกันกระแทกเข้าที่แขนของมือปืนจนวิถีกระสุนเบี่ยงออกไป นัดนั้นเจาะเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของนาวินแทนที่จะเป็นศีรษะ

ฉึก!

นาวินเซถลา เลือดสีสดสาดกระเซ็นเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวจนแดงฉาน เขาหันขวับกลับมาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ยิงสวนเข้ากลางแสกหน้าของไอ้มือปืนคนนั้นจนมันหงายหลังล้มตึง

“บ้าเอ๊ย!” นาวินสบถ กุมบาดแผลที่ไหล่แน่น เขาหันมามองธนิดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาที่มองภาระอีกต่อไป แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและห่วงหา

เขาไม่รอช้า วิ่งกลับมาคว้าตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดของเขาแตะจมูกเธอชัดเจน

“ยัยบ้า... ใครใช้ให้เธอทำแบบนั้น!” เขาคำราม แต่เสียงนั้นสั่นเครือ

“คุณ... คุณเจ็บ...” มือสั่นเทาของธนิดาแตะลงบนแผลของเขา น้ำตาไหลพรากหนักกว่าเดิม

“แผลแค่นี้ไกลหัวใจ” นาวินกัดฟันข่มความเจ็บปวด เขาเปลี่ยนใจไม่ส่งเธอให้ภูมิแล้ว เขาตัดสินใจแล้วว่าชีวิตของเธอ เขาจะปกป้องด้วยมือของเขาเอง

“เกาะเอวฉันไว้แน่นๆ ธนิดา เราจะออกไปฆ่าพวกมันด้วยกัน”

เขายื่นปืนพกสำรองกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าส่งให้เธอ สัมผัสของโลหะเย็นเฉียบทำให้ธนิดาสะดุ้ง

“ปลดเซฟตี้ เล็ง แล้วเหนี่ยวไก” เขาสอนสั้นๆ น้ำเสียงจริงจัง “ถ้าใครเข้ามาใกล้เกินระยะแขน ยิงมันซะ อย่าลังเล”

ธนิดารับปืนมาด้วยมือที่สั่นระริก ปืนหนักอึ้งในมือของคนที่ไม่เคยทำร้ายใคร แต่เมื่อมองเห็นเลือดที่ไหลอาบไหล่ของนาวิน ความกลัวในใจเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่น่ากลัว

เพื่อเขา... เธอต้องทำ

“ไป!”

ทั้งคู่วิ่งฝ่าดงกระสุนอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครแยกจากใคร นาวินยิงเปิดทางด้วยมือข้างเดียวอย่างแม่นยำ ส่วนธนิดาคอยระวังหลังให้เขา แม้เธอจะไม่ได้ยิงใคร แต่การที่เธอถือปืนและจ้องมองศัตรูด้วยแววตาดุดัน ก็ทำให้พวกมันชะงักไปได้บ้าง

เมื่อมาถึงโรงรถใต้ดิน รถสปอร์ตคันหรูของนาวินจอดรออยู่ เขาผลักเธอเข้าไปนั่งฝั่งคนนั่ง แล้วกระโดดขึ้นฝั่งคนขับ สตาร์ตเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม

ประตูโรงรถเปิดออกสู่ความมืดมิดของพายุฝน นาวินเหยียบคันเร่งจนมิด รถพุ่งทะยานออกไปราวกับกระสุนที่หลุดจากลำกล้อง ทิ้งคฤหาสน์หรูที่กำลังลุกไหม้และเสียงปืนที่ยังคงดังไล่หลังไว้เบื้องหลัง

รถแล่นฝ่าสายฝนมาได้สักพักจนแน่ใจว่าไม่มีใครตามมาทัน นาวินจึงผ่อนความเร็วลง เขาหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าซีดเผือดจากการเสียเลือด

“คุณไหวไหม...” ธนิดาถามเสียงสั่น เอื้อมมือไปกดแผลที่ไหล่เขาเพื่อห้ามเลือด

นาวินหันมามองเธอ รอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหนื่อยล้าแต่เปี่ยมเสน่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาเอื้อมมือข้างที่ไม่เจ็บมาจับมือเธอที่เปื้อนเลือดของเขาขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ

“ขอบใจนะที่ช่วยชีวิตฉันไว้”

คำเรียกขานนั้นทำให้ธนิดาหน้าร้อนวาบ ลืมความเจ็บปวดและความกลัวไปชั่วขณะ เธออยากจะเถียง แต่เมื่อเห็นสายตาที่เขามองมาสายตาที่บอกว่าเขาหมายความตามนั้นจริงๆ เธอก็ได้แต่เงียบและปล่อยให้เขาจับมือเธออยู่อย่างนั้น

ท่ามกลางรถคันหรูที่แล่นฝ่าพายุฝนในค่ำคืนอันโหดร้าย หัวใจสองดวงกลับเริ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สัญญาใจใต้รัตติกาล   ตอนพิเศษ 5 (NC)

    ฟ้าร้องกึกก้องจนผนังสั่นสะเทือน เม็ดฝนกระหน่ำราวกับพายุร้ายกำลังโหมกระหน่ำใส่โลกใบนี้ไม่หยุดในห้องใต้ดินขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่หลังคฤหาสน์ ธนิดากับนาวินนั่งอยู่ด้วยกันบนฟูกผืนเก่า มีเพียงแสงเทียนริบหรี่เป็นเพื่อน ความเงียบชวนอึดอัดกำลังคืบคลานขึ้นระหว่างทั้งสองคน“ข้างบนระเบิดเสียหายหนัก” นาวินพูดเรียบ ๆธนิดาพยักหน้า ดวงตาไม่กล้าสบกับเขา “เราจะติดอยู่ที่นี่นานแค่ไหน?”“จนกว่าคนของฉันจะกวาดล้างพวกมันหมด... หรืออาจจะต้องรอจนกว่าฝนจะหยุด”เธอกอดเข่าตัวเองแน่น ลมหายใจเบาเหมือนกลัวว่าเสียงจะไปกระทบใจใครผ่านไปเกือบสิบนาที นาวินจึงลุกไปหยิบผ้าห่มผืนใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง และโยนมันคลุมตัวเธอ“เข้ามานี่” เขาเอ่ยนิ่ง ๆ พลางตบฟูกข้างตัวเธอลังเล “ฉัน... ไม่หนาว”“อย่าดื้อ”เมื่อเธอขยับตัวเข้าไปใกล้ ใต้ผ้าห่มเดียวกัน ความอบอุ่นของร่างกายเริ่มแผ่ซ่านออกมา แต่มันไม่ใช่แค่เพียงไออุ่นจากผิวหนัง หากแต่เป็นความร้อนที่ซ่อนอยู่ในใจทั้งคู่ฝนยังคงตกแต่เสียงฝนเริ่มจางลงในใจของทั้งสอง เมื่อดวงตาคู่นั้นเริ่มสบกันโดยไม่มีคำพูดใด ๆ“รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงพาเธอมาที่นี่?” เขาถามเบา ๆ“เพราะฉันเสี่ยงตายเพื่อคุณงั้น

  • สัญญาใจใต้รัตติกาล   ตอนพิเศษ 4

    เสียงปิดประตูดังปัง พร้อมแรงดึงที่กระชากไหล่เล็กให้หันกลับมาเผชิญหน้าร่างสูงที่เต็มไปด้วยความคุกรุ่น“คิดจะหนีฉันเหรอ!” น้ำเสียงของนาวินต่ำลึกและเต็มไปด้วยแรงกดดัน เขาแทบไม่ต้องข่มอารมณ์ให้มากกว่านี้ เพราะตอนนี้ทุกหยดเลือดในกายกำลังเดือดพล่านธนิดาถอยกรูดหลังชิดผนัง ใบหน้าซีดเผือดทั้งที่ดวงตายังเปล่งแสงกร้าว “ฉันไม่ได้หนี ฉันแค่... เลือกจะไม่อยู่ในที่ที่อันตรายอีกต่อไป!”“อันตรายเหรอ?” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว ดวงตาคู่คมไล่มองเรือนร่างเธออย่างไม่ปิดบังเจตนา “หรือว่าเธอกลัวหัวใจตัวเอง?”“อย่ามาเล่นคำกับฉันนะ...”นาวินไม่ให้เธอพูดจบ มือหนาตรึงข้อมือเล็กทั้งสองไว้เหนือศีรษะ เขากระแทกเธอกับผนังอย่างไม่อ่อนโยน แล้วกระซิบชิดใบหู“ถ้ากล้าจะ ‘ไป’ โดยไม่บอก ฉันก็จะ ‘ลงโทษ’ เธอให้หลาบจำไปจนถึงเช้า”เขาไม่ปล่อยเวลาให้เธอตั้งตัว ริมฝีปากหยาบกร้านกดลงบนลำคอขาวเนียน ก่อนจะลากต่ำลงเรื่อย ๆ ผ่านกระดูกไหปลาร้า ราวกับกำลังลงอาคมแห่งความเป็นเจ้าของธนิดาเผลอครางเสียงสั่นเมื่อริมฝีปากของเขาแตะจุดไวสัมผัสตรงเหนือเนินอก นิ้วมือของเขาคลายกระดุมเสื้อเธอทีละเม็ดช้า ๆ ทว่าร้อนแรง“นาวิน...หยุด...” เธอครางอ

  • สัญญาใจใต้รัตติกาล   ตอนพิเศษ 3 (NC) - (รีไรท์)

    แสงแดดยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาตกกระทบเตียงนอนนุ่ม สร้างลวดลายของแสงเงาที่ดูอบอุ่นและสงบเงียบ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากสวนหน้าบ้านและเสียงคลื่นกระทบฝั่งแผ่วเบา เป็นนาฬิกาปลุกธรรมชาติที่ดีที่สุดสำหรับบ้านพักริมทะเลแห่งนี้นาวินลืมตาตื่นขึ้นก่อนใครตามความเคยชิน เขานอนตะแคงเท้าแขนมองดูหญิงสาวในอ้อมกอดที่ยังคงหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของธนิดาเปรียบเสมือนดนตรีที่ไพเราะที่สุดที่ขับกล่อมจิตวิญญาณอันแข็งกระด้างของเขาให้อ่อนโยนลงปลายนิ้วหนาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสของภรรยาอย่างเบามือ เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ใครจะเชื่อว่าอดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่เคยมองโลกเป็นสีเทาหม่น จะมานอนยิ้มให้กับคนรักในยามเช้าแบบนี้"อือ..." ธนิดาขยับตัวเล็กน้อย ครางงัวเงียในลำคอเมื่อถูกรบกวน เธอกะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัส ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานเมื่อเห็นใบหน้าของสามีเป็นสิ่งแรกของวัน"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... คุณบาริสต้า" เสียงหวานแหบพร่าเล็กน้อยจากการเพิ่งตื่น"อรุณสวัสดิ์ครับ คุณนาย" นาวินก้มลงจูบหน้าผากมนหนักๆ "ตื่นสายนะวันนี้ เมื่อคืนโดนกวนดึกไปหน่อยเหรอ?"ธนิดาหน้าแดงซ่าน นึกถึงกิจกรรมรักท่ามกลางสายฝนเมื

  • สัญญาใจใต้รัตติกาล   ตอนพิเศษ 2 (NC) - (รีไรท์)

    ท้องฟ้าเหนือทะเลแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาทะมึน เมฆฝนก้อนใหญ่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมจนบดบังแสงจันทร์ที่เคยสุกสกาว เสียงฟ้าคำรามครืนครั่นดังมาจากขอบฟ้าไกลๆ ก่อนที่สายฝนเม็ดหนาจะเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับโกรธเกรี้ยวใครมานับร้อยปีภายในห้องนอนชั้นสองของบ้านพักริมทะเล บรรยากาศกลับแตกต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสร้างความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย กลิ่นเทียนหอมอโรมากลิ่นวานิลลาลอยอบอวลจางๆ ผสมกับเสียงเม็ดฝนกระทบกระจกหน้าต่างที่กลายเป็นดนตรีขับกล่อมยามค่ำคืนธนิดานั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่งบุนวมริมหน้าต่าง เหม่อมองออกไปในความมืดมิดที่มีเพียงเส้นสายของน้ำฝน เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของนาวินที่ยาวคลุมลงมาถึงต้นขา เผยให้เห็นขาเรียวสวยที่ซ่อนอยู่ในเงามืด"คิดอะไรอยู่..."เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับวงแขนแกร่งที่โอบรัดรอบเอวเธอจากด้านหลัง นาวินเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขาสวมเพียงกางเกงนอนขายาวเปลือยท่อนบน อวดมัดกล้ามสวยงามที่มีหยดน้ำเกาะพราว ผมเปียกชื้นลู่ลงมาปรกหน้าผากทำให้เขาดูเด็กลงและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจนาวินวางคางลงบนไหล่เล็ก สูดดมกลิ่นหอมของสบู่ที่ติดอยู่บนผิวกายเธอ "หรือเธ

  • สัญญาใจใต้รัตติกาล   ตอนพิเศษ 1 (NC) - (รีไรท์)

    ค่ำคืนที่ท้องฟ้าเปิดโล่ง ไร้เมฆหมอกบดบัง ดวงจันทร์กลมโตทอแสงสีนวลสาดส่องลงบนผืนน้ำทะเลจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับดุจเพชรนับพันเม็ด เสียงคลื่นซัดสาดหาดทรายขาวดังเป็นจังหวะขับกล่อมธรรมชาติให้หลับใหล แต่สำหรับคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งสวมแหวนหมั้นกันหมาดๆ รัตติกาลนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นนาวินจูงมือธนิดาเดินลัดเลาะไปตามชายหาดที่เงียบสงบ ห่างไกลจากบ้านพักและร้านกาแฟของพวกเขาออกมาพอสมควร จนกระทั่งถึงเวิ้งอ่าวเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยโขดหินธรรมชาติ เป็นมุมส่วนตัวที่มีเพียงหาดทราย สายลม และแสงจันทร์"คุณพาฉันมาเดินไกลขนาดนี้ จะแอบพาไปฆ่าหมกทรายหรือเปล่าคะเนี่ย" ธนิดาแกล้งแซว ทำลายความเงียบนาวินหยุดเดิน หันมามองเธอด้วยสายตาพราวระยับที่ทำให้ธนิดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เขารั้งเอวบางเข้ามาแนบชิด จนหน้าอกนุ่มหยุ่นของเธอเบียดกับแผงอกแกร่งของเขา"ฆ่าหมกทรายมันเชยไป..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ “พามากินไปชมวิวไป น่าจะเหมาะกว่า"ธนิดาหน้าแดงซ่าน ตีอกเขาเบาๆ "คนทะลึ่ง! ที่โล่งแจ้งขนาดนี้ใครจะไปยอม...""ไม่มีใครหรอก แถวนี้เป็นเขตส่วนตัวของเรา" นาวินไม่พูดเปล่า เขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอ

  • สัญญาใจใต้รัตติกาล   บทที่ 16 (รีไรท์)

    เสียงคลื่นซัดสาดหาดทรายขาวละเอียดดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เคล้าคลอไปกับเสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่หน้าประตูร้านกาแฟเล็กๆ สไตล์มินิมอลริมทะเล กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยอบอวลผสมผสานกับไอเค็มของทะเล สร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่แต่ลงตัวอย่างน่าประหลาดป้ายไม้เหนือประตูร้านสลักคำว่า The Moonlight ตัวอักษรหวัดๆ แต่สวยงามฝีมือเจ้าของร้านภายในเคาน์เตอร์บาร์นาวินในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดตากับผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มกำลังขะมักเขม้นกับการเทนมลงในถ้วยกาแฟเพื่อทำลาเต้อาร์ต แม้ใบหน้าจะยังคงความคมเข้มดุดันตามแบบฉบับอดีตมาเฟีย แต่แววตาที่จ้องมองฟองนมนั้นกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจและอ่อนโยนจนน่าเอ็นดู"เบี้ยวอีกแล้วค่ะคุณบาริสต้า"เสียงใสๆ ดังขึ้นจากโต๊ะมุมร้าน ธนิดาละสายตาจากบัญชีรายรับรายจ่ายในแท็บเล็ต เงยหน้าขึ้นมองผลงานศิลปะในถ้วยกาแฟของสามีแล้วหลุดขำออกมา "นั่นรูปหัวใจหรือรูปก้อนเมฆคะเนี่ย"นาวินถอนหายใจพรืด วางเหยือกนมลงแล้วยกมือเท้าเอว "ยากกว่ายิงปืนอีก ฉันว่าฉันเหมาะกับการชงกาแฟดำเพียวๆ มากกว่านะ""ไม่ได้ค่ะ" ธนิดาลุกเดินมาหาเขาที่เคาน์เตอร์ เอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้เขาเรียบร้อย "คุณบอกเองว่าจะเปิดร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status