สัญญาใจใต้รัตติกาล

สัญญาใจใต้รัตติกาล

last updateDernière mise à jour : 2025-05-07
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
22Chapitres
958Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ธนิดาถูกจับไปเป็นตัวประกันระหว่างรอชดใช้หนี้ให้มาเฟียอย่างนาวิน ความใกล้ชิดค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรัก ทว่าท่ามกลางอันตรายและความลับที่ปิดซ่อนไว้ ทั้งสองจะเอาชนะโชคชะตาและความเสี่ยงของโลกมาเฟียได้หรือไม่

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ (รีไรท์)

강현시 모 병원.

“자궁외임신이에요. 나팔관이 파열되면 정말 위험해요. 이렇게 큰 수술인데 왜 혼자 오셨어요? 남편은 어디 있는 거죠? 당장 불러서 서명받아야 해요!”

송하나는 복부가 찢어지는 듯한 극심한 통증을 참으며 전화를 걸었다.

통화연결음이 한참이나 울리고 마침내 전화기 너머로 차가운 목소리가 들려왔다.

“무슨 일이야?”

“강우 씨, 바빠요? 배가 너무 아픈데, 당신이 좀...”

“됐어!”

그녀가 말을 채 끝내기도 전에 짜증이 섞인 목소리가 가차 없이 심장을 후벼팠다.

“배 아프면 의사 찾아. 나 바빠!”

“강우 씨, 누구예요?”

전화기 너머로 낯선 여자 목소리가 들려왔다.

“아니야, 아무것도.”

그의 목소리가 한결 부드러워졌다.

“어떤 게 더 마음에 들어? 골라봐, 내가 사줄게.”

귓가에는 통화가 끊긴 연결음이 뚜뚜 울렸다.

송하나의 심장이 칼날에 베이듯 잔인하게 찢겨 나갔다.

그녀의 얼굴이 창백해지고 호흡이 가빠지자 의사가 다급하게 외쳤다.

“안 되겠다. 당장 수술실 준비해. 이 환자분 수술 진행해야겠어.”

송하나가 다시 정신을 차렸을 때, 병실에 누워 있었다.

“이제 정신이 좀 들어요? 환자분 어젯밤에 정말 위험했어요. 다행히 제때 수술해서 목숨을 건졌어요!”

간호사가 링거를 놓으며 투덜거렸다.

“환자분 남편 참 너무하네요! 이렇게 큰 수술을 했는데 어쩌면 얼굴 한번 안 비춰요? 정말 무책임하네요!”

“자, 여기 간호센터 전화예요. 필요하시면 간병인 부르세요.”

“고맙습니다.”

송하나는 간호사가 건네는 명함을 받았다.

휴대폰을 꺼내 간호센터에 전화를 걸려던 순간, 화면에 갑자기 [핫 뉴스] 알림이 떴다.

[강현 갑부 이원 그룹 이강우 대표, 연인을 위해 경매 최고가 280억 원 들여 마담 뒤 바리 다이아몬드 목걸이 낙찰!]

강렬한 타이틀에 송하나는 동공 지진을 일으켰다.

사진 속 티 없이 완벽한 얼굴의 소유자는 바로 그녀의 남편 이강우였다.

송하나는 그가 항상 수치스럽게 느끼는, 숨겨야만 하는 아내였다.

결혼 생활 4년 동안 이강우는 그녀에게 얼음처럼 차갑고 무심했다.

태생이 그런 사람인 줄 알고 마음을 녹이기 위해 순종적인 아내로 살아보려 노력했지만, 막상 그가 딴 여자를 껴안고 애정을 과시하는 모습을 보게 되니 철저하게 깨달았다.

이 남자는 나를 전혀 사랑하지 않았구나...

가슴을 쥐어뜯는 듯한 고통이 밀려왔다.

송하나는 저도 몰래 눈시울이 붉어졌다.

이제는 정말 단념할 때가 되었다.

4년이나 끌어온 결혼이란 쇼는 막을 내릴 때가 되었다.

의사가 걱정스러운 표정으로 물었다.

“아직 몸이 많이 허약한데 두 날만이라도 더 입원하지 그래요?”

“집에 일이 있어서요.”

“이 기간에는 절대적인 안정을 취하셔야 합니다. 격렬한 운동은 피하고 부부관계도 가지면 안 돼요. 그럼 7일 후에 다시 검사받으러 오세요.”

“네, 알겠습니다. 감사합니다, 선생님.”

송하나는 성수 빌리지에 있는 단독 주택으로 돌아왔다.

가정부 서민경은 아니꼬운 얼굴로 그녀를 타박했다.

“사모님, 대체 요즘 어떻게 된 거예요! 며칠씩이나 외박하다니. 대표님이 아시면 분명 화내실 거라고요!”

그녀는 비록 이씨 가문 가정부이지만, 사실상 반쪽짜리 시어머니나 다름없다.

이강우의 유모인지라 스스로 특별한 존재로 여겼으니까.

제대로 사랑받지 못하는 이씨 가문 사모님 송하나였기에 서민경은 처음부터 눈길조차 주지 않았다.

송하나는 잘 안다.

서민경이 자신에게 이렇게 함부로 대하는 것은 설령 이강우가 직접 지시한 것이 아니더라도 그의 묵인이 있었기 때문이다.

그렇지 않고서야 감히 이렇게 오만하게 굴 수는 없을 터였다.

송하나는 이전에 이강우의 환심을 사려고 그의 주변 사람들까지 챙겼었다.

서민경에게 괴롭힘을 당하고 억압받아도 언제나 이를 악물고 참아왔다.

하지만 이번에는 더 이상 참고 싶지 않았다.

송하나는 곧바로 귀싸대기를 날리며 싸늘한 어투로 쏘아붙였다.

“건방진 것! 한낱 가정부 따위가 감히 나한테 이딴 식으로 말을 해?”

“야!”

서민경이 얼굴을 감싸고 당황스러운 눈길로 그녀를 쳐다봤다. 손을 댈 거라곤 미처 상상도 못 했나 보다.

“감히 날 때려?”

“그래! 때렸다, 어쩔래? 반격이라도 하게?”

송하나의 살벌한 기세에 서민경은 기가 눌렸다.

그녀가 아무리 이강우에게 사랑받지 못해도 이 집안 어르신 홍경자가 직접 선택한 손주며느리인지라 서민경은 차오르는 분노를 삼키는 수밖에 없었다.

송하나는 고개를 홱 돌리고 위층으로 올라갔다.

곧이어 서민경이 뒤에서 구시렁댔다.

“예쁘게 생기면 뭐해? 도련님은 어차피 거들떠보지도 않는데. 이씨 가문 사모님 자리는 조만간 딴 사람이 차지할 거야!”

공격적인 말은 날카로운 칼날처럼 송하나의 심장을 파고들었다.

그녀는 깊은숨을 몰아쉬었다.

이제는 그 어떤 것도 중요치 않다.

오늘이 지나면 이강우에 관한 모든 것이 아무 의미가 없을 테니까.

방으로 돌아온 송하나는 자신의 개인 물품을 일일이 정리했다.

그녀의 물건은 많지 않아 상자 하나면 충분했다.

상자를 옮기다 실수로 상처 부위를 건드렸더니 복부에서 격렬한 통증이 밀려왔고 식은땀이 쉴 새 없이 흘러내렸다.

진통제를 몇 알 삼키고 나서야 겨우 통증이 가시는 듯했다.

약효 때문인지, 아니면 지쳐서인지, 그녀는 침대에 누워 몽롱한 상태로 잠이 들었다.

깊은 밤.

훤칠한 실루엣의 남자가 방으로 들어섰다.

욕실에서 물소리가 쏴 하고 들리더니 20분 후, 이강우가 허리에 샤워 타월을 두른 채 걸어 나왔다.

그는 더할 나위 없이 잘생긴 얼굴에 넓은 어깨와 좁은 허리를 지녔고 초콜릿 복근은 보기만 해도 힘이 차 넘쳤다. 물방울이 복근을 따라 흘러내리며 느슨하게 늘어진 수건 속으로 스며들었다.

그는 아무 말 없이 늘 하던 대로, 형식적으로 송하나의 잠옷 치맛자락을 들어 올렸다.

꿈속에서 헤매던 그녀는 통증에 화들짝 놀라 몸을 뒤척였다.

“아파...”

그녀는 본능적으로 이강우를 밀어냈다.

“저리 가.”

“갑자기 웬 밀당? 우리 하나 또 새로운 수법이 늘었네?”

낮고 조롱 섞인 목소리가 머리 위에서 울렸다.

이강우는 물러나기는커녕 오히려 보복하듯 그녀를 비웃었다.

“한 달에 한 번 합방하는 거 네가 할머니께 졸라서 받아낸 거잖아. 이제 하기 싫어진 거야?”

상처 부위가 찢어지는 듯한 극심한 고통에 송하나는 순식간에 눈물을 쏟았다.

그녀는 이강우가 자신을 증오한다는 것을 알고 있다.

실은 이씨 가문의 어르신 홍경자가 그녀와 이강우의 결혼을 부추겼다.

결혼 후, 이강우는 송하나를 대하는 태도가 마냥 냉랭했다. 이를 본 홍경자가 뒤늦게 규칙을 정했는데 매달 하루는 송하나와 합방해야 한다고 했다.

그는 매번 송하나를 단순히 욕망을 해소하는 도구처럼 대했다.

지난 4년간의 결혼 생활을 되돌아보니 송하나의 마음은 고통으로 가득 찼다.

매사에 조심스럽고 서러움도 참으면서 굽혀왔지만 이 남자의 마음을 요만치도 얻지 못했다.

이럴 바에야 뭐가 아쉬워서 미련을 버리지 못할까?

“강우 씨, 우리 이혼해요...”

송하나의 말이 채 끝나기도 전에 휴대폰이 갑자기 울렸다.

이강우는 평소라면 밤늦게 걸려오는 전화를 질색하지만, 이번에는 부드러운 말투로 받았다.

“그래, 무슨 일이야?”

“강우 씨, 나 혼자 너무 무서운데 와서 좀 같이 있어 주면 안 될까요?”

수화기 너머로 애교 섞인 여자 목소리가 들려왔다.

“알았어.”

그는 망설임 없이 대답했다. 이 목소리에는 송하나가 단 한 번도 느껴본 적 없는 다정한 온기가 담겨 있었다.

“20분만 기다려. 금방 갈게.”

통화를 마치고 이강우는 몸을 돌려 떠났다.

송하나에겐 눈길 한 번 주지 않은 채.

몇 분 후, 아래층에서 차가 떠나는 소리가 들렸다.

송하나는 눈물이 베개를 적시고 창백한 손가락으로 이불을 꽉 움켜쥐었다.

사랑하는 것과 아닌 것의 차이가 이토록 선명할 줄이야.

다음 날 아침.

송하나는 이혼합의서를 남겨두고 캐리어를 챙겨서 집을 나섰다.

복부에서 날카로운 통증이 느껴졌고 몸 아래에 뜨거운 무언가가 흘러내리는 듯했다.

고개를 숙이고 보니 다리에서 피가 뚝뚝 떨어졌고 끔찍한 핏자국이 바닥을 뒤덮었다.
Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
22
บทนำ (รีไรท์)
เสียงฟ้าคำรามกึกก้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเกรี้ยวกราดอยู่เหนือผืนนภา สายฝนเม็ดหนากระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนทั่วทั้งบริเวณขาวโพลนไปด้วยม่านน้ำ ไอเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านรอยแตกของผนังไม้สักเก่าคร่ำคร่า กัดกินผิวเนื้อของหญิงสาวร่างบางที่กำลังสั่นเทาอยู่มุมห้อง“กูถามว่า... พ่อของมึงซ่อนมันไว้ที่ไหน!!”เสียงตะคอกนั้นหยาบกระด้างและเสียดแทงยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า ธนิดา ยกมือขึ้นกุมแก้มข้างซ้ายที่เริ่มบวมช้ำ รสคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งอยู่ในปาก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า แต่สิ่งที่กัดกินหัวใจของเธอมากกว่าคือความหวาดกลัวที่เกาะกุมจนขั้วหัวใจหนาวเหน็บ“ฮึก... ฉันไม่รู้... ฉันไม่รู้จริงๆ” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ แววตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองกลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้าด้วยความสิ้นหวังบ้านไม้ที่เคยเป็นวิมานอันอบอุ่นของเธอกับพ่อ บัดนี้แปรสภาพเป็นนรกบนดิน ข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย แจกันดอกไม้ที่เธอเพิ่งจัดเมื่อเช้าแตกละเอียดอยู่แทบเท้า เศษกระเบื้องคมกริบสะท้อนแสงไฟวูบวาบราวกับกำลังรอคอยที่จะดื่มเลือด“ปากแข็งนักนะแม่ตัวดี...” ไอ้โชติ ชายร่างยักษ์ผู้มีแววตาดุร้ายเยี่ยงโจร แสยะยิ้มเหี้ยม
Read More
บทที่ 1 (รีไรท์)
สายฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำดูเหมือนจะเป็นใจให้กับค่ำคืนแห่งการลักพาตัวครั้งนี้เหลือเกิน เสียงเม็ดฝนกระทบพื้นดินเฉอะแฉะดังกลบทุกสรรพเสียง ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มที่โอบอุ้มร่างของเธอไว้อย่างมั่นคงธนิดาซุกใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ผสมกลิ่นกายชายชาตรีของเขาทำหน้าที่เหมือนยาสลบอ่อนๆ ที่ทำให้สติของเธอพร่าเลือน เธอรู้ว่าเธอควรจะดีดดิ้น ควรจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่ภาพโหดร้ายที่เขาเพิ่งมอบความตายให้กับชายฉกรรจ์สามคนในพริบตาเดียวนั้น ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำผู้ชายคนนี้คือมัจจุราช และเธอไม่มีความกล้าพอที่จะงัดข้อกับเขานาวินพาเธอเดินฝ่าสายฝนมาหยุดอยู่ที่รถยนต์คันหรูสีดำสนิท มันจอดซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบหลังพุ่มไม้ใหญ่ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหมอบรอเจ้านาย รถเบนท์ลีย์ เบนเทก้า (Bentley Bentayga) คันใหญ่ดูขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมซอมซ่อของย่านนี้อย่างสิ้นเชิง หยดน้ำฝนเกาะพราวไปทั่วตัวถังรถที่มันวาว สะท้อนแสงฟ้าแลบแปลบปลาบดูน่าเกรงขามลูกน้องคนหนึ่งที่ยืนเฝ้ารถรีบกางร่มคันใหญ่เข้ามารับ แต่นาวินเพียงแค่ปรายตามองเป็นเชิงสั่งให้เปิดปร
Read More
บทที่ 2 (รีไรท์)
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านกำมะหยี่สีเทาเข้มเข้ามาตกกระทบเปลือกตา ปลุกให้ธนิดาตื่นจากห้วงนิทราอันหนักอึ้ง เธอขยับตัวเล็กน้อย ความนุ่มนวลของฟูกที่นอนอันหนานุ่มและกลิ่นที่ลอยมาเตะจมูกของเธอนั้นมันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องนอนราคาแพงทำให้เธอเผลอคิดไปชั่ววูบว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงฝันร้ายแต่ทันทีที่ลืมตาขึ้น เพดานสูงลิบประดับโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับก็กระชากเธอกลับสู่ความเป็นจริงที่นี่ไม่ใช่บ้านไม้เก่าซอมซ่อของเธอ แต่เป็นเสมือนกรงทองของนาวินมากกว่าธนิดาดีดตัวลุกขึ้นนั่งกวาดสายตาไปรอบห้องนอนขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นลักชูรีโทนสีขรึม ทุกอย่างดูหรูหราเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการถึง แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิท และกล้องวงจรปิดตัวเล็กที่มุมห้องซึ่งกำลังกะพริบไฟสีแดงจางๆ ราวกับดวงตาของปีศาจที่จับจ้องเธออยู่ตลอดเวลา ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออกโดยไม่ต้องรอเสียงอนุญาตหญิงวัยกลางคนในชุดแม่บ้านสีกรมท่าเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูใจดี "ตื่นแล้วเหรอคะคุณผู้หญิง ดิฉันเตรียมเสื้อผ้าและน้ำอุ่นไว้ให้แล้วค่ะ""คุณ... เป็นใครคะ?” ธ
Read More
บทที่ 3 (รีไรท์)
หลังจากเสียงเครื่องยนต์ของรถเบนท์ลีย์เงียบหายไปพร้อมกับสายฝนที่เริ่มซาเม็ด ความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็เข้ายึดครองคฤหาสน์เงาจันทราในทันทีธนิดายืนเกาะขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น มองตามท้ายรถที่ลับสายตาไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้ง เธอควรจะดีใจที่พญามัจจุราชอย่างนาวินไม่อยู่ แต่ทำไมลึกๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกหนาวเหน็บและไร้ที่พึ่งพิงยิ่งกว่าเดิม"คุณธนิดารับน้ำชาเพิ่มไหมคะ?"เสียงทักทายที่ดังขึ้นด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ธนิดาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมอง พบป้ามณียืนสงบนิ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ในมือถือถาดเงินที่มีชุดน้ำชาลายครามส่งกลิ่นหอมกรุ่น“ไม่ค่ะ ขอบคุณ" ธนิดาปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้ตื่นตระหนก"รับสักหน่อยเถอะค่ะ จะได้ผ่อนคลาย" ป้ามณียังคงคะยั้นคะยอด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา หล่อนวางถาดลงบนโต๊ะรับแขกแล้วรินน้ำชาสีอำพันใส่ถ้วย "ชาดอกคาโมมายล์อุ่นๆ ช่วยให้หลับสบายนะคะ คุณดูเหนื่อยมาก"ธนิดามองถ้วยชาตรงหน้า สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนว่าอย่าแตะต้อง เธอไม่ได้หวาดระแวงเกินเหตุ แต่สายตาของหญิงแม่บ้านผู้นี้ดูว่างเปล่าจนน่าขนลุก เหมือนตุ๊กตา
Read More
บทที่ 4 (รีไรท์)
กลิ่นดินประสิวฉุนกึกปะปนกับกลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ลอยคละคลุ้งไปทั่วโถงทางเดิน ควันสีเทาหนาทึบลอยอ้อยอิ่งบดบังทัศนวิสัย แสงไฟฉุกเฉินสีแดงหมุนวาบสะท้อนเงาวูบไหวบนผนัง ราวกับเลือดที่กำลังเต้นเร่าธนิดาไอโขลกจนตัวงอ ความแสบจากควันไฟกัดกินลำคอและดวงตาจนน้ำตาไหลพราก แต่ฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้นั้นกลับไม่ยอมคลายออกแม้แต่วินาทีเดียว มันบีบแน่น แน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ แต่มันคือความเจ็บปวดเดียวที่ยึดเหนี่ยวเธอไว้กับสติสัมปชัญญะ“ก้มต่ำไว้! อย่าเงยหน้าขึ้นมา!”เสียงคำรามของนาวินดังก้องแข่งกับเสียงปืนที่เริ่มระดมยิงเข้ามาจากทิศทางที่กำแพงพังทลาย เขาไม่ได้หันมามองเธอ แต่ใช้แผ่นหลังกว้างของตัวเองเป็นโล่กำบัง ดันร่างเธอให้แนบชิดไปกับผนังหินอ่อนเย็นเฉียบ ปัง! ปัง! ปัง!กระสุนเจาะทะลุแจกันราคาแพงบนแท่นโชว์จนแตกกระจาย เศษกระเบื้องปลิวว่อนเฉียดใบหน้าของธนิดาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เธอหวีดร้องด้วยความตกใจ ซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของเขาโดยสัญชาตญาณนาวินกัดฟันกรอด นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาเอี้ยวตัวออกไปเพียงเสี้ยววินาที ยกปืนพกสีเงินในมือขึ้นเล็งด้วยความชำนาญที่น่าขนลุก ปัง! ปัง!สองนัดแลกกับสองชี
Read More
บทที่ 5 (รีไรท์)
รถสปอร์ตคันหรูแล่นฝ่าพายุฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง นาวินหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางลัดเลาะตามไหล่เขา ถนนเส้นนี้มืดสนิทไร้แสงไฟ มีเพียงไฟหน้ารถที่สาดส่องตัดผ่านม่านฝนเผยให้เห็นต้นไม้สูงใหญ่สองข้างทางที่โอนเอนตามแรงลมภายในรถเงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่มที่ดังแข่งกับเสียงที่ปัดน้ำฝนธนิดานั่งตัวเกร็ง สายตาจับจ้องไปที่ไหล่ซ้ายของเขา เลือดสีแดงสดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาเป็นวงกว้างและเริ่มหยดลงบนเบาะหนัง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดุดันตอนนี้ซีดเผือดจนน่าใจหาย เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าแม้ว่าแอร์ในรถจะเย็นเฉียบ"คุณนาวินจอดรถเถอะค่ะ ให้ฉันขับแทนเถอะ" ธนิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คุณกำลังเสียเลือดมากแล้วนะคะ"“เงียบเถอะน่า!" นาวินกัดฟันตอบ เสียงของเขาแหบพร่ากว่าเดิม "อีกนิดเดียวก็ถึงเซฟเฮาส์แล้ว""แต่คุณจะหมดสติอยู่แล้ว!" เธอเถียงกลับ ความกลัวว่าจะเสียเขาไปทำให้เธอลืมความกลัวที่มีต่อเขาไปจนหมด "ถ้าคุณตาย แล้วฉันจะอยู่กับใคร!"คำพูดนั้นทำให้นาวินชะงักไปชั่วครู่ เขาเหลือบมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย ริมฝีปากซีดเซียวยกยิ้มมุมปากอย่างยากลำบาก"หึ... กลัวไม่
Read More
บทที่ 6 (รีไรท์)
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านทิวสนสูงเสียดฟ้า ส่องกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของเซฟเฮาส์จนเกิดเป็นลำแสงสีทองนวลตา เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังแว่วมาพร้อมกับไอหมอกจางๆ ที่ปกคลุมไปทั่วป่าธนิดาขยับตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบเอวและความหนักอึ้งที่พาดผ่านลำตัว เมื่อลืมตาขึ้นภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่าที่มีผ้าพันแผลพันทับช่วงไหล่ซ้ายเอาไว้ ลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่ข้างๆ บ่งบอกว่าเขายังคงหลับสนิทหญิงสาวนอนนิ่ง ไม่กล้าขยับตัวแรงเพราะกลัวจะรบกวนการพักผ่อนของคนเจ็บ เธอลอบมองใบหน้าคมคายของนาวินในยามหลับใหล มันไร้ซึ่งความดุดัน ไร้ซึ่งรังสีอำมหิต เหลือเพียงใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูเหนื่อยล้าและต้องการการพักพิงปลายนิ้วเรียวของเธอเผลอเอื้อมไปเกลี่ยไรผมสีดำสนิทที่ตกลงมาปรกหน้าผากเขาอย่างแผ่วเบา ไล้ลงมาตามสันจมูกโด่ง และหยุดลงที่ริมฝีปากหยักได้รูป ริมฝีปากที่เพิ่งมอบจูบแรกให้เธอเมื่อคืน"แอบแต๊ะอั๋งคนเจ็บแต่เช้าเลยนะ..."เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นทำลายความเงียบ ธนิดาสะดุ้งโหยงรีบชักมือกลับ แต่ไม่ทันมือหนาของนาวินที่คว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน ทั้งที่ตายังหลับอยู่น
Read More
บทที่ 7 (รีไรท์)
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือท่าเรือเก่าฝั่งธนบุรีมืดสนิทไร้แสงดาว มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากเสาไฟถนนที่กระพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบตู้คอนเทนเนอร์สนิมเขรอะที่วางเรียงรายเป็นเขาวงกตรถสปอร์ตคันหรูของนาวินจอดซุ่มอยู่ในเงามืดห่างจากจุดนัดพบออกมาพอสมควร เขาดับเครื่องยนต์และไฟหน้ารถ เหลือเพียงความเงียบสงัดที่ถูกแทรกด้วยเสียงคลื่นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ซัดเข้าฝั่งเป็นระลอก"มั่นใจเหรอคะว่าไพโรจน์จะมาที่นี่" ธนิดาถามเสียงเบา มือเล็กกระชับปืนพกที่นาวินให้ไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว"ไพโรจน์ทำงานกับฉันมานาน เขาไม่เคยพลาดนัด" นาวินตอบสายตาจับจ้องไปที่ลานกว้างด้านหน้าโกดังหมายเลข 9 “แต่เพื่อความไม่ประมาท ถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอห้ามห่างจากฉันเด็ดขาดเข้าใจไหม""เข้าใจค่ะ" ธนิดาพยักหน้า แม้ในใจจะเต้นระรัวด้วยความกลัว แต่ความเชื่อใจที่มีต่อผู้ชายข้างกายทำให้เธอพร้อมจะก้าวตามเขาไปในทุกที่นาวินเปิดประตูรถแล้วค่อยๆ ก้าวลงสู่พื้นคอนกรีตที่เปียกชื้น เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำทับเสื้อยืดเพื่อพรางอาวุธและบาดแผลที่ไหล่ซ้าย ธนิดาเดินตามลงมาติดๆ ลมแม่น้ำพัดแรงจนผมยาวสลวยของเธอปลิวไสวทั้งคู่เดินลัดเลาะไปตามแนวตู้คอนเทนเนอร์อย่างเงียบ
Read More
บทที่ 8 (รีไรท์)
สายลมยามดึกพัดเอากลิ่นอับชื้นของแม่น้ำและกลิ่นขยะจางๆ มาแตะจมูก ซอยแคบๆ ในย่านชุมชนแออัดเก่าแก่ฝั่งธนบุรีเงียบสงัดไร้ผู้คน มีเพียงเสียงสุนัขเห่าหอนแว่วมาเป็นระยะ แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ ส่องให้เห็นร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินประคองกันมาอย่างทุลักทุเลสภาพของนาวินดูย่ำแย่จนแทบจำเค้าโครงเจ้าพ่อมาเฟียผู้สง่างามไม่ได้ เสื้อหนังสีดำขาดวิ่น เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำคลำและคราบเลือด ใบหน้าคมซีดเผือด ริมฝีปากแห้งผาก ขาทั้งสองข้างก้าวเดินอย่างเชื่องช้าโดยทิ้งน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดลงบนไหล่เล็กๆ ของหญิงสาวข้างกายธนิดากัดฟันแน่นแบกรับน้ำหนักของชายหนุ่มร่างโตด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แม้ขาของเธอจะสั่นจนแทบก้าวไม่ออก แต่เธอก็ไม่ปริปากบ่นสักคำ"อีกนิดเดียว..." นาวินกระซิบบอกทางเสียงแหบแห้ง ชี้มือสั่นๆ ไปยังตึกแถวเก่าคร่ำคร่าสามชั้นที่ตั้งอยู่สุดซอย "ตึกสีเขียว... นั่นแหละ"ธนิดาพยุงเขาไปหยุดที่หน้าประตูเหล็กยืดขึ้นสนิม นาวินล้วงมือเข้าไปในกระถางต้นไม้แห้งเหี่ยวหน้าบ้าน ควานหากุญแจดอกเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินออกมา เขาไขกุญแจด้วยมือที่สั่นเทา เสียงแม่กุญแจดีดตัวออกดังกริ๊กเบาๆ ก่อนที่เขาจะเลื่อนป
Read More
บทที่ 9 (รีไรท์)
เช้าวันใหม่ในย่านชุมชนแออัดเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงจอแจของผู้คน เสียงแม่ค้าตะโกนขายของ และเสียงเครื่องจักรจากโรงงานแถวนั้น นาวินตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดระบมที่ลดน้อยลง แต่สิ่งที่ชัดเจนขึ้นคือความมุ่งมั่นในแววตาเขาไม่ได้นอนซมรอความตาย แต่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ ตรงหน้าเขามีแผนที่กระดาษที่วาดขึ้นเองอย่างหยาบๆ ด้วยปากกาเคมี และวิทยุสื่อสารเก่าคร่ำคร่าตัวหนึ่งที่เขารื้อออกมาซ่อมจนใช้งานได้ธนิดาเดินลงมาจากชั้นลอยพร้อมชามข้าวต้มร้อนๆ กลิ่นหอมฉุย เธอเห็นเขากำลังหมุนหาคลื่นวิทยุด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณทำอะไรคะ?” เธอถามพร้อมวางชามข้าวต้มลงข้างๆ“ดักฟังวิทยุตำรวจ...” นาวินตอบโดยไม่ละสายตาจากเครื่องมือ “และหาช่องทางติดต่อคนเก่าคนแก่ แถวนี้เคยเป็นถิ่นของอากงฉัน ยังมีสายข่าวที่ไว้ใจได้หลงเหลืออยู่”เขารับชามข้าวต้มไปตักเข้าปาก รสชาติธรรมดาๆ จากฝีมือเธอทำเอาเขารู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด “อร่อย...”“แค่อร่อยก็พอแล้วค่ะ รีบกินจะได้กินยา” ธนิดายิ้มบางๆ ก่อนจะนั่งลงข้างเขา มองดูแผนที่ที่เต็มไปด้วยกากบาทสีแดง “แล้ว... เราจะเอายังไงต่อคะ คุณติดต่อคุณไพโรจน์ได้หรือยัง”สีหน้าของนาวินหม่นลงเล็ก
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status