เข้าสู่ระบบ“ฉันก็แค่… แค่เปรียบเทียบ และอีกอย่างฉันไม่เคยไปเที่ยวสถานที่แบบนั้น”
โปรดกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นแววตาเลิ่กลั่กของคนไขสือ
ใบหน้าสวย แววตาซ่อนความเศร้าแบบนี้ เขาจำเธอได้ดี
“เหรอครับ งั้นเรามารำลึกความหลังกันหน่อยไหม ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้”
“แต่ฉันไม่อยากรู้จักนาย”
มายูหันใบหน้าหลบสายตาคมที่เอาแต่จ้องราวกับจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว พลันทำให้นึกถึงเรื่องคืนนั้น สายตาของเขาก็มองเธอแบบนี้ไม่มีผิด
“ผมชื่อโปรด สถาปัตย์ปีสี่” เอ่ยจบใบหน้าหล่อก็เลื่อนเข้ามาตรงข้างพวงแก้ม “หล่อ โสด และเอา ใจเก่ง”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายแผ่วเบาเอ่ยใกล้ใบหู ทว่ากลับเน้นย้ำคำว่าเอาอย่างชัดถ้อยชัดคำ พลันทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของคนฟังสั่นรัวราวกับแผ่นดินไหว
มายูภาวนาในใจว่าขอให้รีบปล่อยเธอทีเถอะ ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า โดยเฉพาะเพื่อนของเธอ
“ดูแล้วน้องไม่น่าจะรุ่นเดียวกัน งั้นเรียกพี่โปรดก็ได้นะครับ อยากฟังเสียงหวาน ๆ ของน้องเรียกชื่อพี่จัง”
“พูดจบรึยัง” เธอเอ่ยตัดรำคาญ
“ยังครับ อยากพูดด้วยทั้งคืนเลย”
น้ำเสียงทุ้มละมุนดังพร้อมกับริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอนั่งนิ่งไปชั่วครู่ราวกับตกอยู่ในภวังค์
ทันใดนั้นมายูก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของหนุ่มรุ่นพี่กระทบพวงแก้ม เขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เปลือกตากระพริบถี่ รีบเอนตัวหลบ
“จะทำอะไร”
“ปากน้องนี่น่าจูบจัง”
“คิดว่ามุกแบบนี้จะใช้กับฉันได้ผลเหรอ ถ้ามีใครมาเห็นเข้า ฉันจะบอกว่านายกำลังลวนลามฉันอยู่”
“ถ้าอยากให้ปล่อย งั้นมาแลกคอนแท็กซ์กันก่อนสิครับ”
เขาเอ่ยพลางเลื่อนมือหนาล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยื่นให้เธอ
คิ้วเรียวสวยขมวดจ้องใบหน้าหล่อที่เหมือนได้ใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายได้คืบจะเอาศอก ใช้วิธีบังคับเพื่อแลกกับช่องทางการติดต่อของเธอ
มายูถอนหายใจ ก่อนจะรับโทรศัพท์ของโปรดมากดเบอร์โทร เสร็จแล้วก็ส่งคืนให้กับเจ้าของ
“ขอเฟซบุ๊กหรือไอจีด้วยได้ไหมครับ สมัยนี้ไม่มีใครเขาโทรคุยกันแบบนี้แล้ว”
“หึ” หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอ พลางคลี่ยิ้มอย่างน่าหลงใหล
ทว่าภาพน่ารักนั้นปรากฏแก่สายตาของโปรดเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่เธอจะเอ่ยเสียงเข้ม เปลี่ยนเป็นสีหน้าดุดัน
“อย่าเรื่องมาก”
“โอเคครับ เอาแค่เบอร์ก่อนก็ได้ เรายังมีเวลาทำความรู้จักกันอีกนาน ว่าแต่น้องชื่ออะไรเหรอครับ เผื่อว่าตอนอยากปลดปล่อย จะได้นึกถึงหน้าสวย ๆ แล้วเรียกชื่อถูก” เขาพูดติดเรตสิบแปดบวก เพื่อแกล้งหยอกคนตัวเล็ก
“ไอวี่”
มายูผลักแผงอกของอีกฝ่าย รีบดันตัวลุกขึ้นออกจากตักของเขา แล้วเดินหนีออกไปทันที
โปรดกระตุกยิ้ม ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นโบกไปมา มองตามแผ่นหลังของสาวสวยในชุดนักศึกษารัดรูป กระโปรงทรงเอสั้นกลางหน้าขา
“ไว้พี่จะโทรหานะครับ น้องไอวี่”
.
“อีตาบ้า ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่ โคตรซวยจริง ๆ”
“บ่นอะไรอีชะนี แล้วไหนล่ะหนังสือ”
ไอวี่เห็นมายูทำปากมุบมิบ ใบหน้าบึ้งตึง เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ หายออกไปตั้งนานสองนาน แต่ในมือของเพื่อนกลับว่างเปล่า
“ไม่องไม่อ่านมันละ เสียอารมณ์ ถ้ามีคนโทรหา มึงก็ด่า แล้วตัดสายทิ้งไปเลยนะ”
ตอนแรกเธอก็เดินหาหนังสือดี ๆ อยู่หรอก ทว่าพอสะดุดล้มนั่งลงบนตักของโปรด ก็ทำหนังสือหลุดมือไปแล้วลืมหยิบมาด้วย
“เอาอีกแล้วนะอีดอก หนุ่มที่ไหนมาจีบมึงอีกล่ะ”
ไอวี่กรอกตามองบน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มายูเอาชื่อของเธอไปหลอกคนอื่น ทว่าก็ไม่ได้ถือสาอะไร ดีเสียอีก เพราะหนุ่มบางคนพอได้คุยกับเธอแล้ว ก็อยากนัดเจอกันขึ้นมา
“หนุ่มสถาปัตย์”
มายูนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความหงุดหงิด สถานที่มีตั้งมากมาย ทำไมต้องเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกันด้วย
แถมเขายังพยายามรื้อฟื้นถึงเรื่องคืนนั้น ทั้งที่เธอพยายามลบมันออกจากความทรงจำ
“อ๊าย หนุ่มสถาปัตย์เหรอ หล่อไหม พากูไปดูหน้าหน่อยสิ” ไอวี่แสดงท่าทางกระดี๊กระด๊า อยากเห็นคนที่เพื่อนพูดถึงว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร
“ขอเบอร์เสร็จก็หายไปไหนแล้วไม่รู้” มายูบอกปัด
สโนว์กับเชอรีนเพิ่งเลือกหนังสือเสร็จแล้วกลับมาที่โต๊ะ ประโยคที่สองคนนั้นพูดก่อนหน้าพวกเธอได้ยินไม่ค่อยถนัด จึงเอ่ยถามขึ้นขณะเลื่อนเก้าอี้ขยับออก แล้วนั่งลงตรงข้ามกัน
“มีอะไรกันเหรอ”
“กูได้ยินเหมือนคำว่าสถาปัตย์”
“ก็เพื่อนพวกมึงน่ะสิ มีหนุ่มสถาปัตย์มาขายขนมจีบ” ไอวี่เอ่ยตอบ
“หล่อไหม ได้แลกเบอร์กันไว้รึเปล่า” เชอรีนเอ่ยถามด้วยสีหน้าอยากรู้
“นางเอาเบอร์กูให้จ้า อีไอวี่รับจบอีกแล้ว” ไอวี่ยกมือขึ้นสะบัดผมที่ปรกลงมาตรงซอกคอ ก่อนคลี่ยิ้มเชิดหน้าหันไปทางอื่น
“มึงนี่ได้กำไรทุกงานเลยนะ อีไอวี่” สโนว์เอ่ยแซวเพื่อนสาวสอง พลางหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ
ทว่ามายูกลับไม่ได้ให้ความสนใจกับถ้อยคำของเพื่อนมากนัก เธอนั่งทำหน้าบึ้งตึง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม พลันถอนหายใจออกมาอย่างหนักอก
หวังว่าความบังเอิญจะมีแค่ครั้งเดียว แล้วไม่ต้องพบเจอกันอีก
มายูเปิดประตูลงจากรถสปอร์ตคันหรู จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านเพื่อเอากระเป๋าสะพายขึ้นไปเก็บ ทว่ากลับต้องประหลาดใจ เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ซึ่งคืนนี้ควรจะได้นอนอยู่บนเตียงอันคุ้นเคยเพียงลำพัง เพราะสามีเดินทางไปประชุมกับฝ่ายบริหารประจำปีที่สาขาใหญ่ของห้างสรรพสินค้า Siam PP Mall ของภาคกลางเมื่อช่วงเช้าตรู่ และบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ กำลังยืนอยู่ปลายเตียงราวกับว่ารอต้อนรับภรรยาคนสวยกลับมาบ้าน“พี่โปรด”มายูฉีกยิ้มหวานวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นสามี ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้ม มือหนาเลื่อนขึ้นลูบเรือนผมของเธออย่างเบามือหญิงสาวผละออกจากอ้อมกอดและเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อของเขา แล้วเอ่ยถาม“ไหนบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ไงคะ”“ทีแรกพี่ก็ว่าจะกลับวันพรุ่งนี้ แต่คิดถึงเมียจนอดใจไม่ไหว ก็เลยต้องรีบกลับมานอนกอดเมีย”ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อได้ฟังคำหวานจากปากของสามี ทั้งสองแต่งงานกันมาสามปีแล้ว ทว่าโปรดก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย และความรักที่มีให้กันก็ยังหวานชื่นไม่มีเปลี่ยนมือหนาประคองใบหน้าสีเลือดฝาดของเมียรัก เลื่อนริมฝีปากลงมาพรมจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธอแผ
ภายในห้องเริ่มกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง คนทั้งสองต่างจ้องใบหน้าของกันและกัน พลันใจเต้นแรงตึกตักในจังหวะเดียวกัน ก่อนที่โปรดจะก้มลงมาจูบริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาเพียงลิปบาร์ม บดคลึงกลีบปากสวยอย่างอ่อนโยน พลางพลิกตัวขึ้นไปนอนทาบทับอยู่บนร่างของคนตัวเล็กมายูเลื่อนสองแขนขึ้นไปกอดลำคอของแฟนหนุ่ม เผยอปากเปิดรับลิ้นอุ่นเข้าไปจูบแลกลิ้นกันในโพลงปากหวานคนทั้งสองเกิดอารมณ์ปรารถนาต่อร่างกายของกันและกัน จึงผลัดกันปลุกเร้าอารมณ์กระสัน และปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก จนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่พร้อมสำหรับกิจกรรมเข้าจังหวะลำกายใหญ่แข็งขึงสอดเข้าไปในช่องทางรักของแฟนสาว ทำให้สองร่างประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เอวสอบเริ่มขยับเพื่อให้เจ้ามังกรเคลื่อนเข้าออกในถ้ำแห่งความสุขได้คล่องตัว จากนั้นก็เร่งจังหวะระบายอารมณ์ดิบเถื่อนในกายอย่างบ้าคลั่งหญิงสาวขบเม้มริมฝีปากอย่างเย้ายวน ข่มตัวเองไม่ให้เปล่งเสียงครวญครางดังเล็ดลอดออกไปนอกห้อง เพราะเกรงว่าจะทำให้พ่อกับแม่ที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งได้ยิน ทว่าความเสียดเสียวที่ได้รับนั้นไม่ลดน้อยลงจากที่เคยทำตอนอยู่เพนต์เฮาส์แม้แต่นิดเดียว“อ๊ะ อึก ซี้ด… ที่รักขา อึ อื้อ…”“อืม… ขย่ม
ช่วงเวลาประมาณห้าทุ่มของคืนที่สาม พระพายกับมาคัสที่อยู่ในชุดนอนและมีเสื้อแขนยาวตัวใหญ่ใส่คลุมตัวเอาไว้ ก็ได้เปิดประตูออกมาจากห้อง แล้วพบว่าระเบียงบนชั้นสองของคฤหาสน์มีหนุ่มสาวได้ลักลอบออกมาพบกัน“ไปแกล้งลูกไม่ให้นอนด้วยกัน เห็นไหมคะว่าเด็กทั้งสองก็แอบออกมาคุยกันจนดึกอยู่ดี” พระพายเอ็ดผู้เป็นสามีเสียงแผ่ว“ก็พี่อยากลองใจเจ้าหนุ่มนั่นว่าจะมีความอดทนมากแค่ไหนนี่ครับ”“ถ้าเป็นพี่ตอนหนุ่ม แล้วมีคนมาขัดขวางไม่ให้อยู่กับพระพายแบบนี้ พี่จะยอมไหม”“ใครกล้าก็ลองดู” เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด“นั่นไงคะ ทีตัวเองยังไม่อยากให้มีใครมายุ่งเลย”“ก็พี่ไม่อยากอยู่ห่างจากเมียนี่ครับ”“แล้วลูกอยากอยู่ห่างกับแฟนเหรอคะ มายูก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าคบกับโปรดและอยู่ด้วยกัน พี่ยังจะใจดำปล่อยให้ลูกนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงแฟนที่โดนพ่อแกล้งจับแยกให้นอนกันคนละห้องแบบนี้เหรอ นี่มันก็คืนที่สามแล้วนะคะ ลูกมานอนบ้านแค่อาทิตย์เดียวเอง”มาคัสและภรรยาก้าวเข้าไปยืนอยู่ทางด้านหลังโดยไม่ให้เด็กทั้งสองคนที่ยืนหันหลังรู้ตัว มายูกำลังกอดแขนของแฟนหนุ่ม เอนศีรษะลงมาพิงต้นแขน“นี่ก็ดึกมากแล้ว เข้าไปนอนก่อนไหมคะ ข้างนอกอากาศเย็น
“เมื่อกี้แม่เห็นแม่บ้านหิ้วของเข้าไปในครัว ซื้ออะไรมาเหรอลูก” พระพายเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง“หลายอย่างเลยค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่โปรดจะโชว์ฝีมือทำอาหาร โดยที่มีลูกสาวคนนี้คอยเป็นลูกมือ พ่อกับแม่รอชิมได้เลยนะคะ” ได้ทีมายูก็รีบอวยยศให้แฟนหนุ่มเพื่อเรียกคะแนน“ทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ” มาคัสเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ“ครับ”“พี่โปรดทำอาหารเก่งมากเลยนะคะ แล้วก็อร่อยมากด้วย พ่อกับแม่ดูสิคะ หนูน้ำหนักขึ้นมาตั้งสองโลแหนะ อีกหน่อยคงได้อ้วนเป็นหมูแน่เลยค่ะ”มือเล็กยกขึ้นลูบพุงน้อย ๆ ที่แทบมองไม่เห็นของตัวเอง มายูเป็นคนมีน้ำหนักคงที่ เมื่อก่อนกินอย่างไรก็ไม่อ้วน ทว่าอยู่กับแฟนหนุ่มแค่ไม่กี่เดือน น้ำหนักของเธอดันเพิ่มขึ้นมาเฉยเลยพระพายส่งเสียงขำ ไม่ต่างจากสามีที่ลอบขำในลำคอแผ่วเบา ทั้งสองพอจะมองออกว่าลูกสาวผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง และดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาก เห็นแบบนี้ก็คิดว่าคงเป็นเพราะได้แฟนชอบทำอาหารและเอาใจเก่งแน่ ๆช่วงเย็นโปรดกับมายูก็อาสาเข้าครัวกันแค่สองคน เพื่อให้พ่อกับแม่ได้มีเวลาสวีตกันในห้องนั่งเล่นขณะรอกินมื้อเย็น หลังจากทำอาหารเสร็จแม่บ้านก็มาช่วยนำจานอาหารไปจัดวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเข้าไปเรียกผู้เป็นนายมาที่ห้อ
มายูลุกออกจากโต๊ะเครื่องแป้งหลังแต่งหน้าเสร็จ คว้ากระเป๋าสะพายแบรนด์หรู เดินเข้าไปหาแฟนหนุ่มที่นั่งรออยู่ปลายเตียง ก่อนจะถูกลำแขนของอีกฝ่ายโอบเอวบางรั้งให้นั่งลงบนตักของเขา“พร้อมไปกันรึยังคะ” เสียงหวานถามแฟนหนุ่ม“ค่ะ”โปรดเอ่ยตอบน้ำเสียงละมุน ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองแฟนสาว ริมฝีปากมีรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะกดลงสัมผัสกับกลีบปากสวยสีแดงอมชมพู แล้วอุ้มเธอลุกออกจากตักทั้งสองลากกระเป๋าเดินทางคนละใบ ซึ่งได้ถูกจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวออกจากห้อง ลงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้นล่าง เพื่อเดินทางกลับบ้านของมายูเนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียนที่สอง และโปรดก็ได้เรียนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงถือโอกาสพาแฟนหนุ่มไปทำความรู้จักกับครอบครัวอย่างเป็นทางการออกจากเพนต์เฮาส์ก็ได้แวะซูเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของฝากผู้ใหญ่ และซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเย็นนี้ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถหรูก็ขับเข้าไปจอดที่โรงจอดรถของคฤหาสน์หลังใหญ่ มายูจับมือของแฟนหนุ่ม ริมฝีปากสวยมีรอยยิ้มหวานมอบให้อีกฝ่าย แม้ว่าโปรดจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา ทว่าเธอก็ยังอยากเติมกำลังใจ เพราะนึกถึงวันที่ได้เจอกับแม่ของเขาเป็นครั้งแรก และเกิดอาการประหม่าจนเหง
หลังจากกินมื้อเย็นด้วยกันเสร็จ ปานรวีก็เปิดกระเป๋าแบรนด์หรู หยิบแบล็กการ์ดออกมาจากกระเป๋าเงิน ยื่นให้กับลูกชายเพราะอยากไถ่โทษที่พรากเวลาอันมีค่าของทั้งสองคนไป ในช่วงที่ให้โปรดไปดูแลลูกสาวของเพื่อน“เดี๋ยวพาหนูมายูไปเดินเล่นในห้างของเรานะ ถ้าอยากได้อะไรก็ใช้บัตรแม่รูดได้เต็มที่ ย้ำว่าต้องซื้อทุกอย่างที่น้องอยากได้”“ครับแม่” โปรดยื่นมือออกไปรับบัตรสีดำทั้งสามคนเดินออกจากร้านอาหารไทย แม่ของเขาก็แยกตัวเพื่อเดินทางกลับบ้าน มือหนาเลื่อนไปจับกับมือของคนตัวเล็ก พาแฟนสาวขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นบน“ไม่เห็นเคยบอกกันเลยนะคะ ว่าแม่พี่เป็นเจ้าของที่นี่”ครั้งแรกที่ทั้งสองคนเจอกันที่นี่ ก็คือในวันที่ริษาเดินควงแขนมากับอดีตคนรักของเธอ แล้วเข้ามาเยาะเย้ยเพื่อทำให้เธอเสียใจ แต่ก็ได้โปรดมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ ด้วยการแกล้งเป็นแฟนกันครานั้นเธอยังคิดว่าอะไรมันจะบังเอิญเจอเขาแทบทุกที่ ที่แท้ก็เป็นลูกชายเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้นี่เอง“พี่เคยบอกกลาย ๆ แล้วว่าถ้าหนูอยากได้อะไร พี่สามารถซื้อให้ได้ทั้งห้าง หนูจำได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ”“เมื่อก่อนพี่พูดอะไรไปหนูก็ไม่เชื่อหนิคะ ขนาดพี่บอกว่าเป็นเจ้าของเดอะบลิสพี







