Mag-log inEP.1
ริรินดาปล่อยให้ฝ่ามือหนานำทางไป ความเงียบเริ่มเข้ามาแทนที่เสียงดนตรีหนักหน่วงทันทีที่ประตูบานนั้นปิดลง หญิงมองสำรวจแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ที่ดูแข็งแกร่งของอชิระ ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอเต้นรัวจนหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้...คือความจริงที่เธอเลือกเอง “ถึงแล้ว...” อชิระเอ่ยเสียงพร่าต่ำขณะหยุดยืนหน้าประตูห้องส่วนตัว เขาหันกลับมามองสบตากับริรินดาตรง ๆ สายตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ปิดบังความหื่นกระหายอีกต่อไป แต่มันกลับวาวโรจน์ไปด้วยความต้องการที่จะ ‘สยบ’ ผู้หญิงตรงหน้าให้ราบคาบ ทันทีที่ประตูห้องส่วนตัวปิดสนิท ความเงียบที่ปกคลุมอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกทำลายลงด้วยแรงอารมณ์ที่ระเบิดออก อชิระไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า อชิระดันร่างบางจนแผ่นหลังชิดผนังเย็นเฉียบ กายหนาเบียดเสียดเข้าหาจนไร้ช่องว่าง เขาก้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างกระหาย สองมือแกร่งยกข้อมือเธอขึ้นไว้เหนือศีรษะ ริรินดารับรู้ถึงสัมผัสที่รุนแรงของเขา เธอหอบหายใจกระชั้นพลางกัดริมฝีปากแน่น “อ้อ...มีอีกอย่างที่เธอต้องรู้” อชิระถอยใบหน้าออกจากซอกคอระหง เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม สายตาหื่นกระหายจ้องมองเหมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว “รสนิยมของฉันมันค่อนข้างรุนแรง พราะสำหรับฉันเรื่องบนเตียงไม่มีความอ่อนโยนให้ ยิ่งเธอทำท่าเหมือนจะรับไม่ไหว ฉันจะยิ่งกระแทกใส่เธอให้หนักกว่าเดิม” ริรินดาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว ตรงกันข้ามเธอกลับหัวเราะในลำคอเบา ๆ มือเรียวสวยเลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอหนา เธอจงใจแอ่นกายเข้าหาเบียดเสียดทรวงอกอิ่มกับแผงอกตึงแน่นของเขาอย่างท้าทาย “จะรุนแรงแค่ไหนเชียว ฉันอยากจะรู้จัง” ริรินดาเชิดหน้าขึ้น ปลายจมูกโด่งรั้นชนกับจมูกของเขา คำท้าทายนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย อชิระบดขยี้ริมฝีปากลงมาทันที จูบของเขาเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปในโพรงปากหวานอย่างรุนแรง ริรินดาเองก็ไม่ยอมแพ้ เธอกระหวัดลิ้นตอบโต้อย่างถึงพริกถึงขิง เสียงครางอื้ออึงในลำคอของทั้งคู่ผสมปนเปไปกับเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้น มือของอชิระเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างถือสิทธิ์ “ปากดีแบบนี้...คืนนี้อย่าร้องขอความเมตตาจากฉันก็แล้วกัน” เขาผละออกมามองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แก้มแดงระเรื่อและดวงตาหยาดเยิ้มเพราะแรงอารมณ์ “คนอย่างริรินดา มีแต่จะทำให้ ‘ผู้ชาย’ เป็นฝ่ายสยบอยู่แทบเท้าต่างหาก” อชิระกระตุกยิ้มร้าย ขบเม้มติ่งหูของเธอแรง ๆ เป็นการฝากรอยเอาไว้ “งั้นเรามาดูกันว่าระหว่างความหยิ่งของเธอ กับความหิวของฉัน อะไรมันจะพังลงก่อนกัน” อชิระช้อนร่างบางขึ้นแนบอกแล้ววางเธอลงบนที่นอนหนานุ่ม ริรินดาครางประท้วงในลำคอแต่ไม่ใช่เพราะความกลัว ทว่าเป็นความรัญจวนใจที่พุ่งพล่าน เธอเกี่ยวรั้งลำคอหนาให้โถมตัวลงมาทับถมร่างของเธอเอาไว้ บทรักที่เริ่มต้นด้วยความท้าทายแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่รุนแรง อชิระกระหน่ำความต้องการเข้าใส่เธออย่างหนักหน่วงราวกับพายุที่บ้าคลั่ง ในขณะที่ริรินดาก็โต้ตอบกลับอย่างเผ็ดร้อน เธอไม่ใช่เหยื่อที่ยอมถูกขย้ำ แต่เป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะแลกหมัดกับเขาจนถึงวินาทีสุดท้าย เสียงหอบพร่าและแรงอารมณ์ที่สอดประสานกันดังก้องไปทั่วห้อง สายของวันต่อมา สายตาคมกริบของอชิระกวาดมองแผ่นหลังนวลเนียนที่มีรอยข่วนจาง ๆ ฝากไว้เป็นที่ระลึก เขาไม่เคยรู้สึก 'อิ่ม' และ 'อยาก' ในเวลาเดียวกันได้มากขนาดนี้มาก่อน “จะรีบไปไหน ?” เสียงทุ้มแหบพร่าถามขึ้น ริรินดาสบตาเขาผ่านกระจก รอยยิ้มของผู้ชนะปรากฏบนใบหน้าสวย เธอสวมใส่เดรสชุดเดิมที่ถูกจัดระเบียบใหม่จนดูเกือบจะเรียบร้อย กำลังยืนสวมต่างหูพลางมองกระจกด้วยสายตาที่เรียบเฉย ราวกับเรื่องราวเร่าร้อนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไม่เคยเกิดขึ้น “กลับสิคะ เมื่อคืนฉันสนุกมาก” เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมาถือไว้มั่น ทว่าเขาต้องยอมรับอย่างคนสิ้นท่า สัมผัสที่จัดจ้านและชั้นเชิงที่ถึงพริกถึงขิงของเธอนั้น มันตอกย้ำว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ 'กิน' อะไรที่ถึงใจขนาดนี้มาก่อน ริรินดาแต่งตัวเสร็จก็เดินนวยนาดกลับมาที่เตียง โน้มตัวลงประทับจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากเขา “หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะคะ... ลาก่อนค่ะสุดหล่อ” “เธอคิดจะไปเฉย ๆ แบบนี้ ?” “ทำไมคะ ติดใจฉันเหรอ” ริมฝีปากอิ่มยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ริรินดาไม่รอคำตอบจากเขา เธอเดินตรงไปยังประตูห้องโดยไม่หันกลับมามองเขาอีก ทิ้งให้อชิระนั่งอยู่บนเตียงด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น เขาไม่เคยถูกผู้หญิงทิ้งไว้เบื้องหลังแบบนี้มาก่อน “ไม่เจอกันอีกอย่างนั้นเหรอ ?” อชิระแค่นหัวเราะ “อย่าให้เจออีกก็แล้วกันแม่สาวน้อย...ฉันจะทบต้นทบดอกให้ลุกไม่ขึ้นเลย” อชิระสบถในลำคอเบา ๆ เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงที่ทำให้เขาคลั่งได้ขนาดนี้เดินจากไปเฉย ๆ ร่างสูงรีบคว้ากางเกงและเสื้อเชิ้ตมาสวมอย่างลวก ๆ แล้วรีบพุ่งตัวออกจากห้องพัก อชิระวิ่งลงมาอย่างรวดเร็วจนทันเห็นแผ่นหลังบางที่คุ้นตากำลังจะก้าวพ้นประตูคลับออกไป “เดี๋ยว!” เขารั้งข้อมือเรียวไว้ได้ทันที ริรินดาชะงักฝีเท้าแล้วค่อย ๆ หันกลับมามอง เธอบิดข้อมือออกจากการถูกจับ “มีอะไรคะคุณอชิระ ? หรือว่าเมื่อคืน...ฉันลืมของไว้ ?” เธอถามเสียงเรียบ “ไปกินข้าวด้วยกันหน่อยไหม” ริรินดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยกยิ้มมุมปากที่ทำให้คนมองใจสั่น เธอขยับกายเข้าหาเขาจนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดที่แผงอกแกร่งของเขาที่ยังโชว์ร่องรอยความเร่าร้อนจากเมื่อคืน “นึกว่าจะมาชวนไปกิน...อย่างอื่นซะอีก”บรรยากาศในบ้านวรโชติเมธีกลับมาคึกคักอีกครั้ง มาตินนั่งแกะกล่องรถแข่งกับลุงคินและลุงทามไทอย่างสนุกสนาน ส่วนมิลินก็ถูกรุมล้อมด้วยป้าเปรมและป้าพัดที่กำลังช่วยกันประกอบบ้านตุ๊กตา ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็ก ๆ และเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่คบกันมานานอชิระกระชับอ้อมกอดภรรยามองภาพความวุ่นวายตรงหน้า “พี่ว่าพี่ต้องสั่งห้ามไอ้คินไม่ให้ซื้อของเล่นเพิ่มแล้วล่ะ แค่คุณพ่อคุณแม่เราสองคนก็แทบจะไม่มีที่ให้เดินแล้ว ไม่อย่างนั้นพี่คงต้องขยายบ้านอีกหลังเพื่อเก็บของเล่นลูกแน่ ๆ”ริรินดาหัวเราะร่วน พลางมองดูมาตินที่พยายามบังคับรถให้ชนขาปะป๊า และมิลินที่พยายามเอาชุดมาสวมใส่ให้กับตุ๊กตา ท่ามกลางเสียงหัวเราะของลูก ๆ และเพื่อน ๆ ริรินดากับอชิระที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนโซฟากลับเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทั้งคู่หันมาสบตากับครู่หนึ่งราวกับรู้ใจกันโดยไม่ต้องพูดสายตาของริรินดาจับจ้องไปที่เปรมมิกา เพื่อนสนิทของเธอที่ปกติจะต้องส่งเสียงแซวภาคิน หรือไม่ก็จิกกัดกันตามประสาคู่กัดขาประจำ แต่ในวันนี้เปรมมิกากลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นบ้านตุ๊กตากับน้องมิลินอย่างใจจดใจจ่อจนเธอรู้สึกผิดปกตอส่วนภาคินเอง ถึงแม้จะ
Special 2สองปีต่อมา...สมาชิกใหม่ของบ้านวรโชติเมธีได้ลืมตาดูโลกเพิ่มมาอีก 1 คนและเริ่มก้าวสู่วัยหัดเดินที่แสนจะวุ่นวาย“น้องมิลิน! เอาลิปสติกม่ามี๊คืนมาน้าาา!” เสียงของมาตินวัยสี่ขวบดังลั่นห้องเด็กหญิง “มิลิน” วัยสองขวบที่มีดวงตากลมโตและผมลอนหยักศกเหมือนริรินดาเปี๊ยบ กำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กหนีพี่ชาย ในมือป้อม ๆ ถือลิปสติกแท่งหรูของมารดาที่เจ้าตัวแอบเอามาละเลงจนเต็มปากและแก้ม กลายเป็น 'นางเอกงิ้วตัวน้อย' ที่ดูตลกมากกว่าสวย“ไม่ให้! มิลินจาสวย! มิลินจาเปนเจ้าหญิง!” ยัยตัวเล็กเถียงเสียงใสพลางวิ่งไปหลบหลังปะป๊าอชิระที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟา“ปะป๊าดูน้อน! น้อนดื้อ น้อนขโมยของม่ามี๊!” มาตินยืนเท้าเอวฟ้อง พยายามจะทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีแต่หน้าตากลับบูดบึ้งเพราะโดนน้องสาวป่วนทั้งวัน อชิระและริรินดาจะสอนมาตินให้คอยช่วยเหลือและดูแลน้องสาว อชิระเงยหน้าจากแฟ้มงาน มองลูกชายที่ยืนทำหน้าดุกับลูกสาวที่เกาะขาเขาแน่นพลางส่งยิ้มหวานประจบ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว...นี่มันกรรมตามสนองชัด ๆ สมัยก่อนเขาเคยหวงริรินดาขนาดไหน ตอนนี้เขาก็ต้องมารับมือกับลูกชายที่หวงของแทนมารดา และลูกสาวที่ขี้อ้อนจนเขาใจอ่อนวันล
อชิระ: ริน! มาหาพี่ที่บริษัทด่วนที่สุด! มาตินแผลงฤทธิ์หนักมาก พี่คุมไม่อยู่แล้ว รีบมาเอาตัวแสบไปรอที่ห้องทำงานพี่ที ก่อนที่บอร์ดบริหารจะกินหัวพี่“มาตินลูก...นิ่งก่อนครับ ดูสิเนี่ย ลุง ๆ ป้า ๆ เขามองมาตินกันหมดแล้วนะ ไม่น่ารักเลยลูก” อชิระพยายามเจรจาขั้นสุดท้าย“ไม่ร๊ากกกก! มาตินจาเปนเด็กดื้อ! ฮือออออ!” เจ้าลูกชายตัวดีประกาศอุดมการณ์ความแสบออกมาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต มาตินเริ่มดิ้นจนหลุดจากมือพ่อแล้วลงไปนอนกลิ้งกับพื้นหน้าโต๊ะประชุมคณะกรรมการ พลางส่งเสียงหวีดร้องประท้วงที่ไม่ได้เจอหน้าแม่ อชิระได้แต่ยืนกุมขมับอย่างหมดสภาพมาดนักธุรกิจจอมเฮี้ยบ“ขอโทษทุกท่านด้วยจริง ๆ ครับ...ผมว่าวันนี้เราคงต้อง...”ยังไม่ทันที่อชิระจะสั่งเลื่อนการประชุม ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างระหงของริรินดาที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“มาติน! ทำอะไรลูก!”เสียงสวรรค์ของริรินดาทำให้เสียงหวีดร้องหยุดลงชะงัด มาตินที่กำลังนอนดิ้นอยู่บนพื้นดีดตัวลุกขึ้นยืนราวกับติดสปริง ใบหน้าที่เลอะเทอะไปด้วยน้ำตาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างทันที“ม่ามี๊! ม่ามี๊มาเย่ว!” เด็กชายตัวแสบถ
Special 1เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จากทารกตัวน้อยในอ้อมกอดวันนั้น ตอนนร้ได้กลายเป็น “น้องมาติน” เด็กชายวัยสองขวบเศษที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากอชิระราวกับพิมพ์เดียวกัน ผิวขาวจัด แก้มป่องแดงระเรื่อ และดวงตาใสแจ๋วที่ฉายแววฉลาดแกมโกงเหมือนบิดสไม่มีผิดวันนี้อชิระตัดสินใจรับหน้าที่ ‘คุณพ่อฟูลไทม์’ หนึ่งวัน เพื่อเปิดโอกาสให้ริรินดาได้ออกไปพักผ่อนช้อปปิ้งกับเปรมมิกาและพัดชา รวมถึงแวะไปหาครอบครัวของเธอหลังจากที่ทุ่มเทเลี้ยงลูกมานานรองประธานหนุ่มแห่งวรโชติเมธี หิ้วกระเป๋าแพมเพิร์สพร้อมจูงมือลูกชายตัวแสบเข้าบริษัทมาด้วยมาดเข้ม ทว่าในห้องทำงานสุดหรู ตอนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรสนามเด็กเล่นย่อม ๆ มีทั้งสไลเดอร์ขนาดเล็ก คอกกั้นบอล และกองทัพรถของเล่นวางระเกะระกะอยู่เต็มพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“มาตินลูก...นั่งเล่นรถรอปะป๊าแป๊บนึงนะ เดี๋ยวปะป๊าเซ็นเอกสารเสร็จจะพาไปกินติม ๆ นะ” อชิระพยายามเจรจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด“ม่ามี๊...มาตินจาหา ม่ามี๊!” เด็กชายวัยสองขวบที่กำลังง่วนอยู่กับรถแข่งสีแดง จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาทำปากยื่น น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาโต“ม่ามี๊ไปซื้อของครับ เดี๋ยวก็มา มาเล่นรถกับปะป๊าก่อนเร
EP.34หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับจากวันที่ได้ยินข่าวดี ข่าวการตั้งครรภ์ของริรินดากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนรักอิสระอย่างอชิระยอมทิ้งชีวิตแสงสีที่คลับยามค่ำคืน เพื่อกลับมาดูแลภรรยาที่บ้านทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เขาไม่อยากคลาดสายตาจากเธอแม้แต่นาทีเดียว เพราะถึงแม้จะเพิ่งเริ่มตั้งท้องได้ไม่นาน แต่ริรินดากลับดูสวยสะพรั่ง ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีออร่าจนใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองวันนี้อชิระทำหน้าที่สารถีจำเป็น ขับรถพาภรรยาสาวมาที่สตูดิโอ “RIRINDA Brand” ด้วยตัวเอง ทันทีที่มาถึง บรรยากาศภายในร้านก็เต็มไปด้วยความคึกคัก“คุณรินคะ ทางกองถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่ที่เพิ่งติดต่อมาเมื่อวาน คอสตูมเขามาถึงแล้วค่ะ เขาบอกว่าอยากได้ชุดคอลเลกชันล่าสุดไปให้นางเอกใส่เข้าฉากสำคัญ” พนักงานคนหนึ่งรีบเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นเต้นไม่เพียงแต่กองถ่ายซีรีส์เท่านั้น ภายในสตูดิโอยังมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้ากันอีกมาก ริรินดายิ้มกว้างด้วยความดีใจที่แบรนด์ของเธอได้รับการตอบรับดีเกินความคาดหมาย เธอพยายามจะเดินเข้าไปต้อนรับและให้คำแนะนำลูกค้าด้วยตัวเองตามสไตล์ดีไซเนอร์ที่รักงานนี้สุดหัวใจ ทว่ากลิ่นน้ำหอมปนเปจากลูกค้าห
อชิระพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางประคองร่างที่อ่อนแรงขึ้นแนบอก“ผมจะพารินไปโรงพยาบาลครับ” อชิระบอกกับแม่ของริรินดาด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ เขาพาเธอเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่รถยนต์คันหรู วางร่างของเธอลงที่เบาะข้างคนขับ ปรับเอนเบาะให้เธอนอนสบายที่สุด ก่อนจะรีบอ้อมไปประจำที่คนขับแล้วมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลทันทีตลอดทางอชิระคอยเอื้อมมือมากุมมือริรินดาไว้แน่น เขาลูบหลังมือเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม“ไหวอยู่ไหม” อชิระถามเสียงนุ่ม ริรินดาพยักหน้าเบาๆ อาการพะอืดพะอมเริ่มทุเลาลงบ้าง แต่ความสงสัยและตื่นเต้นกลับเข้ามาแทนที่ เธอหันไปมองหน้าสามีที่ตอนนี้ตั้งใจขับรถเป็นอย่างมาก แววตาของเขาดูคาดหวังจนเธอสัมผัสได้ณ โรงพยาบาลหลังจากผ่านการซักประวัติและตรวจเช็กอย่างละเอียด ริรินดาก็ถูกส่งตัวเข้าห้องตรวจโดยมีอชิระเข้าไปในห้องด้วยชายหนุ่มเข้าไปนั่งข้างริรินดา เขากุมมือเธอไว้อีกครั้ง ใจเต้นระรัวยิ่งกว่าจังหวะรักเมื่อคืนเสียอีก คุณหมอวัยกลางคนเงยหน้าจากแฟ้มประวัติแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างใจดี“ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อ ตอนนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4 สัปดาห์แล้วค่ะ”คำยืนยันจากปากหมอทำเอาโลกทั้งใบของอชิระเห







