เข้าสู่ระบบEP.2
เธอก็แกล้งกดสายตาลงต่ำ จ้องมองไปยังเป้ากางเกงยีนส์ของอชิระอย่างจงใจ ความนิ่งเงียบชั่วขณะนั้นทำให้อชิระถึงกับหน้าร้อนผ่าว ความเป็นชายในกายประท้วงขึ้นมาทันทีเพียงแค่ถูกเธอมองด้วยสายตาแบบนั้น “เธอนี่มัน...” อชิระกัดฟันกรอด พยายามสะกดอารมณ์หื่นกระหายที่กำลังพุ่งสูงขึ้น “สรุปจะไปไหม กินข้าวน่ะ ?” “ไปค่ะ” ริรินดาขยับตัวออกห่างพลางใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวคางของเขาเบา ๆ “แต่ฉันขอเป็นคนเลือกร้านอาหารเองนะคะ อยากกินอะไรที่มันเผ็ด ๆ ร้อน ๆ คุณก็น่าจะรู้ดีนี่” ริรินดามองสำรวจเสื้อผ้าของเขาที่ยังใส่ไม่เรียบร้อย “คุณจะไปทั้งแบบนี้เหรอคะ ?” ริรินดาเอ่ยขัดขึ้นพร้อม สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองแผงอกที่ยังเปิดเปลือยของเขา “โชว์รอยรักจากเมื่อคืนขนาดนี้ กลัวคนอื่นเขาไม่รู้เหรอคะว่าคุณ ‘จัดหนัก’ มาแค่ไหน” อชิระก้มมองสภาพตัวเองที่รีบร้อนจนดูไม่จืด เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ยอมติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างรวดเร็ว ริรินดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทาง ‘เสียอาการ’ ของเพลย์บอยตัวพ่ออย่างเขาทำให้เธอรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก เธอหมุนพวงกุญแจรถสปอร์ตคันหรูในมือเล่น ก่อนจะบุ้ยปากไปทางลานจอดรถ VIP “ไปรถฉันนะคะ” เธอออกคำสั่ง “คนอย่างคุณน่าจะลองเป็น ‘ผู้ตาม’ ดูบ้าง...เผื่อจะติดใจ” อชิระขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะเป็นปมเมื่อริรินดาเลี้ยวรถสปอร์ตคันหรูมาจอดเทียบฟุตบาทหน้า ‘ร้านส้มตำรสแซ่บ’ ที่ตั้งอยู่ริมถนน บรรยากาศของร้านเต็มไปด้วยเสียงครกกระทบสากและกลิ่นพริกคั่วที่โชยมาเตะจมูกจนเขาต้องยกมือขึ้นปัด “ใส่ชุดนี้มากินร้านข้างทาง ? ” สายตาของผู้ชายรอบข้างที่มองเธอ ทำให้เขาหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล อชิระมองเก้าอี้พลาสติกสีขาวด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ คนอย่างอชิระ...อย่างน้อยก็ต้องรูฟท็อปหรูหรือร้านอาหารที่มีมิชลินสตาร์การันตีเท่านั้น “ฉันอยากกิน แต่ถ้าคุณไม่พอใจ ก็เชิญเรียกแท็กซี่กลับไปได้เลยค่ะ ฉันไม่ได้บังคับ” ริรินดาพูดยิ้ม ๆ พลางทรุดตัวลงนั่งอย่างไม่ถือตัว พร้อมกับสั่งอาหาร และตบท้ายด้วยประโยคที่ทำให้อชิระถึงกับตกใจ “ส้มตำปูปลาร้า...ขอพริกสิบเม็ดนะคะป้า” ริรินดาลอบมองสีหน้าอชิระ “หน้ายุ่งขนาดนี้...กลัวรสชาติอาหารข้างทางจะทำคุณตายเหรอคะ ?” ริรินดาเอ่ยขำ ๆ โดยไม่รอคำตอบ ทำให้อชิระยอมนั่งลงบนเก้าอี้สีขาวอย่างเงียบ ๆ ไม่นานนัก อาหารสีจัดจ้านก็มาวางอยู่ตรงหน้า อชิระมองดูริรินดาที่ใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าหวานเริ่มมีสีระเรื่อเพราะความเผ็ดร้อน “ลองดูสิคะคุณอชิระ หรือต้องให้ฉัน ‘ป้อน’ ด้วยปาก...คุณถึงจะกล้ากิน ?” เธอกระเซ้าพร้อมส่งสายตาท้าทาย คำท้านั้นทำให้อชิระยอมตักเข้าปากคำใหญ่...และวินาทีต่อมา ใบหน้าหล่อเหลาก็เริ่มเหงื่อแตกพลั่ก ความเผ็ดร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองจนเขาต้องรีบคว้าน้ำมาดื่มอึกใหญ่ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก พลางมองผู้หญิงตรงหน้าที่ยังคงนั่งยิ้มกริ่ม อชิระเคยเจอผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่ไม่มีใครเคยพาเขามานั่งกินข้าวข้างทางจนเหงื่อตกแบบนี้มาก่อน ริรินดาดูพยศ ดูกะล่อน และมีความ ‘ร้าย’ ในตัวที่น่าค้นหา แต่กลับทำให้เขารู้สึกสนุก ไม่น่าเบื่อ ริรินดาเหลือบมองคนตัวโตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาขบขัน เธอวางช้อนลงแล้วเปลี่ยนมานั่งกอดอก จ้องมอง “คุณอชิระเจ้าของคลับสุดหรู” ที่ตอนนี้สภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย “เป็นไงคะ อร่อยไหม ? ไม่เคยลองล่ะสิ” เธอถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเอ็นดูแต่ก็ยังไม่วายแฝงความหยัน “ก็...อร่อยดี แต่เผ็ดชะมัด” อชิระตอบเสียงพร่า ลำคอหนาขยับขึ้นลงตามจังหวะการซู้ดปากเป็นพัก ๆ จนริรินดาที่ตั้งใจจะแกล้งในตอนแรกเริ่มรู้สึก ‘สงสาร’ ขึ้นมานิด ๆ “ถ้าเกิดคุณท้องเสียขึ้นมา จะทำยังไงคะเนี่ย ?” “เธอก็ต้องรับผิดชอบไง” อชิระสวนกลับทันควัน เสียงของเขาเข้มขึ้นแม้จะยังซู้ดปากอยู่ก็ตาม ริรินดาเลิกคิ้วสูง ท้าทายกลับด้วยการขยับยิ้มหวานที่มุมปาก “รับผิดชอบยังไงคะ ? ต้องไปเฝ้าไข้หน้าห้องน้ำด้วยไหม ?” “เอาเบอร์เธอมาสิ” อชิระบอกเสียงห้วนพลางโยนทิชชู่ที่ใช้แล้วลงบนโต๊ะ “เผื่อฉันปวดท้องขึ้นมากลางดึก จะได้โทรไปสั่งให้เธอมา ‘ดูแล’ ถึงเตียง” ริรินดาชะงักไปอึดใจหนึ่ง หัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะสายตาหิวโหยที่ซ่อนอยู่ในมาดกวนประสาทของเขา ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรด...เขาเปลี่ยนสถานการณ์ที่ตัวเองเสียเปรียบให้กลายเป็นโอกาสขอเบอร์เธอได้อย่างหน้าตาเฉย “แหม! รุกแรงแบบนี้ ถ้าฉันไม่ให้ล่ะคะ ?” เธอกวนกลับ เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาหาเธอจนหน้าเกือบชิด หรือเธออยากให้ฉันทำเรื่องที่เรา ‘ไม่ควรทำตรงนี้’ กันล่ะ” ริรินดาหรี่ตาลงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมที่จงใจหยามเกียรติเธอ ทว่าแทนที่จะโกรธ แต่เธอกลับหลุดหัวเราะออกมาอย่างมีจริต ราวกับคำขู่ของเขาเป็นเพียงเรื่องตลกคั่นเวลา หญิงสาวถือวิสาสะคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาบนโต๊ะมาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวพรมลงบนหน้าจออย่างรวดเร็วก่อนจะเลื่อนส่งคืนให้เขา “ถือว่าแลกกับค่ารักษานะคะ” หลังจากมื้ออาหารที่ทั้งแสบทั้งแซ่บจนอชิระต้องซู้ดปาก เขาจัดการค่าอาหารทั้งหมด ชายหนุ่มขอให้ริรินดาขับรถสปอร์ตคันหรูของเธอไปส่งเขาที่คอนโดมิเนียมระดับ Ultimate Luxury ใจกลางเมือง ซึ่งริรินดาก็ไม่ได้อิดออด อย่างน้อยเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขายอม 'ลง' ให้เธอด้วยการกินอาหารข้างทางจนเหงื่อท่วม เรื่องแค่ไปส่งที่พักจึงเป็นน้ำใจเล็กน้อยที่เธอพอจะมอบให้ได้ เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าคอนโดสุดหรู อชิระยังไม่รีบลงจากรถ เขานิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะหันไปสบตาเจ้าของรถที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย “ขอบคุณสำหรับมื้ออาหาร ถึงจะเกือบตายก็เถอะ” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนที่ริรินดาจะทันได้ตอบอะไร ร่างสูงก็โน้มกายเข้าหาเธอช้า ๆ จนกลิ่นกายแกร่งผสมกับกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ วนเวียนอยู่รอบตัวเธอ “หวังว่าจะได้เจอกันอีก” เขาทิ้งท้ายไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูเหมือนมั่นใจในตัวเองเหลือเกิน จนเธอเองต้องยอมรับในใจว่า...อชิระมีเสน่ห์เหลือร้ายกว่าที่คิด ริรินดาขยับยิ้มมุมปากอย่างมีจริต เธอไม่ได้ตอบตกลง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ “ก็ขอให้คุณสมหวังนะคะ...ถ้าโชคชะตาอยากให้เราได้มาเจอกันอีก แต่ฉันว่าไม่เจอกันเลยคงดีกว่า” อชิระก้าวลงจากรถไปพร้อมกับความรู้สึกไม่พอใจเนือง ๆ เขาเฝ้ามองรถสปอร์ตคันหรูที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวหายไปในสายตา “เราต้องได้เจอกันอีกแน่ริรินดา” อชิระขึ้นมาบนคอนโดหรูของตน เขาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตลงบนพื้นอย่างไม่สนใจ ก่อนจะเอนกายพิงโซฟาหนังราคาแพงกลางห้องรับแขก เขายกหลังมือขึ้นลูบริมฝีปากตัวเอง พลางหลับตาลงนึกถึงสัมผัสเร่าร้อนจากเมื่อคืน และรอยยิ้มพยศที่เขายังจำได้ติดตา ครืด...ครืด... โทรศัพท์เครื่องหรูบนโต๊ะสั่นเตือน อชิระเหลือบมองหน้าจอที่โชว์ชื่อ ‘มารดา’ เขาถอนหายใจยาวด้วยความเบื่อหน่าย แต่สุดท้ายก็จำใจกดรับสาย “มีอะไรครับแม่” เขากรอกเสียงลงไปอย่างเนือย ๆ “แม่จะโทรมาเตือนว่า เย็นนี้เรามีนัดทานข้าวกับครอบครัวท่านทูตที่โรงแรมหกโมงเย็น” “คร้าบบบ! รู้แล้ว ยังไม่ถึงเวลานัดสักหน่อย” “ฉันกลัวว่าแกจะเบี้ยวน่ะสิ ถึงได้โทรมาเตือน” “ผมไม่อยากแต่งงาน” “ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง แกอายุ 30 แล้วนะ อย่าทำตัวเสเพลย์ไปวัน ๆ ” “ก็มันคือชีวิตของผม ผมจะทำอะไรก็ได้ คลับผมก็มี” “พ่อกับแม่อยากอุ้มหลาน ถ้าแกได้เจอน้อง แกอาจจะเปลี่ยนใจอยากแต่งงานกับน้องก็ได้” “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” “ใช่สิ! เอาเป็นว่าเย็นนี้ห้ามมาสายเด็ดขาด!” อชิระตัดสายทิ้งทันทีที่มารดาพูดจบ เขาโยนโทรศัพท์ลงข้างตัวด้วยอารมณ์คุกรุ่น เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปดูแสงสีของกรุงเทพฯ พลางพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย “ถ้าเป็นริรินดา ก็อาจจะเปลี่ยนใจ”EP.7อชิระซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนียนละเอียดอย่างจงใจจะตีตราจอง ลมหายใจหอบพร่าปะทะกับผิวเนื้อจนริรินดาต้องแอ่นอกรับอย่างลืมตัว ความเย็นของแหวนหมั้นบนนิ้วนางเธอที่เสียดสีอยู่กับข้อมือตัวเอง ยิ่งตอกย้ำความเร่าร้อนที่เขากำลังปรนเปรอให้ชายหนุ่มละริมฝีปากขึ้นมาบดจูบอย่างตะกละตะกราม มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และการลงโทษ ฝ่ามืออีกข้างที่ว่างอยู่ลูบไล้จากเอวคอดขึ้นมาบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่มผ่านเนื้อผ้าบางเบา ปลายนิ้วร้ายกาจสะกิดผ่านยอดปทุมถันจนหญิงสาวเผลอครางกระเส่าออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“คนอย่างอชิระ ถ้าไม่หนำใจ ฉันไม่ปล่อยให้เธอลงจากเตียงแน่”มือแกร่งจัดการถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหวี่ยงเสื้อเชิ้ตราคาแพงทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เผยให้เห็นแผงอกกำยำและลอนกล้ามท้อง“วันนี้อยากได้กี่นิ้วดีคนสวย สองนิ้ว สามนิ้ว สี่นิ้ว หรือห้านิ้วดี หืม~” เขาพึมพำชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ ก่อนจะเลื่อนมือลงไปสัมผัสกับความอ่อนนุ่มเบื้องล่างที่เริ่มเปียกชื้น ทิ้งให้ริรินดาจมดิ่งอยู่กับพายุอารมณ์ที่เขาเป็นคนจุดขึ้น จนเธอทำได้เพียงหอบหายใจรวยรินและบิดกายเร่าอยู่ใต้พันธนาการที่แสนหวานนั้
EP.6เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นทำลายความเงียบ ริรินดาลุกจากโซฟาไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูเปิดออก ขุนพลถึงกับยืนตะลึงค้างไปชั่วขณะ ริรินดาที่เขาคุ้นเคยในลุคโฉบเฉี่ยว ตอนนี้อยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีชมพูหวานยาวระพื้น เนื้อผ้ามันวาวเน้นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนภายใต้แสงไฟสลัว“เข้ามาสิขุน” เธอเอ่ยเสียงเบาพลางขยับตัวให้เพื่อนสนิทเข้ามาด้านในขุนพลเดินเข้ามาในห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ จนสะดุดตาเข้ากับขวดไวน์ราคาแพงและแก้วใสที่มีน้ำสีทับทิมเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา“รินดื่มอยู่เหรอ ?”“นิดหน่อยค่ะ ขุนดื่มเป็นเพื่อนรินหน่อยสิ”เธอยื่นแก้วไวน์อีกใบให้เขาพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ทั้งคู่นั่งลงข้างกันบนโซฟาหนานุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ริรินดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขที่เธอเพิ่งเมมเอาไว้ล่าสุด... อชิระริรินดากดโทรออก เธอกลับไม่ได้ยกขึ้นแนบหู แต่วางโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับโต๊ะกระจกอย่างจงใจ แล้วหันไปชวนขุนพลคุยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและหวานหูเกินปกติ“ขุนเป็นยังไงบ้าง เราไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้ว รินคิดถึงขุนนะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยขุนดูแลรินดีมากจริง ๆ อิจฉาผ
EP.5อชิระผละออกมาพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ เขาหยิบบัตรเครดิตแบล็คการ์ดส่งให้พนักงานโดยไม่แม้แต่จะมองยอดเงิน ทิ้งให้ริรินดายืนกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความเจ็บใจเธอดินเชิดหน้าออกมาจากร้านเพชร ปล่อยให้อชิระถือถุงกระดาษที่มีกล่องใส่แหวนของเธอและเขาอยู่ในนั้น ขณะที่อารมณ์ขุ่นมัวยังไม่ทันจางหาย เธอก็ชะงักกึกเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินตรงมาหาด้วยรอยยิ้มกว้าง “ริน!” ชายหนุ่มคนนั้นไม่รอช้า เขาโผเข้ากอดริรินดา“คิดถึงเธอมากเลย กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกกันจะได้ไปรับ” ริรินดาหัวเราะร่วน แววตาที่เคยก้าวร้าวใส่อชิระเมื่อครู่กลับกลายเป็นความสดใส และสนิทสนมอย่างที่อชิระไม่เคยได้รับ “รินก็คิดถึงขุนเหมือนกันค่ะ” หมับ!ความอบอุ่นยังไม่ทันจางหาย ข้อมือเล็กของริรินดาก็ถูกกระชากอย่างแรงจนร่างของเธอหลุดออกจากอ้อมกอดของอีกคน อชิระแทรกตัวเข้ามาคั่นกลางทันที “มันเป็นใคร!” อชิระตวาดเสียงต่ำพลางรัดเอวริรินดาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออกริรินดาช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว เธอลอบยิ้มในใจเมื่อเห็น 'หมาบ้า' ที่เริ่มออกอาการของเพลย์บอยตัวพ่อ“แนะนำให้รู้จักนะคะคุณอชิระ...นี่ขุนพล เพ
EP.4“ดูลูกเราสองคนคุยกันสิคะคุณวัลภา กระซิบกระซาบกันใหญ่เลย สงสัยเราคงได้อุ้มหลานเร็ว ๆ นี้แน่” เปมนีย์ มารดาของริรินดาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เมื่อเห็นว่าลูกสาวคนสวยและลูกเขยในอนาคตดูจะเข้ากันได้ดี“นั่นสิ ฉันล่ะเบาใจจริง ๆ” วัลภาพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปสั่งลูกชาย “อชิระ...จบมื้อนี้แล้ว พาน้องไปหาอะไรดื่มสนุก ๆ ต่อสิลูก พาไปที่คลับของลูกก็ได้ น้องเพิ่งกลับมาจากมิลาน คงอยากเห็นบรรยากาศกลางคืนของกรุงเทพฯ บ้าง”อชิระกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม เขามองใบหน้าสวยของริรินดาที่ตอนนี้ดูจะ ‘ใบ้กิน’ ไปชั่วขณะ“ได้สิครับแม่...ผมจะพา ‘น้อง’ ไปที่คลับของผมเอง” เมื่อแยกจากผู้ใหญ่ รถสปอร์ตหรูแล่นตรงไปยังคลับของอชิระอีกครั้ง ทั้งสองก้าวเข้ามาในโซน VIP ที่มีเพียงแสงไฟสลัวกับเสียงเพลงเบสหนัก ๆ อชิระก็เลิกแสดงบทสุภาพชน เขาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของคนในชุดเดรสยาวแล้วกระชากเข้าหาตัวจนริรินดาเซมาปะทะแผงอกแกร่ง“ปล่อยนะคะคุณอชิระ! ”“เมื่อคืนไม่เห็นว่าเธอจะพูดแบบนี้นะ” เสียงทุ้มพร่าดังชิดแก้มใส “แต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้ รู้ไหมว่ามันยิ่งยั่วให้ฉันอยากเห็นความเซ็กซี่ในตัวเธอมากแค่ไหน”ริรินดาข
EP.3ภาพในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ใบหน้าของริรินดา ผู้หญิงที่เขาอยากจะ ‘ทำความรู้จัก’ ต่อให้มากกว่าแค่บนเตียง แต่กลับต้องมาเสียเวลาให้กับยายผู้หญิงนิรนามที่บิดามารดายัดเยียดมาให้“หวังว่าเธอคงไม่น่าเบื่อจนฉันต้องเดินหนีตั้งแต่น้ำแก้วแรกหรอกนะ” ริรินดาสะบัดรองเท้าส้นสูงออก ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงบนโซฟาพลางมองเบอร์โทรศัพท์ที่เพิ่งเมมชื่อไว้ว่า ‘อชิระ’ แล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่รอยยิ้มนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อเสียงเรียกเข้าจาก 'คุณแม่' ดังขัดจังหวะ“ริน อยู่ไหนลูก เย็นนี้เรามีนัดสำคัญกับครอบครัวคุณจักรินนะ”“รินอยู่ห้องค่ะแม่ รินบอกแล้วไงคะว่ารินไม่ไป รินเพิ่งกลับมาไทยได้ไม่นาน รินอยากใช้ชีวิตของรินเองนะคะ ไม่ใช่ให้รินมาแต่งงานกับคนไม่รู้จัก” ริรินดากรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย เธอเป็นดีไซเนอร์สาวโปรไฟล์ดีที่เพิ่งเรียนจบโทจากมิลาน ความมั่นใจในตัวเองที่มีเต็มเปี่ยมทำให้เธอเกลียดการถูกจับวางเหมือนตุ๊กตา“ไม่รู้จักได้ยังไง ตอนเด็ก ๆ แกเคยไปแย่งขนมพี่เขาจนเขาแอบไปร้องไห้หลังบ้าน ตอนนี้พี่เขาโตเป็นหนุ่มหล่อ แถมยังบริหารงานเก่งเป็นเจ้าของคลับด้วย สาว ๆ รุมล้อมทั้งเมืองแล้วนะ!”“หึ! คงเป็นพวกหน้าหม
EP.2เธอก็แกล้งกดสายตาลงต่ำ จ้องมองไปยังเป้ากางเกงยีนส์ของอชิระอย่างจงใจ ความนิ่งเงียบชั่วขณะนั้นทำให้อชิระถึงกับหน้าร้อนผ่าว ความเป็นชายในกายประท้วงขึ้นมาทันทีเพียงแค่ถูกเธอมองด้วยสายตาแบบนั้น“เธอนี่มัน...” อชิระกัดฟันกรอด พยายามสะกดอารมณ์หื่นกระหายที่กำลังพุ่งสูงขึ้น “สรุปจะไปไหม กินข้าวน่ะ ?”“ไปค่ะ” ริรินดาขยับตัวออกห่างพลางใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวคางของเขาเบา ๆ “แต่ฉันขอเป็นคนเลือกร้านอาหารเองนะคะ อยากกินอะไรที่มันเผ็ด ๆ ร้อน ๆ คุณก็น่าจะรู้ดีนี่” ริรินดามองสำรวจเสื้อผ้าของเขาที่ยังใส่ไม่เรียบร้อย “คุณจะไปทั้งแบบนี้เหรอคะ ?” ริรินดาเอ่ยขัดขึ้นพร้อม สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองแผงอกที่ยังเปิดเปลือยของเขา “โชว์รอยรักจากเมื่อคืนขนาดนี้ กลัวคนอื่นเขาไม่รู้เหรอคะว่าคุณ ‘จัดหนัก’ มาแค่ไหน”อชิระก้มมองสภาพตัวเองที่รีบร้อนจนดูไม่จืด เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ยอมติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างรวดเร็ว ริรินดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทาง ‘เสียอาการ’ ของเพลย์บอยตัวพ่ออย่างเขาทำให้เธอรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก เธอหมุนพวงกุญแจรถสปอร์ตคันหรูในมือเล่น ก่อนจะบุ้ยปากไปทางลานจอดรถ VIP“ไปรถฉันนะคะ” เธอออกคำสั่ง “คน







