everytime with you เพราะมีเธอ....

everytime with you เพราะมีเธอ....

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-12
Oleh:  paiinaraOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
46Bab
395Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“อย่างน้อยระหว่างทางที่พบเจอเรื่องร้ายก็ยังมีเรื่องดีๆ ซ่อนอยู่ อย่างน้อยในช่วงชีวิตที่อ่อนแอสิ้นหวังหมดกำลังใจก็ยังมีรอยยิ้มสดใสของใครบางคนทำให้รู้สึกดีขึ้น และก็เป็นรอยยิ้มเดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชากลับมาเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียกว่า"รัก"

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่1

เพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชายหนุ่มสวมเสื้อสเวตเตอร์สีเทาเข้มกางเกงยีนนั่งยิ้มอยู่ที่ม้านั่งลานหน้าบ้านกำลังจดจ่อกับภาพจากกล้องถ่ายรูปที่ถืออยู่ในมือ ก่อนจะละสายตาเผยยิ้มเมื่อเห็นหญิงสาวที่คุ้นเคยเดินตรงมาที่เขา

“รอเฌอนานมั้ย” หญิงสาวใบหน้าสวยคมเอ่ยถามเพื่อนชายที่กำลังนั่งยิ้มหวานให้กับเธอ

“ไม่นาน… จิณก็พึ่งกลับมาถึงบ้านนี่แหละ เฌอมาดูสิรูปสวยๆ ทั้งนั้นเลย” จิรณัฐยื่นกล้องถ่ายรูปที่อยู่ในมือให้กับเพื่อนสาวคนสนิทได้ดู ภาพถ่ายเหล่านี้เป็นภาพของเด็กๆ ในถิ่นทุรกันดารที่ทั้งสองได้ออกค่ายอาสาในนามมูลนิธิเอลล่าเมื่อช่วงเดือนก่อน

จิณหรือจิรณัฐ ชายหนุ่มวัย26ปีถูกรับเลี้ยงโดยจอห์นและเอลล่าสองสามีภรรยาชาวอเมริกันมาตั้งแต่เด็ก จอห์นกับเอลล่าเป็นคนจิตใจมีเมตตาจึงก่อตั้งมูลนิธิเอลล่าขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ยากไร้ทั่วทุกข์มุมโลก เท่าที่สามารถช่วยได้

จอห์นและเอลล่าแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยามานานแต่ก็ไม่สามารถมีบุตรได้ ช่วงที่มาไทยได้เห็นจิรณัฐครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตาด้วยความเอ็นดูจึงรับอุปการะจนจิรณัฐอายุครบ15ปี จากนั้นทั้งสองก็เดินเรื่องรับจิรณัฐเป็นลูกบุญธรรมเพื่อให้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกาด้วยกัน

จิรณัฐหลังจบไฮสคูลที่สหรัฐอเมริกาก็ขอจอห์นกับเอลล่าย้ายกลับมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ไทย ชายหนุ่มอยากสืบสานเจตนารมณ์มูลนิธิเอลล่าของพ่อแม่บุญธรรมในการช่วยเหลือเด็กยากไร้ที่ไทยซึ่งเป็นบ้านเกิดตัวเอง โดยให้สัญญาว่าหลังจบมหาวิทยาลัยจะกลับไปช่วยงานพ่อกับแม่ที่มูลนิธิเอลล่าในเพนซิลเวเนียต่อ ข้อเสนอของจิรณัฐทำให้จอห์นกับเอลล่าพอใจเป็นอย่างมากเลยอนุญาตให้ชายหนุ่มได้ทำตามเจตนารมณ์ของตัวเอง

เฌอหรือเฌอริน หญิงสาววัย26ปีเดิมทีบ้านเกิดอยู่ทางใต้ของไทยแต่ย้ายมาอยู่เพนซิลเวเนียตั้งแต่เด็กหลังจากที่ผู้เป็นแม่ของเธอแต่งงานใหม่ ระหว่างเรียนอยู่มหาวิทยาลัยที่เพนซิลเวเนียก็มักจะตั้งกลุ่มอาสากับเพื่อนๆ เพื่อออกช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสตามสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ วันหนึ่งได้มีโอกาสร่วมงานกับมูลนิธิเอลล่าที่มีอุดมการณ์เดียวกันเลยไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิก หลังจากจบมหาวิทยาลัยเธอก็เข้าทำงานเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิเอลล่าอย่างเป็นทางการ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้รู้จักกับจิรณัฐ ทั้งสองเริ่มต้นความสัมพันธ์จากเพื่อนร่วมงานจนกลายเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจมาจนถึงทุกวันนี้

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่นั้นก็มีสายจากไทยโทรเข้ามาหาจิรณัฐ พอชายหนุ่มรู้ว่าเป็นใครโทรเข้ามาก็เผยยิ้มกว้างในทันที

“จิณนายจะมาถึงเมื่อไหร่รีบๆ หน่อยสิเพื่อน”

“ภูมิ นี่อเมริกานะไม่ใช่ปากซอย งานแต่งนายอีกตั้งอาทิตย์หนึ่งยังไงฉันก็ไปทันอยู่แล้วจะตื่นเต้นไปทำไม”

“ฉันจะแต่งงานนะเว้ยก็ต้องตื่นเต้นสิ ฉันอยากให้นายรีบมาจะได้เจอเพื่อนเจ้าสาว เพื่อนวาแต่ละคนสวยๆ ทั้งนั้นต้องตรงสเปคนายสักคนแหละ เผื่อตอนกลับอเมริกานายอาจได้เจ้าสาวสักคนติดมือไปด้วยไง”

“เพ้อเจ้อ! เจ้าสาวนะไม่ใช่ของชำร่วยที่ไปร่วมงานแล้วจะได้ติดมือมา นายเลิกชงเรื่องผู้หญิงให้ฉันได้แล้ว นายก็รู้ว่าฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้”

“พอเห็นสาวๆ แล้วนายอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ เอ๊ะ!หรือที่ปฏิเสธเพราะมีสาวสวยข้างกายแล้ว ถ้าให้เดาตอนนี้เธอก็อยู่กับนายด้วยใช่มั้ย"

“รู้ดีจังเลยนะ” จิรณัฐเหลือบมองไปที่เฌอรินเล็กน้อยเมื่อเพื่อนชายคนสนิทเอ่ยหยอกถึงเพื่อนสาวของเขา

ก็พวกนายตัวติดกันตลอดนี่ ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าแค่เพื่อนกันน่ะ”ภูภูมิยังคงรบเร้า เขาเองก็พอรู้เรื่องของเฌอรินมาบ้างจากที่จิรณัฐเล่าให้ฟัง

“พูดมากอีกแล้ว เอาเป็นว่ายังไงก็ยินดีด้วยนะภูมิที่ได้แต่งงาน ในที่สุดนายกับวาก็สมหวังกันสักที”

“ไม่ต้องรีบยินดีเพื่อน รอมายินดีที่งานแต่งฉันเลยดีกว่า แค่นี้นะว่าที่เมียเรียกแล้ว”

“ไอ้คนติดเมียเอ๊ย!” จิรณัฐเบะปากหยอกเย้าเพื่อนชายก่อนจะวางสายไป เห็นเพื่อนรักมีความสุขชายหนุ่มเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย

จิรณัฐกับภูภูมิ เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีแรก ทั้งสองช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันแทบจะตัวติดกันเลยก็ว่าได้ ส่วนวารีนั้นเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่ภูภูมิตกหลุมรักตอนอยู่ปี3 จิรณัฐเองเห็นว่าเพื่อนชายมีใจให้วารีก็สนับสนุนเต็มที่จนทั้งสองตกลงคบหาดูใจกันตอนเรียนอยู่ปี4มาจนถึงปัจจุบัน และกำลังจะแต่งงานกันในอาทิตย์หน้านี้

“เพื่อนจิณโทรมาเร่งอีกแล้วเหรอ” เฌอรินเอ่ยถามเพื่อนชายหลังจากที่วางสายไป

“อืม โทรเร่งทุกวันเลยสงสัยกลัวไม่ไปงานแต่งมั้ง”

“ก็คงจะตื่นเต้นแหละงานแต่งทั้งทีก็อยากให้เพื่อนสนิทไปร่วมยินดีด้วยไง จิณล่ะไม่อยากแต่งงานมีครอบครัวบ้างเหรอ เพื่อนรุ่นเดียวกันทยอยแต่งกันไปจนจะหมดแล้วนะ”

“ก่อนจะถามจิณถามตัวเองก่อนมั้ยเฌอเองก็ยังไม่แต่งนี่ ไม่เอาไม่คุยเรื่องนี้แล้ว ยังไงที่นี่ก็ฝากเฌอด้วยนะจิณคงอยู่ที่ไทยสักอาทิตย์หนึ่ง นานๆ ได้กลับทีก็อยากจะอยู่ให้นานหน่อย แต่ไม่ต้องห่วงจิณกลับมาทันก่อนเดินทางไปซูดานแน่นอน”

“อืม ที่นี่เฌอจัดการเองจิณไปเที่ยวให้สนุกเถอะ”

“จิณไว้ใจเฌอได้จริงๆ ไม่อยากคิดเลยถ้าวันหนึ่งเฌอไม่อยากทำงานกับจิณแล้วจะเป็นยังไง จะหาใครที่ทั้งเก่งและดีอย่างเฌอมาทำงานด้วยได้อีกมั้ยก็ไม่รู้”

“เฌอไม่ไปไหนหรอกเว้นซะว่าจิณไม่ต้องการเฌอแล้ว”

“ทำไมจิณจะไม่ต้องการเฌอล่ะ”

“จิณพูดแล้วนะ งั้นเราสองคนก็อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆ เลยดีมั้ย ถ้าจะขึ้นคานก็ขึ้นไปด้วยกันอยู่ดูแลกันไปแบบนี้แหละ” หญิงสาวเผยยิ้มมองไปที่ชายหนุ่มอย่างเป็นประกาย จิรณัฐเองได้แต่เผยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสนใจกล้องถ่ายรูปที่ถืออยู่ในมือต่อ

สายตาที่เฌอรินมองจิรณัฐเต็มเปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้ง ความรู้สึกที่หญิงสาวมีให้เพื่อนชายคนสนิทนั้นพิเศษมากกว่าเพื่อนที่รู้ใจมานานแล้ว เพียงแต่เพื่อนชายของเธอไม่สังเกตเห็นก็เท่านั้นเพราะจิรณัฐเองไม่เคยสนใจเรื่องรักฉันหนุ่มสาวเลย ชีวิตนี้มีเป้าหมายอย่างเดียวคือสืบทอดเจตนารมณ์ของพ่อกับแม่บุญธรรมที่ต้องการช่วยเหลือผู้คนยากไร้ ในใจไม่เคยโหยหาหรือรู้สึกชอบพอผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ แต่ถ้าถามว่าผู้หญิงที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับชายหนุ่มมากที่สุดก็คงเป็นเฌอริน จิรณัฐมักจะคอยซัปพอร์ต ห่วงใย ใส่ใจหญิงสาวเสมอ เพราะเฌอรินเป็นเพื่อนสาวคนสนิทที่ชายหนุ่มอยู่ด้วยแล้วสบายใจและไว้วางใจมากที่สุด

ช่วงดึกของวัน

จิรณัฐลืมตาขึ้นในช่วงดึกสงัดเมื่อรู้สึกได้ถึงผู้มาเยือนที่กำลังยืนอยู่นอกตัวบ้าน ชายหนุ่มดีดตัวลุกจากเตียงรีบออกจากห้องนอนเดินตรงไปยังประตูบ้านอย่างไม่รีรอ ทันทีที่ประตูเปิดออกก็เห็นเงาใครบางคนที่สวมชุดทักซิโด้ยืนหันหลังให้ แผ่นหลังนั้นดูคุ้นเคยยิ่งนัก

ระหว่างที่เพ่งเล็งอยู่สักครู่ร่างดังกล่าวก็ค่อยๆ หันมา ใบหน้าคุ้นเคยนั้นเต็มไปด้วยน้ำตาที่หลั่งไหลไม่ขาดสาย ก่อนจะมีเสียงสะอื้นร่ำไห้ออกมาจนทำให้จิรณัฐตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

“ภูมิ…ทำไมนายอยู่ที่นี่ แล้วนายร้องไห้ทำไม?” แต่ไม่ทันจะได้คำตอบจากเพื่อนชายคนสนิทก็สะดุ้งตื่นเสียก่อน จิรณัฐรีบปาดเหงื่อที่ไหลอาบเต็มใบหน้าด้วยความวิตกกังวล ฝันถึงภูภูมิแบบนี้ใจคอไม่ดีเอาซะเลย เพื่อความแน่ใจว่าเพื่อนชายสบายดีก็ไม่ลังเลที่จะหยิบมือถือเพื่อโทรหา

“นายเป็นอะไรมั้ย”

“ฉันจะเป็นอะไรได้นายก็ถามแปลก แล้วทำไมโทรหาฉันเวลานี้ล่ะที่อเมริกาดึกมากแล้วนี่”

“ฝันไม่ดีน่ะ แต่นายไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่มั้ย”

“นายฝันถึงฉันเหรอ ในฝันฉันทำอะไรนายถึงต้องโทรมาถามแบบนี้ ไม่ต้องคิดมากเพื่อนถ้าฝันร้ายเดี๋ยวมันก็กลายเป็นดีเองนั่นแหละ ฉันสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ไว้เจอกันนะ”

“อืม” แม้เพื่อนชายจะดูมีความสุขดีแต่ในความรู้สึกของจิรณัฐกลับเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก ยังไงตอนนี้ก็ได้รับคำตอบยืนยันจากภูภูมิแล้วว่าสบายดีก็คงไม่น่าจะต้องห่วงอะไรแล้ว

1 อาทิตย์ต่อมา หมู่บ้านเวียงผา จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย

จิรณัฐเดินเข้ามายังบริเวณบ้านของภูภูมิที่ประดับไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดและรูปภาพบ่าวสาวที่จัดตั้งตามทางเดิน บรรยากาศในตอนนี้ดูวังเวงเงียบเหงามากเลยทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจนัก

“หายไปไหนกันหมด พรุ่งนี้วันงานแล้วก็ไม่น่าจะเงียบขนาดนี้”

ในระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้นวารีก็ค่อยๆ เดินออกมาจากตัวบ้าน หญิงสาวตรงมาหาจิรณัฐที่ยืนอยู่ด้วยความสับสน ใบหน้าของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตาและดูเศร้าเป็นอย่างมาก จนทำให้จิรณัฐเริ่มใจคอไม่ดี

“วาร้องไห้ทำไม ภูมิล่ะอยู่ไหน”

“จิณ ภูมิไม่อยู่กับเราแล้ว”

ทันทีที่ได้ยินคำตอบ จิรณัฐก็ทิ้งเป้ที่สะพายไว้ที่ไหล่รีบวิ่งตรงเข้าไปในบ้านด้วยความตื่นตระหนก ชายหนุ่มยืนนิ่งเบิกตาโตไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้เห็น ไม่นานนักน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของเพื่อนชายคนสนิทที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
46 Bab
ตอนที่1
เพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาชายหนุ่มสวมเสื้อสเวตเตอร์สีเทาเข้มกางเกงยีนนั่งยิ้มอยู่ที่ม้านั่งลานหน้าบ้านกำลังจดจ่อกับภาพจากกล้องถ่ายรูปที่ถืออยู่ในมือ ก่อนจะละสายตาเผยยิ้มเมื่อเห็นหญิงสาวที่คุ้นเคยเดินตรงมาที่เขา“รอเฌอนานมั้ย” หญิงสาวใบหน้าสวยคมเอ่ยถามเพื่อนชายที่กำลังนั่งยิ้มหวานให้กับเธอ“ไม่นาน… จิณก็พึ่งกลับมาถึงบ้านนี่แหละ เฌอมาดูสิรูปสวยๆ ทั้งนั้นเลย” จิรณัฐยื่นกล้องถ่ายรูปที่อยู่ในมือให้กับเพื่อนสาวคนสนิทได้ดู ภาพถ่ายเหล่านี้เป็นภาพของเด็กๆ ในถิ่นทุรกันดารที่ทั้งสองได้ออกค่ายอาสาในนามมูลนิธิเอลล่าเมื่อช่วงเดือนก่อนจิณหรือจิรณัฐ ชายหนุ่มวัย26ปีถูกรับเลี้ยงโดยจอห์นและเอลล่าสองสามีภรรยาชาวอเมริกันมาตั้งแต่เด็ก จอห์นกับเอลล่าเป็นคนจิตใจมีเมตตาจึงก่อตั้งมูลนิธิเอลล่าขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ยากไร้ทั่วทุกข์มุมโลก เท่าที่สามารถช่วยได้จอห์นและเอลล่าแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยามานานแต่ก็ไม่สามารถมีบุตรได้ ช่วงที่มาไทยได้เห็นจิรณัฐครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตาด้วยความเอ็นดูจึงรับอุปการะจนจิรณัฐอายุครบ15ปี จากนั้นทั้งสองก็เดินเรื่องรับจิรณัฐเป็นลูกบุญธรรมเพื่อให้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที
Baca selengkapnya
ตอนที่2
จิรณัฐค่อยๆ ก้าวเท้าอย่างหมดแรงตรงไปหาร่างไร้วิญญาณของภูภูมิเพื่อนชายคนสนิท ทุกอย่างในตอนนี้ดูเคว้งคว้างเหมือนเป็นแค่ความฝัน ชายหนุ่มไม่อาจทำใจยอมรับได้เลยว่าเพื่อนรักนั้นได้จากโลกนี้ไปแล้ว“ภูมิ…ฉันมาแล้ว ไหนบอกว่าจะรอกันไง อย่าล้อเล่นแบบนี้สิเพื่อนฉันรู้นายโกรธที่ฉันมาช้าเลยจะแกล้งฉันใช่มั้ย ฉันยอมรับผิดแล้วงั้นนายเลิกล้อเล่นได้แล้ว ตื่นขึ้นมาสิ!” จิรณัฐพรั่งพรูน้ำตาไม่ขาดสายมองไปยังร่างซีดเผือดที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง“จิณ ภูมิไม่อยู่กับเราแล้วลูก” สุดาแม่ของภูภูมิดึงจิรณัฐเข้ามาสวมกอดไว้ เธอรู้ดีว่าชายหนุ่มนั้นก็ไม่สามารถรับได้กับการจากไปของลูกชายเธอ ตอนนี้คงได้แต่ปลอบประโลมเยียวยาซึ่งกันและกัน คนที่ยังอยู่ก็ต้องมีชีวิตต่อไป“คืนก่อนเรายังคุยกันอยู่เลย มันเกิดอะไรขึ้นกับภูมิครับแม่”“พวกเราเจอร่างภูมิตอนเช้าที่ใต้ผาแสงตะวัน บนผามีแต่ขวดเหล้าคาดว่าภูมิคงดื่มจนเมาไม่ได้สติแล้วพลัดตกลงมา”“ปกติภูมิไม่ค่อยกินเหล้าด้วยซ้ำ ยิ่งกินจนเมาขาดสติเป็นไปไม่ได้แน่”“ทีแรกแม่ก็คิดเหมือนจิณ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเมาแล้วพลัดตกมันจะเป็นอะไรได้อีก ภูมิก็ไม่เคยมีศัตรูที่ไหนยิ่งถ้าเรื่องจบชีวิตตัวเองยิ่งเป
Baca selengkapnya
ตอนที่3
จิรณัฐเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความเคลือบแคลง แต่ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบวารีก็ปรากฏตัวเอ่ยทักชายหนุ่มขึ้นมาเสียก่อน“วาคิดอยู่แล้วว่าจิณต้องอยู่ที่นี่ อ้าว!ข้าวก็อยู่ด้วยเหรอ” วารีพอเห็นหญิงสาวที่คุ้นเคยอยู่ด้วยก็เอ่ยทักทาย“ข้าวแค่ผ่านมาค่ะ งั้นข้าวกลับก่อนนะคะป่านนี้ป้าคงถามหาแล้ว” หญิงสาวรีบเอ่ยขอตัวจากคนทั้งสอง พอวารีปรากฏตัวเธอเองก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเหมือนกันจิรณัฐมองตามหลังหญิงสาวที่พึ่งเดินจากไป พอวารีมาท่าทีของเธอที่แสดงออกมานั้นก็ยิ่งมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ตกลงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับภูภูมิเป็นแบบไหนกันแน่“ทำไมจิณเอาแต่มองข้าวล่ะมีอะไรหรือเปล่า” วารีหันมาถามจิรณัฐที่เอาแต่จับจ้องมองไปทางหญิงสาวที่พึ่งเดินจากไป“วาสนิทกับผู้หญิงคนนั้นมั้ย”“จิณหมายถึงข้าวเหรอ ก็รู้จักทั่วไปถ้าคนที่สนิทน่าจะเป็นภูมิมากกว่า คือข้าวพึ่งย้ายมาอยู่ที่เวียงผาน่ะ ป้าของข้าวเปิดขายอาหารตามสั่งอยู่ท้ายหมู่บ้านภูมิชอบไปกินบ่อยๆ ก็เลยคงสนิทกัน ก็ร้านที่จิณเคยไปกินกับภูมิไง แต่ช่วงนั้นข้าวยังไม่มาจิณก็เลยไม่เห็น”“ร้านป้ามาลีเหรอ?”“ใช่ ร้านป้ามาลี” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะค่อยๆ คลายยิ้มลงเมื่อมองบรรยากา
Baca selengkapnya
ตอนที่4
“จิณไหวมั้ย ให้เฌอไปหาหรือเปล่า” เฌอรินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรลำบากเฌอเปล่าๆ เฌอเองก็มีเรื่องต้องทำอีกเยอะไว้งานศพภูมิเสร็จจิณก็กลับแล้ว”“งั้นก็ได้ ถ้ามีอะไรให้เฌอช่วยบอกได้เลยนะ จิณเองก็ต้องดูแลตัวเองด้วย”“อืม จิณเข้าใจแล้ว แค่นี้ก่อนนะจิณขอโทรหาพ่อกับแม่ก่อน” หลังจากวางสายจากเพื่อนสาวชายหนุ่มก็โทรหาจอห์นกับเอลล่าบอกถึงเรื่องราวการเสียชีวิตของเพื่อนสนิทให้ผู้เป็นพ่อกับแม่ได้ทราบจิรณัฐใช้เวลาไม่นานก็ทำกิจธุระส่วนตัวเสร็จ ชายหนุ่มปลีกตัวออกมานอกตัวบ้านนั่งเงียบๆ อยู่คนเดียวมองดูผู้คนที่มาร่วมงานขาวดำด้วยใบหน้าที่เซื่องซึม ดอกไม้หลากหลายสีที่ตกแต่งไว้รวมถึงภาพถ่ายบ่าวสาวก่อนหน้านี้ถูกรื้อจัดเก็บไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้คงเหลือไว้แต่ความรู้สึกเคว้งคว้างที่ยากจะยอมรับได้ขวัญข้าวระหว่างที่เสิร์ฟน้ำให้แขกอยู่เหลือบเห็นจิรณัฐนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวก็เดินไปหยิบแซนด์วิชและน้ำดื่ม เดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่ม“เอาไปกินสิ คุณน่าจะยังไม่ได้กินอะไรแต่เช้า”“ฉันไม่หิวเธอเก็บไว้กินเถอะ”“มีเพื่อนคนหนึ่งของพี่ภูมิเคยบอกไว้ ไม่ว่าจะเจอเรื่องแย่แค่ไหนขอเพียงแค่อิ่มท้องไว้ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง ฉั
Baca selengkapnya
ตอนที่5
ระหว่างที่จิรณัฐมองตามขวัญข้าวด้วยความรู้สึกผิดอยู่นั้นก็ได้รับสายจากภูภัคว่ามีชายคนหนึ่งมาหาตอนนี้รออยู่ที่บ้านไร่ส้มแสงตะวัน พอกลับมาถึงบ้านไร่ส้มก็มองชายที่มาหาด้วยความสงสัย ใบหน้าชายคนดังกล่าวจิรณัฐไม่คุ้นเคยเอาซะเลย“คุณคือจิณใช่มั้ย ผมธานินทร์…เพื่อนของภูมิน่ะ” ชายคนดังกล่าวเอ่ยทักขึ้นก่อน“เพื่อนภูมิ? ทำไมในงานศพภูมิผมถึงไม่เห็นคุณเลย”“คุณเศร้าขนาดนั้นคงไม่มีกะจิตกะใจสังเกตเห็นผมหรอกมั้ง ผมเองก็อยู่ที่งานศพด้วยแค่ไม่อยากเผยตัว ผมอยากสังเกตพฤติกรรมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับภูมิน่ะ”“ทำไม?”“คืนก่อนที่ภูมิจะจากไปผมกับภูมิอยู่ด้วยกัน ผมพึ่งกลับมาจากใต้หวันได้ข่าวภูมิจะแต่งงานเลยชวนภูมิออกไปดื่ม เรานั่งดื่มด้วยกันพอตกค่ำผมก็มาส่งภูมิที่นี่ ผมรับประกันได้เลยว่าภูมิไม่ได้เมา ภูมิเองก็แค่ดื่มเล็กน้อยเพราะไม่อยากขัดใจผม ทุกอย่างก็เหมือนจะปกติจนตอนเช้าผมได้รับข้อความที่ภูมิส่งให้ ข้อความน่าจะส่งมาตอนดึกแต่ผมหลับไปก่อนเลยไม่ได้เห็น ประโยคในข้อความนั้นแปลกมาก” ธานินทร์ยื่นมือถือเปิดข้อความสุดท้ายที่ภูภูมิส่งให้เขาให้จิรณัฐได้อ่าน จิรณัฐเองพอเห็นข้อความดังกล่าวก็ตกใจมาก” โลกใบนี้สำหรับฉันไม่น่
Baca selengkapnya
ตอนที่6
“มาทำอะไรที่นี่” จิรณัฐเผยยิ้มที่มุมปากเอ่ยถามขวัญข้าวที่เอาแต่ยืนอ้ำอึ้ง เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเธอดูอึดอัดอยู่ไม่น้อย“ป้าสุดาสั่งข้าวที่ร้านให้เอามาส่งให้คุณค่ะ คุณอย่าคิดมากนะฉันไม่รู้ว่าเป็นคุณ ถ้ารู้ฉันคงให้น้ามาลือมาส่งแทนแล้ว งั้นฉันวางไว้ตรงนี้นะ” หญิงสาววางปิ่นโตไว้บนโต๊ะหินอ่อนแล้วรีบหันหลังเดินจากไป แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกจิรณัฐตะโกนรั้งเอาไว้“เดี๋ยวสิข้าว…” ชายหนุ่มเดินลงบันไดตรงมาหาหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ จิรณัฐจ้องไปที่ขวัญข้าวด้วยความเอ็นดูพร้อมเผยยิ้มออกมาอีกครั้ง“รีบขนาดนี้กลัวพี่ทำอะไรข้าวเหรอ"“พี่?” หญิงสาวสับสนนักทำไมท่าทีของจิรณัฐวันนี้ถึงได้เปลี่ยนไป ไหนจะยังเรียกแทนตัวเองว่าพี่อีกแถมยังเอ่ยชื่อของเธอออกมาตรงๆ ด้วย น้ำเสียงและท่าทีที่เย็นชาเมื่อก่อนก็ไม่มีแล้ว"ขอโทษนะที่ผ่านมาทำให้ข้าวรู้สึกไม่ดี พี่ยอมรับว่าอคติกับข้าวมากไปข้าวก็อย่าถือสาพี่เลยนะ ในเมื่อข้าวเป็นคนที่ภูมิไว้ใจให้ความเอ็นดูก็ไม่มีอะไรให้พี่ติดใจแล้ว พี่เชื่อว่าภูมิมองคนไม่ผิด งั้นต่อไปนี้เราเจอกันก็คุยกันดีๆ …โอเคมั้ย”“ฉันก็คุยดีมาตลอดมีแต่คุณนั่นแหละที่อคติกับฉัน” เสียงพึมพำของหญิงสาวทำจิรณั
Baca selengkapnya
ตอนที่7
ขณะที่ขวัญข้าวเข้าไปซบจิรณัฐอยู่นั้นธานินทร์ที่พึ่งมาถึงก็เห็นความสนิทสนมของทั้งคู่เข้าพอดี ชายหนุ่มเผยยิ้มออกมามองไปที่ทั้งสองอย่างมีเลศนัย ขวัญข้าวพอเห็นการปรากฏตัวของชายหนุ่มที่ไม่รู้จักก็รีบผละตัวออกจากอ้อมอกของจิรณัฐ“จะตกบันไดอยู่แล้วเดินยังไงไม่ดูบ้างเลย” จิรณัฐตำหนิไปที่หญิงสาว ถ้าเมื่อครู่คว้าตัวไว้ไม่ทันมีหวังได้กลิ้งตกบันไดเจ็บตัวหนักแน่ และตอนนั้นเองชายหนุ่มถึงได้เห็นว่าธานินทร์ก็อยู่ด้วย“คุณมาแล้วเหรอ”“ผมมาขัดจังหวะหรือเปล่า”“พูดบ้าอะไรขึ้นมาก่อนสิ” จิรณัฐสวนกลับก่อนจะหันมามองขวัญข้าวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อีกครั้ง“เจ็บมั้ยเมื่อกี๊เหมือนพี่จะดึงแขนข้าวแรงไปหน่อย”“ไม่เจ็บค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย” หญิงสาวลูบที่แขนเบาๆ ถึงแม้จะไม่ได้เจ็บมากแต่ก็รู้สึกถึงแรงมือที่ชายหนุ่มดึงอยู่ ความเอาใจใส่ที่จิรณัฐมีต่อขวัญข้าวนั้นธานินทร์เห็นทุกอย่าง“งั้นข้าวกลับก่อนดีกว่า” หญิงสาวเผยยิ้มบอกลารีบลงไปเก็บปิ่นโตที่ทำหลุดมือ ในเมื่อชายหนุ่มมีแขกมาหาก็ไม่อยากรบกวน ความสดใสและท่าทีเคอะเขินของเธอทำธานินทร์เอ็นดูนัก“เดินเอาอย่าวิ่ง!” จิรณัฐตะโกนดุอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีเร่งรีบของหญิงสาวที่วิ่งลงบันได
Baca selengkapnya
ตอนที่8
“ไหนจิณว่าจะอยู่ไทยอีกสักพักไง” เฌอรินแววตาเปล่งประกายเมื่อเห็นชายคนในใจปรากฏตัวโดยไม่คาดคิด ความคิดถึงของหญิงสาวที่มีต่อชายหนุ่มนั้นได้แสดงออกมาทางสายตาหมดแล้ว“จิณกลับมาจัดการธุระน่ะ”“งั้นก็แปลว่าจิณจะกลับไปอีก” หญิงสาวหน้าซึมลงเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มจะกลับไปที่ไทยอีก“อืม แล้วกล่องนี่จะยกไปไหน”“ไว้ตรงล็อบบี้”“โอเค” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะหันมาให้ความสนใจหญิงสาวที่ยืนหน้างออยู่ตรงหน้า เมื่อสักครู่ยังยิ้มอยู่เลยแล้วทำไมตอนนี้ถึงได้หน้าซึมไปแล้ว“มีอะไรหรือเปล่า หรือไม่สบาย” จิรณัฐรีบวางกล่องไว้ที่เดิมเขยิบเข้ามาใกล้เฌอรินเพื่อถามไถ่ สีหน้าของชายหนุ่มแสดงถึงความเป็นห่วงต่อหญิงสาวอยู่มาก เฌอรินเองเห็นแววตากังวลของจิรณัฐก็เผยยิ้มด้วยความเอ็นดู อย่างน้อยเธอก็พอใจที่ชายหนุ่มยังให้ความสำคัญกับเธออยู่“ดูทำหน้าเข้าสิเฌอสบายดีไม่ได้เป็นอะไร ก็แค่รู้สึกหิวนิดหน่อยกำลังคิดว่าจะกินอะไรดี”“นึกว่าจิณใช้งานหนักจนเฌอป่วยไปซะอีกค่อยโล่งใจหน่อย กินอะไรดีล่ะ อาหารไทย ญี่ปุ่น เกาหลี หรือจีน”“ไทยดีกว่า เฌออยากกินอะไรแซ่บๆ น่ะ” หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างด้วยความสดใส อย่างน้อยในตอนนี้เธอก็ยังได้ใช้เวลาอยู
Baca selengkapnya
ตอนที่9
วันต่อมาเฌอรินลืมตาขึ้นมาในช่วงสายของวัน เธอยังคงรู้สึกงัวเงียและหนักหัวอยู่เล็กน้อยจากที่ดื่มหนักมา หญิงสาวพยายามนึกถึงเรื่องเมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ระหว่างนั้นผู้เป็นแม่ก็เปิดประตูห้องเข้ามา“ตื่นแล้วเหรอแม่สาวขี้เมา”“เมื่อคืนเฌอกลับบ้านยังไงคะ”“นี่เมาจนไม่รู้เรื่องเลย จะกลับยังไงก็จิณแบกมาส่งที่บ้านนะสิ”“จิณมาส่งเหรอคะ แล้วเมื่อคืนเฌอทำอะไรแปลกๆ ไปบ้างมั้ย” หญิงสาวเริ่มกังวลกลัวว่าจะเผลอพูดหรือทำอะไรออกไปโดยไม่รู้ตัว“ไม่รู้สิพอแม่กลับมาถึงบ้านจิณก็กำลังกลับพอดี ถ้าอยากรู้ว่าเมาแล้วทำอะไรไปบ้างก็ไปถามจิณดู เดี๋ยวแม่ต้องออกไปข้างนอกมัฟฟินไข่อยู่ในครัวหิวก็ไปกินนะ” นิสาบอกต่อผู้เป็นลูกสาวก่อนจะเดินออกจากห้องไปเฌอรินหลังทำกิจธุระส่วนตัวเสร็จก็มาหาจิรณัฐที่บ้านของชายหนุ่ม หญิงสาวอยากรู้ว่าเมื่อคืนตอนที่ชายหนุ่มไปส่งเธอที่บ้านนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง จิรณัฐเองพอเห็นเฌอรินเดินเข้ามาหาก็เผยยิ้มต้อนรับทักทาย เห็นหญิงสาวเอาแต่ยืนเก้ๆ กังๆ ก็เอ่ยปากชวนให้นั่ง“จิณอ่านอะไรอยู่”“ก็อ่านพวกปรัชญาทั่วไปนั่นแหละ มีอะไรหรือเปล่าดูแปลกๆ นะ”“เมื่อคืน… ขอบใจนะที่ส่งเฌอกลับบ้าน เฌอไม่ได้ทำอะไรหร
Baca selengkapnya
ตอนที่10
“เมื่อกี๊ป้ามาลีบอกว่าข้าวถูกบังคับแต่งงาน จริงเหรอ?” จิรณัฐเอ่ยถามขวัญข้าวอย่างตรงไปตรงมา“เรื่องแบบนี้ก็ยังจะเอาไปบอกคนอื่นอีก” หญิงสาวมองค้อนไปที่ผู้เป็นป้าที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว เรื่องส่วนตัวของเธอถูกชายหนุ่มรับรู้เช่นนี้ก็รู้สึกอึดอัดใจนัก“ข้าวเต็มใจจะแต่งงานเหรอ”“ถูกบังคับจะเรียกว่าเต็มใจได้ยังไงคะ ไม่คุยเรื่องนี้ได้มั้ยข้าวไม่อยากพูดถึงน่ะ”“แต่ถ้าคนที่นั่งอยู่ตอนนี้เป็นภูมิ ข้าวก็จะเล่าให้ภูมิฟังใช่มั้ย พี่เคยบอกแล้วไงว่าข้าวมองพี่เป็นตัวแทนภูมิได้ มีเรื่องไม่สบายใจอะไรบอกพี่ได้ตลอด ถ้าข้าวมองภูมิเป็นพี่ชายงั้นข้าวก็สามารถมองพี่เป็นพี่ชายได้เหมือนกัน ถ้าเดาไม่ผิดผู้ชายที่ข้าวด่าในโทรศัพท์คือคนที่บังคับให้ข้าวแต่งงานด้วยใช่มั้ย” ดูเหมือนชายหนุ่มเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้างแล้ว จิรณัฐเองก็ไม่อยากเห็นความสดใสในช่วงวัยของหญิงสาวหายไป ในเมื่อเธอมีเรื่องลำบากใจอยู่อะไรที่เขาพอช่วยได้ก็อยากจะช่วย“ไม่ต้องห่วงค่ะ ไม่มีใครบังคับข้าวให้แต่งงานกับใครได้หรอกต่อให้คนคนนั้นจะเป็นแม่ข้าวเองก็ตาม ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง ลูกค้าเข้าร้านแล้วข้าวขอตัวไปทำงานก่อนนะ” หญิงสาวฝืนยิ้มลุกออกจากเก
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status