LOGIN“พี่ปรายชุดนี้เป็นไง สวยไหม”
เสียงเรียกของน้องสาวคนเดียวของปรายปรีญา ที่วันนี้เธอขอร้องให้มาเป็นเพื่อนเพื่อเลือกซื้อชุดราตรีใส่ไปงานเลี้ยงวันเสาร์ที่จะถึงนี้
ปรางปรีญาถือชุดเดรสเกาะอกสีแดงแปร๊ดดด
ความยาวสั้นเลยเขาขึ้นมาเหนือต้นขาเดินเข้ามาพร้อมกับเอาชุดทาบใส่ตัวเธอเพื่อวัดขนาดดูว่าเหมาะกับเธอหรือไม่
แต่สำหรับปรายปรีญาชุดนี้ไม่เหมาะกับเธออย่างยิ่งด้วยรูปร่างของตัวเองที่อวบอั๋นและไม่ได้สูงมากจึงไม่เหมาะมากนักหากใส่ชุดสีสันสดเกินไป
“ไม่อ่า พี่ว่ามันโป๊ไป อีกอย่างแกดูสาระร่างพี่ด้วยไม่เอาตีกว่า”
"แต่ปรางว่าสวยดีออก อีกอย่างหุ่นแบบพี่ปรายสมัยนี้เขาฮิตกันจะตาย "
ปรางปรีญาพูดกระเซ้าเย้าแหย่พี่สาวแต่ความเป็นจริงตัวเธอเองอยากได้เองมากกว่าแต่ติดตรงที่ว่าไม่รู้จะใส่ไปงานอะไร จึงตัดใจเอาชุดกลับไปแขวนไว้ที่เดิม ปรายปริญาเดินเข้าออกล็อกร้านขายเสื้อผ้าอยู่นาน จนไปเจอชุดกึ่งเดรสถึงราตรีสีน้ำเงินเข้ารูปทรง ถ้ามองผ่านๆ ก็พอดีกับรูปร่างของเธอความยาวของชุดยาวลงมาถึงเข่า รอบกระโปรงมีผ้าลูกไม้บางๆ โอบรอบไว้อีกชั้น แขนเสื้อเปิดไหลไม่โป๊มากเกินไป ตอนเธอเดินมา มองแว๊ปแรกถึงกับสะดุดตา ปรางปรีคนหนึ่งเดินมาเห็นยังชื่นชอบเธอจึงตัดสินใจซื้อชุดตัวนั้นมาซึ่งราคาถือว่าไม่แพงมากนักสำหรับพนักงานบริษัทอย่างเธอ
“พี่ปรายได้ชุดแล้วไปหาอะไรกินกันเหอะปรางหิวแล้ว”
“แล้วแกจะกินอะไรอ่าวันนี้พี่เลี้ยงเอง”
“ก็ต้องเป็นพี่เลี้ยงอยู่แล้วแหละ ปรางไม่มีตังค์เลย”
สองสาวเดินหาร้านข้าวอยู่นานก็ไปเจอร้านข้าวมันไก่ซึ่งเป็นร้านชื่อดังที่ใครมาประตูน้ำจะต้องมาทานในร้านมีพนักงานทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านคอยให้บริการอยู่อย่างเป็นมิตร หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศในร้านก็ถือว่าพอใช้ได้ ออกจะร้อนหน่อยๆ เพราะนี้ก็เกือบเที่ยงแล้ว หลังจากทานข้าวเสร็จน้องสาวก็ขออนุญาตไปเจอเพื่อนที่สยามพร้อมกับทำตาปริบๆ เพื่อที่จะขอปัจจัยค่าเดินทาง
“พี่ปรายจะกลับบ้านเลยไหม เนี่ย”
“อ๋อ พี่ว่าจะกลับเลยและก็แวะเอาของที่ตลาดให้แม่ด้วยแกเองก็รีบๆ กลับบ้านไปช่วยแม่เสียบหมูปิ้งด้วยล่ะอย่ากลับมืดนะ"
“เจ้าค่ะท่านพี่หม่อมฉันจะรีบเสด็จกลับนะเพคะ”
น้องสาวตัวแสบบอกพี่สาวพรางล้อเรียนพี่สาวตัวเองก่อนจะเดินแยกออกไป ส่วนปรายปริญาก็เดินมารอขึ้นรถเมล์สาย74 ที่วิ่งยาวไปถึงตลาดห้วยขวางจุดหมายที่เธอจะไปรับของให้แม่ ก่อนจะนั่งรถตุ๊กๆ ต่อไปอีกไม่ไกลก็ถึงบ้าน
"อ้าว!! ลุงชัยสวัสดี หนูไม่เห็นนานเลยนะคะ"
ปรายปรีญายกมือไหว้ชายสูงวัยที่อายุน่าจะมากกว่าแม่เธอไม่กี่ปี แต่งตัวภูมิฐานหน้าตาเป็นมิตรยกมือรับไหว้ ปรายปรีญาเห็นลุงชัยชอบมาซื้อหมูปิ้งของแม่เป็นประจำตั้งแต่สมัยเธอเรียนมหาวิทยาลัย จนทำให้เธอสนิทสนมกับลุงชัยมาก เพราะท่านทั้งใจดี มีเมตตา ชอบช่วยเหลือคนแถวนี้บ่อยๆ
“สวัสดีจ๊ะหนูปรายไปไหนมาเนี่ย หอบของพะรุงพะรังมาเชียว"
“อ่อปรายไปซื้อชุดใส่ไปงานเลี้ยงบริษัทมาค่ะ
แล้วก็แวะเอาของให้แม่ด้วย ว่าแต่หนูไม่เห็นคุณลุงนานเลยนะคะ”
"ช่วงนี้ลุงยุ่งๆ นะพอดีลูกชายลุงมีปัญหาที่บริษัท เลยต้องสอนงานและให้คำปรึกษาเขาหน่อย"
"มิน่าล่ะ ร้านหนูขาดรายได้จากลูกค้ารายใหญ่เลยนะเนี่ย "
ปรางปรีญาพูดกลั้วหัวเราะกับชายสูงวัยอยู่สักพัก ก่อนลุงชัยจะขอตัวกลับเพราะรีบไปพบลูกค้าต่อ เพราะรถ Mercedes-Benz ที่จอดรออยู่ริมถนนรอลุงชัยนานแล้ว ปรายปรีญายืนรอจนรถขับลับตาไป ก็หอบเอาวัตถุดิบเข้าไปเก็บในบ้านก่อนออกมาช่วยแม่ย่างหมูขายจนหมด แล้วก็มาเตรียมของที่จะขายต่อในวันพรุ่งนี้
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ในที่สุดวันงานเลี้ยงบริษัทก็มาถึง ปรายปรีญา แต่งหน้าสีชมพูอ่อน รวบผมขึ้นมัดจุก ทำเป็นช่อ ดัดรอนร่วงผมด้านหน้าที่ปล่อยไว้ทำให้หน้าเธอ ไม่ดูใหญ่จนเกินไป รองเท้าสีดำส้นเข็ม สูง สามนิ้ว มีสายคล้องข้อเท้า ถูกหยิบออกมาจากตู้ ที่อยู่ข้างประตู แล้วสวมอย่างไว ก่อนวิ่งไปเรียกแท๊กซี่แล้วตรงไปที่โรงแรมอย่างไว เพราะใกล้ได้เวลาเริ่มงานแล้ว
แท๊กซี่ สีเขียวเหลืองมาจอด ตรงทางเข้าโรงแรมชื่อดัง ใจกลางถนนสุขุมวิท ปรายปรีญารีบชำระค่าแท๊กซี่ ก่อนจ้ำอ้าว เข้างาน เพราะพี่ๆ ในทีมไลน์มาตามหลายรอบแล้ว
"ว้าวๆๆๆ วันนี้มาสะสวย เลยนะไอ้ปราย"
"แน่นอนสิคะ พี่ต่าย ชุดนี้อิมพอต มาจาก วอเตอร์ดอเลยนะ"
"จ้า แม่ขะหมูหนุนของพี่ ไปเหอะ ยี่หว่าให้พี่ออกมารับ เขาจองโต๊ะ ข้างในรอละ "
"เจ้าค่ะ เชิญย่างไปเลยเพคะ"
ยังไม่ทันเดินถึงโต๊ะ ทุกคนก็ร้องแซวเธอมาแต่ไกล แต่ก็หาทำให้เธอ เขินอายได้เลย
ทุกคนนั่งพูดคุยกัน กินอาหาร ที่ทางโรงแรมจัดให้เป็นสไตร์บุปเฟ่ ที่มีมาเติมให้เรื่อยๆ จนเวลาผ่านไป
พิธีกรจึงแจ้งว่าประธานบริษัทมาถึงแล้ว ก่อนจะเชิญประธานบริษัท ขึ้นกล่าวเปิดงาน ชายรูปร่างสูงโปร่ง จมูกเป็นสันรับกับปากเรียว ใส่สูท สีเลือดหมูเข้ม ก้าวขาขึ้นเวที วินาทีนั้นทั้งห้องเงียบกริบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"เวรตะไลล่ะ พี่ต่าย พี่หวา"
ปรายปรีญากระซิบข้างหูสองสาวที่นั่งขนาบข้าง
"อะไร ของแก"
"ผู้ชายคนนี้ไง ที่อยู่ในลิฟต์กับหนูวันนั้นอ่า หนูไม่รู้ว่าเขาเป็นท่านประธาน"
"แล้วไงวะ " ต่ายทำหน้างงๆ แต่ปรายปรีญาทำหน้าเหวอๆ ใส่
" หูยย พี่สภาพหนูวันนั้นคือ มันทุเรศมากเลยนะ แต่งตัวไม่เรียบร้อยหน้าก็ไม่แต่ง แถมมีแต่กลิ่นอาหารคละคลุ้งเต็มลิฟต์อีก"
" ก็ไม่เห็นเป็นไร ทำไมเสียดายที่ไม่ได้อ่อยคุณภัทรเหรอ"
สองสาวแซว พร้อมกับแอบขำเบาๆ
"ไม่ใช่พี่ แต่มันดูไม่ดีกับแผนกเราไง"
"เอาน่าไม่ต้องไปคิดมาก ถึงคุณภัทร เขาจะท่าทางนิ่งๆ ดุๆ เขาคงไม่ซีเรียสอะไรกับเรื่องนี้หรอก"
"โอเค ถ้างั้นก็เบาใจหน่อย"
บทสนทนาจบลง พร้อมกับการกล่าวเปิดงานจบลง เธอเลยไม่ได้ฟังว่า เขาพูดถึงอะไรบ้าง ชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่ากุมบังเหียน อนาคตของบริษัทก้าวขายาวๆ ลงเวที ก่อนเดินไปนั่งอยู่ โซฟาที่จัดเป็นโซนให้เฉพาะผู้บริหาร
"เอาละครับ ก็ได้เวลาความสนุกกันแล้ว ทุกคนออกมาปาตี้กันนนนนนน"
เสียงพิธีกร พูดจบ เสียงดนตรีจังหวะ EDM ถูกเปิดโดยDJที่จ้างมาจากเกาหลี ก็ดังขึ้น
"ไปเต้นกัน"
ยี่หว่าไม่รอคำตอบ ลากปรายปรีญา ออกไปแดนซ์ กลางฟอล ซึ่งตอนนี้เธอเองก็มึนๆ แอลกอร์ฮอลที่ดื่มเข้าไปนิดหน่อย จึงทำให้ท่าเต้น ที่ออกมาเป็นที่ขบขันกับคนในงาน
หืมมมม น่าเบื่อชะมัด!! เสียงถอนหายใจและความคิดที่วิ่งเข้ามาในหัวของกวินภัทร เขาเองไม่ค่อยชินกับการ ออกงานสังคมมากนัก นานๆ จะไปงานเลี้ยงสักทีหนึ่งถ้าไม่จำเป็นเขาเองก็จะคลุก อยู่ที่คอนโด หรือไม่ก็โทรเรียกผู้หญิงที่เต็มใจให้บริการด้านอารมณ์ของเขามาหา พอเสร็จกิจก็โยนเงินให้1ก้อน แล้วก็แยกกันไป เสียงดนตรีบวกกับเสียงกรี๊ด ไชโย โห่ร้องของพนักงานทำให้เขาหันไปมอง กลุ่มคน ที่ยืนเต้นอยู่ประมาณ10กว่าคน แต่ตรงของวง มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังออกสเต็ปท่าทางแปลกๆ
~ อ่ะ ยัยหมูปิ้งนี่เอง ชื่อนี่เขาเป็นคนตั้งเองเพราะวันนั้นกลิ่นหมูปิ้งที่ติดมากับเสื้อเขา จนต้องให้เลขาส่งซักรีด ภายในวันนั้น เพราะเขามีนัดประชุมตอนบ่าย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาจะเรียกประชุมพนักงานระดับหัวหน้าในสัปดาห์หน้า เพื่อหาหลักเกณฑ์ให้พนักงานแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนเข้างาน
~ ติ่ ติ๊ด~
เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันสนทนา ดังขึ้น และสั่นเตือนว่ามีคนส่งข้อความมา ดังขึ้น ดึงสติที่หลงอยู่ในภวังค์ เขาเอื้อมมือ ไปหยิบมือถือยี่ห้อดังขึ้นมาอ่าน ก่อนจะลุกพรวดพราดออกไป โดยไม่บอกผู้บริหารร่วมโต๊ะ สักคน
"ฮือออ หึๆๆ ฮือออออ"เสียงร่ำไห้ ของผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของกวิณภัทรตอนนี้ มันช่างเจ็บปวดกรีดลึกลงไปในใจเขานัก"พี่จะไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง มันทำแบบนี้กับน้องแก้วได้ยังไง""พี่ภัทร อย่าไปเลยนะคะ ยิ่งพี่ไปหาเขา เขายิ่งจะทำร้ายแก้ว""แต่ว่า น้องแก้ว....""แก้วไม่เป็นไรค่ะ แก้วแค่อยากระบายความรู้สึกที่มันอยู่ข้างใน เท่านั้นเอง"สาวสวยใบหน้าหวาน แต่ดวงตากลับแปดเปื้อนน้ำตา ที่ไหลลงมาอาบสองแก้ม รอยฝ่ามือจางๆ บนใบหน้าที่ยังทิ้งรอยไว้ให้เขาเห็นแก้วฤดี เป็นผู้หญิงที่กวิณภัทรแอบรักมาตั้งแต่เรียนอยู่ม.ปลาย แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถครอบครองคนที่อยู่ตรงหน้าได้แล้ว เพราะแก้วฤดีเพิ่งแต่งงานไปเมื่อสองปีก่อนกับเพื่อนร่วมมหาลัยของเขา เขาเคยสารภาพรักกับผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว แต่เธอเลือกที่จะปฏิเสธเขา เพราะแก้วฤดีรักผู้ชายที่เป็นสามีมาก แต่แต่งงานกันหม้อข้าวยังไม่ทันดำ สามีก็ออกลายเสือ แอบคบชู้ จนแก้วฤดีจับได้หลายครั้ง และทุกครั้งเขาจะเป็นที่พักพิงทางใจ สำหรับเธอเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน พอเห็นข้อความที่แก้วฤดีส่งมา เขาไม่เคยลังเลที่จะไม่มาทันทีเลยสักครั้ง"แก้วไม่น่าแต่งงานกับเขาเลย แก้วนึกว่าเขาจะรักแก้วเหมือ
“พี่ปรายชุดนี้เป็นไง สวยไหม”เสียงเรียกของน้องสาวคนเดียวของปรายปรีญา ที่วันนี้เธอขอร้องให้มาเป็นเพื่อนเพื่อเลือกซื้อชุดราตรีใส่ไปงานเลี้ยงวันเสาร์ที่จะถึงนี้ปรางปรีญาถือชุดเดรสเกาะอกสีแดงแปร๊ดดดความยาวสั้นเลยเขาขึ้นมาเหนือต้นขาเดินเข้ามาพร้อมกับเอาชุดทาบใส่ตัวเธอเพื่อวัดขนาดดูว่าเหมาะกับเธอหรือไม่แต่สำหรับปรายปรีญาชุดนี้ไม่เหมาะกับเธออย่างยิ่งด้วยรูปร่างของตัวเองที่อวบอั๋นและไม่ได้สูงมากจึงไม่เหมาะมากนักหากใส่ชุดสีสันสดเกินไป“ไม่อ่า พี่ว่ามันโป๊ไป อีกอย่างแกดูสาระร่างพี่ด้วยไม่เอาตีกว่า”"แต่ปรางว่าสวยดีออก อีกอย่างหุ่นแบบพี่ปรายสมัยนี้เขาฮิตกันจะตาย "ปรางปรีญาพูดกระเซ้าเย้าแหย่พี่สาวแต่ความเป็นจริงตัวเธอเองอยากได้เองมากกว่าแต่ติดตรงที่ว่าไม่รู้จะใส่ไปงานอะไร จึงตัดใจเอาชุดกลับไปแขวนไว้ที่เดิม ปรายปริญาเดินเข้าออกล็อกร้านขายเสื้อผ้าอยู่นาน จนไปเจอชุดกึ่งเดรสถึงราตรีสีน้ำเงินเข้ารูปทรง ถ้ามองผ่านๆ ก็พอดีกับรูปร่างของเธอความยาวของชุดยาวลงมาถึงเข่า รอบกระโปรงมีผ้าลูกไม้บางๆ โอบรอบไว้อีกชั้น แขนเสื้อเปิดไหลไม่โป๊มากเกินไป ตอนเธอเดินมา มองแว๊ปแรกถึงกับสะดุดตา ปรางปรีคนหนึ่งเดินมาเห็นย
ติ้ ติ้นนน เสียงเครื่องสแกนบัตรหน้าห้องทำงานประจำแผนกQC ดังขึ้น บ่งบอกว่ามีพนักงานกำลังจะเข้ามา ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างอวบ ที่หิ้วของกินพะรุงพะรัง ผมเพ้าที่ยาวถึงกลางหลังกระเซอะกระเซิง เหมือนผ่านสมรภูมิรบมา แต่ก็เป็นความเคยชินของพนักงานแผนกนี้ที่เห็นเป็นประจำทุกวันจนคุ้นชินตา“พี่ๆ สวัสดีค่ะ ขอโทษทีมาช้า มัวแต่ปิ้งหมูช่วยแม่อยู่” ปรายปรีญาหอบหิ้วของไปไว้บนโต๊ะ พร้อมกับหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ออกมาดูรายชื่อคนที่สั่งหมูปิ้งข้าวเหนียวร้านแม่เธอไว้“แหม่ อิอ้วน ทำอย่างกะทุกวันมาเช้านี่ กูตักข้าวรอนานละ”ต่าย สาวทอม ลูกค้าขาประจำที่ชอบสั่งหมูปิ้งกับเธอทุกวัน และเป็นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุดเพราะตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานก็มีต่ายคอยสอนงานเธอเสมอ จึงไม่แปลกที่การแทนชื่อเรียก หรือกิริยาท่าทางที่ไม่สุภาพ อาจไม่ถูกใจใคร แต่เธอและพนักงานในห้องต่างรู้จักนิสัยกันเป็นอย่างดี“โธ่ พี่ต่าย ทำเป็นบ่น ควรชินแล้วม่ะ เอ้านี้ หมู4 ไม้ ไม่เหนียว”ปรายปรีญาเดินเอาหมูปิ้งแจกจ่ายตามโต๊ะพี่ๆ และเดินไปที่โต๊ะตัวเองเพื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เตรียมหน้าเว็บไซน์ เพื่อที่จะทำงานของวันนี้ ก่อนจะหยิบกระเป๋าใบเล็กๆ ที่ม







