Se connecterเมื่อสาวร่างอวบที่หน้าตาพอเข้าวัดให้หมาเห่าเล่นได้ ต้องมาแต่งงานเพราะได้เสียกับประธานบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่ แถมเขายังใจร้ายกับเธออีก
Voir plusหน้าห้องฉุกเฉินทุกคนต่างมายืนรอการผ่าตัดของกวิณภัทร ร่างอวบซึ่งสภาพตอนนี้ดูอิดโรย ใบหน้าปูดบวม พยาบาลขอให้ไปตรวจร่างกายและพักก่อนเธอก็ไม่ยอมไป เธอเดินวนไปมาอยู่อย่างนั้น จนเพ็ญศรีลุกขึ้นมาดึงแขนลูกสาวไว้ “ปราย แม่ว่าแกเองก็ควรไปพักนะ” “ไม่ค่ะแม่ ปรายจะรอคุณภัทร ปรายจะรอเขาออกมา” ปรายปรีญบอกคนเป็นแม่ เพ็ญศรีได้แต่สงสารลูกสาว แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย เวรกรรมอะไรกันหนอชีวิตคู่ของทั้งสองคนถึงประสบพบแต่วิบากกรรม “โธ่ ยัยปราย” เพ็ญศรีลูบหัวลูกสาวแล้วดึงเข้ามากอด เธอรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของเสียงสะอื้นที่ปรายปรีญาพยายามกลั้นไว้ เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง อาจารย์หมอก็ออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด “คุณหมอคะ คุณภัทรเป็นอย่างไรบ้างคะ” “คนไข้เสียเลือดมาก หมอเสียใจด้วยนะครับ” สิ้นเสียงของหมอ ปรายปรีญาก็สติหลุดวิ่งฝ่าทุกคนเข้าไปในห้องผ่าตัดพร้อมกับบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เธอเห็นพยาบาลกำลังเก็บอุปกรณ์ผ่าตัดโดยมีร่างชายหนุ่มนอนอยู่บนเตียงถูกคลุมด้วยผ้าสีเขียวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ขาที่ก้าวแทบไม่ออกเดินไปยืนข้างขอบเตียง เธอยืนนิ่ง น้ำตาไหลมาดุจสายลำธาร ตัวสั่นไหวด้วยแรงสะอื้น “ไหน
เมื่อถึงเวลานัดหมายกวิณภัทรก็นั่งรถไปยังจุดหมายทันที สภาพโรงงานเก่าที่เต็มไปด้วยกองไม้ผุพัง กลิ่นสาบเหม็นอับลอยมาตามลมเป็นระลอก ขาที่ก้าวเข้ามาด้วยความตั้งมั่นก็เดินอย่างระแวดระวังอยู่ที “มาแล้วเหรอไอ้หลานชาย มาไว้ดีนี่” วิบูลก้าวขาออกมาจากมุมมืด ใบหน้าที่หมองคล่ำไม่หลงเหลือมาดผู้บริหารเก่า รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาปรากฏให้เห็นเด่นชัด “เมียกูอยู่ไหน” “ใจเย็นๆสิ มาถึงก็ร่ำร้องอยากเจอหน้าเมียเลยนะ กูยังไม่ฆ่ามันทิ้งง่ายๆหรอก เพราะกูอยากให้มึงเห็นด้วย ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะลั่นโรงงานด้วยความสะใจ แต่ก็แอบน่าขนลุก “มึงนี่มันชั่วช้าสารเลวไม่เคยเปลี่ยนจริงๆเลยนะ” “ก็เพราะใครล่ะ ทำให้กูต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่ใช่เพราะมึงเหรอ ครั้งที่แล้วกูน่าจะแทงมึงตรงหัวใจ มึงจะได้ไม่ต้องมาปากเก่งใส่กูอีก” “มึงก็ยังคอยโทษแต่คนอื่น เหมือนเดิม ไม่เคยโทษในความโลภ ความอยากได้ของคนอื่นเลยทำให้มึงต้องกลายมาเป็นแบบนี้ไง แทนที่ออกจากคุกมามึงจะสำนึกแล้วกลับตัว สุดท้ายมึงมันก็กลับมาเลวเหมือนเดิม” กวิณภัทรขบกราม กำมือแน่น อยากวิ่งเข้าไปซัดหน้ามันจริงๆ แต่ก็ทำได้เพียงอดทนเอาไว้ “มึงต้องการอะไร แล้วปล่อยเมียกูได้แ
หลังจากที่แก้วฤดีกลับไปปรายปรีญานั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาครู่ใหญ่ ก็จริงอยู่ที่กวิณภัทรเคยทำร้ายจิตใจเธอจนบอบช้ำ แต่เรื่องราวที่ผ่านมาวันเวลาที่ผ่านไปเธอเองก็ยอมรับว่าไม่เคยลืมเขาไปจากใจได้เลย และถ้าวันนี้เธอยังจมอยู่กับความหลังแล้วชีวิตเธอกับลูกจะมีความสุขไปได้อย่างไร เธอจะลองให้โอกาสเขาสักครั้ง คิดได้อย่างนั้นมือคว้ากระเป๋าสะพายได้ก็รีบเดินออกจากบ้าน ขายังก้าวไม่พ้นประตูรั้วก็ต้องชะงัก เมื่อเจอว่ามีชายร่างกายกำยำ 2-3 ยืนดักรอเธออยู่หน้าบ้าน สายตามองมาที่เธออย่างพิจารณาแล้วก้มมองรูปถ่ายก่อนจะพยักหน้าให้กัน สัญชาตญาณของเธอบอกได้ทันทีว่าผู้ชายเหล่านี้ไม่ได้มาดีแน่ๆ ขาสองข้างค่อยๆถอยหลังหันกลับเพื่อเตรียมหนี แต่ก็ก้าวได้เท่านั้นเพราะพวกมันไวกว่า ร่างอวบที่เชื่องช้าเหมือนเต่าชราแบบเธอ ปรายปรีญาพยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากการจับตัวพร้อมกับตะโกนให้คนช่วย “พวกแกเป็นใคร ต้องการอะไร อยากได้เงินเหรอในกระเป๋าฉันพอมีอยู่บ้าง เอาไปหมดเลย แต่ปล่อยฉันไปเถอะนะลูกฉันยังเล็ก” เธอพยายามวิงวอนแค่คิดว่าตัวเองจะไม่ได้อยู่เห็นหน้าลูกใจเธอก็แทบสลายหากต้องตายด้วยน้ำมือพวกนี้ “ฉันไม่อยากได้เศษเหรียญใ
รุ่งเช้าแสงตะวันสาดส่องผ่านหน้าต่างแยงดวงตา ปรายปรีญาหรี่ตาสู้แสงแดดยามเช้าร่างกายที่ถูกห่มด้วยอ้อมกอดเพื่อคลายความหนาวจากเครื่องปรับอากาศขยับกายเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขน พอเธอลืมตาขึ้นก็เจอหน้าคมกำลังนอนพินิจพิจารณาใบหน้าตัวเองอยู่ “ตื่นแล้วเหรอครับ” “ก็เห็นนี่คะ ทำไมต้องถาม จะกอดปรายอีกนานไหมคะ ปรายจะไปอาบน้ำไปดูลูก” “ไม่ต้องห่วงครับ ป้าเรไรจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เราสองคนนี้ละ” “ถ้ารู้ว่าเหลือแค่เราสองคนก็ปล่อยค่ะ จะได้รีบลงไปด้านล่างป่านนี้คุณพ่อคงรอทานข้าวแล้วค่ะ” กวิณภัทรทำท่าอ้อยอิ่งเหมือนไม่อยากปล่อย แต่ก็ต้องจำยอมเมื่อปรายปรีญาหงุดหงิดและหยิกแขนเขาไปหนึ่งที จนผิวขาวขึ้นเป็นรอยเขียว “ขอโทษนะคะ คุณพ่อที่ทำให้รอทานข้าว ปรายนี่แย่จริงๆ เลย ตื่นสาย” “ไม่เป็นไรๆ พ่อไม่ใช่คนหัวโบราณนะ ที่จะมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องตื่นสาย เมื่อวานก็คงพากันเหนื่อยด้วย พ่อเข้าใจ” “แล้วนี่ หนูกรีนไปไหนคะ ปรายลงมายังไม่เห็นลูกเลย” “หนู อยู่นี้ค่ะแม่” สาวน้อยยิ้มฟันขาว วิ่งนำหน้าป้าเรไรที่ถือถุงขนมจากร้านสะดวกซื้อเดินตามหลังมา” “ไปไหนมาคะ แล้วไปงอแงอะไรกับป้าเขามาหรือเปล่า” “ไม่
“หะ ว่ายังไงนะ มีคนมาขอประวัติการเดินทางของฉันกับแกเหรอ”“ชู่....เบาๆ ดิแก เดี๋ยวเถ้าแก่ฉันมาได้ยิน ฉันได้โดนไล่ออกพอดี”“ควรถูกไล่ออกตั้งแต่บอกข้อมูลฉันให้ใครก็ไม่รู้แล้วไหม”“ใจเย็นๆแกฉันก็ถูกเจ้านายสั่งมาอีกที ความจริงเขาไม่ให้แกรู้ด้วยซ้ำ”เพื่อนสาวของปรางค์ปรีญาลากเธอออกมาบอกเรื่องที่มีคนมาขอข
มือถือแทบร่วงลงพื้นเมื่อน้องสาวโทรมาบอกว่ากวิณภัทรพยายามตามหาเธอกับลูก แสดงว่าเขาก็รู้แล้วว่าเธอมีลูกกับเขา ใจก็เริ่มกลัวขึ้นมาว่าเขาจะมาพรากลูกไปจากอก หากเขารู้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะยังไงเขาก็ไม่ได้รักเธออยู่แล้ว แต่ลูกคือหัวใจของเธอหากเขามาพาจากไปจะทำอย่างไรเล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งวิตกกังวล "เป็นอะไรไปยา
เวลาเคลื่อนเดือนตะวันคล้อยผ่าน เผลอแป๊บเดียวหนูกรีนก็อายุย่างเข้าสี่ขวบเด็กน้อยแก้มป่องเหมือนแม่แต่เค้าโครงรูปหน้าถอดแบบคนเป็นพ่อมาแทบไม่ผิดเพี้ยน ทำท่าด้อมๆ มองเหมือนหลบซ่อนใครสักคน "กรีนอยู่ไหนลูก " ปรายปรีญาเดินหาเจ้าตัวเล็กที่คอยหลบซ่อนคนเป็นแม่ ถึงเวลาเรียกไปกินข้าวทีไร หายตัวทุกที ปรายปรีญ
เวลา 02.43 ประตูห้องนอนที่แยกไปอีกห้องของคอนโดหรูค่อยๆ เปิดออก เท้าของคนเปิดประตูย่องเข้ามาอย่างแผ่วเบา กวิณภัทรทรุดกายลงนั่งข้างๆ ร่างอวบที่นอนหลับสนิท แถมมีเสียงกรนให้ได้ยินเป็นจังหวะเหมือนรถกำลังปีนภูเขาอีกผมที่ยุ่งเหยิงปิดใบหน้ากลม เขาใช้มือเขี่ยออก แล้วก้มลงจูบเบาๆ ที่หน้าผาก ความรู้สึกแบบนี้