Mag-log inเมื่อสาวร่างอวบที่หน้าตาพอเข้าวัดให้หมาเห่าเล่นได้ ต้องมาแต่งงานเพราะได้เสียกับประธานบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่ แถมเขายังใจร้ายกับเธออีก
view moreติ้ ติ้นนน เสียงเครื่องสแกนบัตรหน้าห้องทำงานประจำแผนกQC ดังขึ้น บ่งบอกว่ามีพนักงานกำลังจะเข้ามา ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างอวบ ที่หิ้วของกินพะรุงพะรัง ผมเพ้าที่ยาวถึงกลางหลัง
กระเซอะกระเซิง เหมือนผ่านสมรภูมิรบมา แต่ก็เป็นความเคยชินของพนักงานแผนกนี้ที่เห็นเป็นประจำทุกวันจนคุ้นชินตา
“พี่ๆ สวัสดีค่ะ ขอโทษทีมาช้า มัวแต่ปิ้งหมูช่วยแม่อยู่” ปรายปรีญาหอบหิ้วของไปไว้บนโต๊ะ พร้อมกับหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ออกมาดูรายชื่อคนที่สั่งหมูปิ้งข้าวเหนียวร้านแม่เธอไว้
“แหม่ อิอ้วน ทำอย่างกะทุกวันมาเช้านี่ กูตักข้าวรอนานละ”
ต่าย สาวทอม ลูกค้าขาประจำที่ชอบสั่งหมูปิ้งกับเธอทุกวัน และเป็นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุดเพราะตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานก็มีต่ายคอยสอนงานเธอเสมอ จึงไม่แปลกที่การแทนชื่อเรียก หรือกิริยาท่าทางที่ไม่สุภาพ อาจไม่ถูกใจใคร แต่เธอและพนักงานในห้องต่างรู้จักนิสัยกันเป็นอย่างดี
“โธ่ พี่ต่าย ทำเป็นบ่น ควรชินแล้วม่ะ เอ้านี้ หมู4 ไม้ ไม่เหนียว”
ปรายปรีญาเดินเอาหมูปิ้งแจกจ่ายตามโต๊ะพี่ๆ และเดินไปที่โต๊ะตัวเองเพื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
เตรียมหน้าเว็บไซน์ เพื่อที่จะทำงานของวันนี้ ก่อนจะหยิบกระเป๋าใบเล็กๆ ที่มีเครื่องสำอางอยู่ข้างในขึ้นมาเขียนคิ้วแต่งหน้าเบาๆ พร้อมกับสางผมที่พันกันยุ่งเหยิงจากการที่เธอขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาทำงานทำให้ลมพัดผมเธอพันกัน จากนั้นก็ค่อยๆ รวบมัดผมตึงขึ้นสูง ให้ดูเรียบร้อย
1ปีสำหรับการทำงานที่นี่ ผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่เธอก็มีความสุขดีกับการทำงาน บริษัทนี้ถือเป็นบริษัทOutsource (เอาท์ซอร์ซ)อันดับ1ของประเทศ ที่บริษัทพาร์ทเนอจากแบรนด์ต่างๆ อยากร่วมทำงานด้วย เนื่องจากที่นี่พนักงานทำงานเร็ว เรียบร้อย และที่สำคัญความผิดพลาดน้อยมากๆ
ส่วนตัวปรายปรีญาเองเลือกที่จะมาอยู่แผนกQC ตรวจสอบคุณภาพไฟล์เสียงของบริษัทประกันแห่งหนึ่ง ที่จ้างOutsource (เอาท์ซอร์ซ)ที่นี่ทำงาน ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยเป็นพนักงานขายประกันผ่านโทรศัพท์มาบ้าง แต่มันคงไม่เวิร์คสำหรับเธอเอง ทนแรงคำด่าของลูกค้าบางคนไม่ไหว เลยตัดสินใจลาออก แล้วมาทำเบื้องหลังแทนดีกว่า
หลังจากจัดการกับผมเพ้า หน้าตาเรียบร้อย ปรายปรีญาก็เริ่มลงมือทำงานทันที ทั้งๆ ที่เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงก่อนเวลาเริ่มงาน ที่เธอต้องเร่งรีบเพราะไฟล์งานต้องส่งเข้าระบบสำนักงานก่อน10โมง และ งานไฟล์นี้ ยาวหลายชั่วโมง เธอฟังค้างไว้ตั้งแต่เลิกงานเมื่อวาน วันนี้เธอจึงต้องรีบทำให้เสร็จ
งานที่ใครหลายๆ คนอาจจะมองว่าง่ายแค่มานั่งฟังๆ จับผิดเซลล์ขายก็จบ แต่หารู้ไม่ว่าเป็นงานที่ยากในระดับหนึ่ง เราต้องอยู่ข้างลูกค้า ว่าวันนี้ที่เขาสมัครทำประกันไปลูกค้าเข้าใจไหม ว่าทำประกันนะ ผลประโยชน์เขาจะได้รับอะไรบ้าง เราต้องตีความหมายคำพูดที่คลุมเครือของเซลล์บางคนที่แจ้งลูกค้าไม่ชัดเจนอาจทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด เกิดเป็นประเด็นฟ้องร้องระหว่างลูกค้ากับบริษัทประกันก็ได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่พนักงานแบบฉันนี่ละ เข้ามาคอยจับผิด เอ๊ย คอยแก้ไขตรงนี้ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงในห้องเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ แต่ทุกคนต่างก็ใจจดใจจ่ออยู่กับการฟังงาน จนหัวหน้าเคาะโต๊ะเรียกทุกคนให้หยุดฟัง เพื่อแจ้งข่าวจากฝ่ายHR
พี่จี๊ด หัวหน้างาน ที่ใจดีสุดๆ แต่ก็เคร่งในกฎระเบียบถือโพสต์อิสแผ่นเล็กๆ เดินมากลางห้อง
“คือเมื่อกี้พี่ได้รับสายจากฝ่ายHR แจ้งเข้ามาว่างานปีใหม่ย้อนหลัง ปีนี้จะจัดขึ้นเสาร์ที่25กุมภาพันธ์นะอีกสองอาทิตย์ และก็ ปีนี้ประธานบริษัทจะมาร่วมงานด้วย”
“โฮ ปีนี้คุณภัทรมางานด้วย งานจะกร่อยไหมเนี่ย “พี่ยี่หวา แฟนสาวดี้คู่กายของพี่ต่ายถามพร้อมทำหน้าแหยงๆ ปรายปรีญาทำหน้างง ว่าคุณภัทรอะไรนี่สามารถทำให้งานกร่อยได้ขนาดนั้นเลยเหรอ
“แล้วตรีมงานปีนี้ละคะ ต้องแต่งตัวแบบไหน” ยี่หวาเป็นฝ่ายถามอีกตามเคย
“พี่เห็นว่า เขาให้ใส่ ชุดสูท กับราตรีนะ เพราะปีนี้ผู้บริหารและหุ้นส่วนมาร่วมงานเกือบทั้งหมด ชุดเลยเป็นทางการหน่อย ยังไง พวกเราเองก็มีเวลา เตรียมตัวหาชุดอีกสองอาทิตย์นะ คิดไม่ออก ก็แพลตตินั่ม ประตูน้ำ”
พี่จี๊ด กระเซ้า เย้สแหย่ น้องๆ ในทีม ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปทำงานเหมือนเดิม
“เออ พี่ยี่หวา ทำไม ถึงบอกว่าคุณภัทร มาจะทำให้งานกร่อยอ่า”
“เอ้า แกไม่รู้เหรอว่าคุณภัทรอ่า เคร่งขรึมจะตาย
รังสีความน่ากลัวนี่แบบ กระจายออกมาเลย เมื่อ3ปีที่แล้วก่อนคุณภัทร จะขึ้นเป็นประธานบริษัทนะ เคยมาร่วมงานครั้งนึง แล้วดันมีเด็กเสิร์ฟ ทำแก้วน้ำหลุดมือ น้ำกระเด็นถูกคุณภัทรเข้า สายตานี่เหมือนจะฉีกร่างเด็กเสิร์ฟเป็นชิ้นๆ แล้วก็สั่งให้งานเลิกก่อนเวลาตั้งชั่วโมงแน่ะ “ยี่หว่าเล่าอย่างออกรส แต่สายตากลับเป็นประกายวิบวับ
“คุณภัทร อะไรนี่ เขาหน้าตา น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอพี่”
“เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่าแกไม่เคยเห็นรูปคุณภัทร แกทำงานได้ปีหนึ่งแล้วนะ แกไปอยู่ที่ไหนมาไม่รู้จักประธานบริษัทตัวเอง”
ยี่หว่ากรอกตามองบนใส่ปรายปรีญา ที่ซื่อจนไม่สนใจโลก
“โอ๊ย เธอ จะให้มันเอาเวลาไหนไปส่องผู้ชาย วันๆ อยู่กับงาน กับหมูปิ้งร้านแม่มันเนี่ย ขนาดแฟนมันยังไม่มี เกาะคานแน่นยิ่งกว่าปลิง ใช่ไหม ปราย”
ต่ายเดินมากอดคอน้องรัก ที่ยืนทำหน้าคิดตามก่อนจะคิดได้ว่าโดนหลอกด่า พี่ๆ เขาก็หัวเราะสนุกสนานกันทั้งห้องละ
“เอ้า จะเม้ากันอีกนานไหม งานฉันวันนี้จะได้ส่งให้ลูกค้าไหม แม่คุณ”
เสียงพี่จี๊ด ลอยมาตามลม ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายหายเข้าโต๊ะเคลียร์งานตัวเอง
จนกระทั่งเลิกงาน ปรายปรีญา ขับรถกลับมาบ้านหลังเล็กๆ ที่แม่เธอเก็บหอมรอบรืบซื้อไว้เมื่อ15ปี
ที่แล้ว หลังจากเลิกรา,เลิกร้างกับพ่อของเธอ เพราะช่วงก่อนหน้านั้นแม่เธอติดการพนันและเหล้าหนักมาก จนพ่อทนไม่ไหวเลยขอแยกทางไป แต่งงานใหม่ แล้วย้ายไปอยู่ที่พิษณุโลกพร้อมกับภรรยาใหม่ การที่พ่อขอแยกทางทำให้แม่คิดได้ จึงเลิกการพนัน เลิกเหล้า ตั้งใจทำงานจนมีเงินมาซื้อบ้านอยู่กับเธอ กลิ่นของกะเพราลอยฟรุ้งไปถึงนอกบ้าน ปรายปรีญา ค่อยๆ เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับโอบกอดแม่จากข้างหลัง
“กลับมาแล้วเหรอ แม่กำลังทำของโปรดแกพอดีเลย”
ปากพูดแต่มือก็ยัง พะวงกับตะหลิวและกระทะที่อยู่ตรงหน้า
“แม่ แล้วปรางไปไหนอ่า หนูยังไม่เห็นน้องเลย”
“โทรมาบอกแม่เมื่อกี้ ว่าติดติวข้อสอบ กลับดึกให้เราหาไรกินก่อนเลย”
“ป่ะ แม่ปรายหิวแล้วไปกินข้าวกันเถอะ”
ปรายปรีญาเดินนำลิ่วมาที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะตักข้าวพูนจาน จนคนเป็นแม่อดขำไม่ได้ว่าสงสัยลูกสาวเธอหิวจริงๆ
“กินเยอะขนาดนี้แล้วก็บ่นว่าอ้วน”
“โธ่ แม่ ย้ำหนูจังว่า อ้วน เพราะแม่นั่นละ ใครบอกให้ทำกับข้าวอร่อย ดูสิ หนูเลยต้องกินให้หมดเสียดายของ”
พร้อมกับตักข้าวคำโตเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ คนเป็นแม่เห็นลูกกินได้ขนาดนี้ก็อดดีใจไม่ได้ถึงจะปราม แต่ก็มีความสุขทุกครั้งที่เห็นลูกกิน
“นี่ค่ะแม่Orderหมูปิ้ง ของพี่ๆ ที่ทำงานพรุ่งนี้ มีแผนกอื่นด้วยนะคะ”
แผ่นกระดาษเล็กๆ แต่ยาวเกือบสองคืบถูกยื่นให้คนเป็นแม่
“สั่งกินกันทุกวันไม่เบื่อกันหรือไง”
“หนูก็สงสัยแบบแม่นั้นละ แต่ถามพี่เขาแล้ว เขาบอกของแม่อร่อยยยยที่สุดดดดด”
ปรายปรีญาพูดฉอเลาะ เอาใจแม่ก่อน เดินขึ้นไปอาบน้ำล้างตัวเข้านอน เพื่อที่จะเตรียมร่างกายไปสู้งานวันพรุ่งนี้
เวลา 07.45น. ร่างหนา ก้าวขาลงจากมอไซน์คู่ใจพร้อมกับดันร่างตัวเองเข้าซองเพื่อเก็บรถและขนของกิน ซอกเล็กๆ แค่นี้ไม่สามารถทำอะไร ผู้หญิงถึก หนักเกือบ60 สูงแค่163ได้เลย เพราะถึงหุ่นจะไม่บางแบบนางแบบแต่คนแบบปรายปรีญาก็ทำอะไรคล่องแคล่ว กระชับกระเชง จนคนผอมยังอาย
“เดี๋ยวค่ะ!!! รอด้วย”
เสียงเรียกบอกคนที่อยู่ในลิฟต์รอเธอก่อน พร้อมกับสาวเท้าก้าวขาเข้าเลิฟ แบบเฉียดฉิว แต่ผู้ชายข้างในก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกดลิฟต์ให้เธอแม้แต่น้อย ปรายปรีญาจึงใช้หางตามองสำรวจ คนที่อยู่ข้างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า เนี๊ยบ สูง หุ่นเปะ ปรายปรีญาค่อยๆ ไล่สายตาขึ้นไปจนไปปะทะ กับสายตาของ เจ้าของร่างที่เธอสำรวจอยู่ สายตาคมกริบจ้องเธอกลับด้วยแววตาที่ไม่พอใจ บ่งบอกว่าให้หยุดการกระทำที่ไร้มารยาทนี่ซะ
สายตาคมคู่นั้นก็แอบสำรวจผู้หญิงคนนี้ไม่ต่างกัน เขาใช้สายตาเลื่อนลงมาระหว่างอก ที่มีป้ายเล็กๆ ขนาด สี่เหลี่ยมผืนผ้า
“ปรายปรีญา ณริการุณ แผนก QA QC”
แผนกนี้เขาไม่สอนการแต่งตัวมาทำงานหรือไงนะ สภาพ เหมือนศพ ที่ลากตัวเองออกจากที่นอนเลย ชายหนุ่มสำรวจผู้หญิงข้างๆ พร้อมกับขยับตัวออกห่างหนึ่งก้าวเพราะกลิ่นอาหารที่เธอหอบพะรุงพะรังคละคลุ้งไปทั่วลิฟต์ ปรายปรีญาเหมือนรับรู้รังสีอำมหิตที่แผ่มา จึงเขยิบ ออกห่างมาอีก1ก้าว พร้อมกับหันสายตาไปทางอื่น จึงเห็นว่าชายหนุ่มกดลิฟต์ไปชั้นบนสุดของตึก คงเป็นpartnerมาติดต่องานแน่ๆ
"ติ๊ด ชั้น17ค่ะ"
เสียงโอเปอเรเตอร์แจ้งบอกชั้นที่ลิฟต์จอด ปรายปรีญาไม่รอช้า จำพรวดเดินออกมาอย่างไว พร้อมกับถอนหายใจดังเฮือก เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในลิฟต์ เธอแทบไม่หายใจ คนบ้าอะไร หล่อมากมาย แต่น่ากลัวมาก แล้วต้องเก๊กเตะท่าขนาดนี้ด้วยมะ ปรายปรีญารีบเดินเข้าห้องทำงานก่อนเจอว่าลูกค้าขาประจำถือถ้วยช้อนรอแล้ว
“พี่ต่าย พี่ยี่หวา เมื่อกี้น้องเข้าลิฟต์มากับผู้ชายคนนึงอ่า แต่รังสีความน่ากลัวนี่แผ่ซ่านจนขนสันหลังลุกเลย แต่เขาหล่อมากเลยนะ”
“ทำไม มึงคิดว่าเป็นเนื้อคี่ตัวเองหรือไง เห็นผู้ชายหล่อ ระริกระลี้”
ต่ายกระเซ้าเย้าแหย่น้องพร้อมกับเคี้ยวหมูตุ้ยๆ ในปาก
“เธอก็ว่าน้อง แต่หล่อมากใช่ไหม ทำไมไม่ตามไปขอเบอร์ละ”
ยี่หวาเหมือนจะเข้าข้างแต่ก็ผสมโรงแหย่น้องเหมือนกัน
“หึ หล่อแค่ไหน แต่มองเหมือนจะฉีกร่างฉันแบบนั้น ขอGood Byeจ๊ะ หนูควรพักก่อน ไม่ไหว”
พูดจบ ปรายปรีญาก็เดินเข้าโต๊ะทำงานเหมือนเคย พร้อมกับครุ่นคิดว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะต้องถึงงานปีใหม่บริษัทแล้วเธอยังหาชุดถูกใจไม่ได้สักที เสาร์นี้กะว่าจะชวนน้องสาวคนสวย ดีไซเนอร์ในอนาคตมาช่วยเลือกชุดให้ไม่รู้ว่าน้องนางจะว่างไหม
"ฮือออ หึๆๆ ฮือออออ"เสียงร่ำไห้ ของผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของกวิณภัทรตอนนี้ มันช่างเจ็บปวดกรีดลึกลงไปในใจเขานัก"พี่จะไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง มันทำแบบนี้กับน้องแก้วได้ยังไง""พี่ภัทร อย่าไปเลยนะคะ ยิ่งพี่ไปหาเขา เขายิ่งจะทำร้ายแก้ว""แต่ว่า น้องแก้ว....""แก้วไม่เป็นไรค่ะ แก้วแค่อยากระบายความรู้สึกที่มันอยู่ข้างใน เท่านั้นเอง"สาวสวยใบหน้าหวาน แต่ดวงตากลับแปดเปื้อนน้ำตา ที่ไหลลงมาอาบสองแก้ม รอยฝ่ามือจางๆ บนใบหน้าที่ยังทิ้งรอยไว้ให้เขาเห็นแก้วฤดี เป็นผู้หญิงที่กวิณภัทรแอบรักมาตั้งแต่เรียนอยู่ม.ปลาย แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถครอบครองคนที่อยู่ตรงหน้าได้แล้ว เพราะแก้วฤดีเพิ่งแต่งงานไปเมื่อสองปีก่อนกับเพื่อนร่วมมหาลัยของเขา เขาเคยสารภาพรักกับผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว แต่เธอเลือกที่จะปฏิเสธเขา เพราะแก้วฤดีรักผู้ชายที่เป็นสามีมาก แต่แต่งงานกันหม้อข้าวยังไม่ทันดำ สามีก็ออกลายเสือ แอบคบชู้ จนแก้วฤดีจับได้หลายครั้ง และทุกครั้งเขาจะเป็นที่พักพิงทางใจ สำหรับเธอเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน พอเห็นข้อความที่แก้วฤดีส่งมา เขาไม่เคยลังเลที่จะไม่มาทันทีเลยสักครั้ง"แก้วไม่น่าแต่งงานกับเขาเลย แก้วนึกว่าเขาจะรักแก้วเหมือ
“พี่ปรายชุดนี้เป็นไง สวยไหม”เสียงเรียกของน้องสาวคนเดียวของปรายปรีญา ที่วันนี้เธอขอร้องให้มาเป็นเพื่อนเพื่อเลือกซื้อชุดราตรีใส่ไปงานเลี้ยงวันเสาร์ที่จะถึงนี้ปรางปรีญาถือชุดเดรสเกาะอกสีแดงแปร๊ดดดความยาวสั้นเลยเขาขึ้นมาเหนือต้นขาเดินเข้ามาพร้อมกับเอาชุดทาบใส่ตัวเธอเพื่อวัดขนาดดูว่าเหมาะกับเธอหรือไม่แต่สำหรับปรายปรีญาชุดนี้ไม่เหมาะกับเธออย่างยิ่งด้วยรูปร่างของตัวเองที่อวบอั๋นและไม่ได้สูงมากจึงไม่เหมาะมากนักหากใส่ชุดสีสันสดเกินไป“ไม่อ่า พี่ว่ามันโป๊ไป อีกอย่างแกดูสาระร่างพี่ด้วยไม่เอาตีกว่า”"แต่ปรางว่าสวยดีออก อีกอย่างหุ่นแบบพี่ปรายสมัยนี้เขาฮิตกันจะตาย "ปรางปรีญาพูดกระเซ้าเย้าแหย่พี่สาวแต่ความเป็นจริงตัวเธอเองอยากได้เองมากกว่าแต่ติดตรงที่ว่าไม่รู้จะใส่ไปงานอะไร จึงตัดใจเอาชุดกลับไปแขวนไว้ที่เดิม ปรายปริญาเดินเข้าออกล็อกร้านขายเสื้อผ้าอยู่นาน จนไปเจอชุดกึ่งเดรสถึงราตรีสีน้ำเงินเข้ารูปทรง ถ้ามองผ่านๆ ก็พอดีกับรูปร่างของเธอความยาวของชุดยาวลงมาถึงเข่า รอบกระโปรงมีผ้าลูกไม้บางๆ โอบรอบไว้อีกชั้น แขนเสื้อเปิดไหลไม่โป๊มากเกินไป ตอนเธอเดินมา มองแว๊ปแรกถึงกับสะดุดตา ปรางปรีคนหนึ่งเดินมาเห็นย
ติ้ ติ้นนน เสียงเครื่องสแกนบัตรหน้าห้องทำงานประจำแผนกQC ดังขึ้น บ่งบอกว่ามีพนักงานกำลังจะเข้ามา ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างอวบ ที่หิ้วของกินพะรุงพะรัง ผมเพ้าที่ยาวถึงกลางหลังกระเซอะกระเซิง เหมือนผ่านสมรภูมิรบมา แต่ก็เป็นความเคยชินของพนักงานแผนกนี้ที่เห็นเป็นประจำทุกวันจนคุ้นชินตา“พี่ๆ สวัสดีค่ะ ขอโทษทีมาช้า มัวแต่ปิ้งหมูช่วยแม่อยู่” ปรายปรีญาหอบหิ้วของไปไว้บนโต๊ะ พร้อมกับหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ออกมาดูรายชื่อคนที่สั่งหมูปิ้งข้าวเหนียวร้านแม่เธอไว้“แหม่ อิอ้วน ทำอย่างกะทุกวันมาเช้านี่ กูตักข้าวรอนานละ”ต่าย สาวทอม ลูกค้าขาประจำที่ชอบสั่งหมูปิ้งกับเธอทุกวัน และเป็นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุดเพราะตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานก็มีต่ายคอยสอนงานเธอเสมอ จึงไม่แปลกที่การแทนชื่อเรียก หรือกิริยาท่าทางที่ไม่สุภาพ อาจไม่ถูกใจใคร แต่เธอและพนักงานในห้องต่างรู้จักนิสัยกันเป็นอย่างดี“โธ่ พี่ต่าย ทำเป็นบ่น ควรชินแล้วม่ะ เอ้านี้ หมู4 ไม้ ไม่เหนียว”ปรายปรีญาเดินเอาหมูปิ้งแจกจ่ายตามโต๊ะพี่ๆ และเดินไปที่โต๊ะตัวเองเพื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เตรียมหน้าเว็บไซน์ เพื่อที่จะทำงานของวันนี้ ก่อนจะหยิบกระเป๋าใบเล็กๆ ที่ม