LOGINแสงสีขาววาบแวบหนึ่ง หลินซือเหยียนกระพริบตาเหมือนหลุดจากพวังค์
เสียงเพลงแต่งงานดังอื้ออึง เสียงหัวเราะและเสียงแก้วชนกัน เธอลืมตาขึ้น กระจกบานใหญ่ตรงหน้า
หญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาว หน้าตาเหมือนเธอ แต่อ่อนกว่าสิบปี ไม่มีรอยคล้ำ ไม่มีความเศร้า
เธอยกมือแตะแก้มของตัวเอง... ยังอุ่นอยู่ เธอยังมีชีวิต เธอหันไปเห็นปฏิทินบนโต๊ะเครื่องแป้ง วันนี้เป็นวันแต่งงานของเธอ หลินซือเหยียนจ้องตัวเองในกระจกแล้วยิ้ม รอยยิ้มอ่อนหวานเหมือนหญิงสาวที่เพิ่งแต่งงาน แต่ในดวงตากลับมีบางอย่างที่เยือกเย็น เธอจำทุกอย่างได้ และเธอจะไม่ให้อภัยใคร
เสียงประตูเปิด กู้ถิงเฉินเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสดใส "เจี๋ยเจี๋ย! ออกมาได้แล้ว!"
หลินซือเหยียนหันไปมองเขา ชายที่พรุ่งนี้จะรักเธอ แต่สามปีข้างหน้าจะปล่อยให้เธอตาย
เธอเดินเข้าไปหา ยกมือแตะแก้มเขา
"ที่รัก..."
น้ำเสียงอ่อนหวานราวกับน้ำผึ้ง แต่ในใจเธอขมขื่นเหมือนยาพิษ
"วันนี้ฉันจะทำให้เธอมีความสุขที่สุด"
กู้ถิงเฉินยิ้มกว้างไม่รู้เรื่อง หลินซือเหยียนมองผ่านบ่าของเขาไปยังประตู ที่ซึ่งซูเยี่ยนกำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแสนอบอุ่น แม่สามีที่แสนดี หลินซือเหยียนยิ้มให้เธอ แต่ในใจพูดกับตัวเองว่า
คราวนี้ ฉันจะทำให้แกลงนรก ทีละคน
เสียงเพลงแต่งงานดังกระหึ่มไปทั่วห้องโถงใหญ่ของโรงแรมห้าดาว ไฟประดับระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นปูนขัดเงา แขกเหรื่อนับร้อยนั่งกันเป็นระเบียบ บ้างก็ยกแก้วอวยพร บ้างก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพคู่บ่าวสาวหลินซือเหยียนยืนอยู่กลางเวทีข้างๆ กู้ถิงเฉิน รู้สึกถึงน้ำหนักของชุดแต่งงานที่แสนจะหนักอึ้ง ทั้งลูกไม้ระบายหลายชั้นและชายกระโปรงที่ยาวที่ลากบนพื้น มันเหมือนกับชีวิตที่เธอเคยมีในชาติก่อน หนักอึ้งจนหายใจไม่สะดวก แต่คราวนี้ เธอไม่ยอมให้ใครมาบังคับเธออีกแล้ว
"เจี๋ยเจี๋ย เป็นอะไรไป? ทำไมถึงดูเหม่อลอยจัง" กู้ถิงเฉินก้มลงกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงอบอุ่นและเป็นห่วงเหมือนเดิม
หลินซือเหยียนหันไปมองเขา ชายหนุ่มที่เธอเคยรักมากกว่าชีวิตตัวเอง ตอนนี้ยังคงสวยงาม น่าไว้วางใจ และโง่เขลาพอๆ กับวันที่เธอตาย
"ไม่มีอะไรค่ะ" เธอยิ้ม "แค่คิดว่าวันนี้ช่างสวยจริง ๆ "
กู้ถิงเฉินยิ้มกว้าง ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของภรรยาในวันนี้ไม่ได้มีความรักอีกต่อไปแล้ว มันเป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังกะระยะโจมตี พิธีกรกำลังพูดถึงประวัติความรักของทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจ ด้านล่างเวที ซูเยี่ยนนั่งอยู่ที่โต๊ะหัวแถว แต่งกายด้วยชุดสีม่วงเข้ม ดูสง่างามและมีอำนาจ เธอพยักหน้าให้แขกที่เดินผ่านไปมาอย่างมีระดับ สายตาที่มองลูกชายและลูกสะใภ้เต็มไปด้วยความพอใจ แต่เมื่อสายตาของเธอเลื่อนมาที่หลินซือเหยียน มันกลับมีความเย็นชาแวบหนึ่ง
หลินซือเหยียนเห็น เธอเห็นมันตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นเธอเลือกที่จะหลอกตัวเองว่าเป็นแค่จินตนาการ
คราวนี้ เธอจะไม่หลอกตัวเองอีกต่อไป
หลินซือเหยียนอ่านจนจบ ก่อนพับจดหมายเก็บอย่างเรียบร้อย“เธอให้ฉันทำไม”“ผมคิดว่าคุณควรรู้”หลินซือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น“คุณ... ไปเยี่ยมแม่คุณบ้างไหม”กู้ถิงเฉินพยักหน้า“ไป”“แล้วเป็นยังไงบ้าง”“แม่ดูดีขึ้นมาก”“ก็ดี”เงียบไปครู่หนึ่ง กู้ถิงเฉินจึงถามเบา ๆ“คุณจะให้อภัยแม่ผมไหม”หลินซือเหยียนมองลูกชายที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ไม่ไกล“ฉันให้อภัยไปนานแล้ว”กู้ถิงเฉินนิ่ง“แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันจะลืม”เขาพยักหน้า“ผมเข้าใจ”คืนนั้นหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนระเบียง ลูกชายหลับไปแล้ว อาเหมยเองก็เข้านอนแล้วเหลือเพียงเธอกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวประตูด้านหลังเปิดออก กู้ถิงเฉินเดินออกมา“ยังไม่นอนอีกเหรอ”“นอนไม่หลับ”เขาเดินมานั่งลงข้าง ๆ“คิดอะไรอยู่”หลินซือเหยียนเงียบไปนาน ก่อนตอบเบา ๆ“คิดถึงเรื่องเมื่อก่อน”กู้ถิงเฉินไม่ได้ถามต่อทั้งสองนั่งเงียบอยู่ด้วยกันผ่านไปครู่ใหญ่ หลินซือเหยียนจึงเอ่ยขึ้น“กู้ถิงเฉิน”“ครับ”“ฉันมีเรื่องจะบอก”เขาหันมามอง“อะไร”หลินซือเหยียนสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ“ฉัน... พร้อมแล้ว”“พร้อมอะไร”เธอหันไปสบตาเขา“พร้อมจะเริ่มต้นใหม่”กู้ถิงเฉินนิ่งไป“กั
เวลาผ่านไปเก้าเดือนบ้านหลังเล็กในย่านชานเมืองที่เคยเงียบเหงา กลับมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิม ทั้งเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมจากอาหารที่ลอยออกมาจากในครัวหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกตรงระเบียง มือหนึ่งประคองท้องที่โตขึ้นมาก อาเหมยเดินไปเดินมาอยู่ไม่ไกล สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น“คุณผู้หญิง... หมอกำหนดคลอดไว้เมื่อไหร่คะ”“อีกสองสัปดาห์”“หนูตื่นเต้นจังเลยค่ะ”หลินซือเหยียนหัวเราะเบา ๆ“ตื่นเต้นอะไร เธอไม่ได้คลอดเองสักหน่อย”“ก็หนูจะช่วยเลี้ยงนี่คะ”หลินซือเหยียนลูบท้องตัวเองเบา ๆ“อีกหน่อยเธอจะได้มีเพื่อนเล่นแล้ว”อาเหมยยิ้มกว้าง“จริงด้วยค่ะ”สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วหลินซือเหยียนเปิดร้านขายของเล็ก ๆ อยู่หน้าบ้าน ขายของชำและเครื่องดื่มให้คนในชุมชนเธอไม่ได้กลับไปทำงานเป็นที่ปรึกษาครอบครัวเหมือนเดิม แต่เลือกนำความรู้ที่มีมาเปิดสถานที่ให้คำปรึกษาเล็ก ๆ สำหรับผู้หญิงที่กำลังเผชิญปัญหาความรุนแรงในครอบครัวส่วนกู้ถิงเฉินยังคงมาหาเธอแทบทุกวันตอนแรกเขามาช่วยซ่อมบ้านต่อมาก็ช่วยยกของเข้าร้านจนตอนนี้... เขากลายเป็นคนที่ช่วยดูแลลูกหลินซือเหยียนไม่เคยพูดว่าพวกเขากลับมาคบกัน แต่เธอก็ไม่เคยไล่เข
รถยนต์สีดำแล่นออกจากโรงพยาบาลหลินซือเหยียนนั่งอยู่เบาะหลัง ส่วนกู้ถิงเฉินนั่งอยู่ด้านหน้า อาเหมยเป็นคนขับเมื่อรถแล่นผ่านสี่แยก สายตาของหลินซือเหยียนพลันหยุดลงที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามซูเยี่ยนยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังเธอสวมเสื้อผ้าธรรมดา ผมรวบเรียบร้อย ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง และดูผอมลงกว่าเดิมมากหลินซือเหยียนมองอยู่ครู่หนึ่งในใจไม่มีทั้งความสะใจและความสงสาร มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าที่อธิบายไม่ได้“อาเหมย”“คะ”“จอดรถ”อาเหมยนำรถเข้าจอดข้างทางกู้ถิงเฉินหันกลับมา“เจี๋ยเจี๋ย มีอะไรครับ”หลินซือเหยียนเปิดประตู“รออยู่ในรถ”เธอเดินข้ามถนนไปยังป้ายรถเมล์ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้น“คุณหลิน”“คุณซู”ทั้งสองยืนมองหน้ากันเงียบ ๆ“รถเมล์ยังไม่มาเหรอ”“อีกประมาณสิบนาที”ซูเยี่ยนมองเธอ“คุณ... ไปหาหมอมาเหรอ”“ค่ะ ไปตรวจครรภ์มา”ซูเยี่ยนชะงัก“คุณท้อง... ลูกของถิงเฉินเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ดีใจด้วย”หลินซือเหยียนมองเธอครู่หนึ่ง“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเยาะเย้ยคุณ ฉันแค่อยากบอกว่า... ฉันไม่โกรธคุณแล้ว”ซูเยี่ยนนิ่งไป“แต่ฉันก็ยังไม่ลืม”“ฉันเข้าใจ”“ฉันหวังว่าคุณจะดูแลตัวเองให้ดี และต่อจากนี้... อย่าทำแ
ในห้องตรวจแพทย์หญิงวัยสี่สิบกว่าตรวจครรภ์อย่างละเอียด ก่อนจะยิ้มให้คนไข้ตรงหน้า“คุณหลินคะ ตอนนี้อายุครรภ์ประมาณสิบเอ็ดสัปดาห์แล้วนะคะ”หลินซือเหยียนพยักหน้า“เด็กแข็งแรงดีค่ะ หัวใจเต้นปกติ”“ขอบคุณค่ะ”แพทย์หญิงเปิดดูผลตรวจในแฟ้มต่อสีหน้าของเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย“แต่จากผลตรวจครั้งก่อน หมอเห็นว่ามีสารกดประสาทอยู่ในเลือด”หลินซือเหยียนนิ่งไป“ช่วงนี้ยังมีอาการผิดปกติอะไรอยู่ไหมคะ”“ไม่มีแล้วค่ะ”“ดีแล้วค่ะ แต่หมออยากให้ตรวจเลือดซ้ำอีกครั้ง เพื่อดูว่ายังมีสารตกค้างอยู่หรือไม่ จะได้ติดตามให้แน่ใจว่าไม่มีผลต่อสุขภาพของคุณกับเด็ก”“ได้ค่ะ”แพทย์หญิงบันทึกข้อมูลลงในแฟ้ม ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง“แล้วคุณพ่อของเด็กมาด้วยไหมคะ”หลินซือเหยียนชะงักไปเล็กน้อย“มาค่ะ... แต่รออยู่ข้างนอก”“ถ้าสะดวก หมออยากคุยกับเขาสักหน่อยค่ะ เรื่องการดูแลคุณระหว่างตั้งครรภ์”หลินซือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า“ได้ค่ะ”เธอลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูห้องตรวจทันทีที่ประตูเปิด กู้ถิงเฉินก็เงยหน้าขึ้น“เป็นยังไงบ้าง”“หมออยากคุยกับคุณ”กู้ถิงเฉินชะงัก“กับผม?”“ใช่”เขารีบลุกขึ้นเดินตามเธอเข้าไปในห้องตรวจหลินซื
เช้าวันจันทร์หลินซือเหยียนเพิ่งลืมตาตื่นได้ไม่นาน ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอรีบลุกจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำ อาเหมยที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงก็รีบตามเข้าไป“คุณผู้หญิง... แพ้ท้องอีกแล้วเหรอคะ”หลินซือเหยียนคุกเข่าอยู่หน้าโถสุขภัณฑ์ อาเหมยคอยลูบหลังให้อย่างเบามือเมื่ออาการคลื่นไส้ทุเลาลง อาเหมยจึงถามขึ้น“วันนี้หมอนัดตรวจครรภ์ไม่ใช่เหรอคะ”“อือ”หลินซือเหยียนตอบสั้น ๆ ก่อนเปิดน้ำล้างหน้าแล้วใช้ผ้าขนหนูซับริมฝีปาก“คุณผู้หญิงจะไปเอง หรือให้หนูไปด้วยคะ”“ฉันไปคนเดียวก็ได้”อาเหมยมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้“เมื่อวานคุณผู้ชายโทรมา บอกว่าถ้าคุณผู้หญิงจะไปหาหมอ เขาอยากไปด้วยค่ะ”มือของหลินซือเหยียนที่กำลังเช็ดหน้า หยุดลงเล็กน้อย“แล้วแต่เขาเถอะ”เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนเดินออกจากห้องน้ำบนโต๊ะในครัวมีถุงของหลายใบวางอยู่ ที่มุมถุงมีลายมือคุ้นตาเขียนอยู่บนกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก“วันนี้หมอนัด ผมจะรออยู่ที่โรงพยาบาล ถ้าคุณไม่มา ผมจะกลับ”หลินซือเหยียนยืนมองข้อความนั้นอยู่นานสุดท้ายเธอก็หยิบกระดาษขึ้นมา พับอย่างเรียบร้อย แล้วเก็บใส่กระเป๋า“อาเหมย”“ค่ะ”“เตรียมชุดให้ฉันหน่อย”
ซูเยี่ยนรับกระดาษทิชชูมา เช็ดน้ำตาเงียบๆ"ยอมรับอะไรคะ""ยอมรับว่าคุณควบคุมทุกอย่างไม่ได้"ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้น"แม้แต่คนที่ฉันรัก?""ค่ะ"เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้าลงอีกครั้ง"ฉันแค่... ไม่อยากถูกทิ้งอีก""เพราะสามีเคยทิ้งคุณไป"ซูเยี่ยนเม้มริมฝีปาก น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาอีกครั้ง"ค่ะ ตอนนั้นลูกยังเด็ก ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเลี้ยงเขาให้โตขึ้นมาได้ยังไง"เธอสูดลมหายใจลึก"ฉันเคยคิดว่าถ้าฉันดีพอ ถ้าฉันทำทุกอย่างให้ครอบครัวดีพอ เขาคงไม่ไป"นักจิตวิทยามองเธออย่างสงบ"แต่เขาก็ไปแล้วนะคะ""ค่ะ"คำตอบสั้นๆ ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลง"ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็กลัวมาตลอดว่า คนที่ฉันรักจะทิ้งฉันไปอีก""รวมถึงลูกของคุณ"ซูเยี่ยนพยักหน้า"ฉันเลยพยายามควบคุมเขา""เพราะคุณกลัวว่าจะเสียเขาไป""ค่ะ"เธอก้มหน้าลง มองกระดาษทิชชูในมือ"ฉันอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ไปไหน ทำอะไร อยู่กับใคร... ฉันคิดว่าถ้ารู้ทุกอย่าง ฉันจะปกป้องเขาได้"เสียงของเธอสั่น"แต่สุดท้าย ฉันกลับทำให้เขาอึดอัด""และทำให้เขาอยากหนีจากคุณ"ซูเยี่ยนหลับตาลง น้ำตาไหลผ่านแก้ม"ค่ะ"นักจิตวิทยาเว้นช่วง ก่อนพูดขึ้นอย่างนุ่มนวล"การรักใครสักคน







