Home / วัยรุ่น / สายลม...ที่หวังดี / วิธีจีบ ที่อยากให้เธอใช้กับเรา

Share

วิธีจีบ ที่อยากให้เธอใช้กับเรา

last update publish date: 2026-09-23 14:16:41

บรรยากาศในห้องเรียน ม.5/2 ยามเย็นหลังเลิกเรียนยังคงเงียบสงบ แสงแดดสีส้มรำไรของพระอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาตกกระทบโต๊ะเรียนแถวหลังสุด ริชากำลังก้มหน้าก้มตาจัดเก็บสมุดหนังสือใส่กระเป๋าเป้ใบโปรดจะกลับบ้าน ทว่าเสียงก้าวเท้าอันคุ้นเคยที่เดินตรงเข้ามาหาอย่างรีบร้อน กลับทำให้จังหวะการเก็บของเธอต้องหยุดชะงักลง

"ริชา! โชคดีจังที่เธอยังไม่กลับ"

เอิร์ธเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของเธอด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเต็มไปด้วยความมั่นใจในยามขึ้นเล่นดนตรี บัดนี้กลับมีร่องรอยของความประหม่าและความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แก้มทั้งสองข้างของเขาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"มีอะไรเหรอเอิร์ธ ทำไมทำหน้าตาตื่นเต้นขนาดนั้นล่ะ" ริชาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ พยายามใช้น้ำเสียงเรียบเย็นและเป็นธรรมชาติที่สุดกลบเกลื่อนอาการหัวใจกระตุก

เอิร์ธเลิ่กลั่กหันซ้ายหันขวามองรอบห้องเรียนเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้ว เขาก็ขยับเก้าอี้ตัวข้างๆ มานั่งลงใกล้ๆ โน้มตัวเข้ามาหาเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวราวกับกลัวใครจะได้ยิน

"คือ... เรามีเรื่องสำคัญมากอยากจะปรึกษาเธอน่ะริชา เรื่องนี้เราไม่กล้าบอกใครเลย แม้แต่เพื่อนในกลุ่มดนตรีก็ยังไม่ได้บอก"

"เรื่องอะไรเหรอ ปรึกษาเราได้นะ" ริชามองตาเขา หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นระทึกขึ้นมาด้วยความหวังเล็กๆ ในใจที่แอบซ่อนอยู่ ความสนิทสนมและท่าทีลับๆ ล่อๆ ของเขาทำให้เธอแอบคิดเข้าข้างตัวเองไปชั่ววูบ

ทว่า... ประโยคถัดมาที่หลุดออกจากปากชายหนุ่ม กลับเป็นเหมือนเข็มเล่มคมที่ทิ่มแทงเข้ากลางหัวใจของเธออย่างจัง

"เรา... เราแอบชอบ 'ลูกปัด' ห้อง 3 ว่ะริชา"

คำว่า 'ลูกปัด' ดังกล้องอยู่ในหัวของริชา ลูกปัด... ดาวโรงเรียนคนสวยประจำห้อง 3 ผู้หญิงที่มีรอยยิ้มหวานหยดย้อย น่ารัก เพียบพร้อม และเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มครึ่งโรงเรียน

"ลูกปัด... ห้อง 3 เหรอ" ริชาพยายามประคองเสียงไม่ให้สั่น รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งเกร็งไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะบังคับมุมปากให้ยิ้มตอบกลับไป "เอิร์ธ... แอบชอบลูกปัดเหรอ"

"อืม แอบชอบมาสักพักแล้วว่ะ" เอิร์ธยกมือขึ้นเกาต้นคอแก้เขิน สายตาประกายความสุขและเพ้อฝันอย่างที่ไม่เคยมีให้ใครมาก่อน "เวลาเห็นเขายิ้มหรือเดินผ่านนะ ใจเราเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาเลย แต่เราไม่รู้จะเริ่มจีบเขายังไงดีว่ะริชา เรากลัวเขาปฏิเสธ กลัวทำตัวเอ๋อใส่เขา เธอเป็นผู้หญิงเหมือนกัน น่าจะเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงดีใช่มั้ย... พอจะมีวิธีจีบแบบเนียนๆ แนะนำเราบ้างไหม"

ริชานิ่งเงียบไป ดวงตาสุกใสมองสบสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเอิร์ธ ในอกซ้ายของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาจนชาไปทั้งแถบ ความรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดจนหายใจลำบาก แต่มนุษย์เราช่างแปลก... ยิ่งเจ็บปวดเท่าไหร่ หน้ากาก 'เพื่อนแสนดี' ก็ยิ่งถูกสวมได้เนียนขึ้นเท่านั้น

เธอกลืนก้อนเนื้อเอื้องเค้นความเจ็บลงคอไป ก่อนจะส่งรอยยิ้มอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ไปให้เขา

"เอิร์ธอยากได้วิธีแบบไหนล่ะ" ริชาเอ่ยถามเบาๆ

"ขอแบบเนียนๆ ไม่รุกแรงเกินไปจนเขาตกใจน่ะ เอาแบบค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในชีวิตเขา ให้เขาค่อยๆ คุ้นเคยกับเราทีละนิด" เอิร์ธรีบตอบทันที

ริชามองหน้าชายหนุ่มที่เธอแอบรักหมดหัวใจ เธอนึกถึงความปรารถนาลึกๆ ในใจของตัวเองตลอดเวลาที่ผ่านมา นึกถึงสิ่งที่เธอ อยากให้ใครสักคนทำกับเธอ สิ่งที่เธอฝันอยากให้เอิร์ธใช้มองเธอและใส่ใจเธอแบบนั้นบ้าง...

คำแนะนำที่เธอกำลังจะพูดออกไป มันคือ 'บทสรุปความฝัน' ของตัวเธอเองทั้งสิ้น

"ถ้าเป็นเรานะ..." ริชาเริ่มพูด สายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเผลอไผล ราวกับกำลังบรรยายภาพความฝันของตัวเอง "เราชอบผู้ชายที่ไม่ต้องเล่นใหญ่ ไม่ต้องเอาดอกไม้พุ่มโตมาให้ต่อหน้าคนเยอะๆ แต่ชอบผู้ชายที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า"

"ยังไงเหรอ" เอิร์ธกางสมุดโน้ตเล็กๆ ออกมา ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ

"อย่างแรก... ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยที่คนอื่นมองข้าม" ริชาหันกลับมามองเอิร์ธ "จำรายละเอียดของเขาให้ได้ เช่น เขาชอบกินน้ำอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน เวลาเขาเหนื่อยหรือดูเครียดๆ ไม่ต้องเข้าไปถามเซ้าซี้ แค่แอบเอาขนมหรือเครื่องดื่มที่เขาชอบไปวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับโพสต์อิทโน้ตให้กำลังใจสั้น ๆ ไม่ต้องลงชื่อก็ได้ ให้เขาได้สงสัยและค่อยๆ รู้สึกอบอุ่นหัวใจ"

(นั่นคือสิ่งที่ฉันแอบทำให้อยู่ทุกวัน... เอิร์ธ) ริชาคิดในใจอย่างขมขื่น

"เฮ้ย ดีว่ะ! เนียนมาก" เอิร์ธรีบจดตามทันที "แล้วมีอะไรอีกไหม"

"อย่างที่สอง... ใช้เสียงเพลงเชื่อมความสัมพันธ์" ริชามองกล่องกีตาร์ของเขา "เอิร์ธเล่นดนตรีเก่งอยู่แล้ว ลองแอบสืบดูว่าลูกปัดชอบฟังเพลงอะไร แล้วฝึกเล่นเพลงนั้นให้เป๊ะ วันไหนที่มีโอกาสได้อยู่ใกล้กัน หรือวันที่มีงานกิจกรรม ลองเล่นเพลงนั้นให้เขาฟัง... ไม่ต้องบอกตรงๆ หรอกว่าเล่นให้เขา แค่เล่นคลอเบาๆ แล้วส่งยิ้มให้เขาตอนร้องท่อนที่ความหมายดีที่สุด"

(เพราะฉัน... ตกหลุมรักเอิร์ธก็เพราะเสียงกีตาร์และรอยยิ้มนั้น) ริชาต้องกดเล็บลงกับฝ่ามือตัวเองเพื่อสะกดรอยน้ำตาที่ไม่ให้เอ่อออกมา

"โอ้โห ริชา... เธอเนี่ยสุดยอดกุนซือเลยว่ะ! แล้วมีเทคนิคไม้ตายไหม" เอิร์ธมองเธอด้วยสายตานับถือและตื่นเต้นสุดขีด

ริชายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดเท่าที่เธอเคยยิ้มมาในชีวิต

"อย่างสุดท้าย... เป็นที่พักพิงที่ปลอดภัย เวลาที่เขาหันมาเมื่อไหร่ก็เจอ ไม่ต้องเร่งรัดความสัมพันธ์ คอยรับฟัง คอยช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ อยู่เบื้องหลัง เป็นเหมือน 'สายลม' ที่พัดผ่านให้เขาเย็นสบายใจ ทำให้เขารู้สึกว่า ยามที่เขาเหนื่อยหรือท้อแท้ บนโลกใบนี้ยังมีพื้นที่ตรงนี้ที่ปลอดภัยสำหรับเขาเสมอ... ถ้าทำได้แบบนี้ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ต้องหวั่นไหวและเปิดใจให้เอิร์ธแน่นอน"

(เพราะถ้าเอิร์ธทำแบบนี้กับฉัน... ฉันคงยอมยกให้เอิร์ธทั้งชีวิต)

เอิร์ธฟังจบก็นั่งตบมือเบาๆ ด้วยความชอบอกชอบใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวังและความสุข เขาเก็บสมุดโน้ตลงกระเป๋าแล้วคว้ามือของริชามากุมไว้หลวมๆ ด้วยความตื่นเต้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นทำให้หัวใจของคนฟังแหลกสลายไปมากแค่ไหน

"ขอบใจมากนะริชา! เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเราเลยจริงๆ ถ้าเราจีบลูกปัดติดนะ เราจะยกตำแหน่งกุนซือใหญ่ให้เธอ แล้วจะเลี้ยงขนมเธออย่างดีเลย!"

"อืม... ขอให้ทำสำเร็จนะ" ริชาตอบกลับไป ได้แต่มองมือหนาของเขาที่กุมมือเธอไว้... กุมไว้ในฐานะ 'เพื่อนสนิท' เท่านั้น

หลังจากวันนั้น เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์... ริชาได้แต่เฝ้ามอง 'แผนการจีบ' ของตัวเองถูกนำไปใช้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ไม่ใช่กับตัวเธอ

เอิร์ธทำตามที่เธอแนะนำทุกอย่าง เขาแอบเอาขนมปังรสโปรดและนมกล่องไปวางไว้ที่โต๊ะของลูกปัดพร้อมโน้ตลายมือยุกยิก เขาเริ่มหัดเล่นเพลงป๊อบหวานๆ ที่ลูกปัดชอบฟัง และในยามเย็น เขาก็จะไปนั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงอยู่ตรงม้านั่งใกล้ๆ กับอาคารเรียนของห้อง 3

และที่น่าตลกปนสมเพชตัวเองที่สุดก็คือ... วิธีการของริชามันได้ผลอย่างอัศจรรย์

ลูกปัดเริ่มหันมามองเอิร์ธ เริ่มสงสัยว่าใครคือคนที่เอาขนมมาวางไว้ และเมื่อรู้ว่าเป็นหนุ่มนักดนตรีสุดฮอตประจำรุ่น ทั้งสองคนก็เริ่มพูดคุย สนิทสนม และเดินกลับบ้านด้วยกันในที่สุด รอยยิ้มของลูกปัดยามที่มองเอิร์ธดีดกีตาร์ คือรอยยิ้มของคนที่กำลังตกหลุมรัก... เช่นเดียวกับที่ริชาเคยรู้สึกไม่มีผิดเพี้ยน

เย็นวันหนึ่ง ในห้องเรียน ม.5/2 ที่เหลือเพียงริชานั่งอยู่คนเดียวเหมือนเดิม

เธอมองออกไปทางหน้าต่าง เห็นร่างสูงของเอิร์ธกำลังเดินกางร่มคันยาวไปส่งลูกปัดที่ประตูหน้าโรงเรียน ภาพเอียงร่มไปทางฝ่ายหญิงจนไหล่ขวาของตัวเองเปียกปอนฉายซ้ำเหมือนในวันนั้น... วันที่เขาเคยทำกับเธอ

ริชาวางปากกาลงบนโต๊ะ ซบหน้าลงกับแขนทั้งสองข้างแล้วปล่อยให้น้ำตาค่อยๆ ไหลซึมผ่านเสื้อนักเรียนสีขาว

เธอดีใจที่เห็นคนที่เธอรักมีความสุข... ดีใจที่คำแนะนำของเธอช่วยให้เขาสมหวัง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เจ็บปวดจนแทบขาดใจ เมื่อได้รู้ว่า 'วิธีสร้างความรัก' ที่เธอคิดขึ้นมาทั้งหมดจากหัวใจ มันได้ผลกับทุกคนบนโลกใบนี้... ยกเว้นกับคนที่เธออยากให้ใช้มันมากที่สุด

สายลมเย็นๆ พัดผ่านหน้าต่างเข้ามา ปะทะใบหน้าชื้นน้ำตาของเด็กสาว เหมือนจะคอยช่วยเช็ดน้ำตาและปลอบประโลมเธออย่างเงียบเชียบ... สายลมที่ทำได้เพียงแค่หวังดี และยินดีกับความรักของเขาจากมุมมืดตลอดไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายลม...ที่หวังดี   เงา ในเงา

    ตลอดทั้งวันภายในห้องทำงานแอร์เย็นเฉียบของบริษัทเอกชนแห่งใหญ่ เสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ดังระเบงเซ็งแซ่ไม่ได้เข้าสู่หัวสมองของริชาเลยแม้แต่น้อย หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเอกสารรายงานค้างไว้ยังคงนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าเดิมมาเกือบสามชั่วโมงริชานั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ สายตามองหยดน้ำฝนที่ยังคงเกาะแพรวพราวบนกระจกด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก สมองของเธอว้าวุ่นและสับสนจนไม่อาจตั้งสมาธิกับสิ่งใดได้ในหัวใจของเธอตอนนี้... เหมือนกำลังถูกดึงรั้งด้วยโซ่ล่ามสองเส้นที่พาเธอไปคนละทิศทางใจหนึ่ง... บอกให้เธอยอมรับความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า ถึงเวลาที่จะต้องจบความสัมพันธ์ ความรู้สึก และการเป็น 'สถานีพักใจ' ให้กับเอิร์ธอย่างจริงจังเสียที ข่าวเรื่องการแต่งงานของเขากับลูกปัดคือเส้นชัยที่เตือนว่าเวลาของเธอหมดลงแล้วอย่างเป็นทางการแต่อีกใจหนึ่ง... ก็กังวลถึงเรื่องของเมษ แฟนหนุ่มคนปัจจุบันที่เธอเพิ่งทิ้งรอยแผลและความแคลงใจไว้ให้เขาเมื่อเช้านี้ เธอรู้ดีว่าเมษเป็นคนดีและมอบควา

  • สายลม...ที่หวังดี   เศษของหัวใจ

    บรรยากาศยามเช้าหลังจากที่เอิร์ธเพิ่งก้าวออกจากห้องไปได้ไม่นาน ยังคงทิ้งร่องรอยของไออุ่นและความขมขื่นไว้ในความรู้สึกของริชา เธออยู่ในชุดทำงานเรียบร้อย ทว่าก่อนที่เธอจะได้ก้าวไปหยิบเครื่องสำอาง เสียงสัญญาณกระดิ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะอ๊อด... อ๊อด...รัวและถี่กระชั้น... บอกถึงอารมณ์ของผู้ที่ยืนรออยู่ด้านนอกได้อย่างชัดเจนริชาขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินตรงไปเปิดประตู และทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างสูงของ เมษ — ปรเมษฐ์ ชายหนุ่มในชุดทำงานเนี๊ยบกริบ ก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตึงเครียด นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความค้างคาใจเมษคือแฟนคนปัจจุบันของริชา เขาเป็นสถาปนิกหนุ่มบุคลิกอบอุ่น สุภาพ และคอยดูแลใส่ใจเธอเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาสองปีที่คบหากันมา แต่ในเช้าวันนี้ ความอบอุ่นเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยรังสีแห่งความระแวง"เมษ... มาได้ยังไงคะ ทำไมไม่โทรบอกก่อน" ริชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ"โทรเหรอครับ?" เมษหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงประชดประชัน เขาชูโทรศัพท์มือถือขึ้นตรงหน้าเธอ "ผมโทรหาริชาตั้งแต่เมื่อคืนเป็นสิบๆ สาย แล้วเมื่อเช้าก็โทรอีก แต่โทรยังไงก็ไม่ติด

  • สายลม...ที่หวังดี   อ้อมกอดอันคุ้นเคย

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาตกกระทบทีปลายโซฟา เสียงสายฝนด้านนอกซาลงจนเหลือเพียงเสียงหยดน้ำร่วงกราวจากขอบหน้าต่างเอิร์ธค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากความฝัน ความล้าที่เคยหนักอึ้งในหัวเมื่อคืนเบาบางลงไปมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง... คือสัมผัส นุ่มนวลและไออุ่นที่กอดรัดอยู่ข้างกายเขาลืมตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าคือ ริชา ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าหวานยามไร้เครื่องสำอางดูหมดจดและเปราะบาง วงแขนหนาของเขายังคงตระกองกอดร่างบางไว้แนบอกอย่างถือสิทธิ์ โดยที่ศีรษะของเธอซบลงตรงแผงอกของเขาพอดีหัวใจของเอิร์ธกระตุกวูบ... ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล่นผ่านเข้ามาในอก มันเป็นความรู้สึกสงบ ปลอดภัย และผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าเสียงลมหายใจจะไปปลุกคนที่กำลังหลับสนิท สายตาคมคายจดจ้องมองใบหน้าของริชาในระยะใกล้ ร่องรอยความล้าใต้ตาของเธอทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ

  • สายลม...ที่หวังดี   ภาพในความฝัน

    บรื้น...เสียงเครื่องยนต์สัญญาณไฟเขียวดังขึ้น ดึงริชากลับมาจากภาพความทรงจำในอดีต รถยนต์ของเอิร์ธเคลื่อนตัวเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าคอนโดมิเนียมหรูของเธอพอดีเสียงเพลงในวิทยุค่อยๆ จบลง พร้อมกับรถที่จอดสนิทตรงลานจอดรถใต้อาคาร เอิร์ธดับเครื่องยนต์ ทิ้งตัวพิงเบาะด้วยท่าทางอ่อนล้าอย่างถึงที่สุด ดวงตาคู่คมปรือลงราวกับไม่อาจประคองสติไว้ได้อีกต่อไป ความเครียดและแอลกอฮอล์ที่สะสมมาตลอดวันผสมกับความเหนื่อยล้าดึงพลังงานของเขาไปจนหมด"เอิร์ธ... ไหวไหม ขับรถกลับบ้านเองไหวหรือเปล่า" ริชาหันไปถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นท่าทางของเขาเอิร์ธค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มพร่าสั่นและแหบแห้ง "ไม่ไหวว่ะริชา... หัวง่วงจนหมุนไปหมดเลย ขอ... ขอขึ้นไปนั่งพักบนห้องเธอสักแป๊บได้ไหม ขอนอนพักสายตาหน่อย เดี๋ยวดีขึ้นแล้วจะรีบขับรถกลับ"ริชานิ่งชะงักไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกไหวด้วยความสับสน แต่เมื่อเห็นสีหน้าโรยแรงของชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจ หน้าที่ขอ

  • สายลม...ที่หวังดี   ทำนองที่ซ่อนความในใจ

    เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำเริ่มซาลงเหลือเพียงหยาดน้ำพร่างพรม กระทบกระจกหน้ารถ SUV สีดำที่กำลังเคลื่อนตัวไปตามถนนยามค่ำคืน หลังจากมื้ออาหารที่กรุ่นไปด้วยความทรงจำอันขมขื่นจบลง เอิร์ธรับหน้าที่ขับรถมาส่งริชาที่คอนโดมิเนียมของเธอความเงียบปกคลุมภายในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และลมแอร์พัดเบาๆ ริชานั่งเหม่อมองไฟถนนสีส้มที่ส่องกระทบละอองน้ำบนกระจกเป็นระยะ ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับคำว่า 'แต่งงาน' ที่เอิร์ธเพิ่งพูดออกมาจังหวะที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดงตรงสี่แยก เอิร์ธก็ยื่นมือไปเปิดวิทยุเพื่อลายความเงียบ ท่วงทำนองเสียงกีตาร์โปร่งอันคุ้นเคยดังคลอขึ้นมาเบาๆ ผ่านลำโพงคุณภาพดี... มันคือเสียงอินโทรโน้ตเพลงเก่าสไตล์อคูสติกที่เรียบง่าย แต่มีพลังพุ่งตรงเข้ามากระแทกใจของริชาอย่างจังทั้งเอิร์ธและริชาต่างชะงักไปพร้อมกัน"เพลงนี้นี่หว่า..." เอิร์ธพึมพำออกมาเบาๆ เผลอยิ้มออกมาที่มุมปาก สายตามองตรงไปยังไฟแดงข้างหน้าด้วยความถวิลหาอดีต "จำได้ไหมริชา เพลงนี้แหละ... เพล

  • สายลม...ที่หวังดี   ความจริง

    กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นปะทะพริกเผาร้อนๆ ลอยอบอวลแข่งกับสายฝนที่ยังคงกระหน่ำลงมาด้านนอกร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำตรอกเก่า บรรยากาศภายในร้านไฟสีเหลืองนวลยังคงอบอุ่นเหมือนเมื่อสิบปีก่อน ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปในค่ำคืนนี้ คือโต๊ะไม้ตัวยาวริมสุดไร้ซึ่งเสียงหัวเราะเฮฮาของกลุ่มเพื่อนสมัยมัธยม ไร้ซึ่งรอยยิ้มหวานสดใสของดาวโรงเรียนที่เคยนั่งอยู่โต๊ะข้างๆตรงนี้... มีเพียง เอิร์ธ ในชุดสูททำงานที่หลุดลุ่ย กับ ริชา ที่นั่งอยู่ข้างกายเขาเหมือนในวันวาน"ก๋วยเตี๋ยวต้มยำได้แล้วจ้า!" เสียงแม่ค้าวัยกลางคนเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับวางชามก๋วยเตี๋ยวสองชามลงบนโต๊ะไม้ชามแรกของเอิร์ธเป็นต้มยำกุ้งน้ำข้นสีส้มสดจัดจ้านเต็มไปด้วยพริกผัด ส่วนอีกชามที่ถูกดันมาวางตรงหน้าของริชา คือต้มยำน้ำใสสีเหลืองทอง ควันพวยพุ่งขึ้นมาไร้ร่องรอยของพริกป่นแม้แต่เม็ดเดียว และไร้ซึ่งคราบน้ำมันของกระเทียมเจียว"ต้มยำน้ำใส ไม่ใส่พริก ไม่ใส่กระเทียมเจียว ตามที่สั่งจ้ะพ่อหนุ่ม" แม่ค้ายิ้มให้เอิร์ธก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าเตาริชามมองชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก สิบปีผ่านไป... จากเด็กหนุ่มมัธยมปลาย สู่ชายหนุ่มวัยทำงานในวัยยี่สิบห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status