共有

บทที่ 4

last update 最終更新日: 2025-12-16 21:18:43

"เมาอะไรขนาดนี้ ใครอุ้มไปไหนจะรู้ไหม... เด็กดื้อเอ๊ย" เขาบ่นเบา ๆ อย่างเอ็นดู ขณะที่กำลังจะลุกขึ้น...

<หมับ!>

"ลม!... อยู่กับเมย์ก่อนสิ อย่าเพิ่งไป" แขนเรียวคว้าคอแกร่ง ดึงโน้มร่างเขาลงมาประทับจูบอย่างจู่โจม...

วายุเบิกตากว้าง รีบกระชากผลักหญิงสาวให้นอนราบลงบนโซฟา "เมย์! เราเมามากนะ รู้ตัวไหม!"

เมขลาค่อย ๆ ลืมตาที่ปรือปรอย "ทำไม! ทีกับคนอื่นพี่ทำไมทำได้... กับเมย์ทำไม ๆ" เสียงเธออ้อแอ้เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

"เมย์... นี่พี่วา...เองนะ พี่ชายหมายเลขสองของน้องเมย์ไง ตั้งสติหน่อย!"

"ทำไม... คิดว่าเมย์เมาจนจำหน้าพี่ไม่ได้เหรอ!"

"เมย์! พักผ่อนก่อนนะ สร่างเมาแล้วเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้าน" เขาพูดพร้อมกับจะลุกอีกครั้ง

<หมับ!>

มือเล็กดึงขอบกางเกงรอบเอวของชายหนุ่ม กระชากเขากลับมาจนร่างเขามาพิงตรงโซฟา เธอรีบคุกเข่าคร่อมเอวแกร่งของเขาไว้ทันที แขนเรียวโอบคอแกร่งล็อกไว้ให้สบตากัน

"ไหน... ขอดูหน้าชัด ๆ ซิ... อืออออ... ก็ใช่นี่... ใช่แล้วไม่ผิดอย่างแน่นอน"

"อะไร!... เมย์! ตั้งสติหน่อยสิ" เสียงวายุเริ่มแหบพร่าเมื่อถูกล็อกในระยะประชิด

"ทำไมคะ... กับคนอื่นพี่ยังกะล่อนใส่... เมย์อยากให้พี่กะล่อนใส่เมย์บ้างหนิ"

พูดจบ เธอก็กระชากคอเสื้อเขาเข้ามาจูบอย่างดูดดื่มและหนักหน่วง

สัญชาตญาณนักล่าที่โดนจู่โจม มีหรือเขาจะไม่โต้ตอบกลับ มือหนาเริ่มลูบไล้แผ่นหลังเนียนอย่างเผลอตัว ปากหยักถอนจูบจากริมฝีปากเปลี่ยนมาเป็นไซ้ที่ซอกคอ จมูกโด่งเริ่มสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของเธออย่างหื่นกระหาย

มือเล็กของเธอเอื้อมไปค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า มันยิ่งกระตุ้นให้ภายในร้อนรุ่ม เขาเริ่มซับจูบที่ไหล่เนียนที่เปลือยเปล่าจากชุดเกาะอก ไล่ต่ำลงมาใกล้เนินอกอวบขาว...

ร่างแกร่งโน้มตัวค่อย ๆ ก้มลง จนริมฝีปากหยักกำลังจะแตะสัมผัสเนินอกที่ซ่อนอยู่ใต้ชุด...

<...!...>

<โอ้ก... แหวะ>

แผงอกแกร่งก็มีของเหลวอุ่น ๆ เปรอะเปื้อนทันที ฤทธิ์แอลกอฮอล์และอาการเมาทำให้เมขลาอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุงเต็มอกเขาทันที

หลายชั่วโมงต่อมา...

เมย์สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดศีรษะตุบ ๆ ความมึนเมาที่หนักหน่วงเมื่อครู่ได้สลายไปเกือบหมดแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความรุ่มร้อนบนใบหน้าและความรู้สึกกระด้างในลำคอ เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายจากโซฟาหนังที่นอนอยู่ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองสำรวจรอบห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหราซึ่งเธอไม่คุ้นเคย

"อื้อหือ... เมาหนักจริง ๆ ... นี่เราฝันบ้าอะไรเนี่ย" เธอพึมพำกับตัวเองพลางลูบหน้าผาก

ภาพเหตุการณ์วาบผ่านเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว แต่เธอก็รีบปัดทิ้งไปทันที ตีความมันว่าเป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อจากพิษแอลกอฮอล์

"ยัยจี๊ด!... อยู่โรงพยาบาลนี่นา! ต้องรีบไปดูนางแล้ว" สติที่กลับมาทำให้เธอคิดถึงเพื่อนทันที

"ว่าแต่เราขึ้นมานอนที่นี่ได้ยังไงนะ... ช่างเถอะ คงเป็นพี่วายุที่พาขึ้นมาส่งแหละ"

ขณะที่เธอกำลังจะลุกออกจากโซฟาหนัง พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะข้างโซฟา... มันคือนามบัตรสีเข้มดูดีที่วางอยู่เดี่ยว ๆ ชื่อบนนั้นชัดเจนว่า วายุ เพชรพิพัฒน์ เจ้าของคลับแห่งนี้

รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ดูขี้เล่นผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว เธอหยิบนามบัตรนั้นขึ้นมาหนึ่งใบ แล้วเก็บมันไว้ในกระเป๋าเหมือนเป็นของสำคัญ ก่อนจะกระซิบกับตัวเองอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงซุกซน

"ขอเก็บไว้ซักใบนะคะ 'พี่ชายหมายเลขสอง'

กลับมาปัจจุบัน

ในที่สุด ทั้งวายุและเมย์ก็หมดสติไปพร้อมกันท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงัดของผืนป่า มีเพียงร่องรอยฟกช้ำตามตัวเท่านั้นที่บ่งบอกถึงสิ่งที่พวกเขาเพิ่งประสบมา...

ห้วงแห่งนิทรา

ความรู้สึกหนักอึ้งและความหนาวเหน็บก็หายไป ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นคุ้นเคย เสียงที่ห่างหายไปนานในความทรงจำกำลังดังขึ้น

เมขลาพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ของบ้านหลังหนึ่งที่เธอคุ้นเคย ทุกอย่างสว่างไสวและเต็มไปด้วยสีสัน เสียงหัวเราะดังระงม... เธออยู่ในความฝันวัยเด็ก

ที่มุมห้อง... เด็กชายสามคนกำลังนั่งล้อมวงกันอย่างจริงจัง ตรงกลางมีเครื่องเล่นเกมสุดฮิตของยุคนั้นตั้งอยู่

เมฆินทร์ ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น กำลังกดจอยเกมส์อย่างเมามัน ใบหน้าเคร่งเครียดเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ธนา ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็กำลังจดจ่อกับการออกคำสั่งในเกมส์อย่างไม่ลดละ

และวายุ กำลังนั่งหัวเราะอย่างร่าเริงเมื่อเห็นเพื่อน ๆ เล่นผิดพลาด

เด็กหญิงตัวน้อยที่ชื่อเมย์ (อายุประมาณ 7-8 ขวบ) วิ่งเข้าไปหาพวกเขาอย่างตื่นเต้น

“พี่!...เมย์ขอเล่นด้วยคนสิ!” เมย์น้อยเงยหน้ามองพี่ชายและเพื่อน ๆ ของเขาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

เมฆินทร์ที่กำลังแพ้เกมอยู่หันมาทำหน้ายุ่งใส่ทันที

“ไม่ได้! เมย์อย่ามากวน! นี่มันเกมผู้ชาย!” เมฆินทร์ผลักหัวน้องสาวเบา ๆ “ไปเล่นตุ๊กตาที่ห้องอื่นเลยไป๊!”

“ใช่ ๆ เมย์คนเก่ง ไปเล่นที่อื่นก่อนนะ พวกพี่กำลังจะบุกบอสอยู่” ธนาพูดเสริมโดยที่ตาไม่ละไปจากหน้าจอ

คำพูดของพี่ชายและพี่ธนาทำให้ใบหน้าของเมย์น้อยหงอยลงทันที ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน... น้ำตาหยดใหญ่ก็ไหลอาบแก้ม

“ฮึก... เมย์อยากเล่นด้วย ฮือออ...”

ขณะที่เมฆินทร์กำลังจะอ้าปากดุน้องสาวอีกครั้ง...

วายุที่นั่งอยู่เงียบ ๆ ก็ยื่นจอยเกมของตัวเองไปให้เมย์ทันที

“เอาไปสิเมย์! มาเล่นกับพี่วา” วายุส่งยิ้มกว้างอย่างอ่อนโยนให้เธอ “มา! พี่จะสอนเมย์จับจอยนะ ไม่ต้องไปสนใจไอ้เมฆหรอก มันก็แค่อิจฉาที่เมย์ได้เล่นก่อน”

“วายุ! มึงจะบ้าเหรอ! นี่ตากูนะเว้ย!” เมฆินทร์โวยวาย

“เอาน่าไอ้เมฆ! เกมง่าย ๆ ใครเล่นก็ได้... พี่จะเล่นเป็นเพื่อนเมย์เอง” วายุไม่สนใจเสียงบ่นของเพื่อน เขาหันมาสนใจเด็กหญิงตัวเล็กที่กำลังหยุดร้องไห้แล้วจ้องมองจอยเกมส์ด้วยความสงสัย

เมย์น้อยรับจอยเกมส์มาอย่างลังเล “จริงเหรอคะ... พี่วาจะเล่นกับเมย์จริง ๆ เหรอ?”

“จริงสิ! มานี่เลย มานั่งข้างพี่ พี่จะสอนวิธีเตะต่อยในเกมนี้ให้” วายุเลื่อนตัวไปนั่งชิดกับเมย์น้อย แล้วใช้มือใหญ่ของตัวเองจับมือเล็ก ๆ ของเด็กหญิงเพื่อสอนวิธีควบคุม

ภาพตรงหน้าคือวายุที่ยอมสละตาเล่นเกมที่เขารอคอย เพื่อที่จะมานั่งเล่นเกมส์แบบง่าย ๆ เป็นเพื่อนกับน้องสาวที่กำลังร้องไห้

วายุเป็นลูกชายคนเดียวเขาอยากมีน้องสาวมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เขาเลยชอบเมย์มาก และมักจะยอมเมย์ทุกเรื่องตั้งแต่เมย์จำความได้

“พี่วาคะ... วันหลังเมย์จะซื้อไอติมมาให้เยอะ ๆ เลยนะ” เมย์น้อยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เมย์จะเป็นคนปกป้องพี่วาเอง! จะไม่มีใครมาแกล้งพี่ได้!”

วายุหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยินคำประกาศอันกล้าหาญนั้น

“โอ้โห! น้องเมย์ของพี่เก่งจังเลย! พี่จะต้องพึ่งเมย์ซะแล้วสิเนี่ยะ”

เขายิ้มอย่างเอ็นดู และปล่อยให้เมย์น้อยเข้าใจว่าเธอเป็นผู้ปกป้องที่แข็งแกร่ง ทั้งที่ความจริงแล้ว...

...เขาก็แค่แกล้งยอมให้เมย์น้อยชนะเสมอ... เพียงเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของเด็กหญิงที่เขาเอ็นดูเท่านั้นเอง

ภาพในความฝันเริ่มเลือนราง... เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ หายไป... เหลือเพียงความอบอุ่นสุดท้ายที่ทำให้เมย์รู้สึกว่า... ไม่เป็นไร... พี่วายุจะปลอดภัย...

ตื่นจากห้วงนิทรา

ความมืดมิดกัดกินความรู้สึกไปจนเกือบหมดสิ้น แต่แล้ว... แสงสลัว ๆ ของรุ่งอรุณก็เริ่มลอดผ่านเรือนยอดไม้เข้ามาทีละน้อย

<เจี๊ยบ ๆ ...>

เสียงนกร้องยามเช้าและละอองน้ำค้างเย็น ๆ ที่สัมผัสผิวหน้าทำให้เมย์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน

เธอพยายามตั้งสติ... ภาพสุดท้ายคือเสียงฝีเท้าและคำตะโกนเกรี้ยวกราดของผู้ชายคนนั้น เมขลารู้สึกโล่งใจที่พวกเขาไม่ได้มาถึงที่นี่ในตอนกลางคืน

เธอรีบก้มมองวายุทันที เขายังคงหายใจอยู่ แต่ริมฝีปากแห้งผากและสีหน้ายังคงซีดเผือด

เธอขยับตัวอย่างระมัดระวัง พยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งพิงต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มี... ดึงร่างใหญ่ที่หนักอึ้งของวายุให้เข้ามาแนบชิด แล้วจัดท่านั่งของเขาให้พิงกับลำต้นไม้และใช้ร่างของเธอเองบังเขาไว้ด้านหน้าตามสัญชาตญาณ

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม... เธอจะต้องปกป้องเขาไว้ก่อน

<แคร่ก... แคร่ก...>

ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้า และเสียงการย่ำบนใบไม้แห้งก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากทางด้านขวาของพวกเขา

เมขลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก! "มันกลับมาแล้ว!"

เธอรีบกอดร่างวายุไว้แน่น ปิดปากตัวเองและเขาไว้ไม่ให้มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมา สายตากวาดจ้องมองไปยังทิศทางของเสียงด้วยความหวาดกลัว...

“ทางนี้เหรอพ่อ? เมื่อคืนแม่ว่าได้ยินเสียงอะไรดังโคครมม”

“น่าจะสัตว์ป่าแหละน่า! เดินดี ๆ อย่าให้ของป่ามันช้ำ”

เสียงนั้นไม่ใช่เสียงตะโกนเกรี้ยวกราด... แต่มันเป็นเสียงพูดคุยที่ฟังดูเป็นมิตร

ชายหญิงคู่หนึ่งในชุดชาวเขาพื้นเมือง พร้อมกับเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่สะพายตะกร้าใบใหญ่กำลังเดินลัดเลาะเข้ามาในบริเวณที่พวกเขาล้มอยู่ ใบหน้าของพวกเขาบ่งบอกว่ากำลังตั้งใจมองหาบางสิ่งบางอย่าง... พวกเขากำลังหาของป่า

ความโล่งใจเข้าจู่โจมเมขลาอย่างรุนแรงจนน้ำตาเกือบไหล!

เธอรีบปล่อยมือจากวายุ แล้วตะโกนออกไปเสียงแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะกลัวเสียงจะสั่น

“ค... คุณคะ! ช่วยด้วยค่ะ!”

ชาวบ้านทั้งสามคนชะงักฝีเท้าทันที หันมามองเมขลาที่อยู่ในสภาพมอมแมมและใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนอย่างตกใจ

“ว้าย! ใครน่ะ!” หญิงชาวเขาอุทาน

“พวกเราถูกทำร้ายค่ะ! พี่ชายหนูบาดเจ็บหนักมาก! ช่วยพวกเราด้วยนะคะ!” เมขลาร้องขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วพยายามเดินไปหาพวกเขา

สามีภรรยาชาวเขามองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจนัก แต่เมื่อเห็นสภาพของวายุที่พิงต้นไม้และมีเลือดซึมออกมาจากผ้าพันแผล พวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามาดูทันที

“พ่อ! ดูสิ! เลือดออกเยอะเลย!” เด็กชายตัวเล็ก ๆ ชี้ไปที่แขนของวายุด้วยความตื่นตระหนก

“เขาโดนยิง... พวกเราถูกทำร้ายค่ะ! พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่!” เมขลารีบพูดอย่างรวดเร็ว “พวกคุณช่วยเขาได้ไหมคะ!?”

ชายชาวเขาที่มีร่างกายแข็งแรงก้มลงตรวจดูอาการของวายุอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยสีหน้าจริงจังและให้ความช่วยเหลือโดยให้ภรรยากลับไปตามผู้ชายในหมู่บ้านมาช่วยแบกคนตัวโตที่ไม่ได้สติอยู่

ไม่นานคำปองก็กลับมาพร้อม อี้ฝาน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในวัย 19 ปี ที่มีเครื่องมือเดินป่าครบมือและมีแววตาที่สงบนิ่งผิดจากวัย

ทันทีที่เห็นสภาพของวายุที่ทรุดอยู่ อี้ฝานก็ไม่รอช้า เขาคุกเข่าลงข้าง ๆ วายุอย่างรวดเร็ว แล้วใช้มีดพับตัดผ้าพันแผลของเมขลาออกอย่างระมัดระวัง เขาประเมินบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขนของวายุอย่างใจเย็น แล้วหันไปหาจ๋าย

“มีเลือดออกซึมเพิ่มครับพ่อจ๋าย... ต้องรีบปิดปากแผลก่อน”

อี้ฝานไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบนำสมุนไพรสดในย่ามที่เตรียมมาบดอย่างรวดเร็ว แล้วโปะลงบนแผลเพื่อหยุดเลือด ก่อนจะใช้ผ้าสะอาดของตัวเองพันรัดไว้อย่างแน่นหนาด้วยทักษะที่ดูเป็นมืออาชีพ

จ๋ายและอี้ฝานมองหน้ากันโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ ทั้งสองใช้ไม้ไผ่ที่เตรียมมาอย่างรวดเร็ว ผูกกับผ้าขาวม้าผืนหนาของจ๋ายทำเป็นเปลหามชั่วคราวอย่างคล่องแคล่วว่องไว แม้ว่าวายุจะมีรูปร่างใหญ่ แต้อี้ฝานใช้ความแข็งแรงและเทคนิคที่สั่งสมจากการเดินป่าอย่างชำนาญ พยุงร่างของวายุขึ้นวางบนเปลอย่างมั่นคง...
この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 103

    ภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ เมขลานั่งอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีเด็กหญิงสองคนนั่งตาแป๋วฟังเรื่องราวในอดีตอย่างตั้งใจ 'มายด์' ลูกสาวของเธอกับวายุ และ 'มิ้นท์' ลูกสาวของเมฆินทร์กับจารวี ทั้งคู่หน้าตาละไมคล้ายกันราวกับฝาแฝด จนใครต่อใครมักจะทักผิดอยู่เสมอ“ว้าว... โรแมนติกจังเลยค่ะคุณแม่ แล้วตอนนั้

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 102

    ค่ำคืนวันเพ็ญ... ณ ลานกลางหมู่บ้านชาวบ้านทุกคนต่างพากันจัดเตรียมงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่ กลิ่นควันไฟและเสียงกลองดนตรีพื้นเมืองดังระงมไปทั่วหุบเขาเพื่อแสดงความยินดีกับ ‘ลูกเขยและลูกสาว’ ของหมู่บ้าน พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ถูกจัดขึ้นอย่างประณีตตรงกลางลานมี ‘หมูดำ’ ตัวใหญ่ที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อใช้ใ

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 101

    “เมย์? เป็นอะไร...”ยังไม่ทันที่วายุจะถามจบ ร่างเล็กก็โผพรวดลงจากเตียงโดยไม่สนใจอาภรณ์ที่หลุดลุ่ย เธอถลาไปที่ถังน้ำมุมห้องแล้วโก่งคออ้วกออกมาอย่างหนัก ราวกับจะขย้อนทุกอย่างในร่างกายออกมา“อ้วก! แหวะ... แค่กๆ!”วายุหน้าถอดสี รีบถลาเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของเธอไว้ มือหนาลูบหลังให้ด้วยความตกใจระคนเป

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 100

    “หึ... สู้ไหวไหมคะพี่วา?” เธอหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ“แกล้งพี่เหรอเมขลา! งั้นพี่ไม่ปราณีแล้วนะ!”เขาจัดการจับเรียวขาคู่สวยให้ฉีกอ้าออกกว้าง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาว ลิ้นสากระรัวบดเบียดไปที่จุดอ่อนไหว กระดกลิ้นรัวถี่เข้าใส่ร่องรักที่แสนคับแคบอย่างบ้าคลั่ง“อ๊ะ! อร๊ายยย... พี่วา!”มือเล็ก

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 99

    พูดจบ เขาก็รวบตัวเธอลงไปบนที่นอน ก่อนจะตามไปทบทวน ‘บทเรียน’ ที่ว่านั้นอย่างนุ่มนวลและหนักหน่วงในเวลาเดียวกัน... “พี่ขอปราบเด็กดื้อก่อนแล้วกันนะครับ”วายุไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้ประท้วงต่อ เขาโน้มใบหน้าลงกดจูบที่กลีบปากอิ่มอย่างหนักหน่วงและดูดดื่ม ปลายลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าหาความหวานที่เขาแสนโหยหาเนิ่นน

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 98

    หลายวันต่อมา...แสงแดดอ่อนๆ ยามสายส่องผ่านช่องหน้าต่างเรือนไม้ กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าโชยมาตามลม ผสมกับกลิ่นดินและพืชผักสีเขียวขจีที่วายุตั้งใจปลูกไว้รอบบ้าน บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของคนสองคนที่นั่งอิงแอบกันอยู่“พี่วาตัดสินใจดีแล้วเหรอคะ เรื่องที่จะลาออก?” เมขลาเอ่ยถามขณะเอนซบไหล่หนา“ครับ.

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status