แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: คุณน้ำอิง
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-16 21:18:49

หมู่บ้านชนเผ่า

ในความเงียบสงบที่เหลืออยู่ มีเพียงเสียงลมพัดกระทบหน้าต่างไม้เบา ๆ เมขลาจัดการจัดท่านอนให้วายุอย่างสบายที่สุด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างฟูก เธอถือถ้วยยาต้มสีดำเข้มที่หมอจัดเตรียมไว้ ความหอมฉุนของสมุนไพรทำเอาใจคอไม่ดี

“พี่วายุ... ลืมตาหน่อยนะคะ... ถึงเวลาต้องกินยาแล้ว”

“ทำยังไงดี! ไม่ได้สติแบบนี้...จะกินยาได้ยังไง ถ้าเป็นพล๊อตนิยายหรือในซีรีย์จีน...นางเอกต้องยกถ้วยยาซด แล้วก็...หยี...ไม่ได้ ๆ สิ เราไม่ใช่นางเอกหนิ” เธอพึมพำกับตัวเอง

ขณะนั้นวายุพยายามลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่ยังคงพร่ามัวมองมาที่เมขลา ใบหน้าของเขาตอนนี้ซีดเซียวและอ่อนแรงกว่าที่เธอเคยเห็น แต่แววตาที่มองกลับมานั้นกลับจริงจังอย่างน่าประหลาด เขาพยายามจะยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“พี่...ฟื้นแล้ว! ทานยาหน่อยนะคะ” เมขลาน้ำเสียงรู้สึกโล่งใจ

“อื้อ!...ขมชะมัด... ไม่มีลูกอมแก้ขมบ้างเหรอ?” เขาเอ่ยเสียงออดอ้อนติดแหบพร่าคล้ายเด็กน้อยที่ไม่อยากกินยา

หัวใจของเมขลาเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เธอวางช้อนลงชั่วครู่ ยกศีรษะของวายุขึ้นอย่างระมัดระวังที่สุด แล้วใช้ช้อนตักยาค่อย ๆ ป้อนเข้าสู่ริมฝีปากเขาจนหมดถ้วย ในช่วงเวลานั้น สายตาของพวกเขาประสานกันอย่างแนบแน่น จนความประหม่าเริ่มก่อตัวในอกของหญิงสาว

“โตแล้ว... ยังต้องให้ป้อนอีกนะคะ” เมขลาพยายามพูดติดตลก เพื่อคลายความรู้สึกที่กำลังก่อตัว

“เราอยู่ที่ไหนตอนนี้...” เขาถามด้วยความงุนงง เมขลาจึงค่อย ๆ เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟังอย่างใจเย็น

“แล้วเมย์...เจ็บตรงไหน... พี่หลับไปนานแค่ไหน?”

“ไม่นานค่ะ แค่เมื่อคืน...แล้วก็มาถึงตอนนี้” เมขลาตอบ

วายุถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “แบบนี้ต้องมีคนเป็นห่วงเมย์สิ... โชคดีหน่อย เพราะถ้าเป็นพี่คงไม่มีใครตามหาแน่ในสองสามอาทิตย์นี้”

“ทะ...ทำไมคะ...ทำไมพี่พูดแบบนั้น!” เมขลาอุทานด้วยน้ำเสียงตกใจ

“ก็พี่บอกทุกคนว่าจะไปต่างประเทศ กะเล่นให้เนียนที่ทิ้งพวกนั้นมา จะได้ไม่ต้องโทรมาถาม”

“ซะ...ซวยแล้ว...พี่วายุ!”

“ทำไม!...ซวยอะไรครับ”

“ก็เมย์บอกทุกคนว่าจะไปปฏิบัติธรรม”

“ฮ๊ะ!...อะไรนะ พูดเป็นเล่นไป...ใครจะเชื่อ”

“ทุกคนค่ะ...ทุกคนเชื่อ เมย์ทำแบบนี้ประจำเวลาหนีเที่ยว”

วายุข่มความเจ็บปวดแล้วกัดฟันพูด “เมย์!... บอกไปว่ากี่วัน!... สองสามวันเข้าใจได้ครับ...”

“สามค่ะ...สามอาทิตย์... เมย์บอกทุกคนว่าสามอาทิตย์ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ยัยริสากับยัยจี๊ดต้องพยายามโทรหาเมย์แน่นอน พอติดต่อไม่ พวกนั้นก็ต้องรู้ว่าเราหายไป...”

วายุแทบจะสำลักความขมของยาออกมาอีกครั้งกับความหวังอันน้อยนิดของน้องเธอ

บนดอยอ่างขาง

ตัดภาพไปยังริสากับจารวีที่กำลังกางเต็นท์พักผ่อนอยู่บนดอย ทั้งสองสาวกำลังนั่งจิบชาอุ่น ๆ พร้อมกับแทะเม็ดเกาลัดคั่วอย่างสบายอารมณ์

“ยัยริสา...แกว่ายัยเมย์จะหนีเที่ยวไหนรอบนี้ ต่างประเทศอีกไหม” จารวีถามขึ้น พลางเอนตัวพิงเก้าอี้สนาม

ริสาเหลือบตามองเพื่อนสนิทพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่รู้สิ แต่เล่นแอบไปแบบนี้ นางคงอยากให้เรามาพักผ่อนกับผู้ชายของเราแหละ งั้นเราก็อย่าไปทำลายความหวังดีเลยเน๊อะ... เราก็เที่ยวให้สนุก ส่วนนางเราก็รอให้นางโทรมาหาเองเน๊อะ”

ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะหัวเราะคิกคักกับความเข้าใจอันดี โดยไม่รู้เลยว่า "ความหวังดี" ของเมขลานั้นได้ส่งผลให้พวกเขาต้องไปอยู่ในหมู่บ้านในหุบเขา

หมู่บ้านชนเผ่า

ภาพตัดกลับมายังบ้านไม้ที่เชิงเขา ณ ช่วงเวลาใกล้ค่ำของวันต่อมา วายุที่พยายามลุกขึ้นนั่งพิงฝาบ้าน ได้เห็นชายหนุ่มอายุราวๆ 19 ปี ในชุดชนเผ่าที่ทะมัดทะแมง เดินเข้ามาพร้อมถ้วยยาต้มอีกใบ “พ่อบอกว่าให้เอามาให้พี่ดื่ม... ผมชื่ออี้ฝาน เรียกว่าฝานเฉย ๆ ก็ได้ครับ” เด็กหนุ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่นอบน้อม

วายุมองสำรวจเขาด้วยแววตาซาบซึ้ง “ขอบใจนายมากนะฝาน... พี่รู้มาว่านายเป็นคนแบกพี่มา... ถ้านายไม่ช่วยไว้ พี่คงแย่”

อี้ฝานยิ้มเล็กน้อยด้วยความภูมิใจ “ไม่เป็นไรครับ... ผมเดินป่าตั้งแต่เด็ก การแบกคนหนักแค่นี้สบายมาก ถ้าพี่มีอะไรให้ช่วยอีก บอกได้เลยนะครับ”

วายุพยักหน้าอย่างจริงใจ “พี่จำบุญคุณนายไว้แล้ว... ถ้านายต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องด่วนเกิดขึ้น... ก็บอกพี่ได้นะ

“ครับ...พักผ่อนนะครับ ผมไปล่ะ” อี้ฝานกล่าวลาด้วยใบหน้าใสซื่อ

หลังจากได้รับความเมตตาจากครอบครัวจ๋ายทั้งเรื่องอาหารและที่พัก แต่ความสบายใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อสองสามีภรรยาเจ้าบ้านได้กลับมาทวงถามถึงสถานะความสัมพันธ์ของคนทั้งสองอีกครั้ง

“สองคน... เป็นอะไรกันแน่?” คำปองถามอย่างตรงไปตรงมา แต่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

เมขลาตอบเสียงแข็งทันทีเพื่อป้องกันตัว “เป็นพี่น้องกันค่ะ”

คำปองเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางถามย้ำอย่างรู้ทันตามความเชื่อดั้งเดิม “พี่น้องพ่อแม่เดียวกันไหม?”

ทั้งคู่ส่ายหน้าพร้อมกัน “ไม่ค่ะ/ครับ”

คำปองถอนหายใจแผ่วเบาด้วยความหนักใจ ตามความเชื่อของหมู่บ้าน การให้ชายหญิงแปลกหน้าที่ไม่ใช่ญาติสนิทมาพักรวมกันในบ้านหลังเดียวถือเป็นอาเพท “เอางี้ให้ป้อจายไปพักที่เรือนชาวบ้านหลังอื่นได้ไหม...”

เมขลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอรีบตอบ “ไม่ค่ะ! ไม่เอา! ตอนนี้เมย์กลัว เมย์ไม่ไว้ใจใครนอกจากพี่วายุ... แถมเขายังบาดเจ็บอยู่ด้วย!”

ทั้งสองคนหันไปสบตากันด้วยความสับสนและกังวล เมขลาแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความหวาดกลัว และความไม่ไว้วางใจต่อโลกภายนอก ส่วนวายุก็เป็นห่วงความปลอดภัยของหญิงสาวไม่ต่างกัน ในสถานการณ์ที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ พวกเขาเหลือกันแค่สองคน

วายุตัดสินใจทันที พร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้เมขลาอึ้งไป

“เรากำลังจะแต่งงานกันเดือนหน้าครับ... เลยไม่อยากใช้คำว่าสามีภรรยาให้ดูสนิทกันเกินไปก่อนถึงเวลาอันควร”

คำปองมองทั้งสองคนสลับกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เธอพยักหน้าอย่างโล่งใจ... ตอนนี้ทั้งคู่ก็มีสถานะที่ชัดเจนพอที่จะปกป้องตัวเองจากความเชื่อของชาวบ้านได้แล้ว

กลางดึก

ลมเย็นยามค่ำพัดผ่าน ทำให้เสียงไม้ที่สร้างบ้านดังแคร่ก... แคร่ก เสียดสีกันอย่างน่าขนลุก เมขลาตัวสั่นเทาอยู่บนเสื่อ

“พี่วายุ...พี่ว่าที่นี่มี ผ...ผีไหม!”

วายุพยายามข่มความเจ็บปวดแล้วยิ้มขำ “อย่าบอกนะว่ากลัว...”

<ตุ๊กๆๆๆๆๆ ....ตุ๊กแก!> เสียงร้องอันแสบแก้วหูดังก้องขึ้นมาทันที

“แหก!!!... แม่ร่วง!” เมขลาหวีดร้องอย่างลืมตัว และกระโดดเข้าเกาะแขนวายุข้างที่บาดเจ็บอย่างแรง

“โอ้ย!” วายุร้องออกมาเบาๆ ด้วยความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นมาถึงขั้วสมอง

“ขอโทษค่ะ... เมย์ตกใจไปหน่อย!” เธอรีบปล่อยแขนเขาด้วยความสำนึกผิด

“นอนเถอะครับ... พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว... ค่อยหาวิธีออกไปจากที่นี่” วายุพูด พลางสูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับความเจ็บปวด

“นอนตรงนี้น่ะเหรอ!” เมขลาพูดด้วยความกังวล

“งั้นเมย์มานอนบนเสื่อ... เดี๋ยวพี่ไปนอนตรงนั้น” วายุชี้ไปยังพื้นกระดานข้าง ๆ

“กระดานไม้มันเย็นนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ หนาวกว่านี้อีก”

“งั้นก็ได้ค่ะ...”

กลางดึก เสียงไม้เสียดสีและเสียงตุ๊กแกทำให้หญิงสาวนอนไม่หลับ เธอค่อยๆ คลานกระดึบๆ ไปบนแผ่นไม้เย็น ๆ เพื่อไปนอนขดตัวข้างๆ วายุ จนกระทั่งเผลอหลับไปในที่สุด

รุ่งเช้าที่สดใส... ร่างเล็กของเมขลาอยู่ในอ้อมกอดคนตัวโตด้วยความอบอุ่น ศีรษะเล็กหนุนอยู่บนแขนข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บของวายุ แขนเรียวโอบกอดเอวแกร่งไว้แน่น ส่วนขาพาดทับร่างเขาไว้ราวกับตุ๊กตาหมีตัวโปรด

วายุค่อยๆ ลืมตาอย่างเชื่องช้า เขาก้มมอง ก็พบใบหน้าหวานกำลังหลับตาพริ้ม แหงนขึ้นจนหน้าผากไปชนปลายจมูกโด่งของเขา วายุเผลอยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อเห็นสาวน้อยที่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งกำลังหลับใหลอย่างไร้เดียงสา

เขาค่อยๆ ยกแขนข้างที่เจ็บมาปัดผมที่ปิดหน้าสวยของเธออย่างนุ่มนวล

“น่ารักจัง... โตแล้วนะ ทำไมยังชอบทำตัวเป็นเด็ก ๆ เหมือนเมื่อก่อนอยู่ได้นะ” เขาพึมพำกับตัวเอง

มือหนาลูบไปที่กลุ่มผม แล้วใช้ปลายนิ้วแตะไปที่ปลายจมูกเล็กด้วยความเอ็นดู ในจังหวะนั้น เขาเผลอก้มลง ใช้ปลายจมูกโด่งสูดดมไปที่กลุ่มผมของเธอเบา ๆ

<ฮา...ฮา..ฮัดชิ้ว!>

“กลิ่นนี่... ไม่ได้สระมากี่วันแล้วเนี่ย!”

หญิงสาวสะดุ้งขึ้นทันทีพร้อมกับเกาไปที่มุมปากและใช้หลังมือเช็ดน้ำลาย

“ฮะ...ฮือ... ตื่นแล้วเหรอ” เธอสะลึมสะลือ ตาปรือมองซ้ายมองขวา แล้วทิ้งตัวคลานกลับไปยังเสื่อแล้วหลับต่อทันที

วายุระเบิดเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอเมื่อเห็นสภาพที่ดูตลกและน่ารักของเธอ... แต่จังหวะนั้น รอยยิ้มของเขาก็ค่อย ๆ หายไป เขาพยายามก้มลงดูเสื้อตรงแผงอกที่ตอนนี้รู้สึกชื้น ๆ เย็น ๆ

“เชี้ยะ!!!... นี่มัน... น้ำลายเหรอ!” วายุเบิกตากว้างพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งอุ่นซ่านและสยองขวัญปนกันไปหมด
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 103

    ภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ เมขลานั่งอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีเด็กหญิงสองคนนั่งตาแป๋วฟังเรื่องราวในอดีตอย่างตั้งใจ 'มายด์' ลูกสาวของเธอกับวายุ และ 'มิ้นท์' ลูกสาวของเมฆินทร์กับจารวี ทั้งคู่หน้าตาละไมคล้ายกันราวกับฝาแฝด จนใครต่อใครมักจะทักผิดอยู่เสมอ“ว้าว... โรแมนติกจังเลยค่ะคุณแม่ แล้วตอนนั้

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 102

    ค่ำคืนวันเพ็ญ... ณ ลานกลางหมู่บ้านชาวบ้านทุกคนต่างพากันจัดเตรียมงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่ กลิ่นควันไฟและเสียงกลองดนตรีพื้นเมืองดังระงมไปทั่วหุบเขาเพื่อแสดงความยินดีกับ ‘ลูกเขยและลูกสาว’ ของหมู่บ้าน พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ถูกจัดขึ้นอย่างประณีตตรงกลางลานมี ‘หมูดำ’ ตัวใหญ่ที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อใช้ใ

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 101

    “เมย์? เป็นอะไร...”ยังไม่ทันที่วายุจะถามจบ ร่างเล็กก็โผพรวดลงจากเตียงโดยไม่สนใจอาภรณ์ที่หลุดลุ่ย เธอถลาไปที่ถังน้ำมุมห้องแล้วโก่งคออ้วกออกมาอย่างหนัก ราวกับจะขย้อนทุกอย่างในร่างกายออกมา“อ้วก! แหวะ... แค่กๆ!”วายุหน้าถอดสี รีบถลาเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของเธอไว้ มือหนาลูบหลังให้ด้วยความตกใจระคนเป

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 100

    “หึ... สู้ไหวไหมคะพี่วา?” เธอหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ“แกล้งพี่เหรอเมขลา! งั้นพี่ไม่ปราณีแล้วนะ!”เขาจัดการจับเรียวขาคู่สวยให้ฉีกอ้าออกกว้าง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาว ลิ้นสากระรัวบดเบียดไปที่จุดอ่อนไหว กระดกลิ้นรัวถี่เข้าใส่ร่องรักที่แสนคับแคบอย่างบ้าคลั่ง“อ๊ะ! อร๊ายยย... พี่วา!”มือเล็ก

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 99

    พูดจบ เขาก็รวบตัวเธอลงไปบนที่นอน ก่อนจะตามไปทบทวน ‘บทเรียน’ ที่ว่านั้นอย่างนุ่มนวลและหนักหน่วงในเวลาเดียวกัน... “พี่ขอปราบเด็กดื้อก่อนแล้วกันนะครับ”วายุไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้ประท้วงต่อ เขาโน้มใบหน้าลงกดจูบที่กลีบปากอิ่มอย่างหนักหน่วงและดูดดื่ม ปลายลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าหาความหวานที่เขาแสนโหยหาเนิ่นน

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 98

    หลายวันต่อมา...แสงแดดอ่อนๆ ยามสายส่องผ่านช่องหน้าต่างเรือนไม้ กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าโชยมาตามลม ผสมกับกลิ่นดินและพืชผักสีเขียวขจีที่วายุตั้งใจปลูกไว้รอบบ้าน บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของคนสองคนที่นั่งอิงแอบกันอยู่“พี่วาตัดสินใจดีแล้วเหรอคะ เรื่องที่จะลาออก?” เมขลาเอ่ยถามขณะเอนซบไหล่หนา“ครับ.

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 75

    “เมย์รอกลับพร้อมพี่วาค่ะ... คุณกลับไปก่อนเลย” เมขลาตอบอย่างเด็ดขาด“ได้ยังไงเมย์! พี่ว่าเมย์กลับพร้อมพี่ดีกว่า เดี๋ยวจี๊ดจะช่วยดูแลเมย์เอง” เมฆินทร์เริ่มเสียงแข็ง“ทำไมต้องให้คนอื่นดูแลด้วยคะ ในเมื่อเมย์ก็มีพี่วา...”“มันไม่เหมือนกันนี่เมย์ อย่าดื้อสิ! วายุมันต้องอยู่เคลียร์งาน อีกอย่างหนึ่ง เมย์จะม

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 74

    เมื่อร่างที่อ่อนล้าเต็มไปด้วยร่องรอยของการเดินทางของเมขลาก้าวเข้าสู่หมู่บ้าน ดวงตาที่บวมแดงก่ำด้วยความเศร้าสร้อยมุ่งตรงไปยังพ่อจ๋ายและแม่คำปอง“ขวัญเอ๋ย ขวัญมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวนะลูก”เสียงปลอบโยนที่เปี่ยมด้วยความรักและความห่วงใยของแม่คำปองกระแทกเข้ากลางใจ เมขลาผู้สูญเสียความทรงจำพลันน้ำตาเอ่

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 73

    แม้จะออกมาจากป่าสู่ความปลอดภัยแล้ว แต่เมขลายังคงตามวายุต้อย ๆ ไม่ห่าง ราวกับเป็นเงาติดตัว เธอไม่ยอมให้สายตาคลาดจากเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว แม้กระทั่งตอนที่วายุต้องไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่ เธอก็จะเดินตามไปยืนอยู่ข้าง ๆ และจับชายเสื้อเขาไว้แน่นเมฆินทร์ที่เฝ้าดูอยู่ก็รู้สึกอ่อนใจและคับข้องใจอย่างมากที

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 72

    เสียงปืนตามมาอีกสองครั้ง ในขณะที่ทุกคนกำลังวิ่ง หญิงคนที่ย้อนกลับมาช่วยนั้นก็ทรุดตัวลงทันที“คุณคะ! เป็นไรหรือเปล่า!” วายุและเมขลาพยายามจะพยุงหญิงคนนั้นไว้ แต่แล้วเลือดก็ไหลไม่หยุด“คุณถูกยิง!”ทั้งคู่ประคองร่างพยุงหญิงคนนั้นแล้ววิ่งต่ออย่างทุลักทุเล“พอก่อนค่ะ! คุณ... ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status