Share

ผ้าเช็คความรู้สึก

last update publish date: 2026-10-11 19:59:25

ค่ำคืนนั้นในห้องนอนที่บ้านป้าอัญ 'นิตา' นั่งจ้องผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดของเกื้อหนุนที่เธอเพิ่งซักและตากจนแห้งสนิท กลิ่นผงซักฟอกอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เธอตั้งใจเลือกกลิ่นที่ดู 'สะอาด' ที่สุดเหมือนตัวเจ้าของผ้า ทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่ลานเกียร์เมื่อตอนกลางวัน

"ลุงบัญชีนั่น... จริงๆ ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง" เธอกระซิบกับตัวเองพลางพับผ้าเช็ดหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างบรรจงที่สุดในชีวิต นิตาตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าก่อนไปเรียน เธอจะเอาไปคืนเขาพร้อมกับซื้อกาแฟดำแบบที่เขาชอบไปฝากเป็นการขอบคุณ (ครั้งที่สี่)

เช้าวันต่อมา นิตาตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัว เธอสวมชุดนิสิตที่ดูเรียบร้อยกว่าวันแรกเล็กน้อย (แม้จะยังใส่รองเท้าผ้าใบตามสไตล์สาวโยธาก็ตาม) ในมือถือถุงผ้าเช็ดหน้าที่รีดมาจนเรียบกริบและแก้วกาแฟอเมริกาโน่ร้อนที่เธอแอบปั่นจักรยานออกไปซื้อที่ปากซอยมา

"เอาล่ะ นิตา... แค่คืนผ้าแล้วบอกขอบคุณ สบายมาก!"

เธอเดินไปที่รั้วบ้านระแนงไม้ที่เป็นพรมแดนกั้นระหว่างสองบ้าน สายตามองไปที่รถเก๋งสีขาวที่จอดวอร์มเครื่องอยู่ นิตากำลังจะตะโกนเรียกชื่อเขา แต่แล้วเท้าของเธอก็หยุดกึก

ที่ข้างรถเก๋งคันนั้น เกื้อหนุนไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว

เขากำลังยืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง... ผู้หญิงที่ดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น เธออยู่ในชุดนิสิตที่เข้ารูปสวยงาม กระโปรงทรงเอผ่าหน้ายาวพอดีตัว ผมยาวดัดลอนสลวยดูเงางาม และใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตสะกดทุกสายตา

"พี่เกื้อคะ ฝากเอกสารชุดนี้ให้สโมสรนิสิตด้วยนะคะ พลอยตรวจทานมาให้รอบหนึ่งแล้ว" เสียงหวานใสของเธอคนนั้นดังแว่วมาถึงหูนิตา

"ขอบคุณครับ 'พลอย' ลำบากคุณจริงๆ ทั้งที่ต้องเตรียมตัวประกวดดาวคณะบริหารแท้ๆ" เกื้อหนุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิตารู้สึกว่ามัน 'นุ่มนวล' กว่าตอนที่พูดกับเธอเป็นสิบเท่า

"ไม่ลำบากเลยค่ะ เพื่อพี่เกื้อ พลอยยินดีเสมอ" หญิงสาวคนนั้นยิ้มกว้างจนตาหยี พลางเอื้อมมือไปปัดเศษฝุ่นเล็กๆ บนไหล่เสื้อเชิ้ตของเกื้อหนุนอย่างถือวิสาสะ

นิตายืนนิ่งอยู่หลังพุ่มเข็มที่กั้นรั้ว ความรู้สึกอุ่นๆ ในอกเมื่อคืนหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความรู้สึก 'จุก' และ 'หงุดหงิด' อย่างบอกไม่ถูก เธอจ้องมองมือของ 'พลอย' ที่สัมผัสไหล่เขา และมองหน้าเกื้อหนุนที่ไม่ได้ขยับหนี แถมยังส่งยิ้มบางๆ กลับไปให้เสียด้วย

"เหอะ! ที่แท้ก็ชอบแบบนี้นี่เอง" นิตาพึมพำลอดไรฟัน "ชอบพวกคนสวย มาดคุณหนู อ่อนหวาน... แล้วมาวุ่นวายกับยัยเด็กวิศวะมอมแมมอย่างฉันทำไมกัน"

เธอมองถุงผ้าเช็ดหน้าในมือและแก้วกาแฟที่เริ่มคลายความร้อนลง ความตั้งใจที่จะขอบคุณหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความหมั่นไส้และความรู้สึกว่าตัวเอง 'ตลก' ที่อุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำอะไรแบบนี้

นิตาตัดสินใจหันหลังกลับ ตั้งใจจะเดินเข้าบ้านป้าอัญไปเงียบๆ แต่แล้วเสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นเสียก่อน

"นิตา! ยืนทำอะไรตรงนั้นครับ?"

เธอสะดุ้งสุดตัว หันกลับไปมองเห็นเกื้อหนุนจ้องมาที่เธอ ส่วน 'พลอย' ดาวคณะบริหารคนสวยก็หันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย (และแฝงไปด้วยการสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า)

"เอ่อ... เปล่า! หนูแค่... ออกมาดูว่าฝนจะตกไหม" นิตาตอบเสียงตะกุกตะกัก พลางแอบซ่อนแก้วกาแฟไว้ข้างหลัง

"แดดออกจ้าขนาดนี้เนี่ยนะ?" เกื้อหนุนขมวดคิ้ว "แล้วในมือนั่นถุงอะไร?"

"ไม่มีอะไร! ของป้าอัญน่ะ พี่ไปกับเพื่อนของพี่เถอะ หนูไปเรียนเองได้!" นิตาพูดจบก็วิ่งเข้าบ้านป้าอัญไปทันทีโดยไม่รอฟังคำทักท้วง

เกื้อหนุนมองตามหลังเด็กสาวจอมรั้นไปด้วยความงุนงง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ นิตาถึงได้มีท่าทีฟัดเฟียดขนาดนั้น ทั้งที่เมื่อวานยังดู 'ว่าง่าย' ขึ้นมานิดหน่อยแล้วแท้ๆ

"น้องบ้านข้างๆ พี่เกื้อดู... กระตือรือร้นดีนะคะ" พลอยพูดพลางหัวเราะเบาๆ

"ครับ... กระตือรือร้นจนน่าปวดหัวเลยล่ะ" เกื้อหนุนตอบ แต่สายตายังคงมองค้างอยู่ที่ประตูบ้านป้าอัญ

ตลอดทั้งวัน นิตาไม่มีสมาธิกับการเรียนฟิสิกส์หรือแคลคูลัสเลยแม้แต่นิดเดียว ในหัวของเธอมีแต่ภาพ 'ดาวคณะบริหาร' เพื่อนคนนั้นที่ยิ้มให้เกื้อหนุนซ้ำไปซ้ำมา

"เป็นอะไรวะนิตา หน้าบูดอย่างกับลืมเติมปูนในงานหล่อ" 'ปอนด์' เพื่อนใหม่หนุ่มโยธาตัวโตสะกิดถามขณะกำลังพักเที่ยง

"ไม่มีอะไร แค่หิวข้าวมั้ง" นิตาตอบปัด พลางมองไปที่ทางเข้าคณะวิศวะฯ อย่างไม่ตั้งใจ

ใจหนึ่งเธอหวังว่าจะเห็นรถเก๋งสีขาววนมาจอดเหมือนเมื่อวาน แต่อีกใจหนึ่งเธอก็บอกตัวเองว่าเขาคงไปกินข้าวสุดหรูกับดาวคณะคนสวยไปแล้ว... และเมื่อเวลาผ่านไปจนบ่ายคล้อย รถคันนั้นก็ไม่ปรากฏตัวจริงๆ

"นั่นไง... ว่าแล้วเชียว บัญชีก็ต้องคู่กับบริหาร จะมาสนใจอะไรกับโยธา"

นิตาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาจากกระเป๋า เธออยากจะโยนมันทิ้งลงถังขยะไปเสียตอนนี้ แต่ความนุ่มของเนื้อผ้าและความทรงจำตอนที่เขาเช็ดหน้าให้เธอกลับรั้งมือไว้

นิตากลับบ้านด้วยรถเมล์และวินมอเตอร์ไซค์ตามที่เธอตั้งใจไว้ สภาพเธอวันนี้ไม่มอมแมมเท่าวันแรก แต่ใจกลับเหนื่อยล้ากว่าหลายเท่า เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เธอเห็นเกื้อหนุนยืนรดน้ำต้นไม้เสื้อสูทถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตขาวพับแขนเสื้อ

"กลับเองเป็นด้วยเหรอครับ? นึกว่าต้องให้หน่วยกู้ภัยไปลากออกมาจากกองทราย" เขาเปรยเสียงเรียบเมื่อเห็นเธอเดินผ่าน

นิตาหยุดเดิน หันมาจ้องหน้าเขา "ใช่! หนูโตแล้ว กลับเองได้ ไม่ต้องรบกวนเวลาอันมีค่าของพี่เกื้อกับ 'คุณพลอย' หรอกค่ะ"

เกื้อหนุนชะงักมือที่จับสายยาง "คุณพลอย? อ๋อ... หมายถึงเพื่อนผมเมื่อเช้าน่ะเหรอ"

"เพื่อน... หรืออะไรก็ช่างเถอะค่ะ" นิตาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ แล้วโยนถุงผ้าเช็ดหน้าข้ามรั้วไป "เอาของพี่คืนไป! ขอบคุณที่ให้ยืม คราวหน้าไม่ต้องลำบากเอามาให้หรอกนะ เพราะหนูก้มีและจะพกไปเอง!"

ผ้าเช็ดหน้าตกลงบนพื้นหญ้าที่เปียกชุ่มจากการรดน้ำ เกื้อหนุนมองถุงผ้าที่เปียกน้ำไปครึ่งหนึ่งด้วยแววตาที่หม่นลงเล็กน้อย

"นิตา... เป็นอะไรของคุณ จู่ๆ ก็มาพาลใส่คนอื่น"

"หนูไม่ได้พาล! หนูแค่รู้ที่ต่ำที่สูง!" นิตาตะโกนกลับ "หนูรู้ว่าหนูมันก็แค่เด็กข้างบ้านที่น่ารำคาญ ไม่ได้สวย ไม่ได้เก่งเหมือนดาวคณะบริหารของพี่นี่! ต่อไปนี้ไม่ต้องมายุ่งกับหนูอีกนะ!"

พูดจบ นิตาก็วิ่งเข้าบ้านป้าอัญไปทันที ทิ้งให้เกื้อหนุนยืนถือสายยางค้างอยู่ท่ามกลางความเงียบ ชายหนุ่มวางสายยางลงแล้วเดินไปเก็บถุงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา เขาคลี่มันออกดู... แม้มันจะเปียกน้ำ แต่เขาก็ยังได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ดูเหมือนเธอจะตั้งใจซักมาให้เขา

"ยัยเด็กบ้า... คิดไปถึงไหนเนี่ย" เกื้อหนุนถอนหายใจยาว พลางมองผ้าในมือ "ดาวคณะอะไรนั่น... ผมยังไม่ได้คิดจะไปรับไปส่งเขาเลยสักนิด"

ค่ำคืนนั้น กำแพงไม้ระแนงที่กั้นระหว่างสองบ้านดูเหมือนจะสูงขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าในความรู้สึกของคนทั้งคู่...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สาววิศวะกับหนุ่มนักบัญชี   ผ้าเช็คความรู้สึก

    ค่ำคืนนั้นในห้องนอนที่บ้านป้าอัญ 'นิตา' นั่งจ้องผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดของเกื้อหนุนที่เธอเพิ่งซักและตากจนแห้งสนิท กลิ่นผงซักฟอกอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เธอตั้งใจเลือกกลิ่นที่ดู 'สะอาด' ที่สุดเหมือนตัวเจ้าของผ้า ทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่ลานเกียร์เมื่อตอนกลางวัน"ลุงบัญชีนั่น... จริงๆ ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง" เธอกระซิบกับตัวเองพลางพับผ้าเช็ดหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างบรรจงที่สุดในชีวิต นิตาตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าก่อนไปเรียน เธอจะเอาไปคืนเขาพร้อมกับซื้อกาแฟดำแบบที่เขาชอบไปฝากเป็นการขอบคุณ (ครั้งที่สี่)เช้าวันต่อมา นิตาตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัว เธอสวมชุดนิสิตที่ดูเรียบร้อยกว่าวันแรกเล็กน้อย (แม้จะยังใส่รองเท้าผ้าใบตามสไตล์สาวโยธาก็ตาม) ในมือถือถุงผ้าเช็ดหน้าที่รีดมาจนเรียบกริบและแก้วกาแฟอเมริกาโน่ร้อนที่เธอแอบปั่นจักรยานออกไปซื้อที่ปากซอยมา"เอาล่ะ นิตา... แค่คืนผ้าแล้วบอกขอบคุณ สบายมาก!"เธอเดินไปที่รั้วบ้านระแนงไม้ที่เป็นพรมแดนกั้นระหว่างสองบ้าน สายตามองไปที่รถเก๋งสีขาวที่จอดวอร์มเครื่องอยู่ นิตากำลังจะตะโกนเรียกชื่อเขา แต่แล้วเท้าของเธอก็หยุดกึกที่ข้างรถเก๋งคันนั้น เ

  • สาววิศวะกับหนุ่มนักบัญชี   ยินดีต้องรับสู่...โยธา

    ทันทีที่เท้าของ 'นิตา' เหยียบลงบนลานเกียร์ผืนกว้างที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์เฟืองยักษ์ เธอก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดช็อปสีเลือดหมูและสีกรมท่าที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ เสียงตะโกนก้องกังวานที่เรียกกันว่า 'เสียงว้าก' ดังระงมจนนกที่เกาะอยู่บนต้นจามจุรีบินหนีไปคนละทิศละทาง"ปีหนึ่ง! รวมแถว! ช้ากว่านี้ไปวิ่งรอบลานเกียร์สิบรอบ!"เสียงกัมปนาทนั้นทำเอาเฟรชชี่หน้าใสหลายคนสะดุ้งสุดตัว นิตารีบวิ่งเข้าไปต่อแถวกับเพื่อนใหม่ที่ยืนหน้าซีดกันเป็นแถว หัวใจของเธอเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่ปนเปไปกับความกดดัน"ผมชื่อ 'พี่ถัง' เป็นเฮดว้ากของโยธาปีนี้!" ชายหนุ่มร่างยักษ์ที่มีรอยสักรูปเฟืองที่ต้นคอเดินมาหยุดตรงหน้านิตา สายตาของเขาจ้องเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงตับไตไส้พุง "คุณชื่ออะไร! ตะโกนบอกผมมา!""นิตาค่ะ! รหัสนิสิต 0XX โยธาปีหนึ่งค่ะ!" นิตาตะโกนสุดเสียงจนหน้าดำหน้าแดง"เสียงเบาเหมือนยุงกัด! เป็นวิศวะโยธาต้องแบกปูน แบกเหล็ก ถ้าแค่อ้าปากพูดแล้วไม่มีใครได้ยิน ก็ลาออกไปเรียนคหกรรมไป๊!"นิตาเม้มริมฝีปากแน่น มือที่กำสายเป้สั่นระริก 'นี่มันยุค

  • สาววิศวะกับหนุ่มนักบัญชี   พิกัดที่ผิดพลาด

    ในขณะที่นิตากำลังจะตัดสินใจยอมจำนนและเดินเข้าไปถามทางรุ่นพี่สถาปัตย์ที่กำลังนั่งสเก็ตช์ภาพอยู่ เสียงเรียกเข้ามือถือก็ดังขึ้น... เป็นเบอร์ที่เธอไม่ได้เมมชื่อไว้ แต่จำตัวเลขสี่ตัวท้ายที่ดูเรียงกันอย่างเป็นระเบียบได้อย่างแม่นยำ08X-XXX-1234"ฮัลโหล!" นิตากดรับสายเสียงดังกว่าปกติเพื่อกลบความตื่นตระหนก"อยู่ไหนครับ?" เสียงทุ้มเรียบแสนคุ้นเคยดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นนิ่งสงบจนนิตารู้สึกเขม่น"ก็... ก็อยู่ที่คณะดิพี่ ถามทำไม""คณะไหนครับ? คณะที่อยู่ติดกับโรงอาหารบัญชี หรือคณะที่คุณกำลังยืนจ้องรูปปั้นหัวเสาไอโอนิกอยู่ตรงหน้าตึกสถาปัตย์?"นิตาชะงักกึก เธอรีบหันขวับไปมองรอบตัวทันที สายตาสอดส่ายหาต้นตอของเสียง จนกระทั่งเห็นรถเก๋งสีขาวเจ้าเดิมจอดนิ่งอยู่ริมฟุตบาทห่างออกไปไม่กี่เมตร กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยของเกื้อหนุนที่กำลังมองมาทางเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"พี่... พี่ตามหนูมาเหรอ!" นิตาเดินกึ่งวิ่งไปที่รถด้วยความโมโหปนอาย"ผมไม่ได้ตามครับ ผมแค่ขับรถวนมาดูความหายนะที่ผมพยากรณ์ไว้" เกื้อหนุนลดแว่นสายตาลง "แล้วก็เป็นไปตามตัวเลขเป๊ะๆ ... นิตาเดินหลงตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเท้าล

  • สาววิศวะกับหนุ่มนักบัญชี   จุดหมายที่เกือบไม่ถึง

    การจราจรบนถนนพหลโยธินเริ่มติดขัดอย่างหนักตามคาด นิตานั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่บนเบาะพรีเมียม เธอรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานนับศตวรรษ ทั้งที่จริงๆ เพิ่งผ่านไปแค่ 20 นาที"นี่พี่... ถ้าติดขนาดนี้ หนูลงเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าไม่เร็วกว่าเหรอ?""อย่าทำตัวฉลาดน้อยไปหน่อยเลย จากตรงนี้ไปสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสองกิโลเมตร ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ คุณเดินไปถึงคณะปุ๊บ สภาพคงดูไม่ต่างจากช่างก่อสร้างที่เพิ่งขุดดินเสร็จ เพื่อนๆ จะจำไม่ได้เอาว่านี่คือเพื่อนใหม่หรือกรรมกรหลงมา""มันจะเกินไปแล้วนะ!" นิตาหันมาจ้องหน้าเขาเขม็ง "พี่มองหนูเป็นอะไรเนี่ย? ผู้หญิงวิศวะเขาก็มีความถึก มีความอดทนนะคะ ไม่ได้สำอางเหมือนพวกคุณชายบัญชีหรอก""ผมไม่ได้สำอาง ผมแค่ 'สะอาด'"เกื้อหนุนแก้ต่างเสียงเรียบ "และที่สำคัญ ผมต้องรับผิดชอบชีวิตคุณตามที่ป้าอัญสั่ง ถ้าคุณเป็นฮีทสโตรกตายกลางทาง ผมจะเสียประวัติ""เหอะ! ที่แท้ก็กลัวเสียประวัติ ไม่ได้ห่วงหนูจริงๆ หรอก" นิตาสะบัดหน้าหนีออกไปทางหน้าต่างอีกครั้งเกื้อหนุนเหลือบมองเด็กสาวข้างๆ เล็กน้อย เขาเห็นแววความกังวลในดวงตาคู่โตนั้น แม้เธอจะพยายามทำตัวกร่างแค่ไหนก็ตาม เขารู้ดีว่าเด็กต่างจังหวัดที

  • สาววิศวะกับหนุ่มนักบัญชี   เปิดเรียนวันแรก

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของกรุงเทพมหานครลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้มในห้องนอนของ 'เกื้อหนุน' นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชายหนุ่มจัดการสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดจนเรียบกริบราวกับกระดาษเอสี่ ตรวจเช็กเนกไทให้ตรงองศา และสวมนาฬิกาข้อมือเรือนหรูอย่างใจเย็น ทุกอย่างในชีวิตของเขาต้องเป็นระเบียบ เป็นระบบ และคาดการณ์ได้...จนกระทั่งเสียง "โครม!" ดังสนั่นมาจากรั้วหน้าบ้านเกื้อหนุนถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ เขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าที่บรรจุกเอกสารสำหรับเตรียมงานกลุ่มแล้วเดินลงบันไดมาด้วยฝีเท้าคงที่ เมื่อเปิดประตูบ้านออกไป ภาพที่เห็นคือร่างเล็กในชุดนิสิตกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า (ที่ดูขัดกับบุคลิกเจ้าตัวอย่างแรง) กำลังพยายามยกรถจักรยานยนต์แม่บ้านคันเก่าที่ล้มระเนระนาดอยู่ข้างรั้ว โดยมีป้าอัญยืนหน้าเสียอยู่ข้างๆ"บอกแล้วไงคะป้าอัญว่าหนูถอยเองได้ แฮะๆ แค่สะดุดรากมะม่วงนิดหน่อยเอง" 'นิตา' หัวเราะแห้งๆ พลางปัดฝุ่นตามตัว"สะดุดรากมะม่วงหรือสะดุดขาตัวเองกันแน่ครับ?" เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากด้านหลังที่ไม่ห่างจากตัวนิตามากนักนิตาถึงกับชะงักกึก หันขวับมามองร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาห

  • สาววิศวะกับหนุ่มนักบัญชี   เริ่มต้นวัน

    เสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ที่ครูดไปกับพื้นคอนกรีตหน้าบ้าน ทำเอา 'เกื้อหนุน' นิสิตบัญชีปี 4 ที่กำลังตั้งสมาธิอยู่กับงบการเงินในไอแพดถึงกับต้องละสายตาออกมา เขาขมวดคิ้วมองออกไปนอกรั้วบ้าน เห็นร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดเข่ากำลังพยายามยัดเยียดกระเป๋าใบที่สามผ่านประตูเล็กหน้าบ้าน 'ป้าอัญ' เพื่อนบ้านที่สนิทกับแม่ของเขามานาน"นิตา! ทางนี้ลูก มาๆ ป้าช่วย" เสียงป้าอัญร้องเรียกอย่างดีใจเกื้อหนุนจำชื่อนั้นได้ดี 'นิตา' ยัยเด็กแสบลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของป้าอัญ ที่ชอบมาวิ่งเล่นแถวนี้ตอนปิดเทอมสมัยประถม ยัยเด็กที่เคยเอาดินน้ำมันมาแปะที่กระจกรถจักรยานคันแรกของเขาจนล้างไม่ออก ตอนนี้โตขึ้นจนกลายเป็นสาวน้อยผมสั้นกุดสไตล์เด็กถาปัตย์ เอ๊ย... ไม่ใช่ เห็นชุดช็อปสีกรมท่าที่พาดอยู่บนกระเป๋า นั่นมัน วิศวะโยธา ชัดๆ"สวัสดีค่ะป้าอัญ หนูนึกว่าจะมาไม่ถึงซะแล้ว กรุงเทพฯ รถติดสมคำร่ำลือจริงๆ" นิตายกมือไหว้พลางปาดเหงื่อ"เข้าบ้านก่อนเถอะลูก เดี๋ยวป้าจะแนะนำให้รู้จักกับพี่เกื้อหนุนบ้านข้างๆ จำได้ไหม? เมื่อก่อนเราชอบไปแกล้งเขาน่ะ"นิตาหันขวับมาตามปลายนิ้วของป้าอัญ สายตาของเธอประสานเข้ากับสายตาคมกริบหลัง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status