ANMELDENเพราะความตั้งใจทีให้เขามาตลอดชีวิต ถูกมองเป็นสิ่งไร้ค่า ป่านแก้ว จึงเลือกเดินออกมา แต่กลับกลายเป็นมา พอเธอหายไป เขาเพิ่งรู้ใจตัวเอง
Mehr anzeigenไม่นานนัก หญิงวัยกลางคนใบหน้าใจดีก็เดินออกมาเปิดประตูให้ นั่นคือป้าวิภา แม่ของเคออส"อ้าว ป่านเหรอลูก ดึกป่านนี้มาทำอะไรจ๊ะ เข้ามาก่อนสิ" ป้าวิภาโอบไหล่ป่านแก้วอย่างเอ็นดู และชวนให้เข้ามาในบ้านเหมือนเคย"ป่านไม่เป็นไรค่ะป้า ป่านแค่เอาเสื้อช็อปของพี่เคออสมาส่ง พอดีว่าวันนี้พี่เขาบอกว่าจะมาเอาแต่คงติดธุระอยู่ค่ะ ป่านฝากป้าไว้ให้เขาแล้วกันนะคะ" ป่านแก้วยิ้มให้ พลางยื่นถุงกระดาษส่งให้ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด"เด็กคนนี้นี่จริงๆ เลย ป้าบอกแล้วว่าอย่าไปใช้น้อง เรานี่ก็เหมือนกัน ตามใจพี่เขาจนเคยตัวหมดแล้ว" ป้าวิภาส่ายหน้าเบาๆ สีหน้าออกอาการไม่พอใจลูกชายเล็กน้อย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ต่อไปป่านก็ว่าจะไม่ทำให้แล้ว”"ต้องแบบนั้นแหละ แล้วนี่...ทำไมถึงปล่อยให้ป่านมานั่งรอดึกดื่นแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวป้าจะโทรต่อว่ามันเอง""ไม่เป็นไรค่ะป้า ป่านเข้าใจ พี่เคออสคงมีธุระสำคัญ" ป่านแก้วรีบยิ้มปฏิเสธ แม้ในใจลึกๆ คำว่า "เข้าใจ" ที่เอ่ยออกไปจะดังก้องกลับมาแทงใจตัวเองเสียเอง"ป่านกลับดึกๆ แบบนี้ระวังตัวด้วยนะลูก จะให้คนขับรถไปส่งไหม" ป้าวิภาถามด้วยความเป็นห่วง"ไม่เป็นไรค่ะป้า บ้านป่านอยู่ใกล้แค่นี้เอ
หลังปิดร้านช่วยแม่เก็บของเสร็จเรียบร้อย ป่านแก้วรีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ก่อนจะหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลที่ใส่เสื้อช็อปรีดเรียบกริบวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งตั้งแต่เมื่อคืน มือเรียวลูบผ้าเรียบๆ อีกรอบ ตรวจดูรอยยับที่อาจหลุดรอดสายตาไป"จะไปไหนอีกล่ะป่าน ค่ำแล้วนะลูก" ปราณีถามจากหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน "พี่เคออสนัดว่าจะแวบมาเอาเสื้อช็อปตอนเย็นค่ะแม่ ป่านรอเขาอยู่หน้าบ้านแป๊บนึงนะคะ" ปราณีเพียงพยักหน้ารับ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สายตาที่มองตามลูกสาวเดินออกไปนั้นมีรอยกังวลปนอยู่ลึกๆป่านแก้วเดินออกมานั่งรอที่ม้าหินหน้ารั้วบ้าน ตำแหน่งเดิมที่เคออสมักขับรถมาจอดรับของทุกครั้ง ลมเย็นยามพลบค่ำพัดผ่านเส้นผมยาวสีดำ เธอกอดถุงเสื้อไว้แนบอก สายตาจับจ้องไปที่ปากซอยหนึ่งทุ่มผ่านไป...สองทุ่มผ่านไป...เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคยยังคงไม่ดังมาสักที ป่านแก้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความ นิ้วเรียวกดหน้าจอด้วยความหวังเล็กๆParnkaew: พี่เคออสคะ ป่านเตรียมเสื้อช็อปไว้ให้แล้วนะคะ พี่จะมารับกี่โมงคะข้อความขึ้นสถานะ "ส่งแล้ว" เฉยๆ ไม่มีเครื่องหมายถูกคู่สีฟ้าให้เห็นแม้แต่น้อยขณะที่ปลายทางอีกฝั่งหนึ่ง เคออสกำล
เขาไม่คิดว่าป่านแก้วจะพูดออกมาตรงๆ แบบนี้ ปกติแล้วเธอจะไม่พูดอะไรที่เสี่ยงทำให้เขาโกรธเลย แต่ครั้งนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอคงจะโกรธจริง เพราะถูกเพื่อนๆ ของเขาเล่นแรงมากไป“ก็... ก็คืนนั้นพี่เมามาก หัวมันตื้อไปหมด ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยจริง ๆ” เคออสรีบแก้ตัว“ตอนนี้พี่รู้ตัวแล้วไงว่าผิด พี่ถึงได้ยอมขับรถตามมาขอโทษป่านถึงที่บ้านนี่ไง หายโกรธพี่เถอะนะ ต่อไปพี่จะไม่ปล่อยให้ใครมาแกล้งป่านอีกแล้ว”คำว่าขอโทษที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายอย่างเคออส ทำให้หัวใจของป่านแก้วกระตุกวูบ จากที่ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งกับเขาอีก เธอก็เริ่มลังเลขึ้นมา“ป่านไม่ได้โกรธพี่เคออสแล้วค่ะ” เสียงแข็งๆ ไร้เยื่อใยของหญิงสาวเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ เคออสกระตุกยิ้มอย่างพอใจ ‘ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอวะ’ เขาแอบคิดในใจในความคิดของชายหนุ่ม ป่านแก้วก็ยังคงเป็นป่านแก้วคนเดิม ยัยแว่นข้างบ้านที่ยอมเขามาตลอดชีวิต แค่ยอมลดตัวขับรถมาหาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวซอกตึก แกล้งทำเสียงอ่อนพูดคำว่าขอโทษคำเดียว เธอก็พร้อมจะทิ้งขว้างความโกรธเคืองแล้วกลับมาเป็นของตายให้เขาใช้งานเหมือนเดิม และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ พอได้ยินคำว่าขอโทษ ความเจ็บปวดลึกๆ จากเหตุ
“ป่าน ลูกค้าโต๊ะสี่จ่ายเงินแล้ว เช็ดโต๊ะด้วยนะลูก” เสียงปราณีตะโกนบอกมาจากหน้าเตา“ค่ะแม่” ป่านแก้วขานรับเสียงเรียบ ก่อนจะเดินถือผ้าขี้ริ้วตรงไปยังโต๊ะนั้นที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง โทรศัพท์มือถือของเธอเงียบสนิทมาตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากที่ส่งรูปแคปหน้าจอแชตสวนกลับไป เธอก็กดปิดเครื่องยาวและไม่คิดจะเปิดมันขึ้นมาอีก ป่านแก้วไม่อยากรับรู้ ไม่อยากอ่านข้อความแก้ตัวอะไรทั้งนั้น และที่สำคัญที่สุดคือเธอไม่มีความกล้าพอที่จะสู้หน้าหรือรับฟังคำตอกย้ำความใจร้ายจากผู้ชายที่ชื่อเคออสอีกแล้วเสียงเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ที่ป่านแก้วคุ้นหูเป็นอย่างดีดังก้องขึ้นมาที่หน้าร้าน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงล้อรถบดเบรกกับพื้นถนนอย่างแรง หัวใจของป่านแก้วกระตุกวูบ มือเรียวที่กำลังเช็ดโต๊ะชะงักค้างไปในทันที เธอหันไปมองตามสัญชาตญาณผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง เจ้าของใบหน้าหล่อเดินเข้ามาในร้าน เขาเดินตรงดิ่งมาหาเธอ ใบหน้าของเขาดูบึ้งตึง และหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมคู่นั้นองตรงมาที่เธอราวกับต้องการจะเค้นเอาคำตอบ“ป่าน ทำไมปิดเครื่อง แชตไปก็ไม่ตอบ” น้ำเสียงทุ้มห้วนเอ่ยทักประโยคแรกอย่างเอาแต่ใจ เคออสขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผู