Share

บทที่ 8

Author: หูหลัวเป่ย
ข้าคีบโอสถกุยซีสีน้ำตาลเข้มไว้ระหว่างนิ้ว แต่ยังไม่กลืนลงไปทันที

ข้าเป็นหมอ ย่อมรู้กระบวนการของความตายดียิ่งกว่าผู้ใด

ฤทธิ์ของโอสถกุยซีคงอยู่ได้เพียงสิบสองชั่วยามเท่านั้น

หากดำเนินพิธีศพตามธรรมเนียมปกติ เมื่อพ้นสิบสองชั่วยาม ข้าก็จะขาดอากาศหายใจตายทั้งเป็นอยู่ในโลงศพที่ปิดผนึกแน่นสนิท

เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะจัดการกับ “ศพ” ของข้า จะเป็นเผยเหยี่ยนไม่ได้เด็ดขาด

ข้าเงยหน้ามองท้องฟ้านอกหน้าต่าง

เหตุม้าแตกตื่นบนถนนจูเชวี่ยในเทศกาลโคมไฟทำให้ราษฎรบาดเจ็บไม่น้อย เรื่องใหญ่โตจนแม้แต่ขุนนางผู้ดูแลเมืองหลวงยังต้องรับรู้ เช้าตรู่วันนี้เผยเหยี่ยนถูกเรียกตัวเข้าวังอย่างเร่งด่วน ก่อนฟ้ามืดเขาไม่มีทางปลีกตัวออกมาได้เด็ดขาด

เมื่อเขาไม่อยู่ในจวน ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในเรือนชั้นในของจวนอู่อันโหวยามนี้ จึงเหลือเพียงคุณหนูผู้เป็นญาติร่างบอบบางแห่งเรือนหลักเท่านั้น

และหากมองไปทั่วทั้งจวนโหว ก็มีเพียงนางเท่านั้นซึ่งแทบรอไม่ไหวที่จะโยนศพข้าทิ้งออกไปภายในสิบสองชั่วยาม

ข้าเดินไปริมหน้าต่าง แง้มออกเป็นช่องแคบๆ แล้วเป่านกหวีดไม้ไผ่ที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ

เสียงนกหวีดแผ่วเบายิ่ง ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป นกพิราบสื่อสารตัวหนึ่งที่มีขนขาวดุจหิมะทั่วทั้งตัวก็บินฝ่าหิมะมาร่อนลงบนขอบหน้าต่าง นี่เป็นช่องทางติดต่อเครือข่ายลับของหุบเขาแพทย์ในเมืองหลวง มีเพียงของแทนตัวเจ้าหุบเขาเท่านั้นที่ใช้เรียกได้

ข้าหยิบพู่กันขึ้นมา เขียนข้อความหนึ่งบรรทัดลงบนผ้าแพรบางเฉียบว่า

“คืนนี้ยามจื่อ โรงพักศพทางตะวันตกของเมือง มารับสหายเก่า”

หลังปล่อยนกพิราบสื่อสารไป ข้าก็กลับมายังโต๊ะหนังสือ หยิบยาเม็ดสีแดงเม็ดหนึ่งออกจากซอกชั้นล่างสุดของหีบยา

ยานี้มีชื่อว่า “ฉื้อจั๋ว” เมื่อกินเข้าไป จะทำให้ชีพจรมีลักษณะคล้ายผู้ป่วยเป็น “วัณโรคชนิดรุนแรงเฉียบพลัน” พร้อมอาการไข้สูงและไอเป็นเลือด อีกทั้งหลังขาดใจโดยสิ้นเชิง ผิวหนังของศพจะปรากฏปื้นแดงน่าสะพรึงกลัวขึ้นเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว

ในหมู่ตระกูลใหญ่ผู้สูงศักดิ์แห่งเมืองหลวง “วัณโรคชนิดรุนแรงเฉียบพลัน” เป็นโรคร้ายที่ผู้คนหวาดกลัวจนต้องรีบหลีกหนียิ่งกว่าสารหนูเสียอีก แพร่ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายยิ่ง เพียงสัมผัสก็ถึงตาย

เดิมทีหว่านหว่านก็ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว อีกทั้งยังหวงแหนชีวิตเป็นที่สุด

ทันทีที่มีข่าวแพร่ออกจากเรือนข้างว่าข้าตายด้วยวัณโรคชนิดรุนแรงเฉียบพลันและมีปื้นแดงขึ้นทั่วร่าง นางไม่มีทางเชิญหมอหลวงมาตรวจสอบอย่างละเอียดเด็ดขาด ยิ่งไม่กล้าปล่อยให้ศพข้าอยู่ในจวนโหวต่อแม้เพียงครึ่งเค่อ

นี่แหละคือวิธีตายที่ข้าต้องการมากที่สุด

หลังกลืนโอสถฉื้อจั๋วลงไปได้ไม่ถึงชั่วดื่มชาครึ่งถ้วย กลิ่นคาวเลือดรุนแรงก็เอ่อขึ้นมาในลำคอ ข้าฟุบตัวอยู่ข้างเตียง ไอขึ้นมาอย่างรุนแรง เลือดสดพุ่งทะลักออกมา

ข้าจงใจโยนผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดไว้ข้างธรณีประตู เพื่อให้แน่ใจว่าสาวใช้ที่ทำงานเบ็ดเตล็ดซึ่งมาส่งอาหารจะมองเห็นทันทีที่ผลักประตูเข้ามา

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ข้าก็เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าชั้นในตัวเก่าที่สะอาดชุดหนึ่ง

ข้าเย็บซ่อน “ชุดเข็มจู้โหยวสิบสามเข็ม” อันเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนักอาจารย์ไว้ระหว่างชั้นผ้าของเสื้อชั้นกลางที่สวมแนบกาย

ข้าเดินไปที่เตียง เอนกายนอนราบ แล้ววางมือทั้งสองข้างซ้อนกันบนหน้าท้อง

สุดท้าย ข้าวางโอสถกุยซีลงในปาก แล้วหลับตาลง

ข้ารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า หัวใจของตนเริ่มเต้นช้าลง

หนึ่งจังหวะ...

สองจังหวะ...

ท้ายที่สุดก็หยุดเต้นไปโดยสิ้นเชิง

เพียงชั่วลมหายใจก่อนที่สติของข้าจะจมดิ่งสู่ความมืดมิดโดยสิ้นเชิง ข้าได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวของสาวใช้ดังมาจากนอกประตูเรือนอย่างเลือนราง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 23

    นี่เป็นฤดูใบไม้ผลิปีที่ห้าที่ข้าใช้ชีวิตอยู่ ณ ปั้นเซี่ยถังในเมืองกูซูข้านั่งอยู่หลังโต๊ะหน้าร้าน ปิดสมุดบัญชีที่เพิ่งตรวจนับรายการเสร็จลงข้อศอกของข้าเผลอไปกระทบหีบยาเก่าที่วางอยู่ตรงมุมโต๊ะจนเกิดเสียงดังแผ่วเบา ข้าจึงปลดตะขอทองแดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาหยุดอยู่ที่ช่องลับเล็กๆ ตรงชั้นล่างสุดของหีบยาภายในช่องนั้น เข็มเงินเล่มที่สิบสามนอนสงบนิ่งอยู่เยี่ยนสวินเคยถามข้าว่า กลัวหรือไม่ว่าความทรงจำที่หวนคืนมาเหล่านั้นจะกลับมาทิ่มแทงข้าอีกครั้งในวันข้างหน้าคำตอบของข้าในตอนนั้นคือ ข้าไม่กลัวและความจริงก็คือ ข้าทำได้อย่างที่พูดไว้ตลอดห้าปีมานี้ ข้าใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำทั้งหมดในอดีต ทั้งความรัก ความแค้น การทรยศหักหลัง และห้วงเวลาที่ชีวิตแขวนอยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย ในเมืองเล็กๆ ของเจียงหนานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายชีวิตผู้คนแห่งนี้ ข้าใช้ชีวิตอย่างมีสติรู้เท่าทันและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวายิ่งกว่าครั้งไหนๆในที่สุดข้าก็เข้าใจว่า การปล่อยวางใครสักคนอย่างแท้จริง ไม่ใช่การพยายามสุดชีวิตเพื่อลืมเขา และไม่ใช่การจมอยู่กับความแค้นจนตั้งใจไม่ข้องเกี่ยวกันอีกชั่วชีวิตหากแต่เป็นการที่ต่

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 22

    “ที่เขาดีกับข้าตอนอยู่ชนบท ก็เพราะเวลานั้นเขาตกจากฐานะอันสูงส่งที่เคยได้รับการเทิดทูน เปรียบเสมือนพยัคฆ์ตกที่ราบจนสิ้นอำนาจ เขาต้องการใครสักคนที่รักเขาหมดทั้งหัวใจและสามารถดูแลเขาได้ มาเป็นที่พักพิงให้เขาหลบลมพายุ”ข้าละสายตาจากที่อื่น แล้วมองสบตาเยี่ยนสวินตรงๆ“แต่ข้าไม่เหมือนเขา ข้าเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของหุบเขาแพทย์ สิ่งที่ข้าร่ำเรียนมาคือการใช้วิชาแพทย์ช่วยเหลือผู้คน สิ่งที่ข้ายึดถือคือสรรพชีวิตล้วนเสมอภาคกัน สิ่งที่ข้าต้องการคือความรักที่มีเพียงเราสองคนไปชั่วชีวิตและต่างฝ่ายต่างเคารพให้เกียรติกัน คือคู่ครองที่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันได้ มิใช่การเป็นเพียงบริวารในเรือนในที่ต้องคอยดูสีหน้าผู้อื่นเพื่อดำรงชีวิต และวิงวอนขอความเมตตาจากผู้เป็นนาย”วิหคกับมัจฉามิอาจร่วมทาง นับแต่นี้ขุนเขาสายน้ำก็มิอาจพาให้พบพานกันอีก“หากข้ามิได้สูญเสียความทรงจำ และฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในจวนโหวต่อไปทั้งอย่างนั้น ต่อให้ท้ายที่สุดเขายอมส่งเหล่าสตรีในเรือนหลังออกไปจนหมดเพื่อข้าจริงๆ และมอบตำแหน่งภรรยาเอกให้ ข้าก็คงเหี่ยวเฉาอยู่ในโลกสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนั้น กลายเป็นสตรีผู้เต็มไปด้วยความคับแค้นจนไม่เหลือ

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 21

    เพิ่งพ้นยามอู่ของวันรุ่งขึ้นได้ไม่นาน รถม้าคันหนึ่งที่ปราศจากตราสัญลักษณ์ใดๆ ก็แล่นฝ่าม่านฝนมาจากสุดถนนสายยาวรถม้าหยุดลงหน้าปั้นเซี่ยถัง เยี่ยนสวินก้าวลงมาจากรถเสื้อคลุมยาวสีขาวอมฟ้าอ่อนที่เขาสวมอยู่ยับเล็กน้อย บนข้อมือมีรอยแดงสองรอยจากการถูกตรวนเหล็กกล้ารัด ทว่าจังหวะย่างก้าวของเขายังคงสงบนิ่งไม่เร่งร้อนเช่นเดิมส่วนที่ปลายถนนอีกด้านหนึ่ง ขบวนรถม้าขนาดใหญ่ซึ่งมีเหล่าองครักษ์เกราะดำคอยคุ้มกัน กำลังค่อยๆ หันหัวม้ากลับ แล้วเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปทางเมืองหลวงรถม้าไม้จื่อถานคันใหญ่ที่อยู่ตรงกลางขบวน มีม่านรถปิดสนิท แต่ข้ารู้ว่าเผยเหยี่ยนกำลังนั่งอยู่ภายในรถคันนั้นสุดท้ายเขาก็ยังรักตัวกลัวตาย และยิ่งหวงแหนหน้าตาและศักดิ์ศรีในฐานะอู่อันโหว หลังจากข้าใช้ “บุญคุณช่วยชีวิต” ขีดเส้นแบ่งระหว่างเราจนขาดสะบั้น เขาก็ไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะกลับมาพบหน้าข้าอีกสักครั้ง จึงหอบเอาศักดิ์ศรีและความยึดติดที่แตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี ซมซานกลับไปยังโลกแห่งลาภยศชื่อเสียงของเขาเมื่อเสียงกีบม้าทึบหนักค่อยๆ ห่างไกลออกไป ก้อนหินมหึมาที่กดทับหัวใจข้ามาตลอด ในที่สุดก็ถูกบดจนแหลกสลายสิ้น“ข้ากลับมาแล้ว”เยี่

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 20

    เผยเหยี่ยนกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างเมื่อเขาเห็นข้าผลักประตูห้องรับรองส่วนตัวให้เปิดออก ดวงตาของเขาก็พลันฉายแววปีติยินดีอย่างล้นเหลือ เขาคิดว่าข้ายอมอ่อนข้อแล้ว“อาฉือ ในที่สุดเจ้าก็…”“เผยเหยี่ยน”ข้าเอ่ยปากขัดจังหวะเขา เพียงข้าเอ่ยชื่อเขาสองพยางค์นั้น สีหน้าของเผยเหยี่ยนก็เปลี่ยนไปในพริบตาเขาจ้องดวงตาของข้าเขม็ง ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้น เพราะในแววตาของข้า เขามองเห็นความรู้สึกอันซับซ้อนที่ห่างหายไปนาน ความรู้สึกที่มีเพียงภรรยาผู้เคยร่วมผูกผมเป็นคู่ครองกันเท่านั้นจึงจะมี“เจ้า…เจ้านึกออกแล้วหรือ?” น้ำเสียงของเผยเหยี่ยนสั่นเครือ ดวงตาทั้งสองแดงก่ำเขาถลาเข้ามาหาข้าอย่างซวนเซ หมายจะโอบกอดข้า “อาฉือ ผลของการฝังเข็มของเจ้าคลายลงแล้วใช่หรือไม่? เจ้าจำทุกอย่างได้แล้วใช่ไหม!”“ใช่ ข้าจำทุกอย่างได้แล้ว”ข้าจ้องมองเขาอย่างเงียบงัน ด้วยแววตาสงบนิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ข้าจำรอยแผลเป็นที่ท่านมีเพราะปกป้องข้าจากหมาป่าในวันที่หิมะตกหนักได้ และจำได้เช่นกันว่าท่านปล่อยมือข้าเพื่อหว่านหว่าน ข้าจำรั้วไม้ไผ่ที่ท่านทำให้ข้าในเจียงหนานได้ และจำโซ่ตรวนเย็นเยียบเส้นนั้นในคราวที่ท่านกักบริเวณข

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 19

    ท้ายที่สุด เผยเหยี่ยนก็ฉีกหน้ากากอ่อนโยนสุภาพที่สวมอยู่นั้นทิ้งจนได้เมื่อรู้ตัวว่าไม่ว่าจะแสร้งทำตัวน่าสงสารเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้คนนอกที่สูญสิ้นแม้กระทั่งสายใยผูกพันอย่างข้าหวั่นไหวได้ อู่อันโหวผู้กุมกำลังทหารจำนวนมหาศาลและเด็ดขาดยามลงมือฆ่าฟันผู้นั้น ในที่สุดก็เผยเขี้ยวเล็บออกมาคืนหนึ่งที่ฝนตกในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เหล่าองครักษ์เกราะดำกระแทกประตูใหญ่ของปั้นเซี่ยถังจนเปิดออกอย่างรุนแรงเมื่อคิดจะยัดเยียดความผิดให้ผู้ใดแล้ว ไฉนจะหาข้อกล่าวหามาไม่ได้ เผยเหยี่ยนใช้ข้อหาเท็จว่า “ให้ที่ซุกซ่อนนักโทษคดีร้ายแรงของราชสำนัก” จับกุมเยี่ยนสวินทันทีเยี่ยนสวินมิได้ขัดขืน เพียงแต่ขณะถูกคุมตัวข้ามธรณีประตูออกไป เขามองข้าด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนขยับริมฝีปากบอกข้าโดยไร้เสียงว่า “อย่ากลัว รอข้านะ”เผยเหยี่ยนสวมเสื้อคลุมปักลายมังกรสีดำสนิท ก้าวเหยียบสมุนไพรที่ถูกย่ำจนแหลกเกลื่อนพื้น ก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าข้า“อาฉือ ข้าให้โอกาสเจ้าไปแล้วนะ” เขามองข้าอย่างวางอำนาจ แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นอย่างบ้าคลั่งและความโหดเหี้ยม “ไม่ว่าเจ้าจะลืมข้าหรือเห็นว่าข้าน่ารำคาญก็ช่าง ขอเพียงเจ้ายอมกลับเมืองหลวงไปกับข้

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 18

    เขาอ้าปากเหมือนจะตอบตกลง แต่ลำคอกลับราวกับถูกผ้าขี้ริ้วก้อนหนึ่งอุดไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็เปล่งเสียงไม่ออก“อาฉือ…” ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงเค้นเสียงออกมาได้อย่างยากลำบาก พร้อมคำแก้ตัวที่ฟังไร้น้ำหนักอย่างยิ่งว่า “สถานการณ์ในราชสำนักยังไม่มั่นคง ฝ่าบาททรงต้องการข้า อีกอย่าง…อีกอย่าง หากข้าสูญสิ้นอำนาจ กลายเป็นเพียงสามัญชนธรรมดา ข้าจะเอาอะไรมาปกป้องเจ้า? แล้วข้าจะเอาอะไรทำให้เจ้ามีชีวิตที่สุขสบายได้?”ข้ามองท่าทีที่อ้างเหตุผลอย่างสวยหรูของเขา ก่อนพยักหน้าอย่างรู้ทัน“ท่านโหวพูดมีเหตุผล”ข้าไม่รู้สึกโกรธที่เขาทำให้ข้าผิดหวังเลยแม้แต่น้อย กลับเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการชั่งน้ำหนักได้เสียของเขา “เกียรติยศและฐานะอันสูงส่งของอู่อันโหว สำคัญกว่าอนุที่ถูกทอดทิ้งคนหนึ่งมากนักจริงๆ เมื่อครู่ข้าก็เพียงเอ่ยขึ้นมาลอยๆ เพื่อลองใจเท่านั้น ท่านโหวอย่าได้ถือเป็นจริงเป็นจังเลย”ท่าทีของข้าที่ไม่ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังดูมีเหตุมีผลและเข้าอกเข้าใจ กลับเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบฉาดลงบนใบหน้าเผยเหยี่ยนอย่างแรงเขาคงหวังให้ข้าระเบิดโทสะ กล่าวหาว่าเขาหลอกลวง กล่าวหาว่าเขาตัดใจจากอำนาจและอิทธิพลไม่ได้ เพราะมีเพียง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status