Todos los capítulos de สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน: Capítulo 1 - Capítulo 10

23 Capítulos

บทที่ 1

จนกระทั่งครึ่งเดือนต่อมา รถม้าจึงมาหยุดอยู่หน้าจวนอู่อันโหวอันโอ่อ่า ข้าสวมชุดเสื้อกระโปรงผ้าหยาบที่ดูมอซออยู่บ้าง ยืนอย่างประหม่าอยู่หน้าประตูใหญ่ทาสีแดงชาดสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งประดับศีรษะด้วยไข่มุกและหยก บอบบางดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ เดินออกมาต้อนรับจากด้านในประตู โดยมีเหล่าสาวใช้ห้อมล้อม“พี่เหยี่ยน…” ขอบตาของนางแดงเรื่อ ก่อนจะโผเข้าสู่อ้อมอกเผยเหยี่ยนราวกับนกนางแอ่นที่บินหวนกลับมาเผยเหยี่ยนรับนางไว้ได้อย่างมั่นคง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความกังวลและความเอ็นดูห่วงใยอย่างที่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน “หว่านหว่าน เจ้าร่างกายอ่อนแอ ข้างนอกลมแรง เหตุใดจึงออกมาเล่า?”สตรีสูงศักดิ์เงยหน้าขึ้นจากอ้อมอกเขา ใช้ผ้าเช็ดหน้าปักลายบังมุมปาก พลางมองมายังข้าที่ดูไม่เข้าพวกอยู่ข้างๆ ด้วยความใคร่รู้ “ญาติผู้พี่ แม่นางท่านนี้คือ?”เผยเหยี่ยนมองข้าแวบหนึ่ง“นางเป็นหมอหญิงที่เคยช่วยชีวิตข้าไว้ ตอนที่ข้าประสบภัยในชนบท”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหันไปกำชับพ่อบ้านที่อยู่ด้านข้างว่า “ไปจัดเตรียมเรือนข้างที่เงียบสงบสักหลัง แล้วให้แม่นางเสิ่นมีฐานะเป็นอนุชั้นสูงเถิด”อนุชั้นสูง ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต
Leer más

บทที่ 2

หลังจากปักเข็มแรกลงไป ข้าก็ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ข้าหวนนึกถึงเมื่อคืนที่ต้องอยู่เดียวดายในห้องโดยไร้สามีเคียงข้าง ทว่าในใจกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดคำสาบานเหล่านั้นที่เคยทำให้ข้าเจ็บปวดแทบขาดใจ บัดนี้กลับราวกับเป็นคำพูดไร้สาระจากปากผู้อื่น ไม่อาจทำให้ใจข้าหวั่นไหวได้อีกแม้แต่น้อยเช้าวันรุ่งขึ้น สาวใช้คนหนึ่งจากเรือนหลักมาถ่ายทอดคำสั่งของท่านโหว บอกว่าเมื่อคืนโรคไอของคุณหนูผู้เป็นญาติกำเริบ จึงให้ข้าไปตรวจชีพจรดูอาการให้นาง“เจ้าเป็นหมอหญิง รู้วิธีดูแลบำรุงร่างกาย ฝากหว่านหว่านไว้ให้เจ้าดูแล ข้าผู้เป็นโหวถึงจะวางใจได้” นี่คือถ้อยคำที่เผยเหยี่ยนกล่าวไว้เองทุกคำข้าฟังจนจบอย่างเงียบๆ ก่อนหิ้วหีบยาไปยังเรือนหลักภายในห้องอบอุ่นจัดด้วยไอร้อนจากช่องส่งไอร้อนใต้พื้น เผยเหยี่ยนนั่งอยู่ริมเตียง ประคองถ้วยรังนกไว้ด้วยตนเอง พลางค่อยๆ เป่าให้คลายร้อนอย่างใจเย็นเมื่อเห็นข้าเข้ามา เขาเพียงเงยหน้าขึ้นมองอย่างเรียบเฉย “อาฉือ ตรวจดูอาการของหว่านหว่านหน่อย”ข้าทำตามคำพูดของเขา เดินเข้าไปตรวจชีพจรให้สตรีสูงศักดิ์โดยมีผ้าไหมคั่นอยู่ นางเพียงร่างกายอ่อนแอ ลมปราณอ่อนกำลั
Leer más

บทที่ 3

เผยเหยี่ยนก้าวเข้ามาในเรือนข้างในยามพลบค่ำยามนั้น ข้ากำลังใช้มือซ้ายพลิกอ่านตำราแพทย์เล่มหนึ่งอยู่เขาถอดชุดขุนนางที่มีกลิ่นสุราติดอยู่ เปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง ในมือถือขี้ผึ้งบำรุงผิวตลับเล็กที่แคว้นต่างแดนส่งมาถวายเป็นเครื่องบรรณาการนี่คือยาวิเศษรักษาบาดแผลจากในวัง ต่อให้มีเงินทองมากมายก็ยากจะหามาได้“อาฉือ” เขานั่งลงข้างกายข้า สายตาหยุดอยู่ที่มือขวาของข้าซึ่งพันด้วยผ้าพันแผลสีขาว“เมื่อกลางวันข้ารีบร้อนเกินไป หว่านหว่านเป็นโรคหัวใจ ตกใจมิได้ ข้าหาได้จงใจเมินเฉยต่อเจ้า”เขาเปิดตลับขี้ผึ้งบำรุงผิว หมายจะใส่ยาให้ข้าใหม่อีกครั้งน้ำเสียงของเขาเจือความรู้สึกผิดและการปลอบประโลมอย่างที่ไม่ค่อยได้ยินจากเขานัก “ยานี้ช่วยสมานเนื้อเยื่อและลบรอยแผลเป็นได้ผลดียิ่ง ข้าจะทาให้เจ้า รับรองว่าจะไม่เหลือร่องรอยแม้แต่น้อย”หากเป็นเมื่อก่อน เมื่อได้ยินเขาพูดจาอ่อนโยนเช่นนี้ ข้าคงใจอ่อนอย่างสิ้นเชิง กระทั่งหลั่งน้ำตาเพราะความน้อยใจเพียงเล็กน้อยนั้นด้วยซ้ำทว่าบัดนี้ ข้าปักเข็มเล่มที่สองแล้วข้าไม่เห็นว่าการที่เมื่อกลางวันเขาทำให้ข้าบาดเจ็บเพื่อผู้อื่น จะเป็นเรื่องที่ควรเสียใจหรือน้อยใจตรงไหนข้า
Leer más

บทที่ 4

วันรุ่งขึ้นหลังงานเลี้ยงต้อนรับ เผยเหยี่ยนก็มาที่เรือนข้างของข้าในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งตอนเขามาถึง ข้ากำลังนั่งบดสมุนไพรอยู่ใต้ชายคาระเบียงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ข้าก็วางสากตำยา ลุกขึ้นยืน พลางประสานมือไว้ข้างเอว แล้วยอบกายคำนับเขาอย่างนอบน้อมเป็นที่สุด“คารวะท่านโหวเจ้าค่ะ”ฝีเท้าของเผยเหยี่ยนชะงักลงเล็กน้อยเขามองท่าทีที่เคร่งครัดตามธรรมเนียมของข้าจนเกินไป คิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกในเวลาไม่นานเขาเดินมาหยุดตรงหน้าข้า หยิบกล่องไม้จื่อถานประดับผ้าแพรอันประณีตใบหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นมาตรงหน้าข้า“เมื่อวานในงานเลี้ยง เจ้าต้องทนรับความคับข้องใจไม่น้อยเลย” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงมาก แฝงความหมายปลอบประโลมอยู่บ้าง “กำไลหยกขาวมันแพะคู่นี้ เป็นของที่ไทเฮาเคยพระราชทานให้ในปีนั้น เนื้อหยกมีความโปร่งใสแวววาวเป็นอย่างยิ่ง ข้าเห็นว่าเมื่อวานข้อมือของเจ้าดูว่างโล่ง หากสวมสิ่งนี้แล้วจะต้องดูดีแน่”ข้ามิได้ยื่นมือไปรับ แต่กลับถอยหลังไปครึ่งก้าว งอเข่าทั้งสองข้าง แล้วคุกเข่าลงตรงๆ บนแผ่นหินเย็นเฉียบ“ข้าน้อยขอบพระคุณท่านโหวที่ประทานให้เจ้าค่ะ
Leer más

บทที่ 5

ในเทศกาลโคมไฟ เมืองหลวงยกเลิกข้อห้ามสัญจรยามวิกาลเป็นกรณีพิเศษ ถนนสายยาวสิบลี้สว่างไสวด้วยแสงโคมประดับราวกับกลางวันเผยเหยี่ยนกลับจากการเข้าเฝ้าแต่เนิ่นๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขามิได้ไปเรือนของหว่านหว่าน แต่สั่งให้คนเตรียมรถม้าแล้วตรงมายังเรือนข้างของข้าเขาเอาเสื้อคลุมกันหนาวตัวหนึ่งมาคลุมไหล่ข้าโดยไม่เปิดโอกาสให้ทักท้วง น้ำเสียงแฝงความพยายามเอาใจ แต่ก็หนักแน่นจนไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ “วันนี้บนถนนคึกคักนัก ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่นสักหน่อย มีเพียงเจ้ากับข้า ไม่พาคนอื่นไปด้วย”ข้ารู้ดีว่า นับตั้งแต่วันที่ข้าคุกเข่ากราบขอบคุณเขา ก็มีหนามทิ่มคาอยู่ในใจเขามาโดยตลอดเขาร้อนรนอยากใช้ความโปรดปรานที่หยิบยื่นให้ข้าเพียงผู้เดียวราวกับเป็นทาน เพื่อพิสูจน์ว่าระหว่างเรายังคงมีความอบอุ่นอ่อนโยนเช่นวันวานหลงเหลืออยู่ และเพื่อบรรเทาความหวาดหวั่นลึกๆ ในใจที่แม้แต่เขาเองก็อธิบายไม่ได้รถม้าหยุดอยู่ตรงหัวสะพานบนถนนจูเชวี่ยอันคึกคักรุ่งเรืองที่สุดเผยเหยี่ยนลงจากรถม้าก่อน เขายืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ แล้วยื่นมือมาทางข้าซึ่งยังอยู่ในห้องโดยสารของรถม้าข้ามองมือข้างนั้น ลังเลอยู่ครู่หนึ่
Leer más

บทที่ 6

แรงที่เขาผละตัวออกอย่างรุนแรงทำให้ข้าเสียหลักเซถลาไปก้าวใหญ่ข้ายังไม่ทันตั้งหลักได้ ผู้คนที่แตกตื่นวิ่งหนีก็กรูกันเข้ามาราวกับกระแสน้ำหลากไม่รู้ว่าผู้ใดชนไหล่ข้าอย่างแรง จากนั้นก็มีแรงผลักกระแทกตามมาอีกระลอกข้าล้มลงบนแผ่นหินปูพื้นสีเขียวอมเทาที่เต็มไปด้วยน้ำหิมะละลายและโคลนเลน โคมไฟรูปกระต่ายหลุดกระเด็นจากมือข้า ก่อนถูกเท้าของใครบางคนที่กำลังแตกตื่นเหยียบลงไปอย่างแรงข้าล้มลงนั่งในน้ำโคลน ปล่อยให้ฝูงชนรอบข้างเบียดผลักข้า พลางมองผ่านทะเลผู้คนที่แตกตื่นไปทางโรงน้ำชาอย่างสงบนิ่งเผยเหยี่ยนทะยานขึ้นไปบนขอบหน้าต่างชั้นสองได้อย่างมั่นคงแล้วเขาโอบร่างบอบบางที่จวนเจียนจะร่วงหล่นไว้แน่นในอ้อมแขน พลางลูบผมของหว่านหว่านทั้งที่ยังไม่หายตกใจ แล้วก้มหน้าถามอะไรบางอย่างด้วยความร้อนรนแต่เขากลับลืมไปว่า ข้าที่ถูกเขาสะบัดมือออกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ยังคงอยู่บนถนนสายยาวที่อาจถูกกีบม้าเหยียบย่ำได้ทุกเมื่อยามจื่อ ทหารกองป้องกันเมืองที่ออกลาดตระเวนใช้แคร่หามอย่างง่ายนำข้ากลับมายังเรือนข้างของจวนโหวเผยเหยี่ยนยังไม่กลับมาเขาคงกำลังอยู่ที่เรือนหลัก เชิญหมอหลวงมาช่วยคุณหนูผู้เป็นญาติที่เสียขวั
Leer más

บทที่ 7

ข้าไม่อาจก้าวพ้นประตูใหญ่ของจวนอู่อันโหวไปได้ทหารเฝ้าประตูจวนยกง้าวด้ามยาวขึ้นไขว้กัน ขวางทางข้าไว้อย่างไม่ปรานี “อนุเสิ่น หากไม่มีหนังสืออนุญาตจากท่านโหว ห้ามอนุออกจากจวนโดยพลการ”ที่แท้การเป็นอนุ ก็ไม่ต่างจากการเป็นบ่าวที่ลงนามในสัญญาขายตัวข้าหันกลับ ลากขาขวาที่บาดเจ็บเดินกะเผลกเล็กน้อย ย่ำผ่านหิมะที่ทับถมมุ่งตรงไปยังห้องหนังสือส่วนหน้าของเผยเหยี่ยนกระทั่งเกือบฟ้าสาง เผยเหยี่ยนจึงผลักประตูห้องหนังสือเข้ามา พร้อมไอหนาวที่ติดกายมาทั่วร่างดวงตาเขามีเส้นเลือดแดงขึ้นเต็ม สีหน้าฉายแววเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง เมื่อเห็นข้านั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ เขาก็ชะงักไปชั่วขณะอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะขมวดคิ้วทันที“เหตุใดจึงไม่พักผ่อนอยู่ที่เรือนข้าง?” เขาเดินเข้ามา บีบหว่างคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า “เมื่อคืนเกิดเหตุม้าแตกตื่นบนถนน เจ้าตกใจเสียขวัญแล้ว หว่านหว่านมีอาการโรคหัวใจกำเริบ ข้าปลีกตัวมาไม่ได้จริงๆ...ขาของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”ในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นคราบเลือดที่ซึมออกมาจากใต้ชายกระโปรงของข้า“ท่านโหว ข้าน้อยใคร่ขอหนังสือหย่าสักฉบับ หรือไม่ก็หนังสือปลดข้าน้อยจากฐา
Leer más

บทที่ 8

ข้าคีบโอสถกุยซีสีน้ำตาลเข้มไว้ระหว่างนิ้ว แต่ยังไม่กลืนลงไปทันทีข้าเป็นหมอ ย่อมรู้กระบวนการของความตายดียิ่งกว่าผู้ใดฤทธิ์ของโอสถกุยซีคงอยู่ได้เพียงสิบสองชั่วยามเท่านั้นหากดำเนินพิธีศพตามธรรมเนียมปกติ เมื่อพ้นสิบสองชั่วยาม ข้าก็จะขาดอากาศหายใจตายทั้งเป็นอยู่ในโลงศพที่ปิดผนึกแน่นสนิทเพราะฉะนั้น ผู้ที่จะจัดการกับ “ศพ” ของข้า จะเป็นเผยเหยี่ยนไม่ได้เด็ดขาดข้าเงยหน้ามองท้องฟ้านอกหน้าต่างเหตุม้าแตกตื่นบนถนนจูเชวี่ยในเทศกาลโคมไฟทำให้ราษฎรบาดเจ็บไม่น้อย เรื่องใหญ่โตจนแม้แต่ขุนนางผู้ดูแลเมืองหลวงยังต้องรับรู้ เช้าตรู่วันนี้เผยเหยี่ยนถูกเรียกตัวเข้าวังอย่างเร่งด่วน ก่อนฟ้ามืดเขาไม่มีทางปลีกตัวออกมาได้เด็ดขาดเมื่อเขาไม่อยู่ในจวน ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในเรือนชั้นในของจวนอู่อันโหวยามนี้ จึงเหลือเพียงคุณหนูผู้เป็นญาติร่างบอบบางแห่งเรือนหลักเท่านั้นและหากมองไปทั่วทั้งจวนโหว ก็มีเพียงนางเท่านั้นซึ่งแทบรอไม่ไหวที่จะโยนศพข้าทิ้งออกไปภายในสิบสองชั่วยามข้าเดินไปริมหน้าต่าง แง้มออกเป็นช่องแคบๆ แล้วเป่านกหวีดไม้ไผ่ที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อเสียงนกหวีดแผ่วเบายิ่ง ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป นกพิราบส
Leer más

บทที่ 9

เมื่อข้าได้สติกลับคืนมา สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหนาวเย็นเสียดแทงถึงกระดูกข้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นรอบด้านมืดสนิทจนน่าอึดอัดแทบหายใจไม่ออกข้าพยายามยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วผลักสิ่งหยาบกระด้างหนักอึ้งที่ทับอยู่บนร่างออกไปมันคือเสื่อฟางเก่าขาดบางเฉียบผืนหนึ่ง ขอบเสื่อไม่เพียงทิ่มตำมือ แต่ยังเปื้อนคราบโคลนส่งกลิ่นเหม็นคาวอีกด้วยดูท่าข้าจะคำนวณไว้ไม่ผิด สุดท้ายหว่านหว่านก็ยังกลัววัณโรคชนิดรุนแรงเฉียบพลันเป็นที่สุดอยู่ดีนางไม่เพียงไม่เชิญหมอหลวงมาตรวจสอบให้แน่ชัด แม้แต่โลงศพที่ทำจากไม้แผ่นบางราคาถูกที่สุดสักใบก็ยังไม่ยอมซื้อให้ข้า ข้าถูกห่อด้วยเสื่อฟางเก่าขาดเพียงผืนเดียวอย่างลวกๆ ก่อนถูกนำมาโยนทิ้งอย่างเร่งรีบราวกับไก่ตายด้วยโรคระบาด โดยอาศัยความมืดยามค่ำคืน ณ โรงพักศพทางตะวันตกของเมืองแห่งนี้ ซึ่งแม้แต่ขอทานก็ไม่อยากย่างกรายเข้ามาช่างเด็ดขาดเสียจริง“เอี๊ยด—”ใครบางคนผลักเปิดประตูไม้เก่าทรุดโทรมของโรงพักศพจากด้านนอก แสงเหลืองสลัวจากโคมไฟกันลมดวงหนึ่งส่องให้พื้นที่คับแคบสว่างขึ้นบุรุษผู้ถือโคมสวมชุดสีครามเรียบสะอาดตา ใบหน้าอันหล่อเหลาหมดจดของเขาดูเคร่งขรึมเล็กน้อยภายใต้แสงโคม
Leer más

บทที่ 10

ข้าไปพักพำนักที่เมืองเล็กแห่งหนึ่งในแถบลำน้ำนอกเมืองกูซูเยี่ยนสวินรับช่วงร้านค้าแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนน แล้วแขวนป้ายชื่อ “ปั้นเซี่ยถัง” ข้าไม่ออกไปตรวจรักษาคนไข้ เพียงนั่งจัดยาอยู่หลังโต๊ะจ่ายยา ส่วนเยี่ยนสวินก็ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรและเตรียมตัวยาตามกรรมวิธีแทนข้าข้าเคยคิดว่าเมื่อออกจากจวนอู่อันโหวมาแล้ว ข้าก็คงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสมบูรณ์แต่ข้าประเมินอิทธิพลของความเคยชินต่ำเกินไปด้วยเข็มห้าเล่มแรก ข้าขจัดคำมั่นที่เผยเหยี่ยนเคยให้ไว้แก่ข้า บุญคุณที่เขาเคยปกป้องข้าแม้ในยามเป็นตาย ตลอดจนศักดิ์ศรีในฐานะภรรยาออกไป ข้าลบเลือนคมมีดที่เขาใช้ทำร้ายข้าไปแล้ว ทว่ามีเพียงความอ่อนโยนในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิตประจำวันเท่านั้นที่ข้ามิได้ลบออกไปที่เมืองกูซูมีฝนเยือกแข็งที่มีหิมะปะปนตกลงมาคราหนึ่งข้านั่งผิงไฟอยู่หน้าเตาถ่าน มองสะเก็ดไฟที่เต้นไหว จู่ๆ ความทรงจำเมื่อครั้งอยู่ชนบทก็ผุดขึ้นมาโดยไม่มีเค้าลาง เผยเหยี่ยนมักวางเกาลัดที่แกะเปลือกแล้วลงบนฝ่ามือข้า เขามักสอดเท้าอันเย็นเฉียบของข้าเข้าไปแนบอกตนเพื่อกกให้อุ่น และในคืนหนาวเหน็บก็มักตบหลังข้าเบาๆ เพื่อกล่อมให้หลับฝนทุกหยาดและลมทุ
Leer más
ANTERIOR
123
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status