LOGINบทที่ 9.3 ลาก่อน
ในตอนที่ข้ากำลังเงื้อมมือขึ้นสูงเพื่อปล
บทที่ 6 ตัวช่วยกลิ่นธูปหอมลอยคละคลุ้งทั่วห้องจนแม้แต่สาวใช้ที่ปิดจมูกไว้ยังแทบกลั้นหายใจไม่ไหว ก่อนที่อีกคนจะวางขวดยาสองสามขวดลงบนโต๊ะไม่ไกลจากสาวงาม พลางนึกเวทนาอีกฝ่ายในใจ“ออกไปได้” หลัวข่ายส่งเสียงราบเรียบ ส่งให้สาวใช้ทั้งหมดเดินออกจากห้องที่ใกล้เกิดสงครามรัก“ฮ๊า~กลิ่นหอมจริง ๆเจ้าว่าหรือไม่” หลิวหยางระบายยิ้มกว้าง สูดดมกลิ่นธูปราวกับมันคือของวิเศษ ก่อนมองไปทางสาวงามที่นั่งนิ่งกลั้นหายใจ “เจ้าจะอดกลั้นไปได้นานแค่ไหนกันเชียว”หลี่ฟ่านปิงไม่คิดตอบ นางหันหน้าเชิดไปอีกทาง ธูปพวกนี้อย่างไรก็ต้องหมดฤทธิ์ ต่อให้เผลอสูดหายใจเข้าไป แต่ถ้าอดทนไว้ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทีน่าอาย ถึงกระนั้นใบหูเล็กได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้อง อดชำเลืองมองไปทางคนทั้งสองไม่ได้พวกเขาต่างนั่งพิงโต๊ะราวกับรอเวลาอันโอชะ แต่ว่า... สาวงามใกล้หมดลมหายใจแล้ว หากยังไม่สูดเอาอากาศเข้าไปนางอาจตายได้ ถ้าเช่นนั้นตายเลยดีกว่าหรือไม่ ความลับทั้งหลายจะได้สูญสิ้นไปพร้อมนางหลัวข่ายมองหลิวหยางทางสายตา พวกเขาพยักหน้าให้กันหน่อย ๆ ก่อ
บทที่ 5.2 สอบสอนวันรุ่งขึ้นสาวงามยังคงลืมตาตื่นขึ้นมาเจอความมืดมิดจากผ้าปิดตา นางสบถในใจพลันความเจ็บจากช่องทางรักบังเกิดขึ้น ส่งให้เรื่องเมื่อคืนวานฉายชัดขึ้นในความคิด ทั้งเสียงร้องครางหวาน ทั้งสัมผัสจากมือหนาบดเบียดทั่วเรือนร่าง หรือจะเป็นท่อนเอ็นที่ช่วงชิงช่องทางทั้งสอง“เจ้าพวกบัดซบ” ฟ่านปิงสบถดังลั่น ก่อนค่อย ๆพยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างยากลำบาก“ใครบัดซบหรือ” หลิวหยางกลั้นยิ้มเอ่ยถาม ทว่าแม่นางผู้ห่มหนังกวางหันขวับมาทันใด“ว่าเจ้านั่นแหละ!” สาวงามตะเบ็งเสียง พยายามขยับข้อมือให้หลุดออกจากเชือก“หึ ๆ”“เปล่าประโยชน์หลี่เอ๋อร์ เชือกนี่ข้ามัดด้วยเงื่อนตาย ต่อให้เจ้าขยับมากเพียงใดมันก็ไม่ปลดหรอก” หลัวข่ายที่กอดอกมองนางเอ่ยเสียงเรียบ โดยมิวายปรามสหายรักทางสายตา“เรียกข้าว่าหลี่เอ๋อร์อยู่ได้ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์!” ฟ่านปิงก่นด่าอีกครั้ง ทว่าครานี้เพียงแค่ปลายนิ้วหลิวหยางลูบไล้พวงแก้มงาม แม่นางน้อยรีบหุบเสียงโดยฉับพลัน“เอาเถอะ... ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าอยู่สภาพนี้ไปนาน ๆ บอกข้ามาว่าเจ้าเป็นคนของผู้ใด” หลัวข่ายเอ่ยเสียงนิ่ง
บทที่ 5.1 สอบสวนจินหลิวหยางมองหญิงสาวที่สลบไหลไปก่อนความสนุกสนานจะจบลง แม้ตัวเขายังไม่ได้รับการปลดปล่อยที่ถูกทำให้ปะทุขึ้น แต่เขาไม่คิดขัดขืนคนเหนื่อยล้า ชายหนุ่มช้อนหญิงสาวเข้าสู่อ้อมแขน วางนางลงบนเตียงที่อยู่อีกฝั่งของบานกั้นโหวหลัวข่ายคว้าเชือกที่วางอยู่ไม่ไกล จัดการมัดข้อมือเล็กกับข้อเท้าของหญิงสาว คนทั้งคู่มองหน้าเข้าใจเพียงความคิด ก่อนเป็นหลัวข่ายปลดปลอกมีดสั้นออกจากจุดซ่อนสาวงาม โดยไม่ลืมนำผ้าเช็ดคราบน้ำกามที่เปื้อนต้นขาอวบกับดวงหน้าเล็ก“คิดไม่ผิดจริง ๆว่านางคือสายที่ถูกส่งเข้ามา” หลิวหยางเอ่ย พร้อมสวมชุดที่ตกหล่นทั่วพื้นอย่างหลวม ๆ“แต่ข้าไม่คิดว่านางอาจหาญจนถึงขั้นมาเป็นนางบำเรอให้พวกเรา” หลัวข่ายเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าแม่นางออก “นางยังไม่เคยผ่านมือผู้ใดมาเลย ข้าแอบรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไม่ทำตามพิธีการกับนาง”“หลัวข่ายเอ๋ย! เจ้ามาเป็นคนดีไยตอนนี้ ต่อให้นางยังบริสุทธิ์ แต่การเข้ามาเป็นสายสืบในรังพวกเราก็ต้องรับเรื่องพวกนี้ให้ได้” หลิวหยางเอ่ย ก่อนชำเลืองมองสาวงามที่หลับไม่
บทที่ 4 แนบชิดจนไร้ช่องว่างโหวหลัวข่ายลุกขึ้นช้อนขาข้างหนึ่งของหญิงสาว ปลายนิ้วเขาสัมผัสได้ถึงปลอกมีดที่ถูกรัดไว้ในจุดลับเขาสบตากับสหายสนิท ถึงแม้รู้จุดประสงค์ของนางดี แต่ก็ยังไม่มีความคิดหวาดระแวง ชายหนุ่มจับท่อนเอ็นถูไถอาบน้ำหวาน ผ่าร่องกลางที่เปียกแฉะ ทั้งจากฝีมือของเขาเอง และเป็นความเสียวที่หญิงสาวมีอยู่“อื้อ~” ฟ่านปิงส่งเสียงครางเบา ๆเมื่อปลายแก่นเนื้อเข้าสู่ช่องทางรัก นางเผลอกัดริมฝีปากลดทอนความเสียว ถึงกระนั้นเพราะภายในสมองมันขาวโพลนไปนานแล้ว สาวงามจึงเพียงแค่แอ่นสะโพกตอบรับสัมผัสนั้นชายหนุ่มรอให้ภายในปรับสภาพตามขนาดของเขาได้ดี แล้วจึงค่อย ๆดันให้เข้าที่ไปเรื่อย ๆ ขนาดของมันทั้งยาวและใหญ่ จนฟ่านปิงรู้สึกโหวงภายในช่วงท้องน้อย ลามไปยังหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะผสมกับความคิดที่ถูกปั่นจนแตกกระเจิงผ้าปิดตาที่ชื้นจากเหงื่อผุดทำให้พอมองเห็นเคล้าลางของร่างแกร่ง นางมองเห็นขาตนเองพาดอยู่บนบ่าของเขา ท่าทางเช่นนี้ช่างน่าอายนัก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายใน หญิงสาวก็เผลอตอดรัดอย่างลืมตัว
บทที่ 3ลืมวิธีการหายใจไปเสียแล้วโหวหลัวข่ายดันร่างแบบบางไปทางโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลมากนัก หญิงสาวที่แทบตัวอ่อนระทวยทำได้เพียงเอนแผ่นหลังไปตามแรงนุ่ม ถึงกระนั้นจินหลิวหยางที่ปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกไปก็ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยชายหนุ่มผู้ที่มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าคม ค่อย ๆถูท่อนเอ็นบนริมฝีปากอิ่ม มองพวงแก้มใสค่อย ๆขึ้นสีจากเดิมด้วยความขวยเขิน ถึงกระนั้นเพียงแค่สัมผัสเบา ๆจากปลายลิ้นเล็ก ความเป็นชายของเขาก็แทบแข็งคัดเสียจนปวดหนึบ“เจ้าเพิ่งปลดปล่อยไปเองนะ” หลัวข่ายบ่นอุบ มีแต่เขาที่ยังฝืนกลั้น“หึ ๆเพราะเจ้ามันอ่อนต่างหากเล่า” หลิวหยางเย้ยหยัน แต่มิวายกลั่นแกล้งหญิงสาวบนโต๊ะสูงหลัวข่ายส่ายหน้าเอือมระอา พลันโน้มใบหน้ามาสำรวจโพรงรัก อันที่จริงก่อนหน้านี้มันแฉะเรียบร้อยแล้ว ถึงกระนั้นเขาไม่อยากให้คนงามต้องรู้สึกเจ็บปวด สองมือดันสะโพกกลมให้แยกออกจากกัน จนเผยให้เห็นผ้าคาดปิดทางรักบาง ๆที่แทบไม่ช่วยอันใด“สวยมาก” หลัวข่ายพึมพำเสียงหวาน สร้างความอับอายให้หญิงสาวได้มากโข“พวกท่านข้าว่า..
บทที่ 2 เล้าโลม[มุมมองบุคคลที่ 3]ฝ่ามือเรียวยาวเคลื่อนคล้อยตามพวงแก้มสีแดงระรื่น กลิ่นกายหญิงสาวช่างแสนหอมหวานนักเมื่อจมูกคมสันคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ชายหนุ่มในอาภรณ์สีดำขรึมดุจสาธารไร้ก้นบึ้ง โหวหลัวข่าย ระบายยิ้มกว้าง เมื่อเสียงหายใจของคนในฝ่ามือกำลังรวยรินจินหลิวหยาง ในอาภรณ์สีขาวสะอาดเองก็ไม่น้อยหน้า เขาสูดดมกลิ่นจากเส้นผมที่สยายเต็มแผ่นหลัง ชำเลืองมองเครื่องประดับระย้าจนส่องแสงแวววาวประกายต้องแสงเทียน นิ้วมือเรียวยาวนวดคลึงหัวไหล่มน ไล้ฝ่ามือจนวนเวียนเหนือทรวงอกคนทั้งคู่นึกสำราญใจเมื่อลูกกวางน้อยผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บระบายลมหายใจเบาหวิว หญิงสาวอยากคว้ามีดที่ซ่อนไว้ออกมาคว้านลูกตาพวกเขานัก แม้มือของทั้งคู่ไม่หยาบโลนแลดูแล้วราวกับบัณฑิตหนุ่ม แต่สำหรับนางก็ยังต้องทำตามภารกิจที่วางไว้“อึก... ท่านทั้งสองช่างรีบร้อนเสียจริง เรามานั่งคุยกันก่อนดีหรือไม่” หลี่ฟ่านปิงกล่าว พลางยกมือขึ้นกุมมือทั้งสอง “เรามานั่งเสวนากันสักประเดี๋ยวเถอ







