ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ

ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ

last updateآخر تحديث : 2026-01-01
بواسطة:  ซูเมี่ยวหลิงمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
19فصول
403وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หลีซือเสินจวินคือเทพที่ลงมาฝ่าด่านเคราะห์เพื่อการเลื่อนขั้นเป็นช่างเสิน หรือก็คือเทพชั้นสูง เพราะเป็นลูกน้องของเทพแห่งดวงชะตาจึงได้รับสิทธิพิเศษด้วยการเลือกนิยายซึ่งเป็นเนื้อหาที่นางจะต้องเผชิญในโลกมนุษย์ เดิมที หลีสือเสินจวินคิดว่าตนเองจะได้ตายเร็ว ๆ แล้วขึ้นสวรรค์กลับมาเป็นเทพชั้นสูงอย่างสวย ๆ นางจึงเฝ้ารอการเนรเทศมาก นางไม่คิดว่าติงหลีซือคนนี้ (ชื่อเดียวกันแต่ต่างตรงที่มีแซ่) จะมีความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงกว่าที่นางคิด องค์ชายสี่เอย ไท่จื่อเอย หลีซือเสินจวินพูด... "ตามบทข้าต้องถูกเนรเทศมิใช่หรือเจ้าคะ แล้วข้าท้องได้อย่างไรเจ้าคะท่านเทพ!"

عرض المزيد

الفصل الأول

ข้าถือกำเนิดแล้วในร่างติงหลีซือ คุณหนูใหญ่ของตระกูลติงซึ่งเป็นขุนนางคนสนิทขององค์ชายสี่

มารดาที่แท้จริงเสียชีวิตไปแล้ว บิดาไม่ได้แต่งภรรยาใหม่เข้ามา

เป็นบิดาที่มอบความรักให้แก่บุตรสาวและบุตรชายมากคนหนึ่ง

ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ แต่ข้ากับหลีซือคนนี้มีชื่อเป็นอักษรตัวเดียวกัน

ต่างกันตรงที่มนุษย์มีแซ่แต่เทพไม่มีแซ่

“องค์ชายสี่ใจกว้างถึงเพียงนี้ แค่ตำแหน่งสนมก็ยังมอบของมีค่ามากมายให้”

ตอนนี้ข้ารู้บทบาททุกอย่างในนิยายที่ข้าเลือกแล้ว เมื่อได้มาอยู่ในร่างของหลีซือ ความทรงจำจากร่างเดิมก็เข้ามาในหัวราวกับว่าเผชิญเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง

สถานที่แรกที่ข้ามาปรากฏตัวบนโลกมนุษย์คือห้องนอนของติงหลีซือ

ด้านข้างเตียงมีถ้วยยาสีดำปี๋พร่องลงไปนิดหน่อย เมื่อสูดกลิ่นดูจึงทราบว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีพิษผสมอยู่ด้วย

นี่คือสาเหตุที่ทำให้เจ้าของร่างที่แท้จริงเสียชีวิต!

ติงหลีซือในนิยายเป็นตัวประกอบที่มีหรือไม่มีก็ได้ เพราะตัวเอกที่แท้จริงคือองค์ชายสี่และพระชายาเอก

อนุคนใดก็ได้ที่แต่งเข้าจวนองค์ชายสี่จะเป็นแพะรับบาปให้ชายารอง สุดท้ายถูกเนรเทศมาอยู่ที่ชายแดน

เป็นที่รู้กันว่าพระเอกของเรื่องมักจะได้รับความนิยมจากตัวประกอบหญิง

แม้แต่ฐานะสนมก็ยังเป็นที่แกร่งแย่งกันจนหลีซือคนเดิมถูกวางยาพิษในยาสมุนไพร

“แค่ถูกเนรเทศไปชายแดนเรื่องก็จบแล้วหลีซือ เจ้าแค่ทำตามบทไปเท่านั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก”

ข้าสะกดใจตัวเองเช่นนี้ก็หยิบนิยายมาอ่านซ้ำอีกรอบ ด้วยเป็นเทพที่มีทักษะเรื่องการอ่านหนังสือ ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อข้าก็จำเรื่องราวในนิยายได้แล้ว

“พรุ่งนี้แล้วสินะที่คนของจวนองค์ชายสี่จะมาส่งชุดแต่งงานให้ ระหว่างนี้ข้าก็จะมีเวลาเป็นของตัวเอง อยากทำอะไรก็ได้ทำ ว่าแต่ข้าจะทำอะไรดี”

ระหว่างที่นอนคิดอยู่นั้นหนังตาก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายข้าก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะผล๊อยหลับไปจนได้

ข้าขยับปากพูดไม่ได้แต่สมองยังทำงานอยู่ ก่อนจะเข้าสู่ห่วงนิทราสิ่งที่ข้าคิดก็คือ…

ร่างมนุษย์ต้องนอนอย่างน้อยสี่ชั่วยามด้วย ข้าที่ไม่เคยนอนหลับเลยต้องทำตัวให้ชินสินะ

เช้าวันต่อมา

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นปลุกข้าให้ตื่นขึ้นมาจากนิทรา

ไม่บ่อยที่เทพเช่นเราจะฝัน พอตื่นขึ้นมาแล้วภาพความฝันเหล่านั้นก็เลือนหายไปจนข้าแอบตะลึงไปชั่วขณะ

“ตอนที่มนุษย์ฝันเป็นความรู้สึกแบบนี้สินะ”

ข้าพยายามคิดถึงความฝันเมื่อครู่

ในความรู้สึกยังคงชัดเจนว่าตื่นตระหนก แต่พอจะเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ กลับเรียบเรียงเนื้อเรื่องไม่ได้

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวเองเจ้าค่ะ”

เสียงที่ดังขึ้นหน้าห้องรวมถึงเนื้อความในประโยคนี้ทำให้ข้าเดาว่าจะต้องเป็นสาวใช้คนสนิทแน่

“เข้ามาสิซิงซิง”

สิ้นคำประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาโดยสาวใช้ตัวเล็กหน้าตาดาษดื่นไม่มีสิ่งใดโดษเด่น เหมือนกันกับที่ข้าเห็นเป็นภาพก่อนหน้านี้

ในตอนที่เห็นหน้าตาของซิงซิงนั่นเองข้าจึงอยากเห็นหน้าตาของตัวเองบ้าง

ข้าลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปนั่งหน้ากระจกทองเหลืองแสร้งว่าหวีผม

“บ่าวหวีผมให้เจ้าค่ะคุณหนู”

เสียงใสเชียว!

ข้าเห็นภาพเหตุการณ์ในชีวิตของหลีซือคนเดิมแต่ไม่ได้ยินเสียง ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่าคนที่มาเรียกเป็นสาวใช้คนสนิทหรือไม่

“องค์ชายสี่ให้คนส่งของมาหรือยัง”

ข้าถามเพราะจะได้เตรียมตัวรับมือ เมื่อผ่านฉากหลักในนิยายได้แล้วจะได้ไปทำอย่างอื่น

อยากลองใช้ชีวิตแบบมนุษย์ นั่งรถม้า ทานอาหาร ดื่มน้ำชาตามเหลาสุราอย่างเช่นในนิทานที่ตัวหลักเคยนัดพบกับองค์ชายสี่ก่อนจะอภิเษก

“คิก ๆ คุณหนูอย่าใจร้อนสิเจ้าคะ”

ซิงซิงหัวเราะคิกคัก ท่าทางแฝงความเขินอายเอาไว้จนข้าทราบว่านางเข้าใจไปในทางรัก ๆ ใคร่ ๆ

เมื่อก่อนการเข้าตำหนักองค์ชายสี่คงเป็นสิ่งที่หลีซือคนเดิมใฝ่ฝันเลยสินะ

“ก็ข้าตื่นเต้น”

ในเมื่อสาวใช้แสร้งเขินอาย ข้าก็แสร้งเขินอายบ้างเพราะไม่อยากให้นางผิดสังเกตว่าข้าเปลี่ยนไป

นิสัยเดิมของหลีซือฉอเลาะ ตรงข้ามกับข้าที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคน ‘ฉอเลาะ’ กับ ‘นิ่งเฉย’

ซิงซิงไม่ได้พูดอะไร นางช่วยข้าอาบน้ำ ปรนนิบัติตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าจนร่างกายหอมกรุ่น

ผิวพรรณของติงหลีซือกระจ่างใส เนียนนุ่ม ได้รับการดูแลอย่างดีพร้อมส่งเข้าจวนองค์ชายสี่

“คุณหนูเจ้าคะ เหลียงกงกงมาแล้วเจ้าค่ะ”

ตอนที่ซิงซิงกำลังทำผมให้ข้าอยู่ เสียงสาวใช้ก็ดังขึ้นหน้าห้อง ไม่ได้เดินเข้ามาในห้องนอน

“อ้อ ใกล้จะเสร็จแล้ว”

เหลียงกงกงคือขันทีอาวุโสประจำจวนองค์ชายสี่ แม้สถานะจะเป็นขันทีแต่ทุกคนก็ให้ความเคารพเพราะเป็นขันทีพี่เลี้ยงองค์ชายสี่ตั้งแต่เขายังไม่ได้ออกมาสร้างจวนนอกวังหลวง

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

ข้ามองตัวเองในกระจก พยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ เพราะพอใจกับทรงผมในวันนี้ ปล่อยสยายลงกลางหลัง ม้วนผมครึ่งหนึ่งขึ้นกลางศีรษะแล้วปักด้วยปิ่นปักผมสีชมพู

ไม่มาก ไม่น้อย สมวัย

ณ โถงรับแขกของจวน

ข้าเดินมายังโถงรับแขกก็ผงะไปกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เข้าใจแล้วว่าทำไมขันทีอาวุโสจะต้องนำของหมั้นมาให้ข้าด้วยตนเอง

เยอะแท้!

“คารวะคุณหนูติง”

เสียงของชายวัยกลางคนทำให้ข้าต้องดึงสายตาออกมาจากหีบทั้งหลาย

“คารวะเหลียงกงกงเจ้าค่ะ”

ข้าย่อกายลงเล็กน้อยคารวะเขา แอบโล่งใจที่การคารวะมนุษย์ครั้งนี้ไม่เกิดสิ่งผิดปรกติใด

…หากชนชั้นเทพทำการคารวะมนุษย์จะเกิดฟ้าผ่า!

“ข้าเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์แล้วสินะ”

“คุณหนูว่าอันใดนะขอรับ”

เหลียงกงกงเดินเข้ามาใกล้ข้าหนึ่งก้าวพร้อมแสดงท่าทางสงสัยอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่มีอะไร นี่คือของหมั้นใช่หรือไม่”

ข้าตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง!

เหลียงกงกงที่เข้าใจเจตนาจึงตามน้ำ หันไปพยักหน้าให้องครักษ์ทั้งหลายที่มาช่วยคุ้มครองของหมั้นเปิดฝาออกทั้งสิบหีบ

ในนั้นบรรจุไปด้วยของมีค่าทั้งผ้าหายากและเครื่องประดับ ซิงซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังข้าเผลอหลุดเสียงตกใจออกมาจนข้าต้องหันไปดุ

...สาวใช้คนสนิทคือหน้าตาของเจ้านาย จะมาแสดงออกเยอะไม่ได้!

ข้าหันไปดุซิงซิงไม่นาน เมื่อนางทำสีหน้าสลดแล้วข้าก็หันมามองหน้าเหลียงกงกงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มหวานว่า

“รบกวนเหลียงกงกงแล้วเจ้าค่ะ”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
19 فصول
๑ข้าถือกำเนิดแล้วในร่างติงหลีซือ คุณหนูใหญ่ของตระกูลติงซึ่งเป็นขุนนางคนสนิทขององค์ชายสี่มารดาที่แท้จริงเสียชีวิตไปแล้ว บิดาไม่ได้แต่งภรรยาใหม่เข้ามาเป็นบิดาที่มอบความรักให้แก่บุตรสาวและบุตรชายมากคนหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ แต่ข้ากับหลีซือคนนี้มีชื่อเป็นอักษรตัวเดียวกันต่างกันตรงที่มนุษย์มีแซ่แต่เทพไม่มีแซ่“องค์ชายสี่ใจกว้างถึงเพียงนี้ แค่ตำแหน่งสนมก็ยังมอบของมีค่ามากมายให้”ตอนนี้ข้ารู้บทบาททุกอย่างในนิยายที่ข้าเลือกแล้ว เมื่อได้มาอยู่ในร่างของหลีซือ ความทรงจำจากร่างเดิมก็เข้ามาในหัวราวกับว่าเผชิญเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเองสถานที่แรกที่ข้ามาปรากฏตัวบนโลกมนุษย์คือห้องนอนของติงหลีซือด้านข้างเตียงมีถ้วยยาสีดำปี๋พร่องลงไปนิดหน่อย เมื่อสูดกลิ่นดูจึงทราบว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีพิษผสมอยู่ด้วยนี่คือสาเหตุที่ทำให้เจ้าของร่างที่แท้จริงเสียชีวิต!ติงหลีซือในนิยายเป็นตัวประกอบที่มีหรือไม่มีก็ได้ เพราะตัวเอกที่แท้จริงคือองค์ชายสี่และพระชายาเอกอนุคนใดก็ได้ที่แต่งเข้าจวนองค์ชายสี่จะเป็นแพะรับบาปให้ชายารอง สุดท้ายถูกเนรเทศมาอยู่ที่ชายแดนเป็นที่รู้กันว่าพระเอกของเรื่องมักจะได้รับความน
اقرأ المزيد
๒ท่านพ่อของข้านามว่าติงหลี่ ทำงานอยู่กรมยุติธรรม เป็นขุนนางชั้นผู้น้อยคอยช่วยงานเสนาบดีกรมยุติธรรมที่ท่านพ่อได้รับความสนใจจากองค์ชายสี่เพราะว่าเสนาบดีกรมยุติธรรมผู้เป็นตาชมชอบในการทำงานตอนนี้องค์ชายสี่ได้มาทำงานในกรมนี้แล้ว ผู้ช่วยขององค์ชายสี่ก็คือท่านพ่อองค์ชายสี่เห็นท่านพ่อช่วยสอนงานด้วยความจริงใจไม่ประจบสอพลอจึงได้เสนอตำแหน่งสนมให้ข้าแน่นอนว่าท่านพ่อของข้าไม่อยากให้ข้าต้องเป็นอนุใคร แม้คนนั้นจะมีฐานะเป็นถึงองค์ชายก็ตามแต่เพราะหลีซือคนเดิมมีใจให้องค์ชายสี่ ขอร้องบิดาอยากเข้าจวนองค์ชายสี่จนสุดท้ายก็มาถึงกำหนดวันถวายตัวคืออีกเจ็ดวันต่อจากนี้นี่คือเรื่องราวที่ข้าได้เห็นผ่านความทรงจำล่าสุด!“นิ่งไปเลย ของหมั้นไม่ถูกใจหรือซือเอ๋อร์”ข้าเงยหน้าขึ้นมองท่านพ่อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามกันในห้องรับแขกเหลียงกงกงไม่ได้อยู่นาน สนทนากับท่านพ่อที่มาช้ากว่าข้าเพียงครู่เดียวเท่านั้นก็ขอตัวกลับจวน เหลือเพียงหีบทั้งหลายที่เปิดฝาเอาไว้ให้ดูต่างหน้า“ถูกใจเจ้าค่ะท่านพ่อ”ข้านึกถึงท่าทางของหลีซือคนเดิมแล้วฉีกยิ้มกว้างให้เหมือนกับร่างเดิมที่สุดแต่ข้าคงทำได้แย่มากกระมัง เพราะท่านพ่อมีสีหน้าคล้
اقرأ المزيد
๓เพราะเทพแห่งดวงชะตาใช้นิยายจากโลกมนุษย์มาเขียนชะตาชีวิตของเทพผู้ฝ่าด่านเคราะห์หลายท่านข้าจึงอยากไปดูร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ดูว่ามีเรื่องใดที่น่าสนใจหรือไม่เผื่อจบสิ้นการเป็นมนุษย์แล้วจะได้ไปนำเสนอเจ้านาย!ไม่คิดว่าจะเห็นร่างคุ้นตาของเทพแห่งดวงชะตาเปิดอ่านตำราตัวอย่างทีละหน้าทีละหน้าจนเจ้าของร้านหันมาเขม่นใส่บ่อยครั้งโทษฐานที่อ่านจนจบแล้วไม่จ่ายเงิน!“เถ้าแก่ว้าวุ่นใจอยู่ใช่หรือไม่ ทำอย่างไรก็แก้ปัญหาคนอ่านตำราแล้วไม่จ่ายเงินไม่ได้เสียที”ข้าเดินเข้าไปใกล้เถ้าแก่ร้านสูงวัยแล้วเอ่ยเสียงเบา นินทาเทพแห่งดวงชะตาในคราบบัณฑิตย์ทรงภูมิเทพแห่งดวงชะตาค่อย ๆ เปิดอ่านหนังสือทีละหน้าจนกระทั่งเปิดอ่านจนหมดเล่มแล้วถึงค่อยวางลงที่เดิม เพราะเปิดอ่านเล่มใหม่“หนักใจมากเลยคุณหนู ที่สำคัญบัณฑิตย์ท่านนี้ยังมาบ่อยมาก แล้วซื้อหนังสือแค่เล่มเดียวทั้งที่เปิดอ่านไปตั้งหลายเล่ม”เถ้าแก่ร้านเห็นโอกาสระบายความทุกข์ที่แฝงเจตนาบ่นเทพแห่งดวงชะตาก็จัดเต็ม ทั้งยังพูดเสียงดังจนคนในร้านหันมามอง รวมถึงเทพแห่งดวงชะตาด้วย“หนังสือไม่ได้มัดเอาไว้ความหมายคือให้เปิดอ่านได้ อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ทำหนังสือยับ เช
اقرأ المزيد
๔ทางด้านองค์ชายสี่อู๋เยี่ยนหยา…“องค์ชายทรงพระสรวลใส่หม่อมฉันหรือเพคะ”ท่าทางของนางตอนถามประโยคนี้จริงจังมาก นางจะรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าต่างไปจากคนเดิมที่เหลียงกงกงกล่าวว่านางเปลี่ยนไปนั้น...ข้าเริ่มจะเชื่อแล้ว!ว่าแต่…อะไรทำให้นางเปลี่ยนไปกัน“เปิ่นหวางหัวเราะเจ้าเพราะรู้สึกเอ็นดู เมื่อครู่ให้เปิ่นหวางรับหน้าคนเดียวเลยนะ”“บุรุษที่รักหยกถนอมบุปผาต้องทำเช่นนี้อยู่แล้ว”ข้าเลิกคิ้วเมื่อนางนางโต้ตอบทันทีทันควัน เพราะสิ่งนี้เป็นการแสดงออกว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่“เอ่อ หม่อมฉันหมายความว่า เปิดทางให้บุรุษได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกมาเพคะ”นางคงรู้ตัวแล้วว่าได้เผยธาตุแท้ออกมา ตอนนี้จึงกลับมาสวมบทบาทดรุณีผู้ลุ่มหลงในรักอย่างที่บอกว่าข้าอ่านคนเก่งมาก แม้นางจะพยายามปรับแววตาให้ระยิบระยับราวกับว่ากำลังมองสิ่งสวยงามที่สุดในโลกในเวลาที่มองข้าแต่ก็ยังไม่อาจตบตาข้าได้อยู่ดี!“อ้อ เปิ่นหวางคงต้องขอบคุณคุณหนูติงที่ให้โอกาสนี้แล้วกระมัง”ข้าแสร้งถามเสียงเข้มซึ่งนางก็รีบโบกมือปฏิเสธไปมา ท่าทางติดร้อนรนจนเหมือน…แสร้งทำ!“หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ จะเรียกว่าหม่อมฉันให้โอกาสพระองค์ได้อย่างไร เป็
اقرأ المزيد
๕ข้านิ่งไปทันทีเมื่ออยู่ ๆ ในหัวก็เห็นภาพบางอย่างขึ้น เป็นภาพอดีตของหลีซือคนเดิมที่…กรี๊ด! นี่มันอะไรกัน เหตุใดในนิยายไม่ได้บอกเอาไว้ เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็น เหตุใดเพิ่งมาเห็นในยามนี้“เปิ่นไท่จื่อไม่สบายใจที่ทำให้คุณหนูติงตกใจ ไม่สู้ให้เปิ่นไท่จื่อเลี้ยงน้ำชาคุณหนูติง”ประโยคนี้คล้ายจะเป็นคำถามรอการตอบรับ แต่เพียงครู่ต่อมาข้าก็ถูกมือใหญ่เอื้อมมาจับข้อมือแล้วดึงตัวไปขึ้นรถม้าข้ามัวแต่ตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินได้เห็น รู้ตัวอีกทีก็ขึ้นมานั่งบนรถม้าคันเดียวกันกับไท่จื่อแล้วที่องครักษ์ของไท่จื่อรู้จักข้าไม่ได้เป็นเพราะว่าข้าจะแต่งเข้าจวนองค์ชายสี่ แต่เป็นเพราะว่า…จ๊วบ~ร่างข้าแข็งท่ื่อเมื่อโดนมือใหญ่ดึงตัวขึ้นมานั่งบนตักแล้วยื่นใบหน้าเข้ามาจุมพิตริมฝีปากที่น่าตกใจคือร่างกายนี้ตอบรับสัมผัสของเขาด้วยการเผยอริมฝีปากออกให้ลิ้นหนาได้สอดลิ้นเข้ามาชิมความหวาน มือหนาสัมผัสร่างกายข้าสะเปะสะปะบีบหน้าอก บีบเอวคอด ก่อนจะไล้ใบหน้าลงมายังลำคอสูดกลิ่นหอมบนกายข้าในขณะที่กำลังไล้หน้าลงต่ำมายังหน้าอก ข้าถึงได้สติ ยื่นมือดันอกแกร่งเอาไว้ ส่ายหน้าไปมา“ไม่นะเพคะ”ไท่จื่อไม่ฟังคำปฏิเสธของข้า รั้งต้นคอ
اقرأ المزيد
๖ทางด้านไท่จื่ออู๋เฉินปี้…ข้าจ้องสตรีที่กำลังนอนอยู่ข้างกายด้วยแววตาที่สับสนไม่แพ้นางก่อนหน้านี้ตั้งแต่เมื่อไรกันที่ข้ารู้สึกว่า ‘เบี้ย’ ที่ใช้แล้วทิ้งคนนี้สำคัญสำหรับหัวใจ“ไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ”ข้าหยิบผ้าห่มคลุมร่างติงหลีซือก่อนจะเดินไปหยิบชุดคลุมที่หล่นอยู่กลางห้องมาสวมใส่ข้าผลักประตูหน้าห้องออกก็เห็นว่าองครักษ์คนสนิทนามว่าโว่หมิงถือถ้วยยาสีเข้มอยู่ในมือ ไม่ต้องบอกข้าก็รู้ว่าในมือเขาคือถ้วยยาอะไร“วันนี้ไม่ต้อง”มันคือยาคุมกำเนิดที่ข้าจะให้นางทานทุกครั้งหลังจากมีความสัมพันธ์ทางกายกันลึกซึ้งข้าปิดประตูแล้วหันหลัง มองข้ามแววตาสงสัยขององครักษ์ เดินไปทิ้งตัวนอนลงข้างติงหลีซืออีกครั้ง“นางเปลี่ยนไปเพราะน้องสี่เช่นนั้นหรือ”ข้ากับติงหลีซือรู้จักกันมานานเกือบปีแล้ว เรารู้จักกันได้เพราะว่าข้าถูกวางยาปลุกกำหนัดในงานเลี้ยง เป็นโชคร้ายของติงหลีซือที่ตอนนั้นเดินผ่านมาทางนี้พอดีองครักษ์กลัวว่าข้าจะทนไม่ไหวจึงเดินไปขอความช่วยเหลือติงหลีซือไม่คิดว่าตอนนั้นนางจะเต็มใจช่วยข้าทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่ต้องการความช่วยเหลือคือข้า มารู้ในภายหลังจากที่คบหากันอย่างลับ ๆ ว่านางมีใจรักข้ามานานแล้วส่วนเหตุผล
اقرأ المزيد
๗เช้าวันต่อมาข้าหรี่ตาลงเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วมีแสงลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง เมื่อมองไปข้างเตียงก็พบว่าที่นอนว่างเปล่า“เฮ้อ~ที่หวังให้เป็นแค่ความฝันสุดท้ายก็ไม่เป็นดั่งฝัน นี่มันชีวิตอะไรกันเนี่ย”“ชีวิตสนมไท่จื่อแห่งแคว้นหนานอย่างไรเล่า”ข้าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มวัย 28 ที่ป้วนเปี้ยนกับร่างกายของข้าทั้งคืนยืนอยู่ตรงปลายเตียง“พระองค์เสด็จมาตั้งแต่เมื่อใดเพคะ”“เปิ่นไท่จื่ออยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น เป็นเจ้าที่ไม่สังเกตเอง”แน่หรือ! เมื่อครู่ข้ามองอย่างละเอียดแล้วนะ จะไม่เห็นเขาอยู่ตรงปลายเตียงได้อย่างไร“หากพระองค์อยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้นก็คงมีวิชาพรางกายแล้ว…หรือว่าจะมีจริง ๆ เพคะ!”ประโยคช่วงต้นข้าพูดไปอย่างนั้น ส่วนประโยคหลังเอ่ยเสริมเพราะเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางแปลกไปราวกับว่าถูกข้าอ่านได้!“เดาเก่งเพียงนี้”ถามจริง!“หึ!”พอข้าแสดงท่าทางตกใจออกมาเท่านั้นเขาก็ได้ทีหัวเราะเยาะกัน ข้าจึงกลอกตาใส่เขาแล้วตลบผ้าห่มคลุมร่างกายเอาไว้เขาต้องมีเคล็ดวิชาอะไรสักอย่างแน่ แสดงทีเล่นทีจริงจนข้าเผลอสับสนไปชั่วครู่“ตื่นแล้วก็เตรียมตัวอาบน้ำ วันนี้เปิ่นไท่จื่อจะรับเจ้าเข้าตำหนักอย่
اقرأ المزيد
๘ข้าขอร้องให้ไท่จื่ออู๋เฉินปี้กลับวังบูรพาไปก่อน ดีว่าเขาตอบรับคำขอร้องของข้า“คุณหนูไม่ต้องกังวล ประเดี๋ยวใต้เท้าติงก็ฟื้นแล้ว หลังจากใต้เท้าฟื้น ให้ดื่มยาเทียบนี้”ท่านหมอเขียนเทียบยาเพียงครู่ก็ยื่นกระดาษให้ ซิงซิงไปซื้อสมุนไพรตามรายการนี้เพื่อนำมาต้มยา“ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ”ข้าลุกขึ้นยืนแล้วยื่นถุงเงินให้ท่านหมอ เตรียมจะเดินออกไปส่งด้านนอกห้องนอนของท่านพ่อ แต่ท่านหมอกลับกล่าวว่า“คุณหนูไม่ต้องส่ง”ข้าหยุดเท้าแล้วพยักหน้าให้ซิงซิงเป็นตัวแทนข้าเดินไปส่ง ส่วนข้าก็กลับมานั่งข้างเตียงของท่านพ่อจ้องใบหน้าทีี่คล้ายคลึงกับข้าหลายส่วนนิ่ง ๆ“ข้าขอโทษนะเจ้าคะท่านพ่อ ที่จริงข้ากับไท่จื่อคบกันมานาน ข้าแค่อยากประชดพระองค์ที่ไม่รับข้าเข้าตำหนักสักทีจึงอ้อนท่านพ่อขอเข้าตำหนักองค์ชายสี่เจ้าค่ะ”ขอโทษที่โกหกนะเจ้าคะท่านพ่อ ข้ารู้ว่าท่านฟื้นแล้ว ถือโอกาสนี้บอกเหตุผลเลยนะเจ้าคะ“จริงหรือ!”แล้วก็จริงอย่างที่ข้าคิด ท่านพ่อลืมตาขึ้นแล้วลุกขึ้นนั่ง แต่เพราะหลอนลุกทำให้เกิดอาการหน้ามืดขึ้นอีกครั้ง ข้าจึงเข้าไปประคองให้เขาค่อย ๆ นอนลงบนเตียง“ระวังเจ้าค่ะ”ท่านพ่อนอนลง ดวงตายังคงจับจ้องมองข้าไม่ละสายตา
اقرأ المزيد
๙แววตาของเขาทำให้ข้าเดาไม่ยากว่าต้องทำอย่างไรถึงจะพอใจชายหนุ่มเริ่มปรนนิบัติเขาตามที่เคยเห็นผ่านกระจกส่องโลกาซึ่งฉายภาพเหล่าเทพเซียนที่เคยไปเริงรักในสถานที่เริงรมย์จัดการทำรักให้เขาถึงใจจนอีกฝ่ายหลุดเสียงครางไม่เป็นภาษา ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงนี้จนกระทั่งเราสองต่างเสร็จสมด้วยกันทั้งคู่แล้ว ข้าก็ถามเขาด้วยจังหวะการหายใจที่ไม่เป็นปรกติ“ไท่จื่อ…พอพระทัยหรือไม่เพคะ”ข้าหันไปมองคนที่อยู่ด้านข้าง เขาหันมาสบตาข้าแล้วพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ“เจ้าไปจำท่าทางเหล่านี้มาจากไหน คบกันมาเกือบปี เหตุใดเพิ่งมาใช้ท่าไม้ตายยามนี้”แสดงว่าได้ผลสินะ!“หม่อมฉันย่อมฝึกฝนเอาไว้เพื่อคอยเอาใจพระองค์”แน่นอนว่าข้าโกหก ตั้งแต่ลงมาฝ่าด่านเคราะห์ ข้าจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองโกหกไปกี่ครั้ง“พูดจริงหรือว่าแค่พูดเอาใจเปิ่นไท่จื่อ”อู๋เฉินปี้เอียงตัวเท้าแขนมองหน้าข้า หรี่ตามองอย่างจับผิดจนข้าเผลอหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบสายตาเราก็แสดงละครไม่เก่งเสียด้วยสิ!“เอาเถอะ ต่อให้เจ้าโกหกเปิ่นไท่จื่อก็พร้อมเชื่อ เวลาไม่เช้าแล้ว เปิ่นไท่จื่อต้องกลับวังบูรพาแล้ว”จริงนะ! ข้าห้ามความดีใจไม่ได้แล้วนะ“รีบกลับไปหาไท่จื่อเฟยหรื
اقرأ المزيد
๑๐
๑๐เช้าวันต่อมาข้าถูกปลุกโดยซิงซิงสาวใช้คนสนิทของข้า ท่าทางของนางตื่นเต้นมากเมื่อเห็นนางกำนัลเกือบสิบคนเดินยืนเรียงกันอยู่หน้าห้องนอนเล็ก ในมือถือถาดที่ด้านบนวางชุดเจ้าสาวและเครื่องประดับหลายชิ้นนางกำนัลเหล่านี้ล้วนมาจากวังบูรพา ถูกไท่จื่อส่งมาเพื่อแต่งตัวเจ้าสาว!“เอาเลย! อยากทำอะไรกับข้าก็เชิญเลย”ข้ายืนอยู่เฉย ๆ เอ่ยด้วยสีหน้าคล้ายปลดปลงอยู่ในทีเหล่านางกำนัลคงเห็นช่องทางทำงานสะดวกแล้วจึงได้วางถาดเงินที่ถืออยู่ไว้บนเตียง จากนั้นก็เข้ามาจับข้าอาบน้ำขัดตัวจนสะอาดทุกซอกทุกมุมข้าไม่ได้ขัดขืน แต่สีหน้าก็ไม่ได้ยินดีเช่นกันทว่าไม่มีใครสนใจความเห็นของข้า เมื่อรับงานที่ได้รับมอบหมายมาแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่จนกระทั่งเวลาผ่านไป ข้าก็อยู่ในชุดเจ้าสาวงดงามสวมมงกุฏหงส์ไว้บนศีรษะใบหน้าแต่งแต้มอย่างประณีต ไม่ว่าจะคิ้ว แก้ม ตา ปาก ล้วนบรรจงแต่งจนแม้แต่ตัวข้าเองยังรู้สึกตะลึง“ปรกติข้าคิดว่าติงหลีซือน่ารัก มองได้ไม่เบื่อ ไม่คิดว่าพอสลัดคราบเป็ดน้อยก็กลายเป็นหงส์ได้ ฝีมือนางกำนัลวังบูรพาไม่อาจดูแคลนได้”ข้าไม่สนว่านางจะมองข้าด้วยสายตาเช่นไรเพราะสุดท้ายพวกนางก็โค้งตัวลงเอ่ยขอบคุณสำหรับคำชม อีกทั้ง
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status