เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ

เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ

last updateLast Updated : 2026-03-04
By:  ฮาลาปัญUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
11Chapters
5views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“ยามอยู่ในวังหิมะโปรยท่านไล่ข้าดั่งหมูหมา แต่เหตุใดในฝันท่านถึงกอดข้าแน่นปานจะกลืนกินเช่นนี้เล่ามหาเทพ!”

View More

Chapter 1

บทที่ 1 : วังหิมะโปรยวินาศสันตะโร

วังหิมะโปรยตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาเหมยสวรรค์ ที่นี่ขาวโพลนไปด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสายดั่งชื่อตำหนัก บรรยากาศเงียบสงัดและสูงส่งจนเทพผู้น้อยแทบไม่กล้าหายใจแรง ทว่าวันนี้...ความสงบเงียบที่ดำรงมาหมื่นปีกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งตึกตัก

“หยุดนะเจ้าพวกก้อนขน! อย่าเข้าไปในห้องบรรทมของมหาเทพเชียวนะ!”

เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบจนแก้มยุ้ยๆ แดงปลั่ง ชุดสีชมพูกลีบท้อของนางดูขัดกับความขาวสะอาดของสถานที่อย่างสิ้นเชิง แต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว อสูรดอกท้อตัวแสบพุ่งทะยานเข้าไปในห้องบรรทมมหาเทพจนแจกันหยกขาวโบราณแตกเป็นเสี่ยงๆ

“ทำอะไรของเจ้า...”

น้ำเสียงเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นทางด้านหลัง มหาเทพเฉิงหลันในชุดเซียนสีขาวบริสุทธิ์ยืนกอดอก สายตาคมกริบจ้องมองเศษแจกันที่พื้น แล้วเลื่อนมามองหน้าจิ้มลิ้มที่เปื้อนฝุ่นของนาง

“เสี่ยว-เถา! ข้าเคยบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่าพาสิ่งมีชีวิตที่ไร้สติปัญญาพวกนี้เข้ามาในตำหนักเพียวเสวี่ยกงของข้า!”

“แจกันนี้มีอายุหมื่นปี แลกกับชีวิตเจ้าได้สักกี่ร้อยชาติกันเชียว” มหาเทพก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นอายเซียนที่หนาวเหน็บทำให้เสี่ยวเถาต้องถอยหลังจนติดผนัง “ไปเสีย! แล้วอย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้าในตำหนักนี้อีกสามวัน!”

เฉิงหลันสะบัดชายเสื้ออย่างรังเกียจ พลังเซียนมหาศาลผลักร่างเล็กให้กระเด็นออกไปพ้นเขตตำหนักหิมะโปรยทันที...

หลังจากที่เสี่ยวเถาถูกมหาเทพสะบัดชายเสื้อไล่ออกมาพ้นเขตตำหนักเพียวเสวี่ยกง นางไม่ได้เดินคอตกกลับไปเฉยๆ อย่างที่เขาคิด ร่างเล็กบอบบางหันกลับไปมองยอดตำหนักที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบพลางเม้มปากแน่น

"ไล่ข้าดีนักนะมหาเทพ... ท่านรู้ไหมว่าที่ป่าเหมยของท่านยังงามอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะอสูรดอกท้อของข้าช่วยพรวนดินหรอก!"

นางวางอสูรน้อยลงแล้วหยิบพู่กันไม้อันเล็กออกมาจากอกเสื้อ นัยน์ตากลมโตฉายแววแน่วแน่ "ในเมื่อท่านบอกว่าข้าไร้ประโยชน์ ข้าจะทำให้ท่านเห็นว่า 'ธุลีท้อ' อย่างข้าทำอะไรได้บ้าง"

เสี่ยวเถาหลับตาลง รวบรวมสมาธิเรียกพลังจากภายในที่ซ่อนเร้นอยู่ในกาย จู่ๆ กลิ่นหอมละมุนของดอกท้อสวรรค์ที่รัญจวนใจกว่าปกติก็อบอวลไปทั่วบริเวณ พลังธาตุไม้สีชมพูอ่อนจางแผ่ออกจากร่างเล็กๆ ของนาง ลามไปตามพื้นดินที่เย็นเฉียบ

ขณะเดียวกัน ภายในตำหนักเพียวเสวี่ยกง มหาเทพเฉิงหลันที่กำลังจะนั่งบำเพ็ญตบะกลับต้องลืมตาขึ้น เพราะเขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพลังงานบางอย่างที่บริสุทธิ์และเข้มข้นอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบหมื่นปี

"พลังนี่มัน..." เฉิงหลันขมวดคิ้ว เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปที่ระเบียงตำหนัก

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เกล็ดหิมะผู้เยือกเย็นถึงกับยืนตะลึง!

หิมะที่เคยทับถมจนกิ่งเหมยแทบหักกลับค่อยๆ ละลายหายไปอย่างรวดเร็ว ต้นเหมยบรรพกาลที่ปกติจะออกดอกเพียงปีละครั้ง กลับพากันชูช่อผลิบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งขุนเขาภายในชั่วอึดใจ แต่ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือ 'อักขระสีทอง' เล็กๆ ที่สลักอยู่บนกลีบดอกเหมยทุกดอก ซึ่งเป็นอาคมชั้นสูงที่แม้แต่เทพอาวุโสยังทำได้ยาก

ท่ามกลางดงดอกเหมยที่บานสะพรั่ง เสี่ยวเถายืนอยู่กึ่งกลาง ร่างเล็กๆ ของนางดูสง่างามขึ้นมาอย่างประหลาด แสงสีชมพูจางๆ โอบล้อมรอบตัวนางไว้ อสูรดอกท้อตัวน้อยนับสิบตัวพากันเต้นระบำอยู่รอบเท้า

เฉิงหลันพุ่งตัวลงจากตำหนักมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของนาง สายตาคมกริบที่เคยดูแคลนบัดนี้สั่นไหวด้วยความสับสน

"เจ้าทำได้อย่างไรเสี่ยวเถา แม้แต่ข้ายังมิอาจเร่งเร้าพลังธาตุไม้ให้ปลุกต้นเหมยบรรพกาลได้ทั้งป่าเพียงลำพัง"

เสี่ยวเถาลืมตาขึ้น แววตาซุกซนกลับมาอีกครั้ง นางยักไหล่เล็กน้อยพลางเก็บพู่กัน "ก็แค่ปัดฝุ่นป่าเหมยให้ท่านไงเจ้าคะมหาเทพ เห็นท่านชอบด่านักว่าข้าทำตำหนักพัง เลยคิดว่าทำให้ป่าเหมยบานสะพรั่งแบบนี้... ท่านน่าจะเลิกโมโหข้าได้แล้ว"

"นี่มันไม่ใช่แค่การปลุกต้นไม้..." เฉิงหลันก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นกายของนางที่หอมหวานขึ้นอย่างประหลาดทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ "อักขระทองคำบนกลีบเหมยพวกนี้... เจ้าเรียนรู้มาจากที่ใด?"

"อ๋อ... ข้าก็แค่ขีดเขียนไปตามที่ใจสั่งเจ้าค่ะ ไม่คิดว่าท่านจะตื่นเต้นขนาดนี้" นางยิ้มร่าอย่างใสซื่อ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ทำไปคือการเผยพลังของเร้นลับยออกมาให้มหาเทพสงครามได้เห็นเป็นขวัญตา

เฉิงหลันนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขามองร่างเล็กที่หุ่นดีสมส่วนในชุดสีชมพูพริ้วไหว ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของดวงจิต ความรังเกียจที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและความพิศวง

"มหาเทพเจ้าคะ ตกลงข้ายังต้องถูกกักบริเวณไหม" นางเอียงคอถามอย่างน่ารัก

เฉิงหลันกระแอมไอเบาๆ พยายามรักษามาดนิ่งขรึม "ในเมื่อเจ้าทำประโยชน์ชดเชยแจกันหยก... ข้าจะยกเลิกโทษกักบริเวณให้ แต่ห้ามพาก้อนขนพวกนี้เข้าไปในห้องนอนข้าอีกเด็ดขาด!"

"รับทราบเจ้าค่ะ!" เสี่ยวเถาฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี

ในขณะที่นางหันไปเล่นกับอสูรน้อย เฉิงหลันกลับลอบมองแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...เทพผู้น้อยนางนี้ เป็นใครกันแน่?

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
11 Chapters
บทที่ 1 : วังหิมะโปรยวินาศสันตะโร
วังหิมะโปรยตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาเหมยสวรรค์ ที่นี่ขาวโพลนไปด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสายดั่งชื่อตำหนัก บรรยากาศเงียบสงัดและสูงส่งจนเทพผู้น้อยแทบไม่กล้าหายใจแรง ทว่าวันนี้...ความสงบเงียบที่ดำรงมาหมื่นปีกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งตึกตัก“หยุดนะเจ้าพวกก้อนขน! อย่าเข้าไปในห้องบรรทมของมหาเทพเชียวนะ!”เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบจนแก้มยุ้ยๆ แดงปลั่ง ชุดสีชมพูกลีบท้อของนางดูขัดกับความขาวสะอาดของสถานที่อย่างสิ้นเชิง แต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว อสูรดอกท้อตัวแสบพุ่งทะยานเข้าไปในห้องบรรทมมหาเทพจนแจกันหยกขาวโบราณแตกเป็นเสี่ยงๆ“ทำอะไรของเจ้า...”น้ำเสียงเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นทางด้านหลัง มหาเทพเฉิงหลันในชุดเซียนสีขาวบริสุทธิ์ยืนกอดอก สายตาคมกริบจ้องมองเศษแจกันที่พื้น แล้วเลื่อนมามองหน้าจิ้มลิ้มที่เปื้อนฝุ่นของนาง“เสี่ยว-เถา! ข้าเคยบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่าพาสิ่งมีชีวิตที่ไร้สติปัญญาพวกนี้เข้ามาในตำหนักเพียวเสวี่ยกงของข้า!”“แจกันนี้มีอายุหมื่นปี แลกกับชีวิตเจ้าได้สักกี่ร้อยชาติกันเชียว” มหาเทพก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นอายเซียนที่หนาวเหน็บทำให้เสี่ยวเถาต้องถอยหลังจนติดผนัง “
last updateLast Updated : 2026-02-28
Read more
บทที่ 2 : ป่าเหมยที่มีดอกท้อแซม
ท่ามกลางวิหารทองคำหุ้มเมฆา ณ ใจกลางสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เหล่าเทพเซียนชั้นสูงต่างมารวมตัวกันเพื่อประชุมหารือเรื่องสมดุลของโลกธาตุ บรรยากาศเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม โดยมีมหาเทพเฉิงหลัน นั่งประทับอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายสงครามท่วงท่าของเขาสงบนิ่งทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดัน ผมสีดำสนิทรวบไว้อย่างประณีต อาภรณ์ขาวสะอาดปราศจากรอยยับ สื่อถึงความเป็นระเบียบและวินัยอันสูงสุดหลังจากเสร็จสิ้นวาระเรื่องการปราบอสูรตามชายแดน บรรยากาศที่เคยตึงเครียดก็เริ่มผ่อนคลายลง แต่นั่นกลับเป็นช่วงเวลาที่เฉิงหลันอึดอัดที่สุด"มหาเทพเฉิงหลัน" เทพธิดาผู้ดูแลบุปผาสวรรค์เยื้องกรายเข้ามาพร้อมถาดน้ำค้างเซียน "วังหิมะโปรยของท่านหนาวเหน็บนัก หากท่านไม่รังเกียจ ข้าขอส่งเทพธิดาในสังกัดไปคอยดูแลปรนนิบัติ อุ่นเตียงและชงชาให้ท่านเพื่อคลายความเหนื่อยล้าดีหรือไม่เจ้าคะ?"ยังไม่ทันที่มหาเทพจะเอ่ยปาก เทพธิดาจากตำหนักอื่นต่างก็รีบเสนอตัวตาม"ตำหนักของข้ามีเซียนรับใช้ที่เชี่ยวชาญการนวดเฟ้นจิตวิญญาณนะเจ้าคะ" "ข้าเองก็อยากส่งคนไปช่วยดูแลป่าเหมยที่เงียบเหงาของท่าน..."เฉิงหลันวางจอกชาลงบนโต๊ะเพียงเบาๆ ทว่ากลับทำให้เทพธิดาทุกองค์ห
last updateLast Updated : 2026-03-01
Read more
บทที่ 3 : ด่านเคราะห์ของข้าคือหน้าหิน
‘เจ้ามันก็แค่เศษธุลีท้อที่ล่องลอยมาตกผิดที่...’ คำพูดดูแคลนและสายตาเย็นเยียบของมหาเทพเฉิงหลันยังคงดังก้องอยู่ในหัว คอยเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่กระตุ้นให้นางขยันขันแข็งผิดหูผิดตา"คอยดูเถอะ...ถ้าข้าสอบผ่าน ได้สวมอาภรณ์เทพชั้นสูงเมื่อไหร่ ข้าจะเดินไปเชิดหน้าใส่เขากลางตำหนักเพียวเสวี่ยกงเลย! ให้รู้เสียบ้างว่าธุลีท้ออย่างข้าก็มีดี!" นางพึมพำกับตัวเองพลางฝนหมึกอย่างเอาเป็นเอาตาย“เอาล่ะ เหล่าเซียนน้อยทั้งหลาย หยุดมือได้” เสียงแหบพร่าทว่าทรงพลังของท่านเฒ่าจันทรา ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ประจำคลาสวิชาชะตาฟ้าดินดังขึ้น ทุกสรรพเสียงในลานศึกษาเงียบกริบลงทันทีท่านเฒ่าจันทราลูบเคราสีขาวผ่องพลางกวาดสายตามองลูกศิษย์ “การจะเลื่อนขั้นเป็นเทพชั้นสูงได้นั้น ลำพังแค่ท่องตำราและมีตบะแก่กล้าย่อมไม่เพียงพอ พวกเจ้าทุกคนล้วนต้องเผชิญกับ ‘ด่านเคราะห์’ เพื่อทดสอบจิตวิญญาณเสียก่อน”เซียนน้อยหลายคนเริ่มหน้าซีด เพราะด่านเคราะห์ของแต่ละคนนั้นยากง่ายต่างกันไป บางคนต้องลงไปเกิดเป็นมนุษย์เพื่อลิ้มรสความทุกข์ บางคนต้องไปปราบอสูรร้ายที่ชายแดน“วันนี้ ข้าจะเปิด ‘ศิลาลิขิตชะตา’ เพื่อเผยด่านเคราะห์ของพวกเจ้า จงก้าวออกมารับป้ายหยก
last updateLast Updated : 2026-03-01
Read more
บทที่ 4 : มหาเทพโปรดระงับโทสะ
เสี่ยวเถาที่กำลังย่องปลายเท้าสะดุ้งโหยง นางยิ้มแฉ่งพลางชูถาดชาเซียนในมือขึ้นระดับอก "มหาเทพโปรดระงับโทสะ ข้ามิได้พาก้อนขน... เอ้ย อสูรดอกท้อมาด้วยนะเจ้าคะ ข้ามาตัวคนเดียว พร้อมกับชาอุ่นๆ ที่ตั้งใจชงมาให้ท่าน"เฉิงหลันลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองร่างเล็กสมส่วนในชุดสีชมพูที่ดูขัดหูขัดตานั่น "ข้าไม่ดื่มของหวาน และข้าไม่ต้องการการปรนนิบัติจากเทพผู้น้อยเช่นเจ้า กลับไปเสีย""โธ่... ท่านก็ลองชิมสักจิบเถิดเจ้าค่ะ!" นางกระแทกถาดชาลงบนโต๊ะหยกข้างกายเขาจนเกิดเสียงดังกึก "ข้าไม่ได้อยากมาวุ่นวายกับท่านนักหรอกนะเจ้าคะ แต่ด่านเคราะห์เลื่อนขั้นเป็นเทพชั้นสูงของข้า... ดันเป็นท่าน!"คำสารภาพตรงๆ โพล่งๆ อย่างไม่มีชั้นเชิงของนางทำเอามหาเทพสงครามถึงกับชะงัก "เจ้าว่าอย่างไรนะ?""ด่านเคราะห์ของข้าคือการทำให้มหาเทพหน้าตาย... เอ้ย! มหาเทพเฉิงหลันยอมรับในตัวข้าเจ้าค่ะ!" นางยืนเท้าสะเอว ยืดอกขึ้นเล็กน้อย "ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะมาหาท่านทุกวัน จะชงชา ทำขนม กวาดลานหิมะ จนกว่าท่านจะยอมประทับตราผ่านด่านให้ข้า!"เฉิงหลันมองท่าทางก๋ากั่นไม่เกรงกลัวฟ้าดินนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ในหัวของเขามีแต่ก
last updateLast Updated : 2026-03-01
Read more
บทที่ 5 : ธุลีท้อเช่นข้า ช่างไม่เจียมตัว
เสี่ยวเถาแทบอยากจะเอาหัวโขกต้นเหมย! ขาแพลงบ้าบออะไร ข้ากำลังเดินนวยนาดแบบกุลสตรีต่างหากเล่า!นางสูดลมหายใจเข้าลึก ปั้นยิ้มหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อยๆ เดิน (ที่พยายามให้ดูชดช้อย) เข้าไปในศาลา"คารวะมหาเทพเฉิงหลัน คารวะเทพธิดาไป๋เหลียนเจ้าค่ะ" น้ำเสียงของนางถูกดัดให้เล็กและนุ่มนวลจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "ข้า...ข้าทำขนมมาถวายเจ้าค่ะ เผื่อมหาเทพจะทานคู่กับน้ำชา"เฉิงหลันมองท่าทางบิดไปบิดมาและน้ำเสียงที่ดัดจนผิดธรรมชาติของนางแล้วรู้สึกขนลุกพิลึก ปกตินางต้องวิ่งตึงตังเข้ามาโวยวายแล้วมิใช่หรือ? เหตุใดวันนี้ถึงทำตัวราวกับถูกผีสางเข้าสิงเทพธิดาไป๋เหลียนปรายตามองกล่องขนมในมือเสี่ยวเถาด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทว่าแฝงความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด นางใช้แขนเสื้อปิดบังริมฝีปากพลางหัวเราะเบาๆ"ที่แท้ก็เซียนรับใช้จากป่าเหมยนี่เอง...ขอบใจในความหวังดีของเจ้านะ แต่ขนมพื้นๆ เช่นนี้ คงไม่เหมาะกับกระเพาะเซียนของมหาเทพหรอก อีกอย่าง...ของหวานจำพวกนี้มีแต่จะทำให้ตบะมัวหมอง สตรีที่มหาเทพจะเลือกรับของขวัญด้วย ย่อมต้องเป็นผู้ที่เข้าใจวิถีแห่งความบริสุทธิ์เท่านั้น"คำพูดที่ดูเหมือนจะนุ่มนวลแต่กรีดลึกไปถึงกระดูกดำ ทำเ
last updateLast Updated : 2026-03-01
Read more
บทที่ 6 : หุบเหวกลืนดารา
เขามองปลายนิ้วตัวเองด้วยความสับสน...เหตุใดสัมผัสจากธุลีท้อนางนี้ ถึงมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณของเขาถึงเพียงนี้ทว่ายังไม่ทันที่มหาเทพจะได้หาคำตอบให้หัวใจตนเอง ท้องฟ้าเหนือตำหนักเพียวเสวี่ยกงพลันปรากฏแสงสีชาดสาดส่อง ระฆังสวรรค์ดังกังวานสิบสองกริ่ง สัญญาณแห่งวิกฤตการณ์ขั้นสูงสุด!มหาเทพเฉิงหลันผุดลุกขึ้น แววตาสับสนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเด็ดขาดแห่งเทพสงครามทันที"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" เขาตวาดถามเซียนรับใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา"เรียนมหาเทพ! ผนึกที่ 'แดนหุบเหวกลืนดารา' แตกออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชันย์อสูรบรรพกาลกำลังนำทัพทะลวงขึ้นมา มหาเทพองค์อื่นๆ ขอให้ท่านรีบนำทัพสวรรค์ไปยับยั้งด่วนที่สุด!"หุบเหวกลืนดารา... สถานที่ที่มืดมิดและเต็มไปด้วยมลพิษอสูรที่ร้ายกาจที่สุดในสามภพ!เฉิงหลันสะบัดชายเสื้อ เกราะสงครามสีเงินยวงปรากฏขึ้นทาบทับสรีระสูงใหญ่ เขากลายร่างเป็นแสงสีขาวพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา หายลับไปในความมืดมิดของรัตติกาลทันที โดยทิ้งกล่องขนมที่ว่างเปล่าไว้บนโต๊ะหยก****************เช้าวันรุ่งขึ้น ณ วังหิมะโปรย"เมื่อวานข้าอาจจะเล่นผิดบทไปหน่อย วันนี้ข้าจะกลับมาเป็นตัวเองแล้ว! กำแพ
last updateLast Updated : 2026-03-02
Read more
บทที่ 7.1 : บัญชาแห่งเทพมารดร
ร่างของราชันย์อสูรพองออกและระเบิดตูม กลายเป็นเข็มหมอกสีดำสนิทนับพันเล่ม พุ่งทะลวงฝ่ากำแพงน้ำแข็งของเฉิงหลันเข้ามาทุกทิศทาง มันคือ 'พิษอสูรฝันกลืนจิต' คำสาปบรรพกาลที่ไร้ซึ่งยารักษา!เฉิงหลันตวัดกระบี่ปัดป้องด้วยความเร็วสูงสุด ทว่ามีเข็มหมอกเพียงเล่มเดียวที่รอดพ้นคมกระบี่...มันพุ่งเสียบเข้าที่หัวไหล่ขวาของเขาอย่างจัง!ฉึก!"อึก!" เฉิงหลันกัดฟันกรอด คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน พิษร้ายนั้นไม่ได้สร้างบาดแผลทางกาย แต่มันแทรกซึมผ่านเกราะเงิน ทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรและแกนเซียนโดยตรง ความเจ็บปวดราวกับถูกไฟนรกแผดเผาแล่นปราดไปทั่วร่างแม้จะถูกพิษ แต่มหาเทพสงครามหาได้ทรุดลงไม่ เขากัดข่มความเจ็บปวด รวบรวมตบะเฮือกสุดท้ายฟาดฟันกระบี่หานเหมย ปลดปล่อยพลัง 'ศูนย์องศาสัมบูรณ์' แช่แข็งรอยแยกมิติและปิดผนึกแดนกลืนดาราได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อการศึกสงบลง แสงอรุณแรกเริ่มสาดส่องลงมา ทว่าร่างสูงสง่าที่ยืนตระหง่านอยู่บนกองซากศพอสูรกลับโซเซเล็กน้อยเฉิงหลันใช้กระบี่ยันพื้นดินไว้เพื่อพยุงตัว เขากระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต หยดเลือดเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จนดูน่ากลัว พิษอสูรฝันเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาอย่างบ้าคลั่ง
last updateLast Updated : 2026-03-02
Read more
บทที่ 7.2 บัญชาแห่งเทพมารดร
เสียงทรงอำนาจและแหบพร่าดังก้องมาจากหน้าประตู เหล่าเทพชั้นสูงต่างแหวกทางและคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง เมื่อร่างของท่านย่าเทพมารดรจินหมู่ มารดาแห่งเทพชั้นฟ้าก้าวเดินเข้ามาท่านย่าจินหมู่คือเทพสตรีที่อาวุโสที่สุดในสวรรค์ แม้เส้นผมจะขาวโพลน แต่ดวงตากลับเฉียบคมและทรงพลัง นางเดินตรงไปที่เตียงหยก ปรายตามองรอยอักขระพิษบนร่างเฉิงหลันเพียงแวบเดียว ก่อนจะพยักหน้า"เทพโอสถพูดถูก พิษนี้ไม่มียาถอน" ท่านย่าจินหมู่เอ่ยเสียงเรียบ "แต่มิใช่ว่าจะไม่มี 'ผู้รักษาสมดุล' ที่สามารถชำระล้างมันได้""ผู้รักษาสมดุลหรือพ่ะย่ะค่ะ? ใครกันที่มีตบะแก่กล้าพอจะรับพิษบรรพกาลแทนมหาเทพได้โดยไม่ตายเสียก่อน?" เทพโอสถถามอย่างตื่นเต้นท่านย่าจินหมู่ไม่ตอบคำถามนั้น ทว่าสายตาเฉียบคมของนางกลับตวัดวูบฝ่าฝูงชน ไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง... ตรงที่สตรีร่างเล็กในชุดสีชมพูเปื้อนเลือดดำกำลังยืนกอดอสูรดอกท้อตัวสั่นงันงกอยู่"เสี่ยวเถา...ก้าวออกมานี่"เสี่ยวเถาสะดุ้งเฮือก นางชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ "ขะ... ข้าหรือเจ้าคะท่านย่า?""ใช่ เจ้าคือกุญแจเพียงดอกเดียว" ท่านย่าจินหมู่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เทพธิดาจากสวนท้อผู้นี้ มีแกนเซีย
last updateLast Updated : 2026-03-03
Read more
บทที่ 8.1 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน
"มหาเทพ! ท่านอยู่ที่ใด!" นางตะโกนฝ่าพายุ ทว่าเสียงกลับกลืนหายไปในอากาศทันใดนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ก็พุ่งทะยานลงมาจากกิ่งเหมยบรรพกาล ความเร็วนั้นเหนือชั้นจนเสี่ยวเถาตั้งตัวไม่ติด ร่างบอบบางของนางถูกกระชากอย่างแรงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่!"อ๊ะ!"นางครางด้วยความจุก ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น สองตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงบุรุษที่ตรึงร่างนางไว้กับต้นไม้คือ เฉิงหลัน ทว่าเขาไม่ใช่เทพสงครามผู้เคร่งขรึมเจ้าระเบียบอีกต่อไป อาภรณ์สีขาวหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง เส้นผมสีดำสนิทสยายไปตามสายลม ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเขาหอบหายใจหนักหน่วง โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวผ่องของนางทันที!"ดะ...เดี๋ยว! มหาเทพ! นี่ข้าเอง เสี่ยวเถา!" นางพยายามใช้สองมือเล็กๆ ดันแผงอกเขาออก แต่อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งดั่งภูผาหินเฉิงหลันไม่ฟังเสียงประท้วงใดๆ พิษอสูรฝันได้ทำลายสติสัมปชัญญะและกำแพงน้ำแข็งในใจเขาจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาลึกล้ำ จมูกโด่งสันสูดดมกลิ่นหอมหวานของดอกท้อที่แผ่ออกมาจากกายเนื้อของนางราวกับคนเสพติด"หอมเหลือเกิ
last updateLast Updated : 2026-03-03
Read more
บทที่ 8.2 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน
แสงอรุณแรกแห่งวันใหม่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักเพียวเสวี่ยกง กระทบเปลือกตาของบุรุษผู้หลับใหลมหาเทพเฉิงหลันค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความเบาสบายในจุดตันเถียน ความเจ็บปวดเจียนตายจากพิษอสูรฝันบรรพกาลเมื่อคืนมลายหายไปกว่าครึ่ง ทว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับเป็น 'รสหวาน' จางๆ ที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้น และความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในอกเขายันตัวลุกขึ้นนั่ง พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างเล็กๆ ในชุดสีชมพูที่นอนฟุบสลบไสลอยู่ข้างเตียงหยก"เสี่ยวเถา?"เฉิงหลันขมวดคิ้วมุ่น ยัยม้าดีดกะโหลกผู้นี้เข้ามาในห้องบรรทมของเขาตั้งแต่เมื่อใด? ทว่าเมื่อเพ่งมองชัดๆ เขากลับต้องชะงัก ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยกวนประสาทเขาบัดนี้ซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามกรอบหน้า แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ ริมฝีปากอวบอิ่มของนาง มันทั้งแดงช้ำและเจ่อบวม ราวกับเพิ่งถูกบดขยี้มาอย่างหนักหน่วง!หัวใจของเกล็ดหิมะผู้สูงส่งกระตุกวูบอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือหมายจะปลุกนาง ทว่าเสียงฝีเท้าของเซียนรับใช้และเทพโอสถก็ดังขึ้นเสียก่อน"มหาเทพ! ทรงฟื้นแล้ว!" เซียนรับใช้รีบกรูเข้ามาพร้อมกับถาดหยกที่มีถ้วยยาโอสถควันฉุยสองถ้วย"เกิดอะไร
last updateLast Updated : 2026-03-03
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status